APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท

เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท

เมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวต้องใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจฮ่องเต้หนุ่มรูปงามในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารแสนอร่อย แต่ภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิผู้เย็นชาและปากไม่ตรงกับใจ จนนำไปสู่เรื่องราวความเข้าใจผิดสุดชุลมุนที่ชวนให้ลุ้นระทึก ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นของการทำอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างสาวใช้ผู้มุ่งมั่นกับเจ้าเหนือหัวสายซึนจะลงเอยอย่างไร ติดตามการเดินทางของรสชาติและความรักที่ผสานกันอย่างลงตัวในรั้ววังเหมันต์
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ห้องเครื่อง

ศรีไพรเดินสำรวจทั่วบริเวณตื่นตาตื่นใจกับ ห้องครัวที่ใหญ่โตเหมือนห้องครัวในโรงแรมขนาดใหญ่ มีวัตถุดิบทั้งสดและแห้งเครื่องเทศใหม่เก่าแขวนเรียงรายขาหมูแห้งแขนไว้ที่ราวด้านข้างหน้าต่าง หมูเส้นหมูแผ่นไข่ปลา แขวนเรียงรายสุดอลังการ

หลายคนกำลังสารวนกับการทำเครื่องเสวยสำหรับคนในวังหลวง ที่มีนับพันชีวิต

พ่อครัวแม่ครัว เรียกแบบนี้ก็ไม่ผิดเพราะแต่ละคนสวมวิญญาณนักปรุงที่ตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารราวกับว่าชีวิตนี้เกิดมาเพื่อมัน ศรีไพรอมยิ้มเหมือนเหมือนตัวศรีไพรเลยที่ทำงานจนตาย เอหรือว่าดื่มจนตาย

“อู๊ยยยยดูสิของกำนัลที่ฝ่าบาทประทานมาล้วนมีแต่ของดีๆ”

เฟยฟางยิ้มบางๆ

“แจกจ่ายกันไปในหมู่พวกเราดีไหมท่านลุง เราทุกคนล้วนเหนื่อยล้ามาหลายวันกว่าฝ่าบาทจะยอมเสวย”

“หากเจ้าไม่ถือสาว่านี่ของที่ฝ่าบาทประทานมาให้เจ้า เช่นนั้นก็แจกๆๆๆ แจกจ่ายกันไปให้ทั่ว”

เฟยฟางยิ้ม ยืนคอยแจกจ่ายและรับการคารวะจากขันทีและนางในห้องเครื่อง

“เฮอะของพวกนี้ล้วนเป็นความดีความชอบของเข่อชิง เจ้าจัดแจงราวกับว่า”

ป้าตื้อเบ้ปากอยากจะพูดมากกว่านั้นแต่ลุงซุนกลับมองมาด้วยสายตาตำหนิ

“ยายแก่หุบปากแกเสียถ้าไม่มีเฟยฟางข้าเกรงว่าหัวจะหลุดจากบ่า”

“ตาแก่กคิดได้อย่างไรกันนางก็แค่ไปช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่แกกลัวจนคิดไปไกลว่าฝ่าบาทจะลงทัณฑ์”

ลุงซุน ถอนหายใจ

“ใครจะรู้พระทัยของฝ่าบาทได้เล่าแต่ถึงเวลานั้นข้ายอมรับว่ากลัวจริงๆ ถ้าไม่มีนางมาช่วยไว้ทัน เพราะนั่นคือกระเพาะสุกร”

“ไม่มีใครสั่งประหารคนที่ทำให้ตัวเองกินทั้งๆ ที่หิวมาหลายวันเพียงเพราะ….. เอากระเพาะสุกรไปปรุงอาหารหรอก หามันคือกระเพาะสุกรใช่ไหม”

ป้าตื้อทำสีหน้าตื่นตกใจ เมื่อตระหนักได้ว่ามันคือกระเพาะสุกรสิ่งต้องห้าม

ลุงซุนพยักหน้า

“กระเพาะสุกรแต่นางกลับปรุงมันออกมาเสียดิบดีแล้วยังหั่นบั้งเสียสวยงาม ฝ่าบาทจึงมีบัญชาให้ถอดกระเพาะสุกรออกจากอาหารน่ารังเกียจเสีย”

ลุงซุนพูดอย่างโล่งอก

“แต่ต้องยอมรับว่าเข่อชิงนางมีพรสวรรค์เครื่องเสวยที่นางปรุงใครกันคิดได้เช่นนาง”

“เฟยฟางนางแก้ต่างราวกับเป็นเข่อชิง พูดในสิ่งที่ข้าคิดไว้และข้าไม่กล้าพูดแต่นางกลับกล้าที่จะเอ่ยมันออกมาต่อหน้าฝ่าบาท”

“เรื่องนี้พวกเราทุกคนล้วนรู้ดี ไม่จำเป็นต้องพูดก็คิดเหมือนกันวัตถุดิบในห้องเครื่องมีสิ่งไหนบ้างที่ไม่ได้ลองนำไปปรุงเครื่องเสวยให้กับฝ่าบาท ยกเว้นกระเพาะสุกรนั่น เช่นนั้นจึงถือว่าเข่อชิงมีความชอบ”

“แต่เฟยฟางก็แก้ต่างให้ข้า ยายแก่ข้าอยากให้เจ้าได้เห็นตอนที่นางเข้าไป แล้วฝ่าบาทเห็นใบหน้างดงามอ้่อนหวานของนาง ฝ่าบาทอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังไม่กล้าที่จะกล่าวโทษด้วยความเป็นฮ่องเต้เป็นโอรสสวรรค์จะต้องยโสในเรื่องที่ฮ่องเต้คนอื่นยโสแต่ด้วยท่าทีของเฟยฟางนางทำให้ฝ่าบาทเปลี่ยนไป”ป้าตื้อเบ้ปาก

“ใช่ซี้เข่อชิงของข้านางไม่ได้มีกิริยาอ่อนหวานเพราะนางเป็นนางในห้องเครื่องวันๆ ล้างจานหั่นผัก ก่อไฟ”

“ก็จริงของแก ท่าทางของนางหากเข้าเฝ้าฝ่าบาทเกรงว่าจะต้องถูกตัดหัวตั้งแต่ยังไม่ได้พูดด้วยซ้ำไป เอาเป็นว่าต่อแต่นี้นี่คือความลับของห้องเครื่องของเราเข่อชิงปรุง เฟยฟางยกไปถวาย ทุกอย่างจึงลงตัว และห้ามใครพูดออกไปโดยเฉพาะแก…ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงไม่มีใครรอดสักคนเพราะเราทุกคนที่นี่ต่างรู้ว่าเข่อชิงปรุง ทางที่ดีควรปิดเรื่องนี้ไม่ให้ฝ่าบาทรู้ ”

ป้าตื้อถอนหายใจ

“เพราะนางเฟยฟางนางไม่น่าเข้าไป”

ลุงซุนขมวดคิ้ว

“เจ้าอย่าได้กล่าวโทษนางในตอนนั้นใครก็ได้ที่ช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ข้าจึงขอบคุณ เจ้าอยากเป็นหม้ายหรือไร”

ป้าตื้อส่ายหน้าไปมา

“แล้วเข่อชิงเล่าจะบอกนางว่าอย่างไร”ลุงซุนยิ้มมุมปาก

หยิบทองออกมาจากอกเสื้อสองก้อน

“เอาสิ่งนี้มอบให้นางแล้วก็ไปเลือกเอาของกำนัลจากฝ่าบาทที่เฟยฟางสักชิ้นสวยๆ แล้วบอกนางว่าฝ่าบาท ..เย็นนี้ฝ่าบาทต้องการเสวยเครื่องเสวยที่มีรสจัดเหมือนมื้อกลางวัน”

ป้าตื้อถอนหายใจสงสารศรีไพรจับใจ

แต่ตัดมาที่ศรีไพร

“ฮ่าาาา อี้เอ่อร์ที่เจ้าพูดมาจริงหรือเฟยฟางนางพูดแทนข้าจนฮ่องเต้มอบของกำนัลเหล่านี้มาหรือ”

เลือกหยิบสายสร้อยที่ทำจากหินสี แม้จะสวยแต่ราคาจะเท่าไหร่กัน

“จริงๆ พี่เข่อชิงข้าเจ็บใจแทนพี่เหนื่อยแทบตาย แต่นางกลับได้ความดีความชอบไป”

“ใครสน ข้าไม่ได้อยากไปหมอบคลานต่อหน้าฮ่องเต้อะไรนั่นเสียหน่อย ข้าแค่อยากจะช่วยพวกเจ้ากับวิกฤติครั้งนี้”

“จริงๆ นะพี่เข่อชิง ในตอนนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอมาตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพี่ที่ต้องปรุงเครื่องเสวยให้กับฝ่าบาทตลอดไป พวกเขาก็ควรจะเอาใจท่านหน่อย แล้วข้าไม่อยากให้พี่เรียกฝ่าบาทว่าฮ่องเต้ควรเรียกว่าฝ่าบาท”

ศรีไพรยิ้ม

“ไอ้น้องนี่มันใช้ได้แฮะ ก็ได้ก็ได้ไม่ต้องเอาใจหรอกที่นี่สบายกว่าที่ข้าจากมา อย่างน้อยก็แค่ปรุงอาหารแล้วก็ได้พัก”

หันไปเจอเข้ากับสายตาตำหนิของป้าตื้อ

“แอบมาสุมหัวทำอะไรกันอีก”

“ป้าเราเพิ่งจะมานั่งอี้เอ่อร์เพิ่งจะไปรับของแจกจากเฟยฟางมาเลยนำมาแบ่งกับพี่เข่อชิง”อี้เอ่อร์แก้ตัว ป้าตื้อถอนหายใจ

“ข้าไม่ได้ว่าอะไร เจ้ากินอะไรหรือยังเล่าเข่อชิง เอ้านี้ ลุงซุนฝากมาให้เจ้า”

น้ำเสียงอ่อนลงวางก้อนทองลงบนโต๊ะกับปิ่นปักผมอีกอัน

“สวยจัง แล้วนี่ทองจริงหรือเปล่า”ศรีไพรเอ่ยปากชมปิ่นอันนั่น หยิบทองมากัดไปงั้นๆ ก็จำเขามาว่าต้องกัด

อี้เอ่อร์มีสีหน้าว่าเสียวฟัน

“ของจริง มีอะไรที่ปลอมได้อีกในวังหลวงแห่งนี้ เป็นของกำนัลที่เจ้าปรุงเครื่องเสวยถูกพระทัยฝ่าบาท”

ศรีไพรยิ้มกว้างโยนทองในมือกะน้ำหนัก

“ดีจังปรุงอาหารครั้งหนึ่งได้เท่านี้ก็เอาแล้ว ปิ่นปักผมอันนี้สวยจังฝ่าบาทประทานมาเลยหรือ”

ป้าตื้อยิ้มเศร้าๆ เมื่อเห็นท่าทีดีอกดีใจของเข่อชิง ตั้งแต่เล็กจนโตเข่อชิงที่มีนิสัยมุทะลุแต่ฉลาดกว่าคนอื่นนางชอบหาทางเอาตัวรอดจนป้าตื้อต้องดุด่านาง มีครั้งนี้กระมังที่ป้าตื้ออดสงสารนางเสียไม่ได้นางช่างทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ดีจริงๆ หากเป็นคนอื่นคงโวยวายไปแล้ว แต่นางกลับพอใจในของเล็กน้อย

“มันเป็นของเจ้า ข้าดีใจที่เจ้าชอบมัน”

ป้าตื้อก้มหน้าด้วยรู้สึกผิด

“ชอบซี้ ฮ่าาาๆๆๆ ปิ่นรักจากฝ่าบาทเชียว เขาว่าปิ่นแสดงความรักมิใช่หรือ”

พูดไปยิ้มไป พลางคิดว่าฮ่องเต้แก่ๆ แบบนั้นคงมีสนมนับร้อยนับพัน ให้ปิ่นใครไปบ้างจะจำได้หรือ ครั้งแรกที่ให้คงตั้งแต่สามสิบปีที่แล้วละมั้งป่านนี้คงหมดรักฮองเฮาที่แก่ไปด้วยกันแล้ว

อี้เอ่อร์ปิดปากหัวเราะคิกคัก

“ไม่แน่นะพี่เข่อชิง”

“ไม่เอาหรอกอ่าาาข้าไม่อยากเป็นสนม”

ยิ้มทั้งสีหน้าและดวงตา อี้เอ่อร์พูดเบาๆ

“ฝ่าบาทก็ไม่มองนางในก้นครัวเหมือนเราหรอกพี่”

ป้าตื้อทำเสียงจิ๊จ๊ะกับสองสาว

“มื้อเย็นฝ่าบาทอยากจะเสวยอาหารที่รสชาติเผ็ดร้อนเหมือนเมื่อมื้อกลางวันข้าให้เฟยฟางมายืนดูเจ้าปรุงเผื่อว่าฝ่าบาทจะถามแล้วข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้า”

“้ป๊าาาาาาป้าคิดอะไรอยู่ทำไมต้องให้เฟยฟางมาดูพี่เข่อชิงปรุงนางมิจำเคล็ดลับการปรุงของพี่เข่อชิงไปจนสิ้นหรือ”

อี้เอ่อร์ที่ไม่ยอม พูดขัดขึ้น

“มันจำเป็นเข่อชิง ไว้ข้าจะเล่าให้ฟังแต่เจ้าสองคนต่อนี้ไปห้ามบอกว่าเข่อชิงคือคนที่ปรุงเครื่องเสวยเมื่อกลางวันเพราะฝ่าบาทปักใจเชื่อไปแล้วว่าเป็นเฟยฟาง เราทั้งหมดกำลังหลอกลวงเบื้องสูง แต่นั่นเพราะความจำเป็นข้าเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ยอมให้เจ้าไปกับตาแก่ซุน เฟยฟางนางจึงต้องรับหน้าแทนเจ้า”

อี้เอ่อร์ถอนหายใจทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ศรีไพรนิ่งงันก้มมองมือตัวเอง

“ได้ ให้นางมาดูจะได้ตอบคำถามได้ถูก”

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนโง่เข่อชิง ต่อไปหากให้ของกำนัลจากฝ่าบาทข้าจะให้เฟยฟางนำมาให้เจ้าได้เลือกก่อนใคร”ป้าตื้อพูดเอาใจ

“เชอะนางก็ได้ความดีความชอบอยู่ดี ข้าละเกลียดจริงๆ คนที่แอบอ้างเอาความดีความชอบของคนอื่นไปแบบนาง”

อี้เออ่ร์พูดเบาๆ เหมือนบ่น

มันเคยเกิดขึ้นแล้วเคยเกิดขึ้นบ่อยไปสำหรับศรีไพรไม่ได้รู้สึกอะไรแต่ที่ผ่านๆ มามันคือบทเรียนที่ศรีไพรไม่มีทางพลาดอีกแล้ว

ศรีไพรยิ้มกว้างเปลี่ยนสีหน้าทันที

“เข้าใจแล้ว ไป๊อี้เอ่อร์ไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงเครื่องเสวยเย็น อ่อข้าวานเจ้าสั่งคนที่หุงข้าวสำหรับฝ่าบาทเสวยว่าหุงให้มันแข็งกว่านี้หน่อยอย่าให้เละเป็นโจ๊กกินกับอาหารรสจัดไม่อร่อย”

ดึงมืออี้เอ่อร์ให้ลุกขึ้น ป้าตื้อถอนหายใจโล่งอกตอนแรกคิดว่าเข่อชิงนางจะต้องโวยวายแต่เปล่าเลยนางนิ่งกว่าที่คิดไว้ หรอนาวงกำลังจะเติบโตขึ้นหรือนางเริ่มจะเข้าจะอะไรๆในวังหลวงได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

“แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรให้ฝ่าบาทเสวยในเมื่อเย็นนี้”

“อากาศไม่ได้หนาวนี่ ร้อนๆ แบบนี้ก็ควรจะกินน้ำพริก”

“น้ำพริก”

อี้เอ่อร์กับป้าตื้ออุทานขึ้นพร้อมกัน

ตำหนักฝ่าบาท

เป่ยกงกงเก็บม้วนฎีกาที่หนิงหลงอ่านเสร็จแล้วเข้าไว้ในตะกร้า

หนิงหลงที่ยืนข้างหน้าต่างเหม่อมองออกไปด้านนอก แต่ท่าทีผ่อนคลาย

“กงกงท่านว่าเครื่องเสวยเมื่อกลางวันเป็นอย่างไรบ้าง”

เป่ยกงกงประสานมือ

“รสชาติเผ็ดร้อนแต่กลมกล่อมลงตัวสัมผัสแปลกใหม่ของกระเพาะหมู ที่จะว่าเหนียวก็ไม่จะว่ากรอบก็ไม่เชิงแล้วยังเห็ดหอมที่ช่วยแบ่งรสเผ็ด ยามเคี้ยวและกลืนกลิ่นกะเพราหอมขึ้นจมูก โดยรวมแล้วสุดยอดพ่ะย่ะค่ะ”

หนิงหลงยิ้มใบหน้าหล่อยิ่งหล่อเหลาขึ้นไปอีก

“ข้าปีนี้24ปีแล้วเพิ่งจะเคยกินอาหารรสชาติแบบนี้ กงกงท่านชิมเพียงคำเดียวก็บอกได้เพียงนี้เชียวหรือ”

เป่ยกงกงยิ้มจะบอกอย่างไรว่าหลังจากที่เฟยฟางยกถาดอาหารไป เป่ยกงกงสั่งให้เฟยฟางยกเครื่องเสวยที่เหลือไปยังห้องของเป่ยกงกงเพื่อชิมเมนูนี้อย่างละเอียด

“แล้วฝ่าบาทคิดว่า เครื่องเสวยนี้เป็นอย่างไรบ้าง”ถามกลับ

“ข้าแทบจะอดใจรอจนถึงมื้อเย็นไม่ได้ อยากจะเห็นว่านางจะนำเครื่องเสวยอะไรมาให้ข้าได้ลิ้มลองอีก”

เป่ยกงกงประสานมืออมยิ้ม

“มิได้รอแต่เครื่องเสวย ฝ่าบาททรงรอคนยกเครื่องเสวยด้วยถูกต้องหรือไม่”

“นางงดงามจน…ข้าไม่อยากจะเชื่อว่านางจะปรุงเครื่องเสวยได้ เราไปดูนางปรุงเครื่องเสวยที่ห้องเครื่องดีไหม”

"ไม่พ่ะย่ะค่ะยิ่งกดดันพวกเขาและห้องเครื่องวุ่นวายทั้งกลิ่นควันไฟและกลิ่นอาหารฝ่าบาทจะทนได้หรือ"

"ไม่ไปก็ได้"

ใบหน้าหล่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เป่ยกงกงรู้ดีว่าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก

เป่ยกงกงยิ้ม

“นางงดงามอ่อนหวาน มากความสามารถกล้าคิดกล้าพูด จึงไม่ควรอยู่แต่ในห้องเครื่อง”

หนิงหลงพยักหน้าขึ้นลง

 ที่ห้องเครื่อง

“ฝ่าบาท24แล้วแต่ยังไม่แต่งตั้งฮองเฮาเวลาที่ผ่านมาทำศึกสงคราม กับแคว้นน้อยใหญ่พอกลับวังหลวงก็หวาดระแวงกลัวว่าแคว้นที่เคยทำสงครามจะส่งคนมาวางยาลอบสังหารไม่ยอมเสวยอะไร นานๆ เข้าก็กลายเป็นไม่อยากเสวย หมอหลวงจึงหาวิธีให้คนในห้องเครื่องทำอาหารที่ยั่วน้ำลายฝ่าบาทจนต้องอยากเสวย”

อี้เอ่อร์เล่าไปพร้อมกับสับหมูไปด้วย

“อ่อ ทำสงครามตั้ง24ปีกินนอนในสนามรบจนเคยพอมาเจอของดีดีเลยไม่อยากกิน เกิดอาการเบื่ออาหาร อี้เอ่อร์แล้วหากว่าฝ่าบาทไม่ยอมเสวยจริงๆ นี่พวกเราจะถูกประหารจริงๆ หรือ”

“พี่เข่อชิงท่านก็ลองนึกถึงคนที่โมโหหิวแต่ไม่มีอะไรถูกใจสักอย่างแล้วยังเป็นถึงฮ่องเต้ก็จะหาที่ลง จริงไหม”

ศรีไพรนึกวาดภาพ ฮ่องเต้ที่แก่หงำเหงือกสวมเสื้อคลุมมังกรสีเหลืองทอง อ้วนลงพุง เพราะกินแต่หมูแต่ไก่ และของดีๆ เลี่ยนๆ กำลังโมโห กวาดถ้วยจานบนโต๊ะจนเกลี้ยงร้องอยากจะกินของเผ็ดๆ

“ฮ่าาาาขำจริงๆ ไม่เป็นไรข้า(อี่ศรี)มาแล้ววันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท”

ศรีไพรลุกขึ้นประสานมือข้างเอวย่อตัวลงเลียนแบบนางใน

อี้เอ่อร์อมยิ้ม พี่เข่อชิงเปลี่ยนไป

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก
8.8
เมื่อความฝันของภูธเรศและอาการประหลาดของเพลงพิณนำพาให้ทั้งคู่มาพบกัน สายสัมพันธ์จากอดีตที่แสนขมขื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภูธเรศชายหนุ่มผู้อบอุ่นมั่นใจทันทีว่าเธอคือคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ขณะที่เพลงพิณเองก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกสบตา ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำตอบซ่อนอยู่ เรื่องราวความรักข้ามภพชาติในยุคปัจจุบันนี้จะคลี่คลายปริศนาที่ผูกพันพวกเขาไว้ได้อย่างไรในนิยายภาคต่อที่ร้อยเรียงความรู้สึกอันยาวนาน
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูน่าที่เขาช่วงชิง  ความเสียใจชั่วนิรันดร์ของเขา
8.8
ตลอดห้าปีในฐานะลูน่าแห่งฝูงโลหิตจันทรา หัวใจของอัลฟ่าอลันไม่เคยเป็นของฉัน แต่กลับเป็นของฟิโอน่าผู้หญิงที่เขาคอยปกป้อง ความหวังพังทลายลงในวันเกิด เมื่อเขาเปลี่ยนสัญญาให้กลายเป็นของขวัญแก่เธอต่อหน้าทุกคน ทิ้งให้ฉันเผชิญความโดดเดี่ยวในตำแหน่งที่ไร้ความหมาย เขาตราหน้าว่าพันธะคู่แท้คือสิ่งที่น่าอึดอัดและล่ามโซ่เขาไว้ เมื่อความเจ็บปวดถึงขีดสุด ฉันจึงเลือกตัดความสัมพันธ์และเดินจากไปอย่างเป็นทางการ แม้ในวินาทีที่เขารู้สึกตัวและเริ่มอ้อนวอนขอโอกาส แต่มันก็สายเกินไปสำหรับคนขี้ขลาดอย่างเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน
9.3
โชคชะตาลิขิตให้วิญญาณหญิงสาวผู้จบชีวิตลงอย่างน่าสลดในวันที่ให้กำเนิดบุตร ได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้หวนคืนสู่โลกอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับต้องมาอยู่ในร่างของหลี่ชิงเหมียว คุณหนูสามแห่งตระกูลเจ้าสำนักศึกษาผู้เลื่องชื่อ ซึ่งใครต่อใครต่างตราหน้าว่าเป็นสตรีโง่เขลาไร้ความสามารถ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในฐานะคนใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พร้อมแบกรับความทรงจำจากอดีตและฐานะอันแสนต้อยต่ำในสำนักศึกษาแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่มาพร้อมจะเปลี่ยนไปตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง กลยุทธ์ลับเปลี่ยนคุณหนูตกอับเป็นเศรษฐีนี
9.1
จากอดีตผู้จัดการร้านเหล้าผู้ล่วงลับ สู่ร่างของเหอหลี่น่า คุณหนูตกอับที่เผชิญมรสุมชีวิต ทั้งครอบครัวถูกโกงและคู่หมั้นทรยศไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม้โชคชะตาจะกลั่นแกล้งให้เธอฟื้นคืนชีพมาพบความลำบาก แต่เธอก็ตั้งมั่นจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐีนีผู้มั่งคั่งให้จงได้ ทว่าท่ามกลางความทะเยอทะยานกลับมีจ้าวหวังหย่งเข้ามาพัวพัน แม้เขาจะยืนกรานขอรับผิดชอบและแต่งงานกับเธอหลังจากความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่หญิงแกร่งอย่างเธอกลับปฏิเสธเสียงแข็งและเลือกที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้