APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง

หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง

ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

จนถึงวันถัดมา เพ่ยจี้ก็ยังไม่กลับเข้าห้อง ส่วนซางหว่านเองก็ขี้เกียจจะสนใจแล้ว

พอฟ้าสาง ซางหว่านก็เรียกบรรดาคนรับใช้มาช่วยกันเก็บของในห้อง

ห้องแต่งตัวของเธอกว้างขวางมาก ภายในเต็มไปด้วยของขวัญทุกชิ้นที่เพ่ยจี้มอบให้เธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ตอนนี้เธอกำลังจะไปแล้ว ของพวกนั้นเธอก็ไม่อยากได้แล้ว ตั้งใจจะนำไปบริจาคทั้งหมด

ตอนที่เพ่ยจี้พาซูเสวี่ยเข้ามา ซางหว่านกำลังจะหยิบสร้อยข้อมือเพชรจากในกล่องพอดี

นั่นเป็นของที่เพ่ยจี้ทำให้เธอด้วยตัวเองในวันครบรอบแต่งงานหนึ่งปี ด้านบนยังสลักชื่อของทั้งสองคนไว้ด้วย

เธอกำลังลังเลอยู่ว่าจะเอาไปด้วยดีไหม จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งเอื้อมมาหยิบสร้อยข้อมือนั้นไปเสียก่อน

“ว้าว สร้อยข้อมือเส้นนี้สวยจังเลย! พี่พี่อาจี้…”

“ถ้าชอบก็เอาไปเถอะ”

เพ่ยจี้ไม่แม้แต่จะถามซางหว่านสวมสร้อยข้อมือเส้นนั้นให้ซูเสวี่ยตรงข้อมือทันที

เห็นภาพนั้น ซางหว่านขมวดคิ้ว “เพ่ยจี้ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้มันคือ…”

คำว่า “ของขวัญครบรอบหนึ่งปี” ยังไม่ทันเอื้อนเอ่ยจบประโยค ก็ถูกเพ่ยจี้ขัดขึ้นมาก่อนแล้ว

“ก็แค่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่งเท่านั้น ถ้าเสี่ยวเสวี่ยอยากได้ก็ให้้ขาไปเถอะ เดี๋ยวฉันซื้อเส้นใหม่ให้เธอ”

ก็แค่สร้อยข้อมือเส้นหนึ่งเท่านั้นเหรอ? มุมปากของซางหว่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขมขื่น

ใช่สิ ยังไงเขาก็ลืมไปแล้ว จะเอาไปให้ใครก็ช่างเขาเถอะ

เพ่ยจี้มองดูเครื่องประดับเต็มห้องด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “จู่ ๆ มาจัดเก็บของพวกนี้ทำไมเหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอก ของมันเยอะเกินไปหน่อย ก็เลยอยากบริจาค”

ซางหว่านตอบไปพลางหยิบหยกจี้ชิ้นหนึ่งออกมาจากกล่องไม้จันทน์บนโต๊ะ

นั่นคือของที่แม่ทิ้งไว้ให้เธอก่อนเสียชีวิต ซึ่งเธอตั้งใจจะเอาติดตัวไปด้วย

“พี่หว่านหว่าน จี้หยกอันนี้สวยจังเลย ให้ฉันยืมใส่หน่อยได้ไหม?”

ซางหว่านเผลอกำจี้หยกแน่นโดยไม่รู้ตัว “ไม่ได้ นี่คือของที่แม่ฉันทิ้งไว้ให้ก่อนตาย”

“ใช่เหรอ? ฉันชอบมันจริง ๆ นะ เขาว่าหยกสามารถคุ้มครองคนได้ ฉันก็แค่อยากให้ช่วยปกป้องลูกของฉันกับอาจี้ ให้คลอดออกมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น!”

“ก็แค่ของเก่า ๆ ชิ้นหนึ่ง มีอะไรที่ให้ยืมไม่ได้?”

น้ำเสียงของเพ่ยจี้แฝงความหงุดหงิด ยื่นมือไปคว้าจี้หยกจากมือของซางหว่านทันที “ให้เสี่ยวเสวี่ยลองใส่ดูหน่อยจะเป็นอะไรไป”

คำพูดของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง

“เพ่ยจี้ คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? ฉันบอกว่านี่คือของสิ่งเดียวที่แม่ฉันทิ้งไว้ให้!”

ซางหว่านไม่ยอมให้ ระหว่างที่แย่งกันอยู่นั้น จี้หยกก็ร่วงลงพื้นด้วยเสียง “เพล้ง” แล้วแตกกระจายออกเป็นชิ้น ๆ ทันที

เพ่ยจี้ขมวดคิ้ว พยายามจะเอ่ยอธิบาย “หว่านหว่าน—”

ซางหว่านมองจี้หยกที่แตกละเอียดบนพื้น ร่างของเธอสั่นระริกก่อนจะทรุดตัวลงค่อย ๆ เก็บเศษหยกทีละชิ้นขึ้นมา

เศษหยกแหลมคม บาดนิ้วมือของเธอจนเป็นแผล

ขณะที่เลือดสีแดงสดไหลออกมา ดวงตาของซางหว่านก็เริ่มรื้นด้วยน้ำตา

“แม่——”

เธอกดความเจ็บปวดในใจเอาไว้ เงยหน้าขึ้นจ้องเพ่ยจี้ด้วยสายตาเกรี้ยวกราด

“พวกคุณออกไป!”

“พี่หว่านหว่าน อย่าโกรธเลยนะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ใส่มันแล้วก็ได้ ดีไหม? เป็นฉันเองที่ไม่รู้จักฐานะของตัวเอง ฉันก็แค่คนอุ้มบุญ จะมีสิทธิ์ไปเรียกร้องอะไรพวกนี้ได้ยังไงกัน! พี่ให้อภัยฉันเถอะนะ แล้วก็อย่าโกรธพี่พี่อาจี้เลย อย่างมากที่สุดฉันจะชดใช้ให้พี่อีกชิ้นหนึ่งก็ได้”

ซูเสวี่ยเดินเข้ามาจับมือซางหว่านด้วยท่าทีแสนสงสาร แต่กลับถูกซางหว่านผลักออกอย่างแรง

“ชดใช้เหรอ? เธอจะเอาอะไรมาชดใช้? พวกเธอฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง? อะไรคือของที่ระลึกจากผู้ตาย ฟังรู้เรื่องไหม? เข้าใจความหมายนั้นหรือเปล่า?”

“อ๊า!”

ซูเสวี่ยถอยหลังไปหลายก้าว กระแทกหลังเข้ากับตู้จนเจ็บปวดและร้องไห้ออกมา

“โอ๊ย เจ็บจังเลย…ท้องของฉัน——”

“เสี่ยวเสวี่ย!”

เห็นภาพนั้น สีหน้าของเพ่ยจี้ก็เคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด

เขาคว้าแขนของซางหว่านไว้ แล้วเหวี่ยงร่างของเธออย่างแรงกระแทกเข้ากับผนัง

“ซางหว่าน เธอบ้าไปแล้วหรือไง? เสี่ยวเสวี่ยยังท้องอยู่นะ เธอกล้าผลักเขาได้ยังไง?”

เขาจ้องเธอเขม็ง แล้วชี้ไปที่จี้หยกที่เธอกำลังประคองไว้แน่น พลางตะคอกเสียงต่ำว่า “ก็แค่หยกชิ้นหนึ่งเอง จะสำคัญอะไรนักหนา? จะให้ฉันเอาไปเผาให้แม่เธอเลยตอนนี้เลยไหม? ให้แม่เธอยังใส่มันต่อได้บนโลกนี่เลยเหรอ? ซางหว่าน?”

ประโยคนี้ได้ทำลายเกราะป้องกันสุดท้ายในใจของซางหว่านจนแหลกสลายอย่างสิ้นเชิง

เธอมองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าการแต่งงานตลอดหลายปีมานี้ มันเป็นเพียงเรื่องตลกที่น่าสมเพชสิ้นดี

“เพ่ยจี้!ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

เธอไม่สนใจความเจ็บที่แผ่นหลัง คว้าขวดแจกันบนโต๊ะขึ้นมาแล้วขว้างใส่เพ่ยจี้อย่างแรง

“ออกไปให้หมด!พวกเธอสองคนออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”

ก่อนที่แจกันจะกระแทกโดนเพ่ยจี้ซูเสวี่ยก็รีบเข้ามาขวางไว้ตรงหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว

ไหล่ของซูเสวี่ยถูกแจกันฟาดเข้าเต็มแรง เธอร้องด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย! พี่อาจี้ พี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม!”

“เสี่ยวเสวี่ย!” เพ่ยจี้เห็นเธอโผเข้ามาก็รีบโอบกอดไว้ในอ้อมแขน มองสำรวจเธอด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรรึเปล่า?”

ซูเสวี่ยร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจ “เจ็บท้อง! เจ็บไปหมดทั้งตัวเลย!”

“ไม่ต้องกลัว ฉันจะพาเธอไปโรงพยาบาล!”

เพ่ยจี้อุ้มซูเสวี่ยพุ่งออกไปข้างนอก ก่อนจะออกไป เขาหันกลับมามองซางหว่านเพียงแวบหนึ่ง

“เธอนี่มันเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ เธอควรภาวนาให้ลูกปลอดภัยไว้จะดีที่สุด ไม่อย่างนั้น—”

คำพูดต่อจากนั้นเขายังไม่ทันพูดจบ แต่ซางหว่านก็รู้ดีอยู่แล้วถ้าลูกของเขาเป็นอะไรขึ้นมา เขาคงไม่ลังเลที่จะฆ่าเธอแน่

เธอไม่เคยคิดเลยว่า การแต่งงานห้าปีของพวกเขา สุดท้ายจะกลายเป็นเรื่องราวที่เลวร้ายถึงเพียงนี้

หยาดน้ำตาหยดลงบนจี้หยกในมือ ซางหว่านสะอื้นจนแทบพูดไม่ออก “แม่จ๋า… หนูเสียใจที่แต่งงานกับเพ่ยจี้ หนูเสียใจจริง ๆ !”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง รสรักเสน่หา
9.0
อักษราถูกเจ้าของเกาะใจร้ายโยนลงทะเลทั้งที่ยังถูกมัดมือมัดเท้าและปิดปาก แม้ลูกน้องจะสงสารแต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่ง เธอฟื้นคืนสติท่ามกลางความหนาวเหน็บและพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดในน้ำด้วยความลำบาก จนกระทั่งชายร่างสูงใหญ่เจ้าของแววตาดุดันเดินลุยน้ำเข้ามาประจันหน้าพร้อมคำพูดถากถาง อักษราทำได้เพียงจ้องมองเขาด้วยความหวาดกลัวและสับสน โดยไม่อาจเอ่ยปากถามถึงเหตุผลที่เขาทำรุนแรงกับเธอเช่นนี้ได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง รอยทัณฑ์มาร ชุด จอมมารบราซิเลี่ยน
8.0
คริสเตรียโน เวลัสโค มหาเศรษฐีเจ้าของไร่กาแฟผู้ทรงอิทธิพลต้องการครอบครองหัวใจพิมดาหลา คนงานสาวผู้ต่ำต้อยที่แอบรักเขามานาน แม้เขาจะเคยมองข้ามเธออย่างเย็นชาจนหญิงสาวตัดสินใจเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่จอมมารหนุ่มกลับทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นนำไปสู่บททดสอบอันเร่าร้อน เมื่อความหึงหวงครอบงำจนเขาไม่อาจยอมให้ชายใดได้เห็นความงดงามของเธอ เขาจึงเลือกใช้พันธนาการแห่งรักและอำนาจเพื่อตีตราจองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
ภาพปกนิยายเรื่อง ยัยตัวร้ายกับนายแบดบอย NC18++
9.8
กาย กันต์ธีร์ รุ่นพี่วิศวะคอมฯ ปี 4 สุดหล่อสายกวนที่โสดสนิทและมีเสน่ห์เหลือร้าย กลับต้องมาเสียอาการให้ อลิส อังสุมาลิน สาวสวยสุดเซ็กซี่จากนิเทศฯ ปี 2 ที่พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เมื่อเขาจู่โจมด้วยจูบพร้อมเรียกเธอว่าเมียอย่างหน้าไม่อาย อลิสจึงตัดสินใจงัดมารยาหญิงทุกกระบวนท่าเพื่อพิชิตใจนายแบดบอยคนนี้ให้ได้ งานนี้ใครจะตกหลุมรักใครก่อนกัน ในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความแสบสันและตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักหมอสูติ
8.9
เมื่อความใกล้ชิดในห้องตรวจแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ยากจะควบคุม แพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญอย่างหมอดนัยพยายามทำหน้าที่ดูแลคนไข้ด้วยความระมัดระวังที่สุด ทว่าสัมผัสจากปลายนิ้วที่ควรจะเป็นเพียงการตรวจร่างกายกลับกระตุ้นอารมณ์ความปรารถนาอันรุ่มร้อนของหญิงสาวให้ปะทุขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เสียงครางที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอทำให้บรรยากาศระหว่างหมอกับคนไข้เริ่มข้ามเส้นศีลธรรม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะรักสีกุหลาบ
8.4
กุมาริกาสาวน้อยในชุดพรางตัวตนต้องมาอยู่ใต้การดูแลของสเตฟาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่เคยชายตาแลเธอ เพราะเขามีเหล่านางแบบล้อมรอบกายเสมอ ทว่าอุบัติเหตุคืนหนึ่งกลับเปลี่ยนทุกอย่างไป เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทำให้เธอตั้งท้องโดยไม่ตั้งใจ กุมาริกาตัดสินใจหนีไปพร้อมความลับเพื่อเริ่มต้นใหม่โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใดๆ ทิ้งให้สเตฟานต้องพลิกแผ่นดินตามหาสาวปริศนาผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งโชคชะตาขีดเขียนให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอีกครั้งในที่สุด