APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด

BLOOD NIGHT รัตติกาลสีเลือด

โชคชะตาที่ผูกพันด้วยพันธสัญญาในอดีต ความรักที่แสนหวาน และเงาแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามา สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ค้างคาใจเธอมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางบรรยากาศของรัตติกาลอันลึกลับ เธอต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ไร้คำตอบว่าแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นกันแน่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ความลับที่ถูกฝังไว้ในกาลเวลากำลังจะถูกเปิดเผยในเรื่องราวของแวมไพร์สุดเข้มข้นที่ผสมผสานความโรแมนติกและแฟนตาซีได้อย่างลงตัวเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

กลิ่นของหิมะและสายลมหนาวที่ถูกสูดเข้ามาในปอด ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับมาในวันวานอีกครั้ง ภาพของป่าสนสูงใหญ่หนาทึบตรงหน้ามันแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อหนึ่งพันปีก่อนเลยสักนิด อาจเป็นเพราะบรรยากาศรอบๆ ที่ดูอึมครึมน่ากลัว นั่นเลยทำให้ไม่มีมนุษย์หน้าไหนกล้าย่างกรายเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ เขตพื้นที่ของปีศาจในตำนาน พวกมนุษย์เรียกเราว่า... แวมไพร์

กลับมาแล้ว...

ผมคิดในขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปในป่ามืดมิดตรงหน้าเรื่อยๆ จุดหมายปลายทางของผมคือปราสาทของตระกูลบาโธนี่ซึ่งตั้งอยู่ในป่าลึก

วันนี้ผมมาที่นี่เพราะตั้งใจมาพบใครคนหนึ่ง แต่แล้ว...

“เห้ย! แกน่ะ... ไสหัวออกไปซะ นี่มันพื้นที่ส่วนบุคคล” เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบตอนที่ผมกำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

หมอนั่นมันยืนเก็กท่าอยู่บนต้นไม้... คงคิดว่าตัวเองหล่อตายห่า

“นี่บ้านฉัน” ผมเอ่ยพร้อมกับเลิ่กคิ้วน้อยๆ อย่างแปลกใจ จะเข้าบ้านตัวเองนี่ต้องขออนุญาตมันด้วย?

“ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่ามาพูดให้ขำดีกว่าน่า นี่มันพื้นที่ของตระกูลบาโธนี่” ชายคนเดิมเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันมีอะไรน่าขำตรงไหน

“ก็เออสิ” ผมตอบแล้วพ่นลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ดูจากทรงแล้วหมอนี่น่าจะเป็นแวมไพร์หน้าใหม่ที่ถูกเปลี่ยนเพื่อให้มาเฝ้าบ้าน ก็แค่ลูกกระจ้อก...

“แกคงวิ่งหางจุกตูดแน่ถ้ารู้ว่าพวกเขาเป็นอะไร” มันยังพูดต่อ ในขณะที่ผมตัดสินใจเลิกฟังมันพล่ามแล้วหันหลังเดินต่อไป ทว่า...

“เห้ย! บอกว่าเข้าไปไม่ได้ไงวะ” หมอนั่นเอ่ยพร้อมกับพุ่งมาหาผมจากข้างบนอย่างเอาเรื่อง แต่มีหรือที่สปีดของพวกเกิดใหม่จะทันคนอย่างผม... ผมอาวุโสกว่ามันเป็นพันปี

“อึก...” วินาทีต่อมา... ร่างของผู้ชายตรงหน้าก็ถูกผมดันจนกระแทกกับต้นสนสูงใหญ่ ฝ่ามือที่กำอยู่รอบลำคอของมันแทบจะไม่ต้องออกแรงบีบเลยด้วยซ้ำ... แค่นี้มันก็ดิ้นทุรนทุรายจนลิ้นจุกปากแล้ว

“หุบปากซะ... ถ้ายังอยากมีชีวิตเป็นอมตะอยู่” ผมเอ่ยเสียงกดต่ำพร้อมกับขู่คำรามในลำคอ ก่อนจะโยนมันออกไปจนลอยละลิ่ว

พอกลับมาโฟกัสกับตัวเองอีกครั้ง บรรยากาศที่เงียบสงัดลงอย่างกะทันหันก็ทำให้ผมรู้ว่าตอนนี้ตัวเองคงไม่ได้อยู่คนเดียวแน่ ที่นี่เป็นป่าลึกก็จริง... แต่ว่านี่มันเงียบเกินไป ไม่มีแม้กระทั่งเสียงนกร้องหรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของสัตว์ ราวกับว่าพวกสัตว์มันกำลังกลัวอะไรจนไม่กล้าออกมา

อะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งและทรงพลัง... เป็นเผ่าพันธุ์ของผู้ล่า

น่ารำคาญ...

ผมคิดอย่างหงุดหงิดก่อนจะเลิกสนใจสายตาเย็นเยียบนับสิบคู่ที่กำลังจดจ้องมาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะโผล่หัวออกมาด้วยซ้ำ คิดดังนั้นผมจึงสาวเท้าเดินต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ จนกระทั่งเห็นปราสาทของตระกูลบาโธนี่ที่อยู่ไกลลิบๆ

มันไม่เปลี่ยนไปเลย... ที่นี่เหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ตั้งแต่เมื่อพันปีก่อนจริงๆ

ใช้เวลาไม่นานผมก็เดินมาถึงตัวปราสาท แม้ภายนอกจะดูเก่าแก่ทรุดโทรม... หากแต่เมื่อผมเปิดประตูเข้าไปด้านใน ปราสาทแห่งนี้กลับไม่ต่างจากคฤหาสน์หรูหราของพวกมนุษย์เลยสักนิด

“โผล่หัวมาสักทีนะ... น้องข้า” เสียงทุ้มน่าเกรงขามดังขึ้นทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้าไป และเพราะผมจำได้ว่ามันเป็นเสียงของใครร่างกายมันถึงได้หยุดชะงักไปอย่างอัตโนมัติ

“เคาท์เตส!” ผมเอ่ยชื่อของบุรุษตรงหน้าด้วยความดีใจ ก่อนจะกระโดดพุ่งตัวเข้าหาเจ้าของชื่ออย่างลืมตัว

ตึง!

แรงปะทะของผมทำให้เคาท์เตสถึงกับเซไปชนกำแพงจนเกิดรอยร้าว แม้กระนั้นเขาก็ยังหัวเราะขบขันด้วยความดีใจอยู่ดี

“ฮ่ะฮ่ะ... เจ้าทำกำแพงบ้านข้าพัง” เขาเอ่ยตอนที่ตบไหล่ผมป้าบๆ ในขณะที่ผมเองก็แทบไม่อยากคลายอ้อมกอดของตัวเองออกเลย... ผมคิดถึงพี่ชายคนนี้เหลือเกิน

“เดี๋ยวซ่อมให้” ผมเอ่ยหลังจากที่ผละออก สายตาเสมองกำแพงด้านหลังคนตรงหน้าที่เป็นรอยร้าวยาวหลายเมตรด้วยความขบขัน

“ข้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้ว” เคาท์เตสเอ่ย และผมเองก็พยักหน้าน้อยๆ อย่างเข้าใจ... ก็ผมเล่นไม่กลับมาบ้านมาตั้งเป็นพันปี อีกอย่างมันมีสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ทันได้บอกลาใครๆ ด้วย

“มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย... ข้าไม่อาจกลับมาหาท่านในสภาพน่าสมเพชได้” ผมพูดคร่าวๆ และเคาท์เตสก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเราโตแล้ว... โตยิ่งกว่าโตเสียอีก เคาท์เตสน่าจะเข้าใจดีว่าผมมีเหตุผลส่วนตัว

“ได้ข่าวของเซนบ้างมั้ย” ผมถามขึ้นและคนตรงหน้าก็ส่ายศีรษะตอบกลับมาอย่างสิ้นหวัง เซนเป็นพี่น้องของเราอีกหนึ่งคนที่เกิดไล่เลี่ยกัน

เคาท์เตสเป็นพี่ใหญ่... เซนเป็นพี่คนรอง... และผมเป็นน้องเล็กสุด

“ครั้งสุดท้ายเมื่อห้าร้อยปีก่อน” คำตอบของเคาท์เตสทำให้ผมถอนหายใจออกมา เพราะนั่นก็เป็นความคืบหน้าเดียวที่ผมมีเหมือนกัน

“ข้าก็เช่นกัน...”

“คาร์เตอร์อาจรู้อะไรมากกว่าข้า” คนตรงหน้าเอ่ยด้วยท่าทางครุ่นคิด

“เด็กนั่นน่ะหรอ” และนั่นทำให้ผมนึกไปถึงเด็กตัวเล็กๆ ที่เคยชวนผมวิ่งเล่นรอบๆ ปราสาท คาร์เตอร์เป็นลูกชายคนโตของพี่ชายผม

“ไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว นั่นมันผ่านมานานมากแล้ว” คนเป็นพ่อว่าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่างขบขัน นั่นสินะ... บางทีผมก็ลืมไปว่าวันเวลามันผ่านมานานมากแล้ว เพราะในความรู้สึกของผม... เรื่องทุกอย่างมันยังเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง หลิวลี่หลินสาวน้อยร้อยพิษ
8.7
ท่ามกลางความมืดมิดและสัมผัสที่บีบคั้น วิญญาณดวงหนึ่งตื่นขึ้นพร้อมความงุนงงก่อนจะถูกแรงลึกลับผลักดันออกมาสู่โลกภายนอก เสียงตะโกนให้กำลังใจฮูหยินในการทำคลอดดังระงมไปทั่วห้อง ทันทีที่ทารกเพศชายลืมตาดูโลก ปาฏิหาริย์แห่งการเกิดยังไม่จบสิ้นลง เมื่อทารกอีกคนกำลังตามมาติดๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ให้เบ่งอีกครั้ง ในที่สุดเสียงร้องไห้จ้าของทารกหญิงตัวน้อยก็ดังขึ้น พร้อมการต้อนรับคุณหนูผู้มาเกิดใหม่ในครอบครัวที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังครั้งใหม่
ภาพปกนิยายเรื่อง คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหมอสายรุก
8.6
เรื่องราวความรักสุดเร่าร้อนของสามคุณหมอหนุ่ม หมอเจนจบจอมรุกต้องรับมือกับพลอยใส พยาบาลสาวสุดมั่นที่ทำเป็นไม่สนใจแต่กลับซ่อนความปรารถนาอันรุนแรงเอาไว้ ด้านหมอติณณ์ สูตินรีแพทย์รุ่นใหญ่ต้องช่วยหนูนา พยาบาลสาวตัวเล็กที่บังเอิญโดนยาจนครางกระเส่าต่อหน้าเขา และหมอไมเคิล ผู้บริหารหนุ่มสุดหล่อที่ต้องจัดการกับพรพรรณ คนไข้สาวจอมโวยวายที่เรียกร้องอยากโดนฉีดยา จนเขาต้องจัดเข็มพิเศษให้ตามคำขอ งานนี้หมอหนุ่มทั้งสามจะรักษาเยียวยาหัวใจสาวๆ ด้วยวิธีสุดสยิวที่ลืมไม่ลง
ภาพปกนิยายเรื่อง ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง แม่ทัพผู้นี้คือสามีข้า
8.9
จ้าวมี่อิง แอร์โฮสเตสสาวโสดผู้ปรารถนาในรักแท้ เธอหวังจะได้พบชายที่หล่อรวยและไร้พันธะครอบครัวเพื่อเลี่ยงปัญหาแม่สามี ในเทศกาลชีซี ณ เมืองซีอาน เธอสวมชุดฮั่นฝูอธิษฐานขอเนื้อคู่แบบจัดเต็มจากสวรรค์ ทันใดนั้นโชคชะตากลับพัดพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคราชวงศ์ถังเพื่อพบกับจางเย่วฉิน แม่ทัพหนุ่มผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่เธอขอทุกประการ ทว่าการพบกันครั้งแรกกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเขาปักใจเชื่อว่าสาวงามจากโลกอนาคตผู้นี้คือหัวขโมยตัวร้ายที่ร้ายกาจข้ามเวลามาป่วนหัวใจ