APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

ปารวีถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับญาตาวี ลูกสาวของผู้หญิงที่ทำลายความสุขของแม่เขาในอดีต ชายหนุ่มจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่บ่วงวิวาห์เพื่อแก้แค้นให้สาสมกับความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาเคยได้รับ แม้ญาตาวีจะพยายามหลีกหนีจากอารมณ์ที่ร้ายกาจและท่าทีหยิ่งยโสของเขาเพียงใด สุดท้ายเธอกลับติดกับดักจนต้องเสียตัวและตกเป็นภรรยาตามกฎหมายอย่างจำยอม ท่ามกลางความเกลียดชังและการทำร้ายจิตใจที่ปารวีก่อขึ้น ความใกล้ชิดกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่สั่นคลอนหัวใจของทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ปัณณวัฒน์จากเมืองไทยไปด้วยดวงใจที่แห้งแล้งอย่างคนไร้รัก เขาไม่สามารถจะมอบรักของเขาให้ผู้หญิงคนใดได้อีกแม้แต่คนที่เขาแต่งงานด้วย เพราะความรักของเขามอบให้เกร็ดแก้วไปจนหมดแล้ว ปัณณวัฒน์ใช้ชีวิตในฐานะนักธุรกิจผู้มากความสามารถ เขาประสบความสำเร็จเรื่องงานเป็นอย่างมาก และได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากไทยมาอยู่ที่สิงคโปร์แทน แต่ก็ไม่คิดจะล้มเลิกบริษัทฯที่ไทยแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้รับข่าวคราวของผู้หญิงที่เขามอบรักให้หมดดวงใจอีกเลย แต่รู้ว่าพ่อแม่เขาก็คงไม่อยู่เฉย คงต้องหาทางจัดการกับเกร็ดแก้วเป็นแน่ และเขาไม่รู้ว่าจะช่วยเธอย่างไร ไม่รู้จริงๆ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่กับภรรยาจนมีลูกชายด้วยกันคนหนึ่ง และรู้ว่าจิ่งฟางจะมอบรักให้เขาจนหมดหัวใจจนถึงลมหายใจสุดท้ายของเธอ แต่เขาก็มิอาจรักตอบเธอได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เขารู้ว่าเธอเจ็บปวดแต่ก็สู้เก็บมันเอาไว้ เขาสงสารเธอ แต่ก็ไม่อาจบังคับใจตัวเองให้เปลี่ยนความรักแบบพี่น้องที่มีต่อเธอเป็นอย่างอื่นที่มากกว่านั้นได้เลย

“หนูเป็นลูกของเกร็ดแก้วเหรอ?” ชายสูงวัยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ด้วยไม่คิดว่าแม่กับลูกจะเหมือนกันขนาดนี้ เหมือนกันทุกอย่าง เว้นแต่นัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลสนิมนั้นเพียงอย่างเดียว เพราะคนรักของเขามีนัยน์ตาสีดำน่าหลงใหล แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็รู้สึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ายิ่งนัก เหมือนกับว่าเขารู้จักเธอมานานแสนนานแล้ว “หนูชื่ออะไรจ้ะ?”

“หนูชื่อยิ้มค่ะ”

“เอ่อ...ลุงชื่อวัฒน์เป็นเพื่อนของแม่หนูน่ะ ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว หนูจะพาลุงไปพบแม่ของหนูหน่อยได้ไหม?”

ปัณณวัฒน์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จนปารวีนึกอิจฉาผู้หญิงตรงหน้า เพราะพ่อของเขาไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงเช่นนี้กับเขาแม้สักครั้ง แต่คนถูกถามกลับมีสีหน้าหม่นลงถนัดตา จนคนถามอดตกใจไม่ได้ว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือไม่ ทำไมรอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ถึงหายไปจากใบหน้าหวาน

“ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ แม่...แม่ตายไปแล้ว”

น้ำเสียงเศร้าสร้อยด้วยความคิดถึงบุคคลอันเป็นที่รักตอบกลับไป ทำให้คนถามถึงกับชะงัก เป็นไปได้อย่างไร เกร็ดแก้วตายได้อย่างไร? ตายเมื่อไหร่? ทำไมสวรรค์ถึงโหดร้ายกับเขาเช่นนี้ พรากคนที่รักไปจากเขาแล้วยังไม่พอ เมื่อเขามีโอกาสเพื่อมาขอพบเธอสักครั้ง เธอกลับจากเขาไปแล้ว…จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

“งั้นหรือ?” ชายสูงวัยถามด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดจนผู้ที่มาด้วยอีกคนหนึ่งรู้สึกแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าพ่อของเขาจะมีท่าทีเจ็บปวดได้ปานนี้ ทั้งๆ ที่ตอนแม่เขาตายพ่อของเขากลับไม่เคยแสดงความเจ็บปวดเช่นนี้ออกมาให้เห็นเลย แม่ของผู้หญิงตรงหน้าคงมีความสำคัญกับพ่อของเขามากสินะ “แล้วหนูอยู่กับใคร?”

“หนูอยู่กับคุณป้าน่ะค่ะ” ญาตาวีตอบด้วยน้ำเสียงที่ค่อยปรับความรู้สึกได้บ้างแล้ว “เอ่อ...ถ้าคุณลุงไม่รังเกียจจะไปพักดื่มน้ำที่บ้านของหนูก่อนไหมคะ?”

“ก็ดีนะ นำไปเลยสิ” ปัณณวัฒน์ตอบรับโดยไม่ได้หันไปขอความคิดเห็นจากบุตรชายแม้แต่น้อย ก่อนเดินไปเคียงคู่กับหญิงสาวร่างบางซึ่งเป็นลูกสาวของหญิงคนรัก โดยปล่อยให้ลูกชายเดินตามหลังอย่างไม่สนใจ “หนูอายุเท่าไหร่แล้ว?” ถึงจะไม่มีคำลงท้าย แต่น้ำเสียงของชายสูงวัยก็อ่อนโยนจนหญิงสาวพลอยรู้สึกอบอุ่นไปด้วย

“22 ค่ะ”

“งั้นก็เรียนจบปริญญาตรีแล้วน่ะสิ”

“ค่ะ”

“แล้วทำงานอะไรเหรอ?”

“ยังไม่ได้ทำงานหรอกค่ะ เพราะต้องคอยมาช่วยป้าดูแลสวน”

“จบอะไรมาล่ะ?”

“อ๋อ! จบมนุษยศาสตร์ฯ ภาษาอังกฤษค่ะ”

“ไปทำงานกับลุงไหม?”

“คะ?” คำอุทานนี้บ่งบอกว่าผู้ฟังได้ยินชัดเจนว่าอีกฝ่ายถามว่าอย่างไร แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยแน่ใจในสิ่งที่ได้ยินสักเท่าไหร่นัก “คุณลุงว่าอะไรนะคะ?”

“ลุงถามว่า ไปทำงานที่บริษัทของลุงไหม?”

“เอ่อ...หนูขอถามป้าดูก่อนดีกว่านะคะ” ญาตาวีเลี่ยงตอบอย่างชาญฉลาด “ถึงแล้วค่ะ นี่บ้านของหนู”

ญาตาวีพาสองหนุ่มต่างวัยเดินมาหยุดอยู่ที่บ้านไม้ยกถุนสูงหลังกะทัดรัด ซึ่งล้อมรอบไปด้วยต้นมะม่วงที่ให้ความรมรื่นเย็นสบายจนไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศหลังหนึ่ง ปารวีรู้สึกแปลกใจอย่างไม่เคยเห็นบ้านอย่างนี้มาก่อน มันดูโบราณ จนน่ากลัวว่าหากขึ้นไปอยู่บนนั้นสักสิบคน บ้านหลังนี้คงพังคงมาเป็นแน่ ญาตาวีพาผู้มาเยือนทั้งสองนั่งบนแคร่ไม้ใต้ต้นมะม่วงต้นหนึ่งซึ่งปลูกอยู่หน้าบ้าน

“คุณลุงกับ เอ่อ...”

ญาตาวีไม่รู้ว่าจะเรียกอีกคนที่มาด้วยกับปัณณวัฒน์ด้วยสรรพนามอย่างไรดี จึงหยุดไปด้วยความสงสัย ผู้ชายอีกคนดูภูมิฐานไม่แพ้ปัณณวัฒน์ เพียงแต่รัศมีที่เปล่งออกมาจากตัวเขาไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเท่าใดนัก ไหนจะแววตาที่อยู่ใต้แว่นดำนั้นอีก ถึงแม้ว่าเธอจะมองไม่เห็นแววตาของเขา แต่ก็แน่ใจว่าคนมองดูเธอด้วยสายตาที่เป็นศัตรู

“ลูกชายลุงเองล่ะ ชื่อปรานต์”

ปัณณวัฒน์รีบแนะนำบุตรชายของตนให้ญาตาวีรู้จัก แล้วพลันความคิดบางอย่างก็วิ่งเข้ามาในหัว แต่เขายังบอกใครไม่ได้ตอนนี้ว่าความคิดนั้นคืออะไร ญาตาวีพยักหน้ารับรู้ ก่อนยกมือไหว้ทักทาย แต่อีกฝ่ายกลับยังนั่งนิ่งจนหญิงสาวรู้สึกฉุนกึก

“ค่ะ! ถ้าอย่างนั้น คุณลุงกับคุณปรานต์นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปเรียกป้าลีก่อน” พูดจบร่างบางก็หมุนตัวตรงไปยังหลังบ้าน พร้อมส่งเสียงเรียกผู้เป็นป้าซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่เหลืออยู่ “ป้าลี ป้าลีจ๊ะ อยู่ที่ไหน?”

ญาตาวีส่งเสียงเรียกหามาลีญาติผู้ใหญ่ซึ่งเหลืออยู่เพียงคนเดียวในขณะนี้ และมีลูกชายรุ่นราวคราวเดียวกับเธอคนหนึ่ง

“ป้าอยู่นี่ มีอะไรหรือยิ้ม?”

หญิงสาวอายุราวห้าสิบส่งเสียงตอบหลานสาวผู้น่ารัก ในขณะที่เคลื่อนกายออกมาให้คนเรียกได้เห็น

“ป้าลีไปไหนมาจ๊ะ?”

“อ๋อ! ป้าไปดูมะม่วงมาน่ะ กำลังแก่ได้ที่ ป้าว่าพรุ่งนี้จะเก็บขายเสียหน่อย” มาลีตอบคำถามหลานรักด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ก่อนจะนึกถึงธุระที่หลานสาวร้องเรียกหา “เออ...ว่าแต่ร้องเรียกป้าเนี่ยมีธุระอะไรเหรอ?”

“มีแขกมาหาน่ะจ้ะ”

มาลีพยักหน้ารับรู้ ก่อนทำหน้าคล้ายเป็นเชิงบอกให้ญาตาวีเดินนำตนไปพบผู้มาเยือนที่หลานสาวพูดถึงเมื่อครู่ อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าแขกคนดังกล่าวคือใคร?

“คุณวัฒน์!”

มาลีอุทานชื่อแขกผู้มาเยือนเสียงแผ่ว แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามแต่ความหล่อเหลาบนใบหน้าของปัณณวัฒน์ก็ไม่ได้ลดลงไปเสียเท่าไหร่ แล้วทำไมนางจะจำไม่ได้ว่าผู้ชายอายุห้าสิบกว่าๆ คนนี้คือคนที่น้องสาวเธอรักจนหมดหัวใจ และก็เป็นคนที่ทำให้ทั้งเธอและน้องสาวซึ่งเหลือกันอยู่เพียงสองคนในขณะนั้นต้องระหกระเหินย้ายบ้านจากกรุงเทพฯมาลี้ภัยจากครอบครัวของเขาอยู่ไกลถึงที่นี่ แต่นั่นนางก็ไม่ได้โทษเขาแม้แต่น้อย เพราะรู้ดีว่าที่เขายอมเลิกกับน้องสาวนางและยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ก็เพื่อปกป้องน้องสาวของนางและตัวนางเอง หากแต่มาลีกลับรู้สึกสงสารและเห็นใจผู้ชายคนนี้เหลือเกินที่ต้องทนอยู่กับคนที่ตนไม่ได้รัก

“เอ่อ! สวัสดีมาลี” ปัณณวัฒน์เอ่ยทักทายด้วยไม่รู้ว่าจะพูดประการใดดี “สบายดีเหรอ?”

“ค่ะ” คนตอบยังดูเหมือนอยู่ในห้วงของความคาดไม่ถึงว่าจะได้พบเขา “แล้วคุณวัฒน์ล่ะค่ะ?”

“ก็...ดีเท่าที่จะดีได้” คำตอบดูเหมือนจะสื่อให้คนถามรู้ว่าที่ตอบว่าดีนั้น ความจริงแล้วไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก “เอ่อ! นี่ปรานต์ ลูกชายผมเอง”

ปัณณวัฒน์แนะนำลูกชายให้รู้จักกับพี่สาวของคนที่ตนรัก แต่ผู้ที่ถูกแนะนำกลับมองผ่านแว่นดำยี่ห้อหรูมายังหญิงสาววัยห้าสิบนิ่ง โดยไม่ยอมทำความเคารพแต่อย่างใด ทำให้เจ้าบ้านซึ่งเป็นหญิงสาวต่างวัยทั้งสองรู้สึกฉุนจนอยากจะขว้างรองเท้าใส่หน้านิ่งๆ นั้น

“คุณวัฒน์มาที่นี่ทำไมคะ?”

มาลีเลิกสนใจบุตรชายผู้ไร้มารยาทของปัณณวัฒน์ ก่อนหันไปถามจุดประสงค์ของผู้มาเยือน

“ผมมาหาแก้ว”

“แต่แก้วเขา...”

“ผมรู้แล้วล่ะ” ปัณณวัฒน์พูดขึ้นเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกเกรงใจที่จะบอกให้ผู้มาเยือนรู้ว่าคนที่เขาตามหาได้จากไปแล้ว ไปอย่างไม่มีวันกลับ “ยิ้มเล่าให้ฟังแล้ว ผมก็เลยคิดว่าอยากจะรับยิ้มไปทำงานด้วยที่สิงคโปร์ ไม่ทราบว่าคุณลีจะเห็นว่ายังไง?”

มาลีรู้สึกใจหายวาบเมื่อรับรู้ว่าผู้มาเยือนต้องการพาหลานสาวไปทำงานด้วยที่ต่างประเทศ หลานที่นางเห็นมาแต่อ้อนแต่ออก และเฝ้าเลี้ยงดูมาคู่กับลูกชายของนาง นึกแล้วก็น่าใจหายหากว่าญาตาวีต้องไปทำงานที่ต่างประเทศจริงๆ

“เอ่อ...ดิฉันคงต้องถามความเห็นจากยิ้มก่อนน่ะค่ะ”

มาลีเลี่ยงตอบอย่างฉลาด ทำให้ผู้ฟังมีสีหน้าเข้าใจว่ามาลีคงผูกพันกับหลานมากจนไม่อยากให้ไปอยู่ที่ไหนไกลๆ แต่ปัณณวัฒน์ก็รู้สึกเสียดายความสามารถของหญิงสาวหากว่าต้องทำงานอยู่แต่ในสวนเช่นนี้ และที่สำคัญ เขารู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เหลือเกิน ไม่ใช่เพราะหน้าตาเธอเหมือนเกร็ดแก้วไม่มีผิด หากแต่เป็นเพราะว่า ตั้งแต่แรกเห็นหน้าเขารู้สึกผูกพันกับญาตาวีเหมือนกับเธอเป็นลูกสาวของเขา

“ไม่เป็นไร ฉันให้เวลาคิด แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาฟังคำตอบแล้วกัน” ปัณณวัฒน์เอ่ยอย่างต้องการเสนอทางเลือกให้ ก่อนหันไปหาบุตรชาย “งั้น...วันนี้เรากลับกันก่อนเถอะ”

ปารวีพยักหน้ากับบิดาเป็นเชิงรับรู้ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาของเขาถึงอยากได้ตัวผู้หญิงคนนี้ไปทำงานด้วยนัก ทั้งๆ ที่คนอื่นที่จบด้านนี้มาก็มีเยอะแยะ จะหาสักกี่คนไปทำงานด้วยก็ได้ หรือเพราะว่าพ่อของเขาต้องการให้ผู้หญิงคนนี้ไปอยู่ด้วยเป็นตัวแทนผู้หญิงที่ตัวเองรัก ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาไม่มีวันยอมแน่

ปารวีลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูงเดินตามบิดาไป หลังจากที่บิดากล่าวลาสองสาวต่างวัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่เขายังต้องอยู่ที่เมืองไทยต่ออีกหรือนี่? เขาอยากกลับสิงคโปร์ตอนนี้เลย เพราะรู้สึกห่วงงานเป็นกำลัง และไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำงานแทนเสียเท่าไหร่นัก แม้จะรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นเพื่อนสนิทของเขาและเป็นคนที่มีความสามารถไม่แพ้เขาก็ตาม

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ขอคืนดีได้ไหม
8.3
ตลอดสามปีในชีวิตคู่ เสิ่นเนียนอันพยายามทำทุกทางเพื่อให้โฮ่วอวินโจวรักเธอ แต่ความจริงกลับตอกย้ำว่าเขายังคงฝังใจกับรักแรกไม่เสื่อมคลาย ในวันที่เธอต้องเผชิญกับนาทีชีวิตขณะคลอดบุตร สามีของเธอกลับเลือกทอดทิ้งเธอไปต่างประเทศพร้อมกับผู้หญิงอีกคน เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงตัดสินใจตัดขาดจากเขาอย่างถาวรเพื่อชดใช้หนี้แค้นที่เคยมี ทว่าในวันที่เธอจากไปแล้ว โฮ่วอวินโจวกลับเป็นฝ่ายที่ต้องทนทุกข์ทรมานและพยายามอ้อนวอนขอให้เธอกลับมาหาเขาอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์ร้ายน้องชายสุดที่รัก
8.0
ความสัมพันธ์สุดตึงเครียดระหว่างพี่สาวและน้องชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันต้องมาถึงจุดแตกหัก เมื่อวินรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างคุกคาม แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาหยุดและขู่ว่าจะเรียกพ่อกับแม่มาช่วย แต่เขากลับไม่เกรงกลัวและตอกกลับด้วยคำพูดที่แสนอันตรายว่าเขาจะเปลี่ยนเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้กลายเป็นเสียงครางแทน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาเป็นลูกคนเดียวและไม่เคยเห็นเธอเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการเผชิญหน้าที่ไร้ทางหนี
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาคือความฝันของโลกมนุษย์
9.5
สามปีที่หายไป อดีตภรรยาแสนสวยกลับคืนสู่จินเฉิงในฐานะหญิงสูงศักดิ์พร้อมลูกแฝดและคนรักที่ดูเพียบพร้อม ทว่าท่ามกลางงานเลี้ยงอันหรูหรา เว่ย อดีตสามีผู้เป็นดั่งดวงดาวที่เอื้อมไม่ถึงกลับจู่โจมเธออย่างอุกอาจ เขาต้อนเธอเข้ามุมมืดพร้อมกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่รอคอยมาแสนนาน แม้จะถูกเขาคุกคามจนริมฝีปากเจ็บแสบ แต่เธอกลับจ้องมองเขากลับด้วยความเด็ดเดี่ยว พร้อมย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่จบสิ้นลงด้วยใบหย่าให้เขาตระหนักว่าเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักเพลิงแค้น
8.8
รุจิเรศพยายามวิงวอนขอความเมตตาจากคมน์ ชายหนุ่มที่เคยแสนดีแต่กลับกลายเป็นปีศาจร้ายเพราะแรงหึงหวง เขาปักใจเชื่อว่าเธอคบชู้กับประสงค์และนอกใจเขาไปหาชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่า คมน์ทำร้ายร่างกายเธออย่างรุนแรงพร้อมตราหน้าด้วยถ้อยคำหยาบคายว่าเธอมักมากไม่รู้จักพอเหมือนแม่ แม้รุจิเรศจะบาดเจ็บและพยายามอธิบายความจริงเพียงใด แต่โทสะที่ครอบงำทำให้เขาปฏิเสธที่จะรับฟัง และพร้อมจะทำลายชีวิตของเธอและชายที่เขาตราหน้าว่าเป็นชู้ให้ดับสิ้นคามือ
ภาพปกนิยายเรื่อง สิงห์เกมสวาท
8.4
ภายใต้กติกาความสัมพันธ์ที่อนุญาตเพียงการกอดแต่ไร้ซึ่งความรัก มนสิชาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เมื่อกฤษฎิ์ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายมองออกว่าเธอซ่อนความต้องการและความไร้เดียงสาเอาไว้ สายตาคมที่จ้องมองและการสัมผัสอย่างใกล้ชิดทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนลมหายใจติดขัด ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เธอจะเลือกเดินหน้าทำลายกฎเหล็กที่ตั้งไว้ หรือจะยอมถอยห่างก่อนที่ความรู้สึกจะถลำลึกไปจนกู้คืนไม่ได้ในเกมเสน่หาครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ศิลาจารัก
8.5
ศิลาตัดสินใจทิ้งงานสำคัญเพื่ออยู่พัวพันกับข้าวหอม หญิงสาวขี้แยที่เขามักจะกลั่นแกล้งด้วยความมันเขี้ยว แม้คำพูดของเขาจะดูร้ายกาจและเย็นชาจนทำให้เธอเสียใจ แต่ความจริงแล้วเขากลับซ่อนความรู้สึกพิเศษไว้ภายใต้ท่าทีหยอกล้อ เมื่อความหึงหวงปะทุขึ้นเพราะผู้หญิงอีกคน ศิลาจึงต้องยืนยันสถานะเมียเด็กของเธอให้ชัดเจนว่าไม่มีใครสำคัญไปกว่าคนที่ได้เห็นทุกอย่างของเขา ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการแง่งอนและคำหวานกวนประสาทนี้จึงดำเนินไปท่ามกลางหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่