APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หัวใจร้ายวิ่งราวรัก

หัวใจร้ายวิ่งราวรัก

โศกนาฏกรรมรักของฟาร่า นักร้องดังระดับฮอลลีวู้ดที่ยอมละทิ้งดัรวีช อดีตคนรักเพื่อไขว่คว้าความฝัน วันนี้เธอกลับมาเพื่อขอโอกาสและชดเชยความผิดพลาดในอดีต ทว่าดัรวีชที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเต็มไปด้วยความแค้น เขาปฏิเสธคำขอโทษอย่างไร้เยื่อใยพร้อมประกาศกร้าวว่าความรักได้ตายจากใจไปแล้ว ท่ามกลางปมขัดแย้งในครอบครัวพี่น้องทั้งห้าคน ฟาร่าต้องพิสูจน์ตัวเองท่ามกลางอุปสรรคมากมายเพื่อเอาชนะใจชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

3

สายสัมพันธ์

ฉันถอนหายใจ อาบีร...ไม่เคยเสียศูนย์อย่างวันนี้เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว แต่อย่างว่าแหละ...ความรักมันสามารถสร้างและทำลายทุกอย่างได้

ฉันมองย้อนกลับมาที่ตัวเอง ครั้งหนึ่งในชีวิตฉันก็เคยทำร้ายจิตใจผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกัน เรียกว่า...อย่างไม่ไยดี เพียงเพื่อแลกกับความฝันในการเป็นนักร้อง ---

ฉันสูดอากาศยามเที่ยงคืนเข้าเต็มปอด มันบริสุทธิ์แต่ก็หนาวจับขั้วหัวใจ ด้านหลังวิลล่านี้ติดกับตีนเขาฟิพตะห์ หากมองขึ้นไปก็จะเห็นยอดเขาสูงลิบลิ่ว หัวใจฉันพลันเต้นแรงกระหน่ำเมื่อนึกถึงคืนวันเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกันข้างบนนั้นกับ ‘ดัรวีช’ อดีตคนรักที่ฉันทอดทิ้งเขาไป

มันมีเหตุผล...ที่ฉันกลับมาที่นี่ ไม่ยังงั้นฉันคงไม่รีบกลับมาเบรย์เมนพลอสก่อนกำหนด มี ‘บางอย่าง’ ที่ฉันต้องจัดการก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป --- ฉันปล่อยเรื่องราวระหว่างกันมานานเกินไปแล้ว...ถึงเวลาต้องเคลียร์สักที

ฉันระบายยิ้มเศร้ากับเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง ไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นเช่นไร...ฉันจะยอมรับมันให้ได้ ดีกว่ามานั่งเสียใจที่ไม่คิดทำอะไรเลย

รอฉันก่อนนะคะ...ดัรวีช ฉันกลับมาหาคุณเพื่อขอให้คุณยกโทษและให้โอกาสผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนนี้...อีกสักครั้งหนึ่ง

เช้าวันต่อมา

มูนามาถึงวันนี้ อาบีรเลยขับรถไปรับที่สนามบินในตัวจังหวัด เธอบอกว่าเพิ่งลางานได้และเคลียร์งานเสร็จเมื่อวานเลยรีบตีตั๋วมาทันที จากอังกฤษมาซาละซะห์ระยะทางห่างกันไม่ไกลมาก ใช้เวลานั่งเครื่องประมาณสี่ชั่วโมงก็ถึง

มูนาเป็นสาวท้วมและตัวไม่สูงมากถ้าเทียบกับพี่น้องคนอื่น เธอมีหน้าตาสวยหวานและไว้ผมยาวสลวย ผิวใสแต่ไม่ขาวละเอียด ดูรวมๆ ก็น่ารักสดใสตามวัยของเธอ

น้องมาถึงวิลล่าราวเก้าโมงเช้า ฉันและทุกคนในบ้านดีใจกันมากเพราะไม่ได้เห็นหน้าค่าตาน้องสาวคนนี้ร่วมหนึ่งปีเต็ม เรานั่งคุยกันติดลมถามไถ่สารทุกข์สุกดิบต่างๆ ยิงยาวถึงเที่ยงทีเดียว

หลังรับประทานอาหารเที่ยงกันเสร็จก็เตรียมตัวยกขบวนไปเที่ยวกันเป็นวันแรก แต่เสียงชัตเตอร์ที่ดังระรัวอยู่ด้านหน้าวิลล่าก็ทำให้ทั้งครอบครัวเราหันไปมอง ---

แชะ แชะ แชะ

วันนี้ไม่ได้มีแค่กาเบรียลคนเดียวแต่เขายังพาเพื่อนปาปารัสซี่มากันเต็มไปหมด

“ให้ตายสิ...” ฉันอุทานร้อง

“มาเพิ่มขึ้นทุกวันเลยเหรอเนี่ย !” ฮาริสเข่นเขี้ยว ทำท่าฟึดฟัดจะไปเอาเรื่องพวกเขาแต่ก็โดนฉันรั้งไว้ก่อน

“อย่าริส !”

“ทำไมล่ะพี่ ?!”

“พี่ขอละ...อย่าทำ มันได้ไม่คุ้มเสียหรอก” ฉันขอร้องน้อง

“เชื่อพี่เขาเถอะฮาริส” พ่อช่วยกำชับอีกเสียง น้องเลยยอมใจเย็นลง

“ก็ได้ครับ ---”

“ไปเถอะ อย่าไปเสียเวลากับคนพวกนี้เลย ทำซะว่าพวกเขาเป็นอากาศธาตุก็จบ” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮาริสทำหน้าตาบูดบึ้งแต่ก็ยอมเดินไปขึ้นรถตู้

ฉันสบตากับน้องๆ ที่เหลือ ทั้งอาบีรและมูนาก็ส่ายหน้าขำๆ ด้วยรู้ดีถึงนิสัยเอาแต่ใจของฮาริสนั่นเอง...

เรามาถึง ‘มัสยิดสุลต่านอิสรอฟีน’ ในเวลายี่สิบนาทีต่อจากนั้น มัสยิดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่มีประเทศมาเมื่อเกือบ 1,400 กว่าปีก่อน ในรัชสมัยของสุลต่านอิสรอฟีน กษัตริย์พระองค์แรกแห่งอาณาจักรเบรย์-เมนพลอส

มองจากด้านนอกใหญ่โตอลังการมาก ตัวอาคารสูงเจ็ดชั้น ทำจากหินอ่อนสีน้ำตาลทรงสี่เหลี่ยมที่ยังแข็งแรงไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา ยอดตึกมีโดมเจ็ดโดมไว้เป็นหอสวดมนต์ พื้นทางเดินด้านล่างปูเป็นกระเบื้องหินอ่อนสีเขียวลายดอกไม้ประจำชาติ ส่วนภายในก็ตกแต่งด้วยกระเบื้องสีฟ้าสดใส

ยิ่งโถงทางเดิน กำแพง เพดาน หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ ยิ่งโอ่อ่าหรูหราราวกับเป็นพระราชวัง จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่ถึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับยูเนสโก

ระหว่างทางมีผู้คนมากมายมาขอถ่ายรูปฉัน บ้างขอลายเซ็น ซึ่งฉันก็ไม่ได้อิดออด กลับจัดหนักจัดเต็มส่งท้าย โดยมีบอดี้การ์ดสี่คนคอยคุ้มกันไม่ห่างกาย ท่ามกลางเหล่าปาปารัสซี่ที่รัวชัตเตอร์ไม่ยั้งมือ

แชะ ! แชะ !

ฉันเพลิดเพลินกับการเดินสำรวจไปทั่วมัสยิดเป็นชั่วโมงๆ เก็บภาพร่วมกับครอบครัวไว้เป็นที่ระลึก ร่วมทำกิจกรรมที่ทางเจ้าหน้าที่จัดหามาให้อีกนิดหน่อย เมื่ออิ่มเอมใจกันแล้วพวกเราก็พากันออกไปนั่งคาเฟ่ที่ติดกับตลาดชื่อดังเก่าแก่และมีของขายเยอะที่สุดในประเทศ ห่างจากที่นี่เพียงสิบนาทีเท่านั้น

“พ่อกับแม่จะนั่งคอยที่นี่เหรอคะ ?”

มูนาถามย้ำหลังชวนพวกท่านไปเดินเล่นใน ‘ตลาดแกรนด์ซาช่า’ ตลาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในโลก

“จ้ะ แม่กับพ่อเดินไม่ไหว ดื่มกาแฟคอยน่าจะเวิร์คกว่า” แม่ตอบ

“งั้นก็โอเคค่ะ ยังไงนาฝากทั้งสองคนด้วยนะคะ...พี่บิลกีส” มูนาฝากฝังพยาบาลพิเศษ

“ได้จ้ะน้องนา ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ พี่ดูแลเอง เที่ยวให้สนุกเลย”

“ค่ะๆ แล้วนาจะซื้อเสื้อสวยๆ มาฝาก” มูนายิ้มกระจ่าง

“ขอบคุณมากค่ะ” บิลกีสตอบรับอ่อนหวาน ฉันเห็นอาบีรแอบมองพยาบาลพิเศษคนนี้แล้วยิ้มบ่อยๆ ฉันอมยิ้มนิดหนึ่ง ก้มหน้าต่ำ ก่อนตัดบทว่า

“ป่ะ รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวออกมารับนาดาไม่ทัน ---”

ฉันมองนาฬิกาข้อมือ เวลานี้บ่ายสามโมงตรง เดินซื้อของอีกสักชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงก็น่าจะไปรับน้องสาวคนที่สามที่เหลือคนสุดท้ายที่สนามบินตอนหกโมงครึ่งได้ทันอยู่

“ค่ะ”

“ฟาให้เวลาทุกคนชอปปิงกันตามอัธยาศัยถึงห้าโมงเย็นนะคะ มาเจอกันตรงนี้ ห้ามเลต ใครเลตฟาไม่คอยนะ” ฉันเย้าเล่นๆ กับคนรับใช้ทั้งสิบคนที่ยืนฟังอยู่ตรงหน้า

“ค่ะคุณฟา / ครับคุณฟา”

“ชอปให้สนุกนะคะ” ฉันพูดไล่หลัง แล้วหันมาชวนน้องๆ ข้ามถนนเพื่อเข้าไปในตลาดกันบ้าง “ป่ะ ไปกัน”

ปรากฏว่าฉันหมดเงินกับที่นี่ไปหลายแสน ได้ข้าวของมาเต็มมือ แทบจะถือกันไม่ไหว ต้องจ้างคนในตลาดขับรถหกล้อไปส่งที่วิลล่าถึงจะเอาไปหมด

ฉันได้ทั้งพรมพื้นเมืองไว้ปูพื้นที่คฤหาสน์มาเกือบสิบผืน ขนมหวานโบราณที่เก็บไว้กินได้นานของชาวซาลาซะห์ขนานแท้ประมาณสิบชนิดไปอีกอย่างละสิบโล เครื่องรางนำโชคแบบพวงกุญแจเซรามิกอีกห้าร้อยชิ้น รวมไปถึงเครื่องประดับที่ทำจากนิลอย่างพวกสร้อยคอ ต่างหูและกำไร ตลอดจนเครื่องกระเบื้องจำพวกจานชามไว้สำหรับทานอาหาร ปิดท้ายเสื้อผ้าสไตล์อาหรับกับเดรสโบฮิเมียนยี่สิบชุดให้สาวๆ

“พี่จะซื้ออะไรไปเยอะแยะเนี่ย” ฮาริสเจ้าน้องชายคนเล็กบ่นกับฉันด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดทีเดียวตอนที่เรานั่งกันอยู่บนรถตู้แล้ว

“พวงกุญแจกับขนมพี่จะซื้อไปแจกเด็กๆ พรุ่งนี้น่ะ” ฉันชี้แจง

“พี่จะทำบุญเหรอ ที่ไหนครับ”

“บนเขาฟิพตะห์ มีชุมชนอยู่บนนั้น มีทั้งชาวบ้าน เด็กๆ และคุณครูที่สอนหนังสืออยู่ในโรงเรียน”

“อ๋อ”

“ริสจะไปกับพี่ไหมล่ะ ไปช่วยกันแจกของ” ฉันชวนน้อง

“ไม่เอาอะ ของแบบนี้ผมไม่ถนัด ขี้เกียจ พักอยู่วิลล่าดีกว่า” เขาตอบได้ทันที

“ตามใจ งั้นอยู่ดูแลพ่อกับแม่ละกัน พี่ๆ จะไปกันหมด”

“ได้คร้าบบบ”

ฉันโคลงหัวยิ้มๆ อาบีร มูนาต่างยีผมฮาริสอย่างหมั่นไส้ ฉันได้บอกแพลนคร่าวๆ ที่จะทำในวันพรุ่งนี้กับน้องๆ ทุกคนแล้วระหว่างเดินซื้อของกันในตลาด ขณะที่ฮาริสกับซัลมาแยกตัวเดินไปบริเวณอื่น ทั้งหมดยินดีและดีใจที่จะได้ทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กๆ บนเขากัน

เรามาถึงสนามบินพอดีตรงตามเวลานัด นาดาตกใจมากที่เห็นพ่อ แม่และพี่น้องทุกคนมายืนคอยรับเธอ น้องสาวคนที่สามวิ่งมาสวมกอดฉันแน่น ก่อนไปกอดมูนาและทักทายที่เหลือตามลำดับ นาดาเป็นสาวผิวขาว ตัวเล็ก ค่อนข้างผอม หน้าตาหวานซึ้งและไว้ผมสั้น...

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พันธะรักโดยไม่ตั้ง [Bond Of Love - Accidence] SET : Bond Of Love
9.7
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยเงินห้าล้านบาทแลกกับการตัดขาดว่าไม่เคยรู้จักกัน ทว่าเพียงหนึ่งปีให้หลังมหาเศรษฐีหนุ่มกลับมาตามง้อจนเธอใจอ่อนยอมสยบในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง แต่แล้วโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเขาเลือกที่จะจากไปเป็นครั้งที่สอง พร้อมทิ้งเงื่อนไขพันธะสุดท้ายให้เธอสัญญาว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีใครอื่นตลอดไปเพื่อแลกกับการปล่อยตัวเขาให้จากไปตามที่เธอต้องการในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ห่วงรักผูกใจ
8.8
ในสายตาของเขา เธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเศษเงินและความสุขสบายเพียงชั่วคราว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความดูถูกและการตราหน้าว่าเห็นแก่ตัว กลายเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นหัวใจของคนทั้งคู่เอาไว้ ท่ามกลางความขัดแย้งในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการตัดสินเพียงเปลือกนอก เขาจะมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขารังเกียจได้หรือไม่ หรือว่าอคติจะทำให้ความรักครั้งนี้ต้องพังทลายลงไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักกลางตะวัน
8.5
เพลิง ชายหนุ่มผู้ฝังใจเจ็บจากความรักจนแอนตี้ผู้หญิงอย่างหนัก ต้องพบกับบททดสอบหัวใจเมื่อ ตวงรัก ก้าวเข้ามาป่วนในสวนส้มตะวันฉาย เธอรับภารกิจลับเป็นสปายเพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นเกย์ แลกกับตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์ ทว่าเพลิงผู้เจ้าเล่ห์กลับซ้อนแผนแกล้งทำเป็นอ่อนแอและเมามายเพื่อดึงดูดความสงสาร เขาหลอกล่อให้เธอตายใจด้วยคำสารภาพสุดช็อกว่าตนเองชอบผู้ชาย ท่ามกลางบรรยากาศที่ใกล้ชิดเกินห้ามใจ ตวงรักจะรับมือกับแผนการอันแนบเนียนของคนเจ้าแผนการนี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง กลลวงพรหมจารี
8.8
เมื่อนิยามของความบริสุทธิ์ถูกวางไว้เป็นกรอบแห่งความสัมพันธ์ ท่ามกลางความขัดแย้งของสองหัวใจที่เดินไปคนละเส้นทาง ฝ่ายหญิงสาวปรารถนาเพียงการก้าวเดินต่อไปในชีวิตที่ปราศจากเขาอย่างสิ้นเชิง ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปง่ายๆ เขาจึงเริ่มวางแผนการอันซับซ้อนและใช้เล่ห์กลลวงตาเพื่อพันธนาการให้เธอต้องติดอยู่เคียงข้างเขาตลอดไปในวังวนที่ยากจะดิ้นรนหลบหนีได้พ้นตามความต้องการของเขาเพียงผู้เดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง ดาวอังคารผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
8.3
เมื่อ 5 ปีก่อน เขาตัดสินใจทิ้งคนรักไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยความหวังว่าจะพิสูจน์ตนเองให้มีคุณค่าพอสำหรับเธอ วันนี้เขากลับมาในฐานะผู้ที่มีทั้งความสามารถและเกียรติยศอันสูงสุดเหนือใคร ทว่าสิ่งที่รอคอยเขาอยู่กลับไม่ใช่เพียงแค่หญิงสาวที่โหยหา แต่เขายังได้พบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยเพิ่มมาหนึ่งคน บทพิสูจน์ความรักและความรับผิดชอบในฐานะพ่อและคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่ถาโถม
ภาพปกนิยายเรื่อง ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]
9.6
วรินรำไพเฝ้ารอคอย 'พี่หิน' ชายผู้เป็นรักเดียวที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความสุขในชีวิตของเธอ ทว่าเมื่อเขากลับมาในฐานะ 'ชลธิป' ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา เขากลับจำอดีตไม่ได้และมองว่าเธอคือศัตรูที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด ชลธิปจึงกลายเป็นยมบาลที่คอยทำร้ายหัวใจดวงเดิมอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความสับสนและพันธะกับดลยา หญิงสาวแสนดีที่ครอบครองหัวใจเขาในปัจจุบัน เอ๋ยต้องทนทุกข์ทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความแค้นที่เขามอบให้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด