APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

ปลูกรักฮูหยินแม่ทัพปีศาจ

เมื่อชีวิตเดิมไร้ความหมาย เก้าเทียนรุ่ยจึงตัดสินใจเดิมพันกับโชคชะตาเพื่อตามหารักแท้จนได้พบกับเสวียนลิ่วหลาง แม่ทัพผู้แข็งแกร่งแต่กลับอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา แม้ความสัมพันธ์จะเริ่มต้นจากความไม่แน่ใจ แต่ความผูกพันที่ผ่านพ้นอุปสรรคมาด้วยกันก็ค่อยๆ ถักทอเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ท่ามกลางความเขินอายและการเรียนรู้นิสัยใจคอ เสวียนลิ่วหลางตัดสินใจประกาศความเป็นเจ้าของอย่างหนักแน่น เพราะเมื่อพบคนที่ใช่ดั่งตะเกียบที่ต้องอยู่คู่กัน เขาก็พร้อมจะทำทุกทางเพื่อรักษารักนี้ไว้ตลอดกาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ผมลากไล้ปลายนิ้วบนขอบแก้วที่ภายในมีน้ำสีอำพันอยู่เกือบจะครึ่งด้วยสับสนระคนปวดร้าวใจ

กี่แก้วแล้วที่ผมดื่มเจ้าน้ำนี่เข้าไป...ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะคืนนี้ผมแค่อยากจะดื่มให้เมา...จะได้ลืมความเจ็บปวด ดื่มเพื่อให้ลืมเรื่องที่มันยังคงดังก้องอยู่ในหู

ฮึ! ผมหัวเราะเยาะเย้ยตนเองที่มองคนไม่ออก ไม่น่าเชื่อว่าจะคบกับเธอคนนั้นมาได้ถึงเจ็ดปีด้วยกัน คบกันตั้งแต่เรียนมัธยมห้า จวบจนเรียนจบมหาวิทยาลัย เริ่มต้นทำงานเก็บเงินเพื่อจะได้สร้างครอบครัวกับเธอ แต่สุดท้ายแล้วเธอกลับมาบอกผมว่า...

“สอง...เราเลิกกันเถอะ”

เธอบอกเลิกผมในวันที่ผมจะขอเธอแต่งงาน...

“ทำไมละแพรว...ผมทำอะไรผิดเหรอ” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “ไหนเราสัญญากันไว้แล้วไง หลังเรียนจบ ทำงานเก็บเงินสักระยะ แล้วเราจะแต่งงานกันไง”

ความจริงผมก็พอจะรู้มาสักระยะ...อ๋อ ไม่ใช่สิ น่าจะรู้ระแคะระคายเรื่องที่แฟนสาวเริ่มมีทางทีที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ขึ้นปีสามแล้วล่ะ ตอนนั้นผมยังพยายามคิดในแง่ดีอยู่ เป็นเพราะเราเรียนกันหนัก เลยไม่ค่อยมีเวลาได้พบกัน อีกทั้งเราทั้งคู่ต่างก็ต้องวางแผนเรื่องอนาคตที่มันจะต้องดีและเต็มไปด้วยความสุข ผมยังคงพยายามเชื่อแบบนั้นมาตลอด ทั้งที่เพื่อน ๆ ของผมต่างก็พยายามบอกให้รู้...

แพรวไปกับผู้ชายคนอื่นอยู่เสมอและผู้ชายคนนั้นก็มิใช่คนอื่นคนไกล เป็นคนที่ผมรู้จักดี เป็นคนที่ผมรู้และเชื่อว่า เขาพร้อมที่จะแทงข้างหลังผมได้เสมอ ทั้งที่เราเป็น...พี่น้องกัน!

รอยยิ้มของแพรวเต็มไปด้วยความหยามหยัน เหยียดหยาม ความหมายจากดวงตาที่มองมา...เหมือนกับว่าผมเป็นหมาวัดแต่หมายปองดอกฟ้า ไม่เจียมตัวเองเอาเสียเลย

“เพราะไม่ว่าทำยังไง สองจะไม่ได้เป็นที่หนึ่งไง สองไม่เคยกระตือรือร้นที่จะสร้างบริษัทของตัวเองอย่างที่เคยบอกกับแพรว เพราะสองต้องทำงานที่บริษัทของพ่ออย่างเดียว แล้วยังจะเป็นได้แค่พนักงานกระจอก ๆ ที่อย่าว่าแต่จะได้ขึ้นเงินเดือนเลย แค่โอกาสที่จะได้เป็นผู้จัดการอย่างคนอื่นที่เงินเดือนขึ้นแล้วขึ้นอีกก็ไม่มี”

ก็จะมีได้ยังไงล่ะ ในเมื่อทุกคนคอยแต่กดไม่ให้เขาโง่หัวนะ ให้ผมทำดีแค่ไหนก็แค่เสมอตัว แต่เมื่อไหร่ที่ทำได้ไม่ดี ทำผิดพลาดไป ก็จะมีคนพูดจาเหยียดหยามกระแทกแดกดันใส่ เป็นแค่คนโง่ที่ริอาจทำตัวว่าเก่ง หน้าตาก็ไม่ดีแล้วยังไม่มีสมองอีก

“แล้วอย่างนี้จะให้แพรวเชื่อได้ยังไงว่าสองสามารถเลี้ยงดูแพรวกับลูกให้อยู่สุขสบาย มีรถไว้ขับไปไหนมาไหนโดยไม่ต้องกังวลว่าถ้าดึกดื่นแล้วจะไม่มีรถกลับบ้าน มีเงินมีทองให้ใช้โดยไม่ต้องเดือนเนื้อร้อนใจ ไม่ต้องกังวลว่าต้นเดือนมีเงินแต่พอปลายเดือนต้องประหยัด เพราะเงินไม่พอจะซื้อของดี ๆ กิน”

ใครว่าเขาไม่เคยคิด แต่เพราะความสามารถผมไม่ถึงไง ผมถึงต้องทนให้พี่ชายโขกสับ ทำงานในตำแหน่งเล็ก ๆ ในบริษัทของพ่อ รับเงินเดือนที่พอจ่ายค่าอาหารกลางวันและค่ารถไปกลับก็แทบจะไม่เหลือแล้ว

“มันหมดยุคที่จะกัดก้อนเกลือกินแล้วล่ะสอง ถ้าไม่คิดทำอะไรให้ดีกว่านี้ เราก็เลิกกันเถอะ ถ้ายังรักกันอยู่ ก็ปล่อยแพรวไปเถอะ อย่าเป็นตัวถ่วงของแพรวเลยค่ะ”

“นั่นสินะ...” ผมพูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะมองคนรักด้วยสายตาเจ็บปวดและผิดหวัง “สองจะไปสู้พี่...คุณเป็นหนึ่งได้ยังไงกันล่ะ ทั้งหน้าตาดี เป็นถึงลูกคุณหญิงที่แต่งงานกันอย่างสมเกียรติ ฐานะการงานก็ดีไปหมด ส่วนสองก็เป็นเพียงแค่ลูกเมียน้อยที่พ่อไม่ได้อยากจะให้เกิดมาสักหน่อยนี่เนอะ”

ที่ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมคุณเป็นหนึ่งถึงได้จองล้างจองผลาญผมไม่ยอมหยุดเสียที ทั้งที่เขาดีกว่าผมมากมาย เป็นลูกคุณหญิงที่ร่ำรวยมีหน้ามีตา มีทั้งพ่อและแม่ที่รักจนแทบจะทูนหัวทูลเกล้าให้ทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้เสมอ ผิดกับผมที่เป็นเพียงแค่ลูกที่พ่อไม่ได้ต้องการจะให้เกิดมา แต่ไม่ใช่แม่ที่กว่าจะรู้ตัวว่าอะไรเป็นอะไรก็เมื่อมีผมอยู่ในท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่รู้ว่าพ่อไม่ได้ต้องการทั้งผมและแม่ แต่แม่ก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายผม ไม่คิดทอดทิ้งและไม่ได้คิดจะให้ผมไปอยู่กับพ่อ เพียงแค่...อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมาพรากแม่ไปจากผม ทำให้ผมต้องมาอยู่เป็นคนในบ้านของพ่อ

เขารับว่าผมเป็นลูกนะ...ให้การศึกษา แต่ไม่ให้ความรักและไม่ยอมให้ใช้นามสกุล นอกจากเพื่อนที่สนิทจริง ๆ สองคนเท่านั้นที่รู้ว่าเขาเป็นพ่อผมและผมเป็นน้องชายคนละแม่กับคุณเป็นหนึ่ง ซึ่งแรก ๆ ผมก็ไม่เข้าใจอะไร แต่เมื่อโตขึ้น ก็เริ่มรับรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและรับได้ในบางส่วน ยกเว้นเรื่องงานที่ความจริงแล้วผมอยากจะเรียนทำอาหาร อยากมีร้านอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองสักร้าน แต่พ่อบอกผมต้องเรียนการเงิน ต้องเรียนบัญชี เพื่อทำงานในบริษัท ซึ่งผมก็ขัดอะไรไม่ได้ ต้องทำตามที่เขาสั่ง ในขณะที่คุณเป็นหนึ่งอยากทำอะไรก็ได้ทำ คงเป็นอย่างที่ผมได้ยินมาเสมอจริง ๆ นั่นแหละ...

ลูกคนโตมักเป็นที่รักของพ่อแม่ ของปู่ย่าตายาย ไม่ว่าจะทำเหี้ยอะไร ก็ยังมีคนคิดว่าดี ยังคงมีแต่คนชื่นชมชื่นชอบเสมอ ไม่ว่าจะทำผิดแค่ไหน ไม่ต้องถูกทำโทษ ได้รับโอกาสให้แก้ตัว เพราะพี่คนโตต้องเสียสละคอยดูแลน้อง

ลูกคนสุดท้อง น้องน้อยที่จะต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ ต้องเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม ทำราวกับว่าถ้าไม่ยอมจับเอาไว้ให้ดี เผลอปล่อยมือไปแล้วจะล้มจนเจ็บกาย อยากได้อะไรก็ต้องได้!

“สองอย่ามาพูดดูถูกเราแบบนี้นะ เราไม่ได้คิดจะจับพี่เป็นหนึ่งเลย”

ผมหัวเราะอย่างขมขื่น “ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แพรวร้อนตัวไปเองมากกว่า แต่เอาเถอะ จะเลิกก็เลิก สองก็ไม่อยากจะดึงรั้งคนที่หมดใจไว้เหมือนกัน หวังว่าแพรวจะจับคุณเป็นหนึ่งได้อยู่หมัดนะ ไม่ใช่ว่าพอบอกเลิกกับผมแล้ว ก็ถูกคุณเป็นหนึ่งทิ้งไปด้วยล่ะ” ผมเชื่อว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริง เพราะคุณเป็นหนึ่งเพียงแค่อยากจะเหยียบย่ำทำร้ายผม แย่งชิงทุกอย่างที่คิดว่านั่นคือของที่ผมรัก ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้ผมอยู่อย่างไม่เป็นสุข คุณเป็นหนึ่งพร้อมที่จะทำ!

“สองจะเอาเรื่องที่แพรวเคยเป็นแฟนสองไปบอกกับพี่หนึ่งหรือไง คิดว่าพี่หนึ่งจะเชื่อสองหรือไง”

“ไม่จำเป็นหรอกแพรว ผมไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลย เพราะอย่างคุณเป็นหนึ่งนะ ถ้าอยากรู้อะไร ก็สามารถรู้ได้เสมอแหละ เพียงแต่จะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น ในเมื่อเราสองคนเคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน ผมก็ขออวยพรให้แพรวได้ในสิ่งที่หวังละกัน”

ผมปล่อยมือจากแพรวและมองหญิงที่คิดว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันเดินจากไปด้วยความผิดหวังและเจ็บปวด แม้อยากจะไขว่คว้าให้เธอยังคงอยู่ข้างกาย แต่ผมก็รู้ เมื่อเขาหมดใจแล้ว ไม่ว่าจะรั้งยังไงสุดท้ายก็ต้องจากลากันอยู่ดี ถ้าผมยังไม่ยอมปล่อยวาง ก็เป็นตัวผมนั่นแหละที่จะเจ็บที่สุด

“ขอผมนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”

ผมเหลือบมองคนที่มานั่งใกล้ ๆ อย่างไม่สนใจเพียงแค่แวบหนึ่ง ก่อนดวงตาจะจับจ้องมองแก้วที่มีน้ำสีอำพันอยู่ข้างใน

“ดูเหมือนว่าคุณคงจะเพิ่งอกหักมา ถึงได้มาดื่มคนเดียวแบบนี้ ให้ผมนั่งดื่มเป็นเพื่อนดีกว่านะครับ”

ก็แค่อยากดื่มคนเดียว เจอคนมากวนแบบนี้ ผมว่า...ผมกลับไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปเป็นเบ้ให้เขาใช้งานอีก! แต่ผมกลับถูกเขาจับมือเอาไว้

“เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหนละ คุยกันก่อนไหม ผมกำลังคิดว่ามีข้อเสนอดี ๆ ที่คุณน่าจะสนใจอยู่นะ”

“ปล่อย”

“อยากได้ความรักแท้ไหม”

“รักแท้!” ผมอยากจะหัวเราะให้แผ่นดินพลิกกลับ สมัยนี้มันจะมีเหรอ รักแท้นะ หรือถ้ามี...คิดว่ามันจะหาพบกันได้ง่าย ๆ หรือยังไง

“ถึงคุณจะไม่เชื่อ แต่ทำไมไม่ลองฟังที่ผมจะบอกกับคุณก่อนละ”

น้ำเสียงเหมือนจะท้าทายว่าคนอย่างผมที่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง คงจะทำไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง ทำให้ผมซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาหันมาสนใจ ทั้งที่ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้ลังเลที่จะตอบออกไปหรอกนะ

ไม่ต้องรักแท้หรอก แค่มีใครสักคนอยู่กับผมในวันที่ผมท้อแท้สิ้นหวัง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวงก็คงดีกว่าที่ผมจะกลับไปที่บ้านหลังนั้น...ที่ซึ่งผมเป็นเพียงแค่ส่วนเกินที่เขาไม่ต้องการ ที่ซึ่งไม่เคยมีความรักให้กับผมเลย

“ที่ไหน”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง พระชายาสารพัดพิษ
8.3
บุตรีสายตรงจวนเสนาบดีผู้เคยอ่อนโยนกลับต้องจบชีวิตอย่างอนาถพร้อมลูกในท้อง หลังถูกคนรักหักหลังและครอบครัวทรยศจนสิ้นตระกูล เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในวัยสิบสี่ปี นางจึงละทิ้งความเมตตาและลุกขึ้นมาทวงแค้น ป้าที่หวังอำนาจ น้องสาวจอมฉวยโอกาส และอดีตสามีโฉดจักต้องพินาศด้วยน้ำมือของนาง ทว่าท่ามกลางเพลิงแค้นที่นางก่อเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา กลับมีบุรุษลึกลับก้าวเข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือในสงครามประสาทครั้งนี้อย่างไม่คาดคิด
ภาพปกนิยายเรื่อง บุตรชายตัวน้อยของบัณฑิตจาง 1
8.2
อานนท์ ชายหนุ่มสู้ชีวิตจากบ้านเด็กกำพร้าที่ทำงานหนักจนเสียชีวิต ได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของ จางอี้หมิง เด็กน้อยวัย 5 ขวบในครอบครัวบัณฑิตจาง ทว่าโชคชะตาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อครอบครัวของเขาถูกบ้านหลักขับไล่ให้มาตกระกำลำบากในชนบท แม้จะได้มีพ่อแม่และย่าตามที่เคยใฝ่ฝัน แต่ความยากจนข้นแค้นกลับเป็นบททดสอบใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ ชีวิตใหม่ครั้งนี้จึงกลายเป็นการต่อสู้ที่หนักหนายิ่งกว่าชาติก่อน เพื่อรักษาความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาเพิ่งได้รับมาให้คงอยู่ตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง พันวาเสน่หา
9.0
Arachné Tailors ร้านตัดสูทชื่อดังที่มีเจ้าของรูปหล่อแสนเพอร์เฟกต์ ทว่าเบื้องหลังเขากลับเป็นปีศาจแมงมุมที่คอยล่อลวงวิญญาณผ่านพันธสัญญาแห่งความปรารถนา แม้จะถูกเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ดาวหญิงสาวผู้โชคร้ายก็ยังเผลอเซ็นสัญญาจนถลำลึกสู่เรื่องราวสุดระทึกขวัญ ท่ามกลางความอ่อนโยนที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว เธอกลับต้องเผชิญกับความจริงอันน่าสยดสยองเมื่อตัวตนที่แท้จริงของเจ้านายหนุ่มถูกเผยออกมาในรูปแบบที่เหนือความคาดหมาย นี่คือจุดเริ่มต้นของเสน่หาที่ปนเปื้อนด้วยกลิ่นอายความตายและมนตรา
ภาพปกนิยายเรื่อง คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง มนต์เสน่หาซาตานเถื่อน
7.9
เมื่อพี่ชายของมนตราคือต้นเหตุที่ทำให้คนรักของโดมต้องจบชีวิตอย่างน่าสลด เขาจึงกลับมาเพื่อชำระแค้นและมอบบทลงโทษที่แสนเร่าร้อนให้เธอเป็นการตอบแทน ทว่าเธอกลับไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นแม่มดผู้มีมนตรามหาเสน่ห์ที่ร่ายเวทให้เขาตกหลุมพรางแห่งความปรารถนาจนยากจะถอนตัว แม้จะพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกและยึดมั่นในความเกลียดชังเพียงใด แต่หัวใจของซาตานร้ายกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์อันเย้ายวนจนไม่อาจต้านทานรักครั้งนี้ได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า
9.5
จวิ้นซิงเยียน องค์หญิงสี่ผู้ถือกำเนิดจากพระสนม ต้องเผชิญกับการถูกข่มเหงรังแกจากเหล่าพี่น้องที่มีฐานันดรสูงกว่า ความเจ็บช้ำเหล่านั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้เธอทะเยอทะยานเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจที่แม้แต่องค์จักรพรรดิยังต้องเกรงใจ เธอเชื่อมั่นว่าการจะหลุดพ้นจากการถูกกดขี่คือการทำตัวให้อยู่เหนือทุกคน ท่ามกลางเส้นทางการเมืองที่ดุเดือด เธอกลับต้องมารับมือกับชายเสเพลผู้มีฝีปากกล้าและพฤติกรรมสุดคาดเดาที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตของเธออย่างเลี่ยงไม่ได้