APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียร้อนจำยอมรัก

เมียร้อนจำยอมรัก

เมื่ออ้อนถูกตราหน้าว่าพยายามยั่วยวนสามีของพี่สาวต่างแม่ นางจันทร์นิลจึงจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการผลักไสเธอให้ตกเป็นเมียของพัชระ ช่างหนุ่มยากจนในไร่ชาท่ามกลางสภาพบอบช้ำ พัชระที่แอบหลงรักอ้อนมานานต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อความแค้นและความเกลียดชังของครอบครัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างความรักที่เขามีให้เธอ หรือการยอมจำนนต่อคำสั่งอันโหดร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาลในกระท่อมซอมซ่อหลังนั้น
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

2

ความจริงที่ต้องรับรู้

พิราอรตื่นนอนมาทั้งน้ำตาเกรอะกรังเต็มหน้า หญิงสาวแทบจะหยัดตัวลุกขึ้นไม่ได้ ความเจ็บร้าวระบมไปทั้งช่วงล่าง มองหาคนที่สร้างรอยมลทินให้ตัวเองก็ไม่เห็น ครั้นก้มลงมองร่องรอยแห่งความป่าเถื่อนของเขาก็แทบอยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ รอยแดงปื้นเต็มทั้งหน้าอกและซอกคอ คงเกิดจากรอยดูดรอยจูบและหนวดเคราของเขาเป็นแน่

“มีผัวแล้วจะตื่นสายแบบนี้ไม่ได้คุณอ้อน” เขาผลักประตูเข้ามาแล้วพูดประโยคนี้กับเธอ พิราอรกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น พยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาให้เขาเห็นในยามนี้

“ทำไม ลุกไม่ไหวเหรอ สงสัยผมจะเอาหนักไปหน่อย มามาผมช่วย”

“ไม่ต้อง !” พิราอรปัดมือเขาทิ้งสุดแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ช่างเลวร้ายเหลือเกิน พัชระแสยะยิ้มเหี้ยม ๆ แล้วผลักเธอลงบนเตียงแรง ๆ

“ทำบ้าอะไร”

“ลงโทษเมียที่ทำตัวแย่ ๆ กับผัวตัวเองยังไงล่ะ จะเอาให้ลุกไม่ขึ้นเลย” คำพูดกับแววตาดูยังไงก็ไม่ใช่แค่ขู่ พิราอรกลืนน้ำลายลงคอแบบหนืด ๆ ตั้งท่าพร้อมหนีแต่ก็ถูกเขาทาบทับกักตัวเอาไว้บนเตียงนอน

“อ๊ะ ! ไม่นะอย่าทำอีกเลย”

“คราวหน้าก็คิดก่อนจะทำแบบเมื่อกี้นี้อีก ผมมันคนไม่มีความอดทนเหมือนคนอื่นเสียด้วยสิ” พูดจบก็ก้มลงจูบหญิงสาวอย่างดุดัน จูบไปลูบไปขยำขยี้ทั้งตัวอีกต่างหาก เสื้อผ้าถูกทึ้งออกอย่างรวดเร็วทั้งบนและล่าง ไม่มีสักพื้นผิวของพิราอรที่จะไม่ถูกเขาสัมผัส หญิงสาวแทบจะสำลักรสจูบแสนป่าเถื่อนรุนแรงของเขา

“พี่เพชร พะ...พอ”

“หืม ไม่พอหรอก” คนพูดงึมงำอยู่กับยอดอกที่ผลุบเข้าผลุบออกแทบไม่ว่างเว้น ฝ่ามือร้อนผะผ่าววาดลูบลงไปยังสะโพกงามงอน บีบขยำอย่างเมามัน จากนั้นก็วกเข้าสู่ด้านในต้นขาเนียนนุ่ม กรีดกรายลงกลางกลีบดอกอย่างหนักหน่วง

“อื้อ เจ็บพี่เพชร ! พอก่อน”

“อย่าสำออยน่าคุณอ้อน” พัชระดูดผิวเนื้อเหนืออก ขณะที่ปลายนิ้วก็ขยับเข้าออกเป็นจังหวะ

“ไม่ ๆ อ้อนเจ็บ” คนเจ็บดิ้นพล่านจนน้ำตาเล็ด

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หลายรอบ พัชระสบถคำหยาบออกมาอย่างขัดใจ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้พิราอรแล้วเดินไปคว้าผ้าขาวม้ามาพันสะโพก เดินเร็ว ๆ ไปเปิดประตูให้คนที่มาไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย

“คุณจันทร์” จากตอนแรกที่จะด่าคนมาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม ตอนนี้พัชระต้องรีบก้มหน้าลงพร้อมถอนหายใจเบา ๆ

“ไหนนังอ้อน” นางจันทร์นิลถามพร้อมมองหา ก่อนจะหรี่ตาลงกับสภาพอันล่อแหลมของพัชระ ผลักประตูออกกว้างแล้วเดินเข้าไปภายในบ้านของชายหนุ่ม ลูกน้องหนุ่มทั้งสองตั้งท่าจะตามเข้าไปด้วย

“พวกมึงไม่ต้องเข้าไป รออยู่นี่แหละ” พัชระไม่อยากให้คนอื่นเห็นพิราอรในสภาพเปลือยไปทั้งตัวแบบนั้น เขารีบดันประตูปิดลงแล้วเดินตามนางจันทร์นิลเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

“ว่าไงนังอ้อน มีผัวเป็นตัวเป็นตนสักที คราวนี้คงหายคันไปอีกนานสินะ” สีหน้าของนางจันทร์นิลบ่งบอกว่าพอใจกับผลงานของพัชระเป็นอย่างมาก

คนถูกด่ารีบหันกลับมามอง พิราอรยังอยู่ภายใต้ผ้าห่มของพัชระ นัยน์ตาแดงก่ำจากการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง และยิ่งถูกซ้ำเมื่อครู่นี้เธอก็ยิ่งเจ็บปวดไปทั้งตัว

“ไอ้เพชรแกนี่มันไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ เอาซะฟ้าสางกันเลยทีเดียว”

“เอ่อ ครับ” พัชระยิ้มรับแบบอาย ๆ

“ดีแล้ว มีเมียก็ดูแลเมียตัวเองดี ๆ ล่ะ ฉันให้คนเอาเสื้อผ้าของนังอ้อนมาด้วย แกก็เหมือนกันนังอ้อนอยู่ที่นี่ก็ทำตัวดี ๆ เชื่อฟังผัวให้มาก ๆ ล่ะ แล้วอย่าสะเออะไปที่บ้านหลังใหญ่อีกเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่นังอ้อน” นางจันทร์นิลเหยียดปากใส่คนบนเตียงพร้อมแววตาสะใจกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า เป็นแบบนี้แล้วกรพฤกษ์คงไม่อยากได้พิราอรอีกต่อไป

“ฉันไปล่ะ แกจะทำอะไรต่อก็ทำไป วันนี้ให้หยุดงานหนึ่งวัน จะได้ทำอะไรที่ค้างคาให้เสร็จ”

“ขอบคุณครับคุณจันทร์” พัชระเดินตามหลังผู้เป็นนายออกไปถึงประตู พร้อมกับรับกระเป๋าใบย่อมจากมือของคนข้างนอก มองจนกระทั่งทั้งสามคนเดินลับสายตาไป เขาจึงได้เดินกลับเข้าไปในห้องนอน ถือวิสาสะรูดซิปกระเป๋าเพื่อสำรวจของภายใน

“เสื้อผ้าคุณอ้อนอยู่นี่นะ ไม่รู้เขาเอาอะไรใส่มาบ้าง อยู่บ้านโน้นมาตั้งนานมีเสื้อผ้าแค่นี้เองเหรอ” พูดแล้วก็โยนกระเป๋าไปไว้มุมห้อง จากนั้นก็ก้าวขึ้นไปบนเตียง พิราอรรีบหันหน้าหนีไปอีกทางด้วยความกลัว

“ได้ยินที่คุณจันทร์พูดหมดแล้วใช่ไหมคุณอ้อน อย่าดื้อล่ะ” เขามองคนที่ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคอ คิดว่าแค่นี้จะรอดหรือยังไง

“ว้าย !” ผ้าห่มถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว พิราอรรีบคว้าหมอนมาปิดหน้าอกเอาไว้แทน

“มาต่อกันให้จบเถอะคุณอ้อน”

“ไม่เอา” คำตอบมาในทันที

แต่อีกคนกลับยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้าน พัชระก้าวขึ้นมาอยู่บนเตียงแล้วผลักหญิงสาวให้แผ่นหลังติดที่นอน ดึงหมอนใบใหญ่ออกทิ้งไป ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากที่บวมเป่งอย่างดูดดื่ม จูบไปมือก็ขยำเต้าอวบอิ่มทั้งสองข้างไปด้วย ไม่ช้าพิราอรก็อ่อนปวกเปียกขึ้นมา กลางร่างชุ่มฉ่ำจากหยาดน้ำหวานเอ่อล้น

พัชระยิ้มอย่างพึงพอใจกับความฉ่ำใจกลางร่าง เขาดึงผ้าขาวม้าบนสะโพกโยนทิ้งไป ดันง้างท่อนขาของหญิงสาวให้แยกกว้างออกจากกัน สอดประสานเข้าใส่อย่างเชื่องช้า

“อื้อ !” เพราะเพิ่งจะมีประสบการณ์ในครั้งที่สอง พิราอรจึงเจ็บระบมไม่ทันหาย หญิงสาวน้ำตาเล็ดด้วยความเจ็บ แต่ก็ตามมาด้วยความรู้สึกอื่นแทรกอยู่ด้วย

พัชระแทรกสะโพกเข้าใส่แบบหนัก ๆ พร้อมกับเปล่งเสียงคำรามออกมาเป็นระยะ หน้าอกที่กระเพื่อมไหวไปตามแรงรักทำให้เขาครางฮืออย่างถูกใจ เร่งจังหวะให้เร็วและแรงขึ้น

เอี๊ยด อ๊าด ! เอี๊ยด อ๊าด !

เตียงไม้เก่า ๆ ก็ลั่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แข่งกับเสียงคำรามของพัชระอยู่ตลอดเวลา

“อื้ม ! โอ๊ะ !” และในจังหวะสุดท้ายที่เขากระแทกเข้าใส่สุดแรงเกิด

“โอ๊ะ โอ !!!”

โครม !!! น้ำรักพุ่งเข้าใส่หญิงสาวพร้อมกับเตียงที่ขาหักทั้งสี่ด้านพร้อมกัน ฝุ่นละอองลอยฟุ้งไปทั้งห้อง พิราอรหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ ขณะที่คนได้ปลดปล่อยก็สีหน้าสุขสมเกินบรรยาย ก่อนจะค่อย ๆ ทิ้งตัวลงไปกองอยู่กับซากไม้ที่หักอยู่ด้านล่าง โชคดีที่ยังมีที่นอนไม่อย่างนั้นคงได้เจ็บตัวเป็นแน่

“พี่เพชร อ้อนอึดอัด” พิราอรเอ่ยขึ้นหลังจากทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงหักเสียหลายนาที

พัชระค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นและยื่นมือออกมาดึงคนด้านล่างให้ลุกขึ้นตาม ดูเหมือนพิราอรจะมองหาเสื้อผ้ามาห่อตัว แต่มันคงอยู่ใต้ซากเตียงที่หักอยู่เป็นแน่ หญิงสาวหันไปคว้าผ้าขาวม้าของเขามาพันรอบตัวเอาไว้

“เดี๋ยวค่อยซ่อม” พัชระมองเตียงที่อยู่กับตัวเองมานานหลายปีอย่างอาลัยอาวรณ์

“มันผุขนาดนี้แล้วเอาทิ้งเถอะพี่เพชร” พิราอรเห็นแล้วก็อดพูดออกมาไม่ได้ จะเสียดายทำไมในเมื่อใช้งานไม่ได้แล้ว

“คุณอ้อนกลัวผมเอาหนักแล้วหักอีกเหรอ”

“นี่...คนบ้า” หญิงสาวชักสีหน้าใส่เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าตัวเองแล้วเดินเข้าไปเข้าห้องน้ำ

ใช้เวลาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเลย กว่าจะออกมาก็เกือบยี่สิบนาที เห็นพัชระกำลังขนซากเตียงหักออกไปทิ้งด้านนอก เขาคงตัดสินใจเอาทิ้งอย่างที่เธอบอกจริง ๆ ที่นอนกับหมอนผ้าห่มก็ขนไปตากแดดด้านนอก

“คุณอ้อน ทำความสะอาดห้องให้หน่อยนะ เดี๋ยวผมจะไปอาบน้ำก่อน เหนียวตัวแต่เช้าเลยนี่” พูดพลางใช้ผ้าขาวม้าซับเหงื่อบนหน้าไปด้วย

“อืม” พิราอรขานรับในลำคอ เดินไปหยิบไม้กวาดมาทำความสะอาดห้อง ไม่ได้อยากทำตามคำสั่งของเขาหรอก แต่ความสกปรกของฝุ่นละอองและเศษไม้หักเกลื่อนพื้นแบบนี้ เธอก็ทนอยู่ไม่ได้เหมือนกัน หญิงสาวกวาดห้องเสร็จก็จัดการถูพื้นต่อ สักพักท้องก็เริ่มหิว แต่คนในห้องน้ำก็ยังไม่ออกมาสักที เลยตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องครัวแทน

เขาหุงข้าวไว้ให้แล้วแต่ยังไม่มีกับ ห้องครัวแบบบ้าน ๆ ของเขามีตู้เย็นอยู่หนึ่งอัน พอเปิดประตูออกก็พบเพียงไข่ไก่ไม่กี่ฟองกับแตงกวาอีกสองลูก จะด้วยความหิวหรืออะไรก็แล้วแต่ หญิงสาวก็จัดการผัดไข่ใส่แตงกวาสำหรับเช้านี้ สักพักเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาในห้องครัวที่พิราอรนั่งรออยู่

“มีแค่นี้อ้อนเลยทำผัดไข่ใส่แตง” หญิงสาวบอกเขาด้วยสีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดออกมา

“ตักข้าวสิคุณอ้อนกินพร้อมกันเลย” พัชระเดินไปดึงเก้าอี้ไม้ออกแล้วทิ้งสะโพกลงนั่ง สายตาก็มองพิราอรตักข้าวใส่จานให้เขาก่อนจะตักให้ตัวเองทีหลัง

“นี่เรียกว่ากับข้าวเหรอคุณอ้อน รสชาติห่วยแตกใช้ได้” แค่ตักใส่ปากคำแรกพัชระก็แทบจะวางช้อนลงในทันที คนทำถึงกับตาลุกโตอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องว่าขนาดนี้ด้วย หญิงสาวทดลองตักกับข้าวใส่ปากดูบ้าง

“เค็มปี๋เลย อ้อนว่าอ้อนใส่ซีอิ๊วขาวนะไม่ใช่น้ำปลา” หญิงสาวพูดเบา ๆ กับตัวเอง

“ถามจริงทำกับข้าวเป็นหรือเปล่า” คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมองแบบอัตโนมัติแล้วส่ายหน้าไปมาอย่างช้า ๆ

“ส่วนใหญ่ป้าสร้อยทำ อ้อนแค่ช่วยหั่นผักแกะหอมอะไรทำนองนี้” คนได้ยินถึงกับถอนหายใจออกมาแรง ๆ พัชระคว้าจานผัดไข่ใส่แตงไปคว่ำลงในถังขยะ แล้วจัดการตอกไข่ใส่ชาม ใช้ช้อนตีจนแตกเนียน ปรุงรสเล็กน้อย ก่อนตั้งกระทะแล้วทอดไข่แบบรวดเร็ว

กลิ่นหอมฉุยลอยมาแตะจมูกคนนั่งรอ พิราอรหิวจนท้องร้องตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือจากเธอสักที เมื่อคืนว่าหนักแล้วตอนเช้ายิ่งหนักกว่าเสียอีก

“เอ้า กินไข่เจียวนี่แหละง่ายดี” พัชระวางจานไข่เจียวลงกลางโต๊ะ พิราอรก็รีบใช้ช้อนตักไปใส่จานตัวเอง เอาเข้าปากแบบเร็ว ๆ

“ร้อน ๆ” เพราะหิวมากไปจึงลืมนึกว่าไข่เจียวเพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ คนนั่งใกล้ตู้เย็นกว่าเลยเปิดคว้าขวดน้ำออกมาเทใส่แก้ว แล้วเลื่อนไปตรงหน้าของหญิงสาว แม้ไม่มีคำพูดจากปากของเขา แต่พิราอรก็รู้ว่าแก้วน้ำนี้เป็นของเธอ รีบคว้าขึ้นมาดื่มในทันที

ทั้งคู่นั่งกินข้าวกันไปอย่างเงียบ ๆ จนหมดจาน ต่างคนต่างความคิด พิราอรย่อมรู้ดีว่าคนตรงหน้านั้นแอบรักอรินดามานานแล้ว จู่ ๆ ถูกนางจันทร์นิลบังคับให้รับเธอมาเป็นเมียแบบนี้คงไม่เต็มใจสักเท่าไหร่

ส่วนพัชระนั้นก็กำลังคิดว่าเขาจะจัดการอย่างไรกับเมียส้มหล่นคนนี้ดี แล้วอีกฝ่ายจะยอมอยู่กับเขาตามคำสั่งของนางจันทร์นิลจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ พิราอรไม่ใช่คนหัวอ่อนเหมือนหน้าตาหรอก ลึก ๆ แล้วหญิงสาวก็ร้ายใช่ย่อย ดูจากการกล้าไปยุ่งกับสามีของอรินดาแบบนี้แล้ว ไม่ใสซื่ออย่างที่เห็นเป็นแน่

“ล้างจานด้วยนะคุณอ้อน” คนอิ่มเลื่อนจานเปล่าไปตรงหน้า พิราอรเงยหน้าขึ้นมองเขาเล็กน้อย หากเป็นเมื่อก่อนเขาจะกล้าใช้เธอล้างจานให้ไหม

“ทำไม ทำให้ผัวแค่นี้ไม่ได้หรือยังไง” พิราอรไม่ตอบแต่กลับรวบจานทั้งหมดไปล้างอย่างเงียบ ๆ

“ไอ้เพชรอยู่ไหม ! ไอ้เพชรอยู่ไหม !” เสียงตะโกนเรียกจากสัญชัยคนขับรถของนายธีระวุฒิ ดังโหวกเหวกอยู่หน้าประตูบ้าน

“อยู่พี่ชัย ! เดี๋ยวออกไป”

พิราอรมองตามหลังเขาไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย บิดาผู้ไม่เคยใส่ใจต่อความเป็นอยู่ของเธอ จะรู้ความจริงหรือยังในเรื่องนี้ หากรู้แล้วจะทำอย่างไร ปล่อยทุกอย่างผ่านเลยไปเหมือนไม่ได้สำคัญอะไร หรือว่าจะยื่นมือเข้ามาช่วยดึงเธอให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์ในตอนนี้

ด้านหน้าประตูบ้าน สัญชัยได้ชะเง้อคอมองเข้าไปข้างในบ้านแต่ก็ไม่พบคนที่ตัวเองอยากเจอ นั่นเพราะพิราอรกำลังล้างจานอยู่ในห้องครัวนั่นเอง

“มองหาอะไรพี่ชัย” เจ้าของบ้านอดถามไม่ได้

“คุณอ้อนอยู่นี่ใช่ไหม”

“อืม ล้างจานอยู่”

“ไอ้เพชร แกนี่มันจริง ๆ เลยนะ จะทำอะไรก็หัดเกรงใจคุณวุฒิเขาบ้างสิ ไม่ใช่เอะอะก็จะทำตามคำสั่งคุณจันทร์อย่างเดียว นั่นลูกสาวคนวุฒิเขานะ”

“เอาน่าพี่ชัย ผมทำไปแล้วมันย้อนเวลาไปไม่ได้ แล้วนี่มาหาผมมีธุระอะไร ไม่ใช่จะแค่มามองหาคุณอ้อนนะ”

“คุณวุฒิให้มาตามแกไปหา”

“หาผม”

“เออ ก็เรื่องคุณอ้อนนี่แหละ คุณจันทร์ดันตัดสินใจทำตอนแกไม่อยู่บ้าน นี่ก็โมโหต่อว่าคุณจันทร์ไปรอบหนึ่งแล้ว แต่ก็รู้ ๆ กันอยู่ คนอย่างคุณจันทร์น่ะ”

“อย่าพาดพิงถึงคุณจันทร์เลยพี่ชัย ถ้าคุณอ้อนไม่ไปก่อเรื่องก่อน คุณจันทร์จะทำแบบนี้ไหม แล้วคุณวุฒิจะให้ผมไปหาที่ไหนล่ะ”

“ท้ายไร่ชา”

“ลับตาคนเชียว” พัชระเปรยเบา ๆ เหมือนนายธีระวุฒิไม่ต้องการให้คนอื่นรู้เห็นในเรื่องนี้

“เออ รีบ ๆ ไปล่ะ”

“ได้พี่ชัย” พัชระเดินไปคร่อมมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ตามหลังรถของนายสัญชัยไป

คนที่เพิ่งล้างจานเสร็จยืนพิงขอบประตู มองด้านหลังของรถยนต์กับรถจักรยานยนต์ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปบริเวณท้ายไร่อย่างแปลกใจ แต่ว่านี่เป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอที่เธอจะได้หนี รีบกลับเข้าไปในห้องนอนคว้ากระเป๋าของตนเอง ขึ้นมาสะพายด้านหลังเอาไว้ แต่ก่อนจะไปก็เดินไปเปิดตู้ลิ้นชักในตู้เสื้อผ้า เห็นสมุดบัญชีอยู่หลายใบ แต่นั่นไม่น่าสนใจเท่ากับเงินสองพันบาทที่วางอยู่ในนั้น

‘ขอก่อนนะพี่เพชร’

เพราะรู้ว่าพัชระมีแค่เงินเดือนจากการเป็นช่างซ่อมงานไฟฟ้าของไร่ คงไม่ได้มีเงินทองมากเท่าที่ควร หญิงสาวจึงเลือกที่จะหยิบธนบัตรมาเพียงหนึ่งใบ มองไปรอบ ๆ บริเวณก่อนจะวิ่งออกจากบ้านของพัชระไป

ฉาด ! หน้าของพัชระถูกตบจนหันกลับไปอีกด้าน ชายหนุ่มกัดฟันจนแน่นด้วยความเจ็บ แต่ก็ไม่อาจตอบโต้อะไรกลับคืนได้ ด้านหลังก็มีนายสัญชัยยืนดูต้นทางอยู่ให้ผู้เป็นนาย

“มึงกล้าทำเลว ๆ กับลูกสาวกูอย่างนี้ได้ยังไงไอ้เพชร !” นายธีระวุฒิชี้นิ้วใส่ลูกน้องคนสำคัญของภรรยาตนเอง หลังจากรู้เรื่องทั้งหมดจากแม่บ้านของตน ไม่คิดว่านางจันทร์นิลจะกล้าทำอะไรโดยพละการระหว่างที่เขาไม่อยู่

“คุณจันทร์สั่งครับ” พัชระก้มหน้าตอบ

“เออ กูรู้แล้ว แต่กูไม่คิดว่ามึงจะกล้าทำตามได้ เรื่องชั่ว ๆ แบบนั้นมึงก็ยังทำตาม มึงมีหัวคิดไหมกูถามจริง ๆ”

“ผมขอโทษครับคุณวุฒิ”

“ระหว่างกูกับคุณจันทร์ มึงคงเชื่อฟังคุณจันทร์มากกว่ากูสินะ ก็แน่สิ กูในสายตามึงก็เหมือนคนนอกอยู่แล้ว มีแค่คุณจันทร์คนเดียวที่พวกมึงเคารพรักใช่ไหม”

นายธีระวุฒิโกรธจนต้องระบายความจริงในเรื่องนี้ออกมา เขาเป็นผู้ชายที่แต่งเข้ามาอยู่ในบ้านฝ่ายหญิง และยังนอกลู่นอกทางกับคนงานสาวในไร่ชา จนเกิดมีพิราอรขึ้นมา นั่นจึงทำให้ทุกคนในไร่มองเขาด้วยสายตาจงเกลียดจงชังมาแต่ไหนแต่ไร...

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รัก รอยมลทิน
8.6
ริ้วแพรยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำลงไปทั้งหมดนั้นเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพราะเจตนาแอบแฝงอย่างที่เกื้อคุณกำลังเข้าใจผิด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างนั้น เขาเลือกที่จะใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นรสิกา พี่สาวต่างมารดาที่ริ้วแพรไม่กินเส้นด้วย โดยหวังจะแย่งชิงทุกอย่างที่เป็นของรสิกามาให้ริ้วแพรเพื่อรอดูทั้งคู่แตกหักกัน ท่ามกลางความขัดแย้ง เกื้อคุณกลับรุกหนักด้วยการทวงสิทธิ์ในฐานะสามี จนทำให้ริ้วแพรที่ตกอยู่ในสถานะเบี้ยล่างต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อท่าทีที่คุกคามของเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง DANGEROUS PERSON  หนีรักมาเฟีย
8.2
อีโซมิน มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีจีนผู้มีเบื้องหลังอันมืดมนและเป็นเจ้าของอาณาจักรคาสิโนรายใหญ่ในกัมพูชาและมาเก๊า กำลังไล่ล่าตัว บัว หรือ ยอนฮวา หญิงสาวลูกครึ่งไทยเกาหลีที่ชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะได้พบกับเขา แม้เธอจะพยายามหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าหากตามตัวเธอกลับมาได้เมื่อไหร่ บทลงโทษที่รออยู่จะทรมานยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความหวาดกลัวที่เธอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เหยื่อในกับดักบงการใจ
9.7
เพื่อทลายแก๊งนรก ตำรวจสาวอย่างฉันยอมเป็นเหยื่อให้คนร้ายลวนลามบนรถเมล์เพื่อเก็บหลักฐานสำคัญ แต่แผนการจับกุมกลับพลิกผัน เมื่อฉันถูกสวมถุงดำคลุมหัวและตื่นขึ้นในโกดังค้ามนุษย์ ความจริงสุดสยองปรากฏว่าอาชญากรที่ฉันจับเป็นเพียงตัวล่อ โดยมี ‘พชร’ บอสใหญ่ผู้อยู่หลังม่านคอยเฝ้าดูความทรมานของฉันด้วยความบันเทิง เขาจงใจปั่นหัวฉันทั้งที่รู้ตัวตนจริง แม้ถูกมีดจ่อคอเขากลับกระซิบอย่างบ้าคลั่งว่า การได้เห็นตำรวจหญิงเดินลงนรกที่เขาสร้างขึ้นนั้นเร้าใจกว่าสิ่งใด
ภาพปกนิยายเรื่อง กลับมาเพื่อรัก
9.2
โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตอย่างโหดร้าย เมื่อฉันตัดสินใจรับจ้างอุ้มบุญเพื่อหาทางรอด แต่กลับต้องมาพบความจริงที่แสนเจ็บปวดในภายหลังว่า เด็กทารกในครรภ์คือเลือดเนื้อเชื้อไขของแฟนเก่าผู้เป็นรักข้างเดียวของฉันเอง เขาคือผู้ชายที่เคยทิ้งกันไปเมื่อสองปีก่อนและไม่เคยมีเยื่อใยรักให้กันเลยแม้แต่น้อย การกลับมาพบกันในสถานะแม่เล้าโลมและจ้างวานครั้งนี้ จึงเต็มไปด้วยความขมขื่นที่ฉันต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในฐานะผู้รับจ้าง
ภาพปกนิยายเรื่อง อลเวงหัวใจพบรัก
9.3
ปราโมทย์เจ้าของโรงแรมหนุ่มผู้มั่งคั่งเบื่อหน่ายกับบรรดาสาวๆ ที่คอยรุมล้อม เขาจึงตัดสินใจจ้างเมธาวีพนักงานใหม่วัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งเริ่มงานให้มารับบทเป็นคนคอยกันท่าผู้หญิงเหล่านั้น แม้เมธาวีจะทำงานไม่เก่งแต่เธอก็มีความสามารถในการเจรจาเป็นเลิศ ทว่าความใกล้ชิดในภารกิจกำมะลอนี้กลับทำให้ปราโมทย์รู้สึกเหมือนถูกเธอปั่นหัวและลวนลามอยู่บ่อยครั้งจนเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าในเกมรักครั้งนี้ใครจะเป็นฝ่ายได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่ในความสัมพันธ์สุดอลเวง