APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง นางฟ้าเมรี

นางฟ้าเมรี

จากที่เคยปฏิเสธการคลุมถุงชนอย่างหนักแน่น อาจารย์หนุ่มกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง เมื่อพบว่าสาวข้างบ้านจอมขี้เมาคือคนเดียวกับที่เขาเคยมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนและโหยหามาตลอด เพื่อเปลี่ยนสถานะจากคู่นอนลับๆ ไปสู่เจ้าของหัวใจ เขาจึงยอมปีนรั้วลอบเข้าหาเธอในยามวิกาลจนเกิดเรื่องชุลมุนเจ็บตัว แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้ากามและโดนไล่ตะเพิดด้วยความโมโห แต่เขาก็ยังดื้อรั้นที่จะพิสูจน์ความจริงใจเพื่อให้ได้นอนเคียงข้างเธอในฐานะคนพิเศษที่มากกว่าแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

วาโยพยายามฝืนข่มตาหลับแต่ก็หลับไม่ลง จากที่คิดว่าจะไม่ถือสากลายเป็นความโมโหเมื่อมองดูนาฬิกาปาไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว นักร้องเสียงเพราะๆ เพี้ยนๆ ข้างบ้านยังไม่แยกวงกันอีก ทั้งที่พรุ่งนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าเพราะต้องขับรถออกไปทำงานค่อนข้างไกล แต่จนป่านนี้แล้วยังไม่ได้หลับเลย ดูเหมือนว่าเพื่อนบ้านใหม่ของเขาจะเป็นมิตรกันยากเสียแล้ว

ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความง่วงเข้าจู่โจมแต่ระบบประสาทกลับถูกรบกวนจนปิดเปลือกตาไม่ลง

เสียงเพลงเริ่มดังขึ้นและเพี้ยนขึ้นเรื่อยๆ จนอาจารย์หนุ่มแทบอยากจะปีนหน้าต่างออกไปร้องเตือน แต่ก็ด้วยยังไม่รู้จักกันดี และตัวเขาเองยังมีสติดีพอ เขาจึงพยายามสูดหายใจเข้าลึก คุมสติแล้วตัดสินใจใช้วิธีการหันหน้าเข้าหาที่พึ่งของประชาชน

ศศินากับมนสิชาพาศารทูลเข้ามานอนในห้องโถงของบ้าน แล้วจึงชวนให้มนสิชาขึ้นมานอนรอในห้องนอนของเธอเอง เพราะดูท่าแล้วอาการคนเป็นน้องเริ่มจะไม่ไหว แม้จะยังเดินได้โดยไม่เซ แต่ก็แทบจะวิ่งไปอ้วกทุกๆ สิบนาที

“นอนในห้องพี่นี่แหละ ไม่ต้องออกไปแล้ว ส่วนพวกข้างนอกพี่จะไปจัดการเอง มันดึกมากแล้วด้วยเดี๋ยวข้างบ้านเขาจะด่าเอา ไม่รู้ว่าปกติคนแถวนี้เขาอยู่กันยังไงด้วยสิ”

“หนูไปช่วยพี่ได้นะ ไม่ได้เมาหรอก”

“ไม่เมาแต่แค่อ้วกเหรอ” คนเป็นพี่ว่า แล้วพยักพเยิดไปทางประตูห้องน้ำ

“นอนอยู่ในห้องนี่แหละ จะอ้วกก็วิ่งเข้าห้องน้ำแค่นี้เอง ถ้าขืนออกไปอีกเห็นวิ่งเข้าวิ่งออกห้องน้ำกับหน้าบ้านแล้วเหนื่อยแทน”

มนสิชาครางอือตอบมาในลำคอแล้วล้มตัวลงนอน เธอรู้สึกเวียนหัวมวนท้องตลอดเวลา เกลียดจริงๆ เวลาเมาแล้วอ้วกแต่สติยังครบถ้วนแบบนี้ สู้เมาแล้วหลับไปเลยซะยังจะดีกว่าจะได้ไม่ทรมาน

ศศินาเดินออกมาจากห้องปิดประตูไว้เรียบร้อยแล้วก็รู้สึกเอะใจ ว่าทำไมเสียงเพลงที่ยังดังอยู่ก่อนจะเข้ามาในบ้านตอนนี้ถึงเงียบไป เธอเดินลงบันไดมาถึงห้องโถงที่ศารทูลนอนหลับสนิทอยู่ มองผ่านประตูกระจกที่เปิดม่านเอาไว้ไม่เห็นทั้ง วันชัย อนุชิตและธนกฤต ด้วยความเอะใจจึงเดินไปเปิดประตูออก เห็นทั้งสามคนกำลังยืนคุยกับใครสักคนที่ประตูรั้วหน้าบ้าน

“มาทำไมค้าบ”

เสียงวันชัยถามผู้มาเยือนอ้อแอ้ เธอไม่รู้ว่าคนที่ทั้งสามเสือขี้เมากำลังคุยด้วยตอบมาว่ายังไงเพราะเสียงค่อนข้างเบา แต่ได้ยินแค่ที่วันชัยตอบกลับเพราะเสียงดังฟังชัดกว่าแม้จะยานคางไปบ้างก็ตาม

“อาราย ดังอาราย หมวดจะมาทำไม พวกผมแค่ร้องเพลงกันเฉยๆ บ้านนี้เมืองนี้แค่ร้องเพลงกันก็ผิดเหรอหมวด”

ชัด ชัดเลย แม้ยังไม่เห็นตัวคนมาเยี่ยมบ้าน แต่จากที่ได้ยินวันชัยเรียกคู่สนทนา ศศินาก็รู้ได้ทันทีว่าเธอโดนเข้าให้แล้ว

“โด่ง พอก่อน เข้าไปในบ้านเดี๋ยวฉันคุยเอง พี่อ้นพาไอ้โด่ง เข้าไปในบ้านหน่อย”

“เฮ้ย! เข้าไปได้ไง ไม่ไปเว้ย แกเป็นผู้หญิงแกจะมายืนคุยค่ำๆ มืดๆ กับผู้ชายคนเดียวได้ไง ไม่ได้ ฉันเป็นเพื่อนแก ฉันทิ้งแกไปไม่ได้”

“เข้าบ้านไปก่อนโด่ง เดี๋ยวฉันอยู่เป็นเพื่อนไอ้นาเอง”

อนุชิตดันไหล่ผลักหลังพร้อมกับพยักพเยิดให้ธนกฤตพาวันชัยกลับเข้าบ้านไป แต่เจ้าตัวก็ยังฮึดฮัดไม่ยอม

“ไม่ได้หรอกพี่อ้น พวกนี้ตำรวจจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ สงสัยคิดว่าบ้านนี้มีผู้หญิงคนเดียวหรือเปล่าเลยแอบมาส่อง พอเห็นว่ามีผู้ชายอยู่เลยแกล้งบอกว่ามาตรวจ”

“ไอ้โด่งหุบปากไปเถอะน่า”

ศศินาพยายามปราม แต่คนที่เมาได้ที่เริ่มน้ำลายแตกฟอง เดินกลับไปเกาะที่ประตูรั้วเหล็ก พร้อมกับยกนิ้วชี้ไปที่ตำรวจสองนาย ที่ยืนอยู่นอกประตู

“ถ้าเป็นตำรวจจริงไหนขอดูบัตรหน่อยดิ๊”

“ไอ้โด่งพอแล้ว เข้าบ้านฉันคุยเอง”

“ไม่ได้ ทุกวันนี้มิจฉาชีพมันเยอะ แม้แต่ตำรวจเองยังเป็นโจร แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าสองคนที่มานี่จะไม่ใช่โจร ใช่มั้ย พวกแกเป็นโจรใช่มั้ย ยอมรับมาซะดีๆ” วันชัยเริ่มโวยวายเสียงดัง ยกนิ้วชี้หน้าตำรวจสองนายที่มาเยือน

“คุณตำรวจคะ ขอโทษด้วยนะคะ” ศศินาพยายามจะประนีประนอม แต่วันชัยก็ยังโวยวายขัดขึ้น

“จะไปขอโทษมันทำไม มันมารบกวนเจ้าบ้านในยามวิกาลแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

“โด่งพอ ปล่อยให้ไอ้นามันคุย มานี่แกมากับฉันนี่” อนุชิตจับที่คอเสื้อของวันชัยดึงเข้าบ้าน โดยปล่อยให้ธนกฤตกับศศินาอยู่เคลียร์กับตำรวจกันแค่สองคน

สุดท้ายแล้วหญิงสาวเจ้าของบ้านก็มานั่งอยู่ที่โรงพักเพื่อจ่ายค่าปรับไปตามระเบียบ ศศินาเดินลงมาจากบันไดหน้าสถานีตำรวจแล้วทรุดนั่งลงที่ฟุตบาทข้างรถที่จอดอยู่ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เป็นการขึ้นบ้านใหม่ที่ได้ฤกษ์ได้ชัยมากเลยพี่กฤต ฉิบหาย พึ่งอยู่มาได้คืนที่สองตำรวจก็มาเยี่ยมบ้านแล้ว”

“เอาน่า คิดซะว่ามาทำความรู้จักกันเอาไว้ เผื่อคราวหน้าไปรับงานต่างจังหวัดไม่มีใครอยู่บ้านจะได้ฝากบ้านกับตำรวจเขาได้ ถือว่ารู้จักกันแล้ว” ธนกฤตตบหลังปลอบโยน

กว่าที่อาจารย์หนุ่มจะได้ปิดเปลือกตาเพื่อเข้าสู่นิทรารมณ์ได้ก็น่าจะปาไปเกือบตีสอง แล้วต้องตื่นมาตั้งแต่ตีห้าเพื่อจะได้ทำธุระส่วนตัวให้ออกบ้านได้ทันก่อนเจ็ดโมงเช้า เพราะความแออัดของรถราในกรุงเทพฯกินเวลาชีวิตของเขาไปมากจริงๆ จะออกช้ากว่านี้ก็คงไม่ทันเพราะมีสอนรอบเช้า

อาการสะโหลสะเหลของลูกชายที่เดินลงบันไดมาทำให้คุณวารีอดจะถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ไหวมั้ยลูก ทำไมเหมือนไม่ค่อยได้นอน ทำงานจนดึกเลยเหรอ”

“ทำงานอะไรกันล่ะครับแม่ ก็เพื่อนบ้านใหม่ของแม่น่ะสิ เล่นร้องเพลงกรอกหูผมยันตีหนึ่ง” บอกพร้อมวางกระเป๋าลงที่โต๊ะแล้วนั่งลงข้างผู้เป็นพ่อ

“อ้าว ดังขนาดนั้นเลยเหรอ แม่ได้ยินแค่แว่วๆ แต่หลับไปก่อนเลยไม่รู้ว่าเขาหยุดกันไปตอนไหน”

“ก็ห้องพ่อกับแม่อยู่ฝั่งนู้นนี่ครับ แต่ห้องผมนี่สิมีแค่ต้นมะม่วงกั้นห่างกันแค่เท่าไหร่เอง”

“แล้วทำยังไงเขาถึงหยุดกันให้แกได้นอนล่ะ เปิดหน้าต่างตะโกนด่าเหรอ”

คุณธาดาเอ่ยเย้าลูกชาย ในขณะที่มือก็ยื่นเนื้อปลาให้เจ้าอู้ฟู่ แมวหลงทางที่ตอนนี้กลายมาเป็นมาเฟียใหญ่ในบ้าน เพราะแม้แต่เจ้ารถถังหมาลาบราดอร์ตัวเบิ้มยังต้องยอม

“ผมทนไม่ไหวเลยโทรแจ้งตำรวจให้มาดู ไม่เสี่ยงเอาตัวเองเข้าแลกหรอกครับ เพราะไม่รู้ว่าห้าวเป้งกันแค่ไหน ขืนทะเล่อทะล่าไปเดี๋ยวได้ตายก่อนหาสะใภ้มาให้แม่ ถ้าตายก่อนจะหาหลานหาสะใภ้มาให้แม่ได้จะกลายเป็นลูกเนรคุณไปซะเปล่าๆ”

คนเป็นพ่อได้ฟังก็หัวเราะหึๆ อย่างถูกใจ ในขณะที่ผู้เป็นแม่ มองมาตาขุ่น

“เอ้! ตาโยนี่ยังไง แม่ก็แค่เป็นห่วง ว่าเราน่ะอายุปูนนี้แล้ว เดี๋ยวจะไม่มีคนดูแล ทำแต่งานงกๆ กว่าจะรู้ตัวว่าต้องการใครสักคนในชีวิต พอเงยหน้าขึ้นมาก็คงจะไม่เหลือใครแล้ว แม่มีหลานยายแล้วก็อยากจะอุ้มหลานย่าบ้าง เห็นมั้ย ยายหนูหวานกับยายหนูแหววหลานสาวเราน่ะน่ารักน่าชังกันขนาดไหน ก็เห็นเห่อหลานดีนี่ ไม่คิดอยากจะมีเองบ้างหรือไงลูก”

วาโยรู้สึกเหมือนมาผิดทาง พอเปิดช่องให้มารดาเข้าหน่อย ท่านก็ร่ายยาวเป็นคุ้งเป็นแคว ขนาดมีหลานสาวฝาแฝดจากพี่สาวของเขาแล้วก็ยังไม่วายอยากจะได้หลานย่ามาอีก แล้วเขาจะไปหาที่ไหนให้ได้ทันใจท่านกัน เพราะคนที่จะท้องลูกของเขาไม่ใช่แค่จะมาเป็นแม่ของลูกนะแต่นั่นมันคู่ชีวิตที่ต้องนอนมองหน้ากันไปจนตายจากกันไปข้างหนึ่งเลย

ถ้าได้แบบสายเมาอย่างสาวข้างบ้านที่ตั้งวงกันเมื่อคืนแม่เขายังจะโอเคอยู่มั้ย แต่สำหรับเขาแล้วคงต้องโบกมือลา ก็ได้แต่ภาวนาว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่แม่ของเขาจะยังไม่สานสัมพันธ์กับคนข้างบ้าน หรือไม่ก็ภาวนาว่าให้คนที่เข้ามาอยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียกันซะให้รู้แล้วรู้รอด แม่เขาจะได้ไม่เอามาวุ่นวายกับชีวิตเขาอีก เพราะเท่าที่ได้ยินเมื่อคืนก็มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พวกเขาก็คงจะอยู่กันเป็นครอบครัวกันอยู่แล้วนั่นแหละ

เสียงเพลงดังมาจากในร้านไม่ดังมากนัก เพราะยังเป็นช่วงหัวค่ำ เหล่าแก๊งก๊วนนักดนตรีของอนุชิตกำลังเตรียมตัวสำหรับขึ้นแสดงคืนนี้ ศารทูลนั่งเช็กสายกีตาร์ ส่วนมนสิชากับวันชัยกำลังตีมือแย่งไก่ทอดกันเอาเป็นเอาตาย

“แกกินของทอดมากๆ มันไม่ดีมิ้น เผื่อร้องเพลงแทนไอ้นีน่า เดี๋ยวเสียงเพี้ยน” วันชัยพยายามหาข้ออ้างฉกฉวยชิ้นไก่

“เพี้ยนบ้าเพี้ยนบออะไร อย่ามาแย่งนะ ตัวเองกินไปสองชิ้นแล้ว ยังจะมาแย่งน้องอีก ชูชกเอ๊ย”

อนุชิตมองดูอยู่ก็นึกรำคาญ ไอ้พวกนี้มีเรื่องให้ได้ฟันฝีปากกันได้ทุกวันจึงหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาแล้วควักธนบัตรใบละร้อยออกมาสองใบส่งให้

“เอานี่เงิน ไปซื้อมาเพิ่มจะได้ไม่ต้องแย่งกัน รำคาญ”

“พี่อ้นแค่สองร้อยจะไปพออะไร เพิ่มมาอีกร้อยหนึ่งสิเดี๋ยวซื้อมาเผื่อด้วย”

มนสิชาบอกพร้อมกับยื่นมือไปหยิบเงินจากอนุชิต ส่วนมืออีกข้างยื่นไปแบขอเพิ่ม

“ทำไมจะไม่พอ ของเก่าก็มีแล้วสามชิ้น ออกไปซื้อเพิ่มที่ร้านไก่หลายดาวตรงข้ามร้านนี่ก็ได้เยอะแล้ว ถ้าไม่พอพวกแกก็จ่ายเพิ่มเองบ้างไม่ได้เลยหรือไงปล้นเก่งจริงๆ ไอ้พวกนี้” ว่าแล้วนั่งลงข้างวันชัยหยิบ ไก่ทอดชิ้นหนึ่งที่ยังว่างอยู่มากินบ้าง

“แล้วนี่ไอ้นาไปไหน มันไม่มากินข้าวกินปลาเหรอ เกิดขึ้นไปร้องเพลงท้องเปล่ากรอกเหล้าเข้าปากไปไม่กี่แก้วเดี๋ยวก็ได้น็อกกลางอากาศ”

“เห็นออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกน่ะ สงสัยคุยกับแฟน”

วันชัยตอบพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือไล่ให้มนสิชาออกไปซื้อไก่มาเพิ่ม มนสิชากำลังจะลุกออกไปแต่อนุชิตเรียกเอาไว้ซะก่อน พร้อมกับควักธนบัตรแบงค์ร้อยออกมาอีกใบส่งให้

“ซื้อข้าวมันไก่มาให้ไอ้นามันด้วย”

“ปกรณ์ นีน่าว่าจะทำบุญขึ้นบ้านใหม่วันเสาร์นี้ ปกรณ์มาได้มั้ย”

“วันเสาร์ไปไม่ได้เลยนีน่า เราจะต้องพาแม่ไปทำธุระ”

“ปกรณ์ยังไม่เคยมาเห็นบ้านใหม่ของนีน่าเลยนะ ช่วงนี้ยุ่งมากเหรอ นีน่าโทรไปไม่ค่อยว่าง”

“อืม นิดหน่อยน่ะ เดี๋ยววันไหนว่างเราจะไปหาที่บ้านใหม่นีน่านะ คิดถึง ถ้าไปแล้วขอค้างด้วยได้มั้ย”

“กลัวแต่จะไม่มา”

“ไปสิ แต่ถ้าไปแล้วอย่าให้เราเจอนะว่ามีผู้ชายคนอื่นอยู่ในบ้าน”

“บ้าน่า นอกจากพวกขี้เหล้านี่แล้วจะมีใครมาอยู่อีกล่ะ”

“คิดถึงนีน่านะ จุ๊ฟ”

“นีน่าก็คิดถึงนะ”

ศศินาวางสายจากคนรักไปแล้ว หันกลับมาจะกลับเข้าไปในร้านก็เจอมนสิชาถือไก่เดินเข้ามาใกล้พอดี

“อะนี่ ข้าวมันไก่พี่นีน่า พี่อ้นบอกให้ซื้อมาให้ พี่คุยกับพี่ปกรณ์เหรอ”

“อืม”

“แล้วเขาเป็นไงบ้าง ช่วงนี้มิ้นไม่ค่อยเห็นเขามาหาพี่เลย ที่ร้านก็ไม่มี ที่บ้านตอนกินเลี้ยงกันวันก่อนก็ไม่ไป”

“เขาไม่ค่อยว่างน่ะ วันเสาร์นี้ที่จะทำบุญบ้านเขาก็มาไม่ได้”

ศศินาบ่นกับคนเป็นน้องแล้วถอนหายใจ เธอไม่ได้เจอกันกับปกรณ์เกือบจะเดือนหนึ่งแล้ว โทรหาทีไรเขาก็อ้างแต่ว่าไม่ว่างติดธุระ แม้กระทั่งเธอย้ายบ้านเขาก็ยังไม่เคยมา

“หนูว่ามันแปลกๆ นะพี่นีน่า จะหาว่าหนูเสือกก็ได้มันคันปากยิบๆ อดไม่ได้จริงๆ พี่นีน่าไม่สงสัยอะไรบ้างเหรอ”

ศศินามองที่มนสิชานิ่ง เธอรู้ว่าเพื่อนรุ่นน้องจะพูดว่าอะไร เธอส่งสัยไม่ใช่ไม่เคยสงสัย แต่แค่ไม่อยากสงสัยเลยพยายามที่จะไม่คิดอะไร พอมนสิชาเอ่ยขึ้นมาอีก ความสงสัยที่มีอยู่นั้นก็ลอยฟุ้งขึ้นมาในสมองเหมือนฝุ่นละอองที่ลอยในอากาศให้รำคาญหูรำคาญตาอีกครั้ง

“สงสัยอะไรเหรอมิ้น”

“เมื่อก่อนพี่ปกรณ์ไม่เคยเป็นอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เขามาหาพี่บ่อยจะตาย มานั่งเฝ้าที่ร้าน เรามีนัดไปเที่ยวกันเขาก็ไปด้วย แต่ช่วงหลังมานี่ไม่เจอเลย”

“เขายุ่งน่ะ”

“พี่คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ อันนี้ถามจริงๆ แล้วก็เสือกจริงๆ”

ศศินานิ่งไป มนสิชาเลยเดินเข้ามาโอบเอวบางของเธอไว้

“หนูขอโทษนะที่พูดอะไรออกมาให้พี่ไม่สบายใจ แต่หนูเป็นห่วงพี่หนูก็เลยต้องพูดตรงๆ หนูรักพี่นะ พี่นีน่าอย่าโกรธหนูนะ” มนสิชาอ้อนซบหน้าลงกับไหล่พี่สาว แล้วชวนกันเดินกลับเข้าร้าน

เธอไม่กล้าบอกกับคนที่กำลังเดินไปด้วยกันว่าในวันที่ย้ายของเข้าบ้านใหม่ที่ปกรณ์อ้างว่าติดธุระพาแม่ไปหาหมอ แต่จริงๆ แล้วเขาไปโผล่ที่ตลาดใหญ่แห่งหนึ่งกับผู้หญิงอีกคนควงกันผ่านหน้าร้านศารทูลไป ศารทูลบอกกับเธอว่าดูยังไงก็แฟนไม่ใช่แม่หรือเพื่อนอย่างแน่นอน แต่พวกเขาสองคนไม่กล้าบอกกับศศินาจึงต้องเก็บมันเป็นความลับไปก่อนให้รู้กันแค่สองคน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ผมโดนเพื่อนที่คบกัน 8 ปีหักหลัง เลยตัดสินใจเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
9.7
มาซาโยชิคือพนักงานออฟฟิศผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาโดยตลอด แต่แล้วโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงเมื่อถูกเพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุดหักหลังอย่างเลือดเย็น ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศกลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล ทำให้เขาตัดสินใจละทิ้งตัวตนเดิมที่แสนอ่อนแอแล้วก้าวเข้าสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว มาซาโยชิพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดและกลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อรอคอยจังหวะเวลาที่จะได้ชำระแค้นคืนให้สาสมกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปในครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาแสนร้ายของพายัพ
9.2
อังศุมาลีไม่ใช่ภรรยาที่ยอมคนง่าย แม้พายัพจะใช้รูปถ่ายสำคัญของแม่มาข่มขู่ให้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษ แต่ความแสบสันของเธอก็ทำให้เขาต้องจดจำ เมื่อสบโอกาสเธอจึงเอาคืนพายัพด้วยแม่ไม้มวยไทยจนเขาสลบเหมือดคาที่ แม้พายัพจะพยายามโต้กลับด้วยเล่ห์เหลี่ยมสัญญาหย่าร้าง ทว่าความรุนแรงและไหวพริบของอังศุมาลีกลับเหนือชั้นกว่ามาก การปะทะกันระหว่างสามีจอมบงการกับภรรยาสายโหดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดโดยไม่มีใครยอมใครในสงครามประสาทครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เถ้าถ่านรัก จุดไฟแค้น ขึ้นมา
8.6
ปาริชาติถูกพุฒิสามีผู้เย็นชาบีบคั้นให้มอบกำไลหยกแทนใจของแม่แก่ลลิตาแฟนเก่าของเขา ไม่เพียงทำลายของรักเขายังบังคับให้เธอถ่ายเลือดช่วยหญิงคนนั้นจนปางตาย ท้ายที่สุดพุฒิเลือกช่วยลลิตาจากเหตุระเบิดและทิ้งปาริชาติให้ตายในกองเพลิง เธอรอดชีวิตมาได้พร้อมหัวใจที่แตกสลายและหนีไปเริ่มต้นใหม่ที่อังกฤษ เมื่อพุฒิรู้ความจริงว่าลลิตาคือคนร้ายจึงตามมาคุกเข่าอ้อนวอนขอคืนดี แต่ปาริชาติในลุคใหม่กลับยืนเคียงข้างชายอื่นพร้อมยืนยันว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จบลงตั้งแต่วันที่เขาเลือกทิ้งเธอไว้ในกองไฟ
ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยพิศวาส แม่ทัพบูรพา
8.0
โศกนาฏกรรมรักของราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดในรักครั้งแรก ชาติแรกนางกลับชิงชังเขาด้วยแรงแค้น ชาติที่สองเขาจึงยอมสละกระทั่งชีวิตเพื่อให้พ้นมลทินและปกป้องนางให้รอดพ้นอันตราย จนมาถึงชาติที่สามที่นางเริ่มออกตามหาบุรุษผู้มั่นคงในรักทุกภพชาติเพื่อชุบชีวิตเขากลับมาเคียงคู่กันอีกครั้ง นางปรารถนาเพียงถามคำถามเดียวที่ค้างคาใจว่าเขาเฝ้าติดตามรักนางมานานเพียงใด และสาบานว่าจะต้องตามหาชายผู้นั้นให้พบในชาตินี้