APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง มิติมหัศจรรย์

มิติมหัศจรรย์

ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เมื่อสืบได้ความแน่นอนแล้ว...อมรเทพก็นำขึ้นกราบทูลพระเสาร์ตามความจริงว่า “ราชธิดาทั้งสามของท้าวธุมราชยังมิได้มีคู่หมายหมั้นพระเจ้าค่ะ...และผู้มีความงามเป็นเลิศก็คือพระธิดาองค์เล็กเกศกัลยา”

พระเสาร์รับฟังจบก็นิ่งตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง จึงตรัสว่า “เราจะไปเยือนท้าวธุมราชอย่างเป็นทางการ เพื่อสู่ขอ

เกศกัลยาเป็นชายา...อมรเทพ ท่านจงไปตระเตรียมขบวนเกียรติยศตามพิธีการให้เรียบร้อย”

“พระเจ้าค่ะ”

...การมาเยื่อนของพระเสาร์ทำให้ท้าวธุมราชทรงกังวลอย่างยิ่ง ด้วยไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดเหตุดีเหตุร้ายประการใดขึ้น

ต่อเมื่อได้รู้ว่าพระเสาร์เสด็จมาเพื่อสู่ขอเกศกัลยาพระธิดาพระองค์เล็กไปเป็นชายา โดยมีพระประสงค์ให้นางเข้าเฝ้าถวายคำตอบด้วยตัวของนางเองในวันรุ่งขึ้น...ท้าวธุมราชจึงคอยรู้สึกโล่งอกแต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น! เพราะอีกครึ่งหนึ่ง...ก็ต้องดูจากผลแห่งคำตอบของพระธิดาองค์น้อย...

ดังนั้นหลังจากทูลอัญเชิญพระเสาร์ให้ประทับยังพระตำหนักรับรองราชอาคันตุกะแล้ว ท้าวธุมราชก็ทรงนำเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มาตรัสเล่าให้พระมเหสีและพระราชธิดาทั้งสามซึ่งกำลังกรองดอกไม้อยู่ด้วยกันฟัง พร้อมกับปรับทุกข์ว่า “เราเกรงว่า...ถ้าลูกหญิงเกศกัลยาทูลถวายคำตอบไม่เป็นที่พอพระทัยแห่งองค์เทวะ อาจจะทำให้พระองค์ทรงพิโรธได้ง่ายๆ ซึ่งนั้นย่อมหมายถึงความพินาศจะเกิดขึ้นกับภัทรานครอย่างยากหลีกเลี่ยงพ้น”

“เสด็จพ่อตรัสเหมือนหมายพระทัยจะถวายลูกแด่พระเสาร์...เทวะผู้ทรงมีพระทัยร้อนประดุจเปลวเพลิงและฉุนเฉียวเป็นเนืองนิตย์” เกศกัลยาคร่ำครวญเพราะตระหนกกับข่าวที่ได้ยิน “แต่...ลูกมิได้รักพระองค์ ไม่เคยแม้จะพบพาน...แล้วจะให้ลูกรับคำอภิเษกสมรสด้วยองค์เทวะได้อย่างไร...ได้โปรดเถิดเพคะเสด็จพ่อ”

พระมเหสีเกศินีแม้จะทรงรู้สึกสงสารธิดาน้อยที่น้ำตาอาบแก้มก็ทำได้เพียงแค่อ้างเอาเหตุผลมาตรัสปลอบว่า

“อย่าเอาแต่เศร้าโศกสิลูกแม่...ธรรมดาหญิงเมื่อเติบโตใหญ่ย่อมต้องออกเรือน อย่าว่าแต่ผู้หมายปองเจ้าทรงเป็นเทพผู้ใหญ่ซึ่งสูงส่งยิ่ง...เช่นนี้ควรนับว่าเป็นวาสนาจึงจะถูกนะลูกหญิง”

“เพคะเสด็จแม่ ลูกก็รู้ หากอภิเษกสมรสด้วยองค์พระเสาร์ก็จะได้เป็นเทพเทวีผู้สูงศักดิ์ อยู่บนทิพย์วิมานที่วิจิตรด้วยอัญมณีและสิ่งวิเศษอันล้ำค่า แม้แต่นางฟ้าบนสวรรค์ก็ต้องก้มเศียรให้ยามลูกกรายผ่าน...แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ลูกปรารถนาเพคะ...ลูกอยากอยู่ที่นี่...ที่นี่ลูกก็มีความสุขความอบอุ่นอย่างเปี่ยมล้นแล้ว ไยจะต้องผลักไสลูกให้ไปกับผู้ที่ลูกไม่เคยรู้จัก ต้องไปอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างนั้นด้วยเพคะ” นางทูลพลางน้ำตาไหลพราก

เกศสุดาและเกศประภา สองพี่หญิงได้รับรู้อยู่ด้วยจึงมีสีหน้าเศร้าสลดไปตามๆกันเพราะความเห็นใจ

“ร้องไห้ไปไย ลูกหญิง” ท้าวธุมราชตรัสสุรเสียงอ่อนโยน “ใช่ว่าพ่อจะแข็งขืนบังคับยกเจ้าแด่องค์เทวะเสียเมื่อไหร่เล่า เพียงแต่อยากให้เจ้าคิดให้ดีก่อนจะถวายคำตอบพระองค์เท่านั้น...เฮ้อ! เพราะเราไม่อาจคาดคิดถึงพระทัยของผู้ทรงอำนาจยิ่งใหญ่เช่นนั้นได้”

แล้วท้าวธุมราชก็ทรงยื่นสร้อยข้อมือเล็กๆประดับบุษราคัมน้ำงามเส้นหนึ่งแก่เกศกัลยาอย่างนึกได้ ตรัสว่า

“อ้อ...องค์เทวะตรัสว่าเก็บสร้อยเส้นนี้ของเจ้าได้ที่ใต้ต้นไทรในป่าหิมพานต์”

คำตรัสประโยคหลังของพระบิดาทำให้ราชธิดาทั้งสามต่างรู้ทันทีว่าผู้ที่นางพากันเข้าใจว่าเป็นเพียงเทพารักษ์ซึ่งพบในป่าหิมพานต์นั้นแท้จริงก็คือองค์พระเสาร์...

เกศสุดาจึงรู้สึกผิดหวังและเสียใจยิ่ง เพราะผู้ที่นางแอบหลงรักกลับหมายปองน้องหญิงของนางเอง

ในขณะที่เกศกัลยาเฝ้าแต่ครุ่นคิดอยู่ตลอดคืนว่าจะทูลพระเสาร์อย่างไรจึงไม่ทำให้พระองค์ทรงพิโรธ และสามารถช่วยให้เกศสุดาพี่หญิงใหญ่สมหวังด้วย...

แล้วในเช้าวันรุ่งขึ้น...เมื่อได้เข้าเฝ้า เกศกัลยาก็ทูลว่า “ข้าแต่องค์เทวะพระผู้เป็นเจ้า หม่อมฉันยินดียิ่งเพคะที่จะได้ติดตามเป็นบาทบริจาริกาในพระองค์ผู้ประเสริฐ...แต่ขอพระกรุณาได้โปรดประทานพรให้แก่หม่อมฉันสองประการก่อนเถอะเพคะ...พระผู้เป็นเจ้า”

“ได้สิ...เจ้าต้องการสิ่งใดก็บอกมาเถอะ” พระเสาร์ทรงรับคำสุรเสียงเรียบ

หม่อมฉันไม่อยากจากภัทรานครไปอย่างกะทันหันเช่นนี้..โปรดให้เวลาหม่อมฉันได้อยู่กับเสด็จพ่อเสด็จแม่อีกสามปีเถิดเพคะ”

“แล้วอีกประการหนึ่งล่ะ”

“หม่อมฉันเป็นเพียงนางกินนรเท่านั้น ย่อมแก่เฒ่าชราไปตามวัยความงามก็ไม่อาจยั่งยืนทัดเทียมกับเทพธิดาที่แท้บนแดนสรวงได้...หากองค์เทวะทรงเมตตา ก็โปรดประทานสิ่งที่สามารถรักษาชีวิตและความงามให้เป็นอัมตะแก่หม่อมฉันด้วยเพคะ”

“ตกลง...อีกสามปีนับจากนี้ ในวันครบกำหนด เราจะให้สิ่งวิเศษนั้นแก่เจ้า และพิธีอภิเษกก็จะจัดขึ้นในวันนั้นเช่นกัน” พระเสาร์ตรัสเป็นคำมั่นก่อนจะเสด็จจากไป...

เกศกัลยาจึงนำข่าวนี้ไปแจ้งให้เกศสุดาที่กำลังที่กำลังทุกข์ใจ โดยมีเกศประภาเฝ้าหลอบอยู่ข้างๆทราบ พร้อมกับกล่าวเสริมว่า “น้องได้ถ่วงเวลาไว้สามปีเพคะ และในเวลาสามปีนี้ ยามใดที่องค์เทวะเสด็จมาเยือน น้องก็จะหาทางเลี่ยงห่างเสีย พี่หญิงจงคอยปรนนิบัติพระองค์ให้ดี น้องเชื่อว่าความดีของพี่หญิงจะสามารถเปลี่ยนพระทัยขององค์เทวะได้...ส่วนเรื่องของวิเศษนั้นน้องเพียงยกขึ้นมาบังหน้าการถ่วงเวลาเท่านั้นเพคะ”

ข่าวที่ได้รับได้จุดประกายแห่งความหวังขึ้นใหม่ในใจของนางกินรีน้อยเกศสุดา...แต่แล้วความละอายใจก็เข้ามาแทนที่

“น้องไม่ควรเสียสละเพื่อพี่ถึงเพียงนี้เลย...น้องเกศกัลยา”

“หามิได้เพคะ น้องไม่ได้เสียสละอะไรเลย เพราะผู้ที่มีใจด้วยองค์เทวะคือพี่หญิง มิใช่น้อง”

กินรีน้อยกล่าวพลางกุมมือผู้เป็นพี่หญิงไว้อย่างปลอบโยน

ดวงหน้าสวยสะคราญของเกศสุดาจึงปรากฏรอยแย้มยิ้มที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหวัง...

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง พยศรักปรารถนาเถื่อน
9.1
ศรินภัสร์ยอมรับภารกิจสายลับมือใหม่แฝงตัวเข้าไปสืบคดีไม้เถื่อนในปางไม้เพื่อพิสูจน์รักที่มีต่อชายคนหนึ่ง แต่เธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วาโย คู่หมั้นที่เธอเกลียดชังซึ่งเป็นเจ้าของที่นั่น เขาเข้าใจผิดว่าเธอมาเพื่อบีบบังคับเรื่องแต่งงาน จึงคอยกลั่นแกล้งและทำร้ายจิตใจเธออย่างโหดร้าย เมื่อศรินภัสร์ไม่ยอมถอย วาโยจึงเริ่มใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นด้วยสัมผัสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนความอวดดี เขาใช้กำลังพันธนาการตัวเธอไว้พร้อมมอบจูบที่ดุดันเป็นการลงโทษจนหญิงสาวผู้อ่อนประสบการณ์แทบสิ้นเรี่ยวแรงและขาดใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่สะใภ้ของข้า คือท่านแม่ทัพคนงาม
8.2
หลินซานซานกำพร้าพ่อแม่แต่โชคดีที่ประมุขสกุลหลินรับเลี้ยง ทำให้นางได้ใกล้ชิดกับพี่ชายที่หลงรัก ทว่าหัวใจต้องแตกสลายเมื่อเขาได้รับสมรสพระราชทานกับฮูหยินโฉมงามที่นางไม่เคยเห็นหน้า แม้นางจะพยายามทำใจยอมรับพี่สะใภ้คนใหม่ แต่ความจริงกลับชวนตกตะลึงเมื่อพบว่าฮูหยินผู้นี้คือจางอี้ซวน แม่ทัพหนุ่มผู้น่าเกรงขามที่ปลอมตัวมา เขาข่มขู่ให้นางเก็บงำความลับนี้ไว้แลกกับการหย่าขาดในหนึ่งปี มิเช่นนั้นตระกูลหลินอาจต้องพินาศลงด้วยน้ำมือของเขาเอง