APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80

ทะลุมิติมาเป็นภรรยาตัวร้ายในยุค 80

เมื่อวิญญาณสาวต้องหลุดเข้าไปเผชิญความลำบากในโลกนิยายยุค 80 เธอพบว่าตนเองได้รับบทเป็นภรรยาที่ต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยองตามที่นักเขียนลิขิตไว้ นอกจากต้องดิ้นรนเลี้ยงลูกแฝดให้เติบโตอย่างปลอดภัยแล้ว เธอยังต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากเงื้อมมือของสามีผู้เป็นตัวร้ายสุดมหันตภัยในเรื่องอีกด้วย ชะตากรรมครั้งนี้ช่างเลวร้ายจนเธอได้แต่ตัดพ้อต่อสวรรค์ว่าจะมีใครที่ดวงซวยไปกว่าเธออีกหรือไม่ในโลกแห่งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เฉินซิ่วลี่ประคองเด็กชายสองคนเข้ามาในบ้าน ถึงแม้บทบาทที่เกี่ยวข้องกับตัวละครเฉินซิ่วลี่ในนิยายจถูกกล่าวถึงไม่มาก แต่เรื่องตำแหน่งบ้านหลังต่างๆ ในตระกูลหลี่ผู้แต่งได้บรรยายเอาไว้ค่อนข้างละเอียดเลยทีเดียว อาจเพราะหลี่อันเฉิงเป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง ดังนั้นถึงจะเป็นครั้งแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในรั้วบ้านตระกูลหลี่ เฉินซิ่วลี่ก็เดินไปยังตำแหน่งบ้านที่เธอกับเด็กๆ พักอาศัยได้อย่างถูกต้อง แต่ถึงจะบอกว่าผู้แต่งบรรยายลักษณะตำแหน่งบ้านตระกูลหลี่ได้ละเอียด แต่ก็ไม่เคยบรรยายลักษณะตัวบ้านที่พวกเขาอาศัย

ดวงตาของเฉินซิ่วลี่เบิกกว้างมองบ้านดินสองห้องนอน หนึ่งห้องครัวที่สภาพทรุดโทรมพร้อมถล่มลงมาได้ตลอดเวลาตรงหน้าแล้วลำคอแห้งผาก ผู้อื่นทะลุมิติข้ามเวลามาล้วนมีต้นทุนที่ดี หรือไม่ก็มีโปรแกรมผู้ช่วย มีมิติเวลาที่อุดมสมบูรณ์ ทว่าเธอกลับไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากเงิน 3,000 หยวน ที่เจ้าของร่างหยิบเอาของผู้อื่นมา

หากบอกว่าสภาพตัวบ้านภายนอกทำให้เฉินซิ่วลี่เบิกตากว้าง เวลานี้สภาพในตัวบ้านกลับยิ่งทำให้เธอตาแทบถลน

ไม่ใช่ว่าเจ้าของร่างเดิมผู้นี้รักสวยรักงามเป็นอย่างยิ่งหรือไง ทำไม่สภาพบ้านถึงได้...

ท้องไส้ของเฉินซิ่วลี่พลันปั่นป่วนมองดูสภาพภายในบ้านที่ทั้งรกทั้งสกปรกจนแทบจะไม่มีทางเดิน อีกทั้งยังมีกลิ่นเน่าเสียของอาหารลอยคละคลุ้งชวนคลื่นไส้ ในที่สุดเธอก็ยากจะทำใจยอมรับกับเรื่องตรงหน้า ตัดสินใจอุ้มเด็กชายทั้งสองหมุนตัวเดินออกจากรั้วบ้านตระกูลหลี่ในทันที

"พวกเราจะไปไหนหรือครับ"

หลี่ชุนเอ่ยถามเสียงเบาแต่เฉินซิ่วลี่ที่กำลังเร่งฝีเท้าไม่เอ่ยตอบ เมื่อเห็นแม่นิ่งงันเด็กทั้งสองก็สงบคำทำตัวราวกับเป็นตุ๊กตาผ้าถูกอุ้มอยู่เงียบๆ

เฉินซิ่วลี่จำได้ว่าในนิยายเรื่อง “เล่ห์แค้นรักลวง” กล่าวถึงสถานพยาบาลขนาดเล็กในหมู่บ้านอยู่หลายหน เด็กแฝดทั้งสองถูกทุบตีก็สมควรพาไปตรวจ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นก็คือ

อย่างไรคืนนี้เธอก็ไม่อาจทำใจนอนในกองขยะนั้นได้ จึงจำเป็นต้องหาที่นอนสะอาดๆ สักคืน

แม้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองจะผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก แต่เมื่อต้องอุ้มนานๆ ก็ทำเอาปวดแขนอยู่ไม่น้อย เด็กชายที่ตัวสูงกว่าอีกคนสังเกตเห็นใบหน้าของแม่มีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นก็เอ่ยเสียงสั่นด้วยอาการหวาดกลัวอยู่ในที

“แม่ครับพวกเราเดินได้ครับ”

สองเด็กชายไม่ถามถึงสถานที่ที่เฉินซิ่วลี่จะพาไป เขาเพียงเอ่ยให้เธอวางพวกเขาลง เพราะพวกเขาจำได้ดีว่าหากแม่เหนื่อยแม่ก็จะโมโห หากแม่โมโหแม่ก็จะทุบตีพวกเขา ดังนั้นเพื่อไม่ให้ถูกทุบตีซ้ำ ต่อให้ต้องคลานไปเบื้องหน้าเด็กชายทั้งสองก็ยินดี

เฉินซิ่วลี่มองอาการที่นิ่งสงบแต่ตื่นตัวและหวาดระแวงตลอดเวลาของเด็กทั้งสองแล้วได้แต่สะท้อนในอก เจ้าของร่างเดิมคงสร้างรอยแผลในใจของเด็กชายทั้งสองไม่น้อยเลยทีเดียว

“หลี่ชุน”

เพราะเฉินซิ่วลี่ไม่รู้ว่าใครคือหลี่ชุน ใครคือหลี่หมิง จึงทำได้เพียงทดลองเรียกชื่อหนึ่งในพวกเขาสองคน ทว่ากลับทำให้เด็กน้อยทั้งสองมีอาการตื่นตระหนกทิ้งตัวลงคุกเข่าในทันที เด็กชายที่ตัวสูงกว่าเล็กน้อยรีบขยับมาเบื้องหน้าบังอีกคนที่ดูบอบบางกว่าไว้เบื้องหลัง

“แม่ครับ น้องชายไม่ได้ตั้งใจ พวกเราขอโทษ หากแม่จะตีก็ตีผมแทน”

ตี ทำไมเธอต้องตีพวกเขาด้วยเฉินซิ่วลี่ถอนหายใจยาว มองเด็กชายทั้งสองแล้วก็พอจะคาดเดาชื่อของอีกฝ่าย

“แม่แค่จะถามอาชุนว่าเดินไหวหรือไม่ หากไม่ไหวก็มาขี่หลังแม่”

ดวงตาของเด็กชายทั้งสองเบิกกว้างกับคำพูดและท่าทางที่เปลี่ยนไปของคนเป็นแม่

หลี่ชุนพลันขยับตัวหลบหลังคนเป็นพี่ มือผอมแห้งจับชายเสื้อที่ทั้งเก่าทั้งขาดของเขาเอาไว้มั่น ก่อนหน้านี้คนตรงหน้าโอบอุ้มพาพวกเขาเดินออกมาจากรั้วบ้านตระกูลหลี่ ในใจของหลี่ชุนก็กลัวจนแทบจะไม่กล้าหายใจ แต่เพราะเห็นว่าในอ้อมแขนอีกข้างของคนอุ้มมีพี่ชายฝาแฝดอยู่จึงวางใจ ทว่าหากตอนนี้ให้เขาขึ้นขี่หลังมารดา ก็เท่ากับสร้างความยากลำบากให้เธอพรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะต้องถูกทำโทษอย่างไรบ้าง

“พวกเราเดินไหวครับ แม่ไม่ต้องห่วง”

หลี่หมิงไม่ต้องสบตาหรือถามไถ่ก็รู้ความคิดของน้องชายจึงเป็นคนบอกปัดความช่วยเหลือที่มารดาหยิบยื่นมา เฉินซิ่วลี่ย่อมเข้าใจเด็กๆ ดี ดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดันบังคับอะไร ลุกขึ้นยืนผายมือให้พวกเขาเดินนำทาง

“อย่างนั้นพวกลูกๆ มาเดินนำทาง แม่จะคอยระวังหลังให้”

“นำทางไปไหนครับ”

“ไปสถานพยาบาลหมู่บ้าน”

สถานพยาบาลหมู่บ้าน นี่แม่คงไม่คิดเอาพวกเขาไปขายให้คุณหมอกู้ เจ้าหน้าที่ที่มาประจำการอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่ แต่ถึงเธอจะทำเช่นนั้นพวกเขาที่ยังเป็นเพียงเด็กสามขวบจะต่อต้านอะไรได้ สุดท้ายก็ยอมก้าวขาเล็กๆ เดินไปข้างหน้า อย่างยอมรับในโชคชะตา

.........................................

เมื่อมาถึงสถานพยาบาลหมู่บ้านหลี่หมิงก็ขมวดคิ้วเล็กอย่างสงสัย เพราะแม่ไม่ได้พาเขากับน้องชายมาขายอย่างที่คิด แต่กลับพามาตรวจร่างกายและรับยา

“เด็กๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาครับ มีเพียงรอยฟกช้ำกับแผลเก่าเท่านั้น”

กู้เหยียน เจ้าหน้าที่ประจำสถานพยาบาลหมู่บ้านเอ่ยบอกผลการตรวจเบื้องต้น

“แต่ผมไม่ใช่หมอ หากคุณอยากตรวจเด็กๆ ให้ละเอียดผมแนะนำให้พาไปที่โรงพยาบาลในเมืองครับ”

“ตอนนี้มืดแล้วฉันไม่สะดวกพาพวกเขาเข้าเมืองค่ะ คงต้องเป็นวันพรุ่งนี้”

กู้เหยียนพยักหน้ารับ แม้หมู่บ้านตงหยางจะไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก แต่เดินเท้าไปก็ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เป็นเวลากลางคืนหนึ่งหญิงสาวกับสองเด็กน้อยเดินเท้าฝ่าความมืดยังไงก็ไม่ปลอดภัย

“อย่างนั้นก็แล้วแต่คุณครับ”

“แต่จะพาพวกเขากลับบ้านก็ไม่วางใจ จะเป็นอะไรไหมคะถ้าคืนนี้ฉันกับลูกจะขอนอนค้างที่นี่สักคืน หากพวกเขามีอาการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อยก็มีคุณช่วยตรวจเบื้องต้นให้”

เฉินซิ่วลี่พูดด้วยน้ำเสียงกังวล เดิมทีเธอพอจะประเมินอาการของเด็กๆ ได้ว่าไม่หนักมาก ดังนั้นระหว่างมาที่นี่จึงได้ให้พวกเขาเดินเอง แต่เหตุผลที่ต้องขอค้างที่สถานพยาบาลหมู่บ้านก็เพราะเธอยังรับกับสภาพบ้านใหม่ของตัวเองไม่ได้

“ได้ครับ ที่ห้องพักฟื้นไม่มีคนไข้คุณกับเด็กๆ นอนพักที่นั่นได้”

กู้เหยียนไม่ใช่คนใจจืดใจดำถึงขั้นจะไล่คนกลับบ้านในเวลาค่ำๆ มืดๆ อีกอย่างแค่ขอนอนพักก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เฉินซิ่วลี่ยิ้มกว้างเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มก่อนจะพาเด็กๆ ไปยังห้องพักฟื้นที่เขาบอก

สายตาของชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังเล็ก หมู่บ้านตงหยางไม่ได้กว้างขวางมากนัก เรื่องราวต่างๆ จึงรู้กันโดยทั่ว เช่นเดียวกับเรื่องของเฉินซิ่วลี่ที่ผู้คนต่างเล่าลือกันว่าเธอใช้แผนสกปรกแย่งคู่หมั้นของญาติผู้พี่ เมื่อแต่งงานมีลูกก็ไม่สนใจทำหน้าที่แม่ เงินทองที่หลี่อันเฉิงผู้เป็นสามีส่งมาให้ก็นำมาบำรุงปรนเปรอตนเอง สุดท้ายเมื่อหลี่อันเฉิงตายไปยังไม่ทันถึงสามเดือนก็หนีตามชายชู้ไป

ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับตรงหน้า สายตาที่มองเด็กๆ ของเฉินซิ่วลี่ล้วนเต็มไปด้วยความโอบอ้อมอารี ท่าทีที่แสดงก็ดูจริงใจไม่เสแสร้ง ชายหนุ่มมองคนที่กำลังห่มผ้าให้เด็กชายทั้งสองอย่างใส่ใจแล้วยกมุมปากขึ้นยิ้มบาง เรื่องบางเรื่องเพียงได้ยินจากปากผู้อื่นก็ไม่อาจตัดสินได้จริงๆ

.................................................

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว
9.7
หลังชีวิตสมรสลับห้าปีสิ้นสุดลง เสิ่นจาวหนิงตัดสินใจหย่าขาดจากลี่เยี่ยนซิวทันทีที่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงตัวแทนของรักแรกของเขา ทว่าหลังแยกทางเธอกลับรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานจนน่าจับตามอง ในงานฉลองความสำเร็จ อดีตสามีผู้เย็นชากลับปรากฏตัวด้วยความหึงหวงและคราบน้ำตา เขาตามตื๊อขอคืนดีอย่างบ้าคลั่งในห้องลองเสื้อพลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ เสิ่นจาวหนิงที่เคยอ่อนไหวจะยอมใจอ่อนให้ชายที่เคยมองข้ามเธอ หรือจะเดินหน้าต่อไปในฐานะหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและเป็นอิสระ
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่เขย
9.5
ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะปฏิเสธ เมื่อชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นพี่เขยกลับปรารถนาจะครอบครองตัวเธอในฐานะภรรยาอย่างเต็มตัว แม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในฐานะน้องเมียที่ควรเว้นระยะห่าง แต่เขากลับพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสถานะนี้ให้กลายเป็นคู่ชีวิต ขณะที่เธอเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับตำแหน่งภรรยาของเขาด้วยความจำใจ ท่ามกลางความขัดแย้งในใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในความรักที่ผิดที่ผิดทางครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เดือนแสนจันทร์
8.7
แสนจันทร์แม่เลี้ยงเดี่ยวตกงานท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ เธอจึงหันมาเป็นนักเขียนเพื่อหาเลี้ยงลูกสาวจนเริ่มมีชื่อเสียง แต่กลับถูกนักเขียนรุ่นใหญ่กล่าวหาว่าลอกเลียนผลงาน แม้ไร้หลักฐานยืนยันแต่เธอก็ไร้เงินสู้คดีจนเกือบตัดสินใจจบชีวิตตนเองลง ทว่าในนาทีที่สิ้นหวัง ทนายหนุ่มเพื่อนบ้านลึกลับได้พังประตูเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ทันเวลา เขาไม่เพียงแต่ดึงเธอจากความตาย แต่ยังกลายเป็นแสงสว่างที่จะช่วยทวงคืนความยุติธรรมและดูแลหัวใจของสองแม่ลูกให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่ห์รักข้ามศตวรรษ
8.1
วัสสิกาเดินทางสู่ประเทศอินเดียและข้ามภพไปพบเจ้าชายในอดีตเพื่อช่วยเหลือเขาในการครองบัลลังก์ ก่อเกิดเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ก้าวข้ามกาลเวลา แม้รักในอดีตจะยากเป็นจริง แต่โชคชะตาก็นำพาเธอมาพบกับทายาทผู้สืบเชื้อสายจากเขาในโลกปัจจุบัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับเจ้าชายจอมยโสผู้ทำลายความตั้งใจของเธออย่างไร้เยื่อใย วัสสิกาต้องเผชิญกับบทพิสูจน์หัวใจที่แสนซาบซึ้งและสนุกสนาน เพื่อตามหาบทสรุปของความรักที่มั่นคงดั่งศิลาและไม่มีวันจางหายไปตามกาลเวลา
ภาพปกนิยายเรื่อง รัก(ลับ)นายวิศวะ
8.8
ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและร่วมทำความรู้จักกับเจมส์ หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีเสน่ห์ที่พร้อมจะมาคว้าหัวใจของพี่ๆ ทุกคนในนิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยเรื่องนี้ มาร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและความประทับใจของเขาไปพร้อมกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านทุกท่าน และช่วยเป็นกำลังใจรวมถึงเอ็นดูในความมุ่งมั่นของเจมส์ หนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน
ภาพปกนิยายเรื่อง เพลิงรักหัวใจเถื่อน รีไรท์
8.8
ท่ามกลางความขัดแย้งและรอยแค้นในอดีตที่ยังไม่จางหาย เรื่องราวความรักอันร้อนแรงบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เมื่อหัวใจที่เคยด้านชาต้องกลับมาสั่นคลอนเพราะแรงปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ การหวนคืนมาพบกันในครั้งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำที่เจ็บปวดและการเผชิญหน้าที่แสนดุเดือด ท่ามกลางบรรยากาศสังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน พวกเขาจะเลือกเดินหน้าต่อตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ หรือจะยอมปล่อยให้ไฟแค้นเผาทำลายความสัมพันธ์ครั้งนี้จนมอดไหม้ไปตลอดกาล