APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ชะตาร้ายชะตารัก

ชะตาร้ายชะตารัก

ท่ามกลางความโหยหาที่ไร้จุดหมาย นางได้แต่เฝ้ารอคอยความรักจากเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ ในขณะที่หัวใจของเขากลับมีไว้เพื่อสตรีอื่นเพียงผู้เดียว คำกล่าวที่ว่าความรักทำให้คนโง่งมดูจะกลายเป็นความจริงที่ตอกย้ำโชคชะตาของนาง หรือชีวิตนี้ทำได้เพียงเป็นธาตุอากาศที่วนเวียนอยู่ใกล้กายแต่ไร้ตัวตนในสายตาเขา นางจึงได้แต่ตัดพ้อต่อโชคชะตาว่า เมื่อไหร่เขาจะหันมาเหลียวแลนางผู้มีหัวใจรักมั่นคงไม่ต่างจากใครอื่นเสียที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ปัง!!

"...เอ๊ะ!..เปิดประตูนะ ซวงอี้ ไห่อิง พวกเจ้าปิดประตูได้เช่นไร ข้ายังอยู่ข้างในเห็นหรือไม่ พวกเจ้าจะปิดประตูอย่างนี้ไม่ได้" เด็กหญิงตัวกลมวิ่งตามสหายไปที่ประตูด้านหน้า ทว่าเมื่อไปถึงประตูบานใหญ่ก็ถูกปิดลงแล้ว นอกจากจะปิดแล้วคนด้านนอกยังเอาไม้มาขัดเอาไว้ไม่ให้เด็กหญิงได้เปิดออกมาอีกด้วย

"ข้ารู้แล้วว่าเจ้ายังไม่ออกมา เพราะข้าตั้งใจจะขังเจ้าให้อดตายอยู่ที่นี่อย่างไรเล่า" เสียงเล็กแหลมของเด็กหญิงด้านนอกตอบออกไปอย่างสะใจ

"เพราะเหตุใดต้องทำกับข้าเช่นนี้ ข้าไปทำสิ่งใดให้พวกเจ้ากัน ปล่อยข้านะ! ไม่เช่นนั้นหากฮองเฮาและเสด็จป้าของข้ารู้เข้า พวกเจ้าจะต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน" หยางหลิงเซียงตะโกนขู่ออกไปอย่างไม่ยินยอม นางเป็นถึงหลานสาวลู่กุ้ยเฟยเชียวนะ จะยอมให้ทั้งสองมาข่มเหงได้อย่างไรกัน

"ฮ่าฮ่า..ไม่ต้องมาขู่พวกข้าเสียให้ยาก จะไม่มีผู้ใดมาเจอเจ้าทั้งนั้น เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าก็จะถูกวิญญาณแค้นของพระสนมบีบคอตายอยู่ที่นี่นั่นแหละ" ซวงอี้หนึ่งในเด็กหญิง หัวเราะออกมาอย่างสะใจ นางริษยาหยางหลิงเซียงมาตลอด ในเมื่อมีโอกาสเหตุใดนางจะต้องปล่อยอีกฝ่ายไปเล่า?

"ใช่แล้ว หลิงเซียงเอ๋ยข้าได้ยินมาว่า วิญญาณพระสนมน่ากลัวนัก ความจริงแล้วตำหนักร้างแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าผ่านมาหรอกนะบรื๋อ..พูดไปแล้วก็ขนลุก ท่านแม่ข้าเล่าให้ฟังว่า พระสนมผู้นั้นทำความผิดจึงถูกลงโทษให้มาสำนึกตนที่ตำหนักแห่งนี้ ใครจะไปคิดเล่าว่าพระสนมผู้นั้นจะใจเด็ดยิ่งนัก ถึงกับกัดลิ้นปลิดชีวิตตนเอง กว่าจะมีผู้มาพบร่างของนางก็บวมอืดเสียแล้ว ซวงอี้เรากลับกันเถิด ข้ากลัวแล้ว"

"ก็ได้ เราไปกัน" เด็กสาวอีกคนพยักหน้ายิ้มให้กันอย่างสะใจ ยิ่งได้ยินเสียงลนลานของเด็กด้านใน ทั้งสองก็ยิ่งมีความสุข

"เดี๋ยวสิ ปล่อยข้าออกไปก่อนนะ" เมื่อได้ยินเสียงของทั้งคู่ชวนกันออกไป หยางหลิงเซียงก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา นางหันไปมองด้านหลังอย่างหวาดกลัว ขนแขนก็ลุกชัน

"ไม่ปล่อย ใครใช้ให้เจ้าทำตัวน่ารังเกียจกันเล่า รูปร่างก็อวบอ้วนแต่ยังกล้าแย่งความดีความชอบจากฮองเฮาไปเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียว น่าชังนัก จงตายเป็นผีรับใช้วิญญาณพระสนมเถิด"

เสียงหัวเราะของซวงอี้ และไห่อิงไกลออกไป หยางหลิงเซียงก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีก เด็กหญิงเริ่มทุบประตู และกรีดร้องอย่างหวาดหวั่น นางไม่รู้ว่าตนเองร้องไห้และกรีดร้องอยู่อย่างนั้นนานเพียงใดแล้ว แต่เมื่อมีแรงนางก็ยังคงร้องเรียกอยู่อย่างนั้น

ความมืดมิดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ เด็กหญิงร้องไห้จนสลบไป และก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากรีดร้องอย่างนี้ซ้ำ ๆ ป่านนี้จะมีผู้ใดรู้หรือไม่ว่านางหายตัวไป หรือทุกคนจะคิดว่านางกลับจวนสกุลหยางพร้อมบิดาไปแล้ว?

ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหล ความหวาดกลัวเกาะกินจิตใจ หรือนางจะต้องจบชีวิตลงที่นี่?

ตุ๊บ!!

"กรี๊ด....ช่วยด้วย!!..ช่วยด้วย..ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ปล่อยข้าออกไป ฮื้อ..ได้ยินไหม ข้ากลัว เสด็จป้าเพคะ หลานอยู่ในนี้ ซวงอี้ ไห่อิง ปล่อยข้าออกไปนะ ฮื้อ...ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าออกไป"  หยางหลิงเซียงทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือเล็กยกขึ้นกุมศีรษะตนเองเอาไว้ ใบหน้าซุกลงไปที่หัวเข่า

เสียงอะไรบางสิ่งที่ดังอยู่ด้านบนทำเอาเด็กหญิงแทบเสียสติ ปากเล็ก ๆ พร่ำร้องออกมาไม่หยุด

"อย่ากินหม่อมฉันเลย หม่อมฉันไม่อร่อยเลยสักนิด พระสนมไปกินผู้อื่นเถิดเพคะ"

"นั่นใคร!!..เสียงใครอยู่ข้างในนั้น"

เหมือนแสงสว่างสาดส่องเข้ามาในหัวใจของเด็กหญิง จากที่สิ้นหวังท้อแท้ นางกับได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่ง พร้อมกับประตูตำหนักที่เปิดออก แสงจากโคมไฟส่องเข้ามา

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นก่อนจะหรี่ตาเพราะแสงไฟนั้น ร่างกลมลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะวิ่งออกไปหาคนผู้นั้นอย่างดีใจ ปากเล็ก ๆ ก็พร่ำร้องไม่หยุด

ไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างกลมร่างหนึ่งก็ถลาเข้ามากอดเอวเขาไว้ จ้าวตี๋เฟย เซถอยหลังไปเล็กน้อยจากการพุ่งเข้าใส่อย่างไม่ทันได้เตรียมตัว

"ฮื้อ ๆ ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย"

"ก็ไม่ใช่ว่าข้ากำลังช่วยเจ้าอยู่หรือ เจ้าเป็นใครกัน เหตุใดจึงถูกขังอยู่ที่นี่" จ้าวตี๋เฟยดันเด็กหญิงออกจากเอวของตนเอง ทว่าความหวาดกลัวของเด็กหญิงมากจนเกินไป นอกจากไม่ปล่อยแล้วมือเล็ก ๆ นั่นกลับเกาะแน่นยิ่งขึ้น จ้าวตี๋เฟยถอนหายใจออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นตบลงไปที่แผ่นหลังเล็กนั่นเบา ๆ อย่างปลอบใจ

"ข้าชื่อหลิงเซียง ข้าถูกซวงอี้กับไห่อิงหลอกมาขังไว้ที่นี่...เอ่อ.." ยังไม่ทันได้บอกให้พี่ชายตัวโตได้ฟังจนจบ ท้องของหลิงเซียงก็ส่งเสียงร้องออกมาเสียอย่างนั้น

"หึหึ..เจ้าคงหิวกระมัง เอาขนมเซาปิ่งของข้าไปกินรองท้องก่อนเถิด ดูเจ้าคงหิวมากแล้ว" จ้าวตี๋เฟยตัดใจส่งขนมของตนเองให้กับเด็กหญิงตรงหน้า

เพราะได้ยินคำว่าของกินหยางหลิงเซียงจึงรีบเงยหน้าขึ้นมา เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ช่วยตนเองเอาไว้ พลันเด็กหญิงก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก เหตุใดพี่ชายผู้นี้ถึงได้หล่อเหลาราวเทพเซียนเช่นนี้กัน?

แต่เพราะท้องที่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง นางจึงเลือกที่กลืนความอายนั้นลงไป ก่อนจะยื่นมือน้อย ๆ ไปรับขนมแสนอร่อยนั้นมากัดกิน เพียงแต่ปลายลิ้นสัมผัสกับเนื้อขนมเด็กหญิงก็ร้องไห้ออกมาด้วยความอร่อย

จ้าวตี๋เฟยส่ายหน้าอย่างขบขัน เมื่อเห็นใบหน้าแดง ๆ นั้นกินไปร้องไป อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณเขาไม่หยุดหย่อน

เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงเริ่มตั้งสติได้แล้ว เขาจึงถามเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง หยางหลิงเซียงเองก็เล่าทุกอย่างออกไปจนหมดเช่นกัน นางโดนสหายสองคนหลอกมาเล่นสำรวจตำหนักร้าง ก่อนที่จะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็ตอนที่ตัวเองติดอยู่หลังประตูเสียแล้ว

"เพราะเจ้าตัวอ้วนกลมเกินไปน่ะสิจึงได้วิ่งตามผู้อื่นไม่ทัน ต่อไปก็รู้จักลดน้ำหนักลงเสียบ้างเข้าใจหรือไม่?"

เด็กหญิงยังไม่ทันได้ตอบสิ่งใดออกมา ก็ได้ยินเสียงเสด็จป้าของนางและเหล่านางกำนัลวิ่งมาทางนี้เสียก่อน

"เซียงเซียง...เอ่อ..องค์รัชทายาท" ลู่กุ้ยเฟยก้มศีรษะลงให้กับจ้าวตี๋เฟย ก่อนจะคว้าหลานสาวเข้ามากอดเอาไว้

" อืม..นี่คงเป็นหลานสาวของลู่กุ้ยเฟยกระมังนางถูกหลอกมาขังที่นี่ ข้าบังเอิญผ่านมาเจอพอดี"

เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆ มาตามหาเด็กหญิงผู้นี้แล้ว จ้าวตี๋เฟยจึงขยับออกมาและเตรียมตัวกลับ

"ขอบพระทัยเพคะที่ทรงช่วยเซียงเซียงของหม่อมฉัน เซียงเซียงคำนับองค์รัชทายาทเสียสิ" หยางหลิงเซียงยัดขนมคำสุดท้ายเข้าปาก ก่อนจะหันไปเบิกตามองพี่ชายตรงหน้าอย่างตกใจ เข่าเล็ก ๆ กระแทกลงที่พื้นเสียงดัง พร้อมกับศีรษะที่ก้มลงไปจรดพื้น

"เซียงเซียงคารวะองค์รัชทายาทเพคะ"

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญาพราย
9.2
กบินทร์ต้องเผชิญกับชีวิตที่ไร้คู่ครองและอาภัพรักอย่างหนักในชาติภพปัจจุบัน เนื่องจากพันธนาการจากคำสาบานในอดีตชาติที่ยังคงตามหลอกหลอน ดวงวิญญาณลึกลับที่ยึดติดกับคำสัญญานั้นคอยขัดขวางความรักของเขา จนนำไปสู่เหตุการณ์ระทึกขวัญที่มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตและวิญญาณไปมากมายอย่างน่าสลดใจ เมื่อปรัศนีผู้มีใจรักมั่นต่อเขาได้ล่วงรู้ความจริง เธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเพื่อหาทางปลดปล่อยกบินทร์ให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมและสัญญาพรายอันแสนอันตรายนี้ให้สำเร็จก่อนจะสายเกินไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินของข้าเป็นบุรุษอย่างนั้นรึ
9.7
เซียวหยามองดูคนรักด้วยความกังวลระคนโกรธแค้นเซียวเหยียน หลังเสิ่นจ้านถูกวางยาปลุกกำหนัดจนร่างกายร้อนรุ่มและต้องการปลดปล่อยความทรมานนี้อย่างหนัก ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้น เสิ่นจ้านกลับยืนหยัดในความรู้สึกที่มีเพียงหนึ่งเดียว เพราะในใต้หล้านี้เขาไม่ได้ปรารถนาหญิงงามคนใดเลย นอกจากบุรุษนามว่าเซียวหยาเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เขายอมมอบทั้งหัวใจและร่างกายให้ครอบครองในฐานะคู่ชีวิตที่แท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นพระชายาโหดแห่งวังหลวง
7.9
เมื่อวิญญาณของนักฆ่าสาวผู้ไร้ความปรานีอันดับหนึ่งได้ข้ามมิติมาสวมร่างหญิงสาวผู้มีใบหน้าอัปลักษณ์ในยุคโบราณ เธอต้องเผชิญกับชีวิตที่แสนรันทดท่ามกลางการดูถูกเหยียดหยามและการกลั่นแกล้งสารพัดจากผู้คนรอบข้างที่รุมสาปส่งเธออย่างไม่ใยดี ทว่าด้วยจิตวิญญาณของเพชฌฆาตสาวผู้แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว เธอจึงพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรมและเปลี่ยนโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ให้กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ทุกคนต้องยำเกรงในความโหดเหี้ยมที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ทุกคนเคยดูแคลน
ภาพปกนิยายเรื่อง กุ้ยเฟยที่ถูกลืม
9.0
เจี่ยลี่อิงเชฟสาวจากยุคปัจจุบันเสียชีวิตจากการโหมงานหนัก แต่เธอกลับได้โอกาสครั้งที่สองในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งในตำหนักเย็น แม้จะถูกกักขังแต่ด้วยบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและตั้งมั่นว่าจะไม่ขอข้องแวะกับฮ่องเต้ แต่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำอาหารเลิศรสแทน ลี่อิงเริ่มสร้างสรรค์เมนูที่คนโบราณไม่เคยเห็นอย่างหม้อชาบู นำพาความตื่นตาตื่นใจมาสู่เหล่าข้ารับใช้ในวังวนแห่งรสชาติที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง จวนร้างแห่งนี้มีสตรีถูกทิ้ง
8.0
ซ่งจื่อเหยียนถูกน้องสาววางแผนร้ายจนต้องอับอายในงานวันเกิดองค์หญิงหก เมื่อตื่นมาพบว่าตนนอนเคียงข้างเว่ยเซียวหยาง ทว่าเขากลับรังเกียจและขับไล่นางไปอยู่จวนร้างไกลเมืองหลวง ขณะที่หลี่จื่อเหยียนวิญญาณจากยุคปัจจุบันต้องมาเข้าร่างและเผชิญความเจ็บปวดจากการคลอดลูกเพียงลำพังโดยไม่มีหมอตำแย มีเพียงสาวใช้และชาวบ้านคอยช่วยเหลือ ท่ามกลางความแค้นเคืองต่อท่านอ๋องใจดำ นางคลอดบุตรชายได้สำเร็จก่อนสลบไสลไปด้วยความเหนื่อยล้าในโชคชะตาที่แสนรันทดนี้