APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง มายาสีฝุ่น

มายาสีฝุ่น

พราวพิชชาเดินทางจากเพิร์ทกลับมาเชียงราชเพื่อทำภารกิจลับช่วยเหลือน้องสาวในช่วงลาพักร้อน ทว่าแผนการที่ดูเหมือนจะง่ายกลับพังทลายลงเมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับรัชภาคย์ ชายหนุ่มจอมป่าเถื่อนที่เคยเป็นคู่ปรับเก่า การกลับมาเจอกันครั้งนี้เต็มไปด้วยการปะทะคารมและความขัดแย้ง โดยเฉพาะเมื่อเขากล่าวพาดพิงถึงการตั้งครรภ์ของลดาด้วยถ้อยคำเราะร้าย แม้เธอจะพยายามอดทนและตั้งใจเอาคืนให้สาสม แต่กลับกลายเป็นว่าเธออาจเป็นฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำเสียเองในเกมที่เขาเป็นผู้คุมจังหวะชีวิตเธอ
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

เป็นครั้งที่สองที่พราวพิชชาได้มาเยือนเมืองเชียงราช นับจากครั้งแรกเมื่อปลายปีก่อนที่ต้องเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของปิ่นลดา...น้องสาวบุญธรรมอย่างกะทันหัน คราวนั้นหญิงสาวใช้เวลาอยู่ในเมืองนี้ไม่ถึงสามชั่วโมงดีก็ต้องเดินทางกลับเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย...สถานที่ที่อยู่มาร่วมสิบปี ตั้งแต่เรียนไฮสกูล จนจบมหาวิทยาลัยแล้วใช้ชีวิตคนทำงานต่อ

พราวพิชชาคุ้นเคยกับเมืองเพิร์ทพอๆ กับกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองเกิดของเธอ ถึงขนาดเคยวางแผนว่าถ้า ‘ครอบครัว’ ในเมืองไทยจะย้ายไปอยู่ด้วยกันเสียที่นั่น เธอคงมีความสุขไม่น้อย

และภาพที่วาดหวังก็เกิดขึ้น...เหตุการณ์นั้นผ่านมาแค่ปีกว่า พ่อกับแม่ของพราวพิชชาพากันหอบหิ้วบินไปหาอย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้บอกกล่าวให้เตรียมต้อนรับ หากนั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะก่อนย้ายไปคราวนั้นพ่อกับแม่ได้ขายบ้านและทรัพย์สินในเมืองไทยจนหมดสิ้นแล้ว ทั้งสองคนจึงมีเงินมากพอไว้ดูแลตัวเองโดยไม่ต้องเป็นภาระใดๆ สำหรับเธอเลย

พราวพิชชาดีใจที่ได้อยู่พร้อมหน้า คิดจะซื้อบ้านและตั้งต้นใหม่กัน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอ...ปิ่นลดาที่เธอถือว่าเป็นคนร่วมครอบครัวกลับไม่ได้ไปพร้อมกับพ่อและแม่ด้วย

เมื่อถามจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองคนก็ได้คำตอบว่าน้องสาวบุญธรรมสมัครใจอยู่เมืองไทยต่อ เพราะเจ้าตัวมีงานมีการทำ จึงไม่ต้องการย้ายไปอยู่ที่เพิร์ทเอง

ช่างขัดแย้งเหลือเกิน...มันก่อกวนจิตใจของพราวพิชชาจนไม่อาจสลัดความสงสัยนั้นไปได้

ปิ่นลดาเป็นคนเรียนเก่ง เจ้าตัวเคยวางแผนให้เธอช่วยหาทุนเรียนต่อในระดับปริญญาโทไว้ให้ที่ออสเตรเลียด้วยซ้ำ พราวพิชชาชื่นชมในความตั้งใจและมุ่งมั่นของน้องสาวเสมอ ความรู้สึกนั้นเคยปนด้วยความอิจฉา ในความไม่พร้อมของปิ่นลดาด้วยพ่อกับแม่อุปการะเพียงไม่ให้ขาดแคลน แต่ไม่ได้สนับสนุนเต็มที่อย่างที่มีให้เธอ แต่ปิ่นลดาก็ไม่เคยเดือดเนื้อร้อนใจ ตรงกันข้ามเจ้าตัวกลับยิ้มตาพราวทุกครั้งเมื่อพูดถึงการได้อยู่ร่วมครอบครัวกับเธอ แถมตบท้ายด้วยคำพร่ำถึงบุญคุณของพ่อกับแม่...จนพราวพิชชายอมแพ้ในความคิดดีของปิ่นลดาไปเอง

จนเมื่อเจ้าตัวเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นจังหวะที่พ่อแม่ย้ายไปอยู่กับเธอ...คนที่ตั้งมั่นจะย้ายไปเรียนต่อด้วย อีกทั้งยังเคยสัญญาว่าจะดูแลพ่อกับแม่ตอนแก่ชราเองกลับไม่ได้ตามไป...พราวพิชชาถึงได้คาใจมาตลอด

กระทั่งได้รู้เกี่ยวกับน้องสาวในวันที่ล่วงผ่านไปหลายเดือน พราวพิชชาได้รู้ว่าสิ่งที่พ่อกับแม่บอกนั้นมันไม่ใช่เลย

ความเป็นจริงคือปิ่นลดาถูกส่งไปให้ทำงานที่น่าอดสูใจในเมืองเชียงราช เมืองที่เธอไม่เคยแม้จะได้ยินชื่อมาก่อน ภาพที่นึกไว้จึงมีแต่ความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน และยิ่งทำให้หญิงสาวแทบล้มทั้งยืนเมื่อรู้เพิ่มว่าชะตากรรมของน้องสาวเกิดขึ้นโดยมีต้นเหตุมาจากตัวเธอ ครอบครัวมีหนี้สินล้นพ้นตัวจากการส่งเธอเรียนเมืองนอกตั้งแต่เด็ก เมื่อถูกเจ้าหนี้ตามทวงอย่างเลือดเย็น พ่อกับแม่จึงเลือกล้างหนี้ด้วยการส่งปิ่นลดาไปรับเคราะห์แทน

รู้เพียงเท่านั้นพราวพิชชาก็ไม่ยอมอยู่เฉย...วันรุ่งขึ้นเธอก็เดินทางออกจากเมืองเพิร์ทโดยไม่ยอมฟังคำคัดค้านจากใคร

ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับตน ก็จะสู้จนยิบตาเพื่อจะพาน้องสาวกลับไปให้ได้

จนเมื่อมาถึงเมืองเชียงราช ภาพในวันนั้นซึ่งเป็นวันฉลองการแต่งงานของปิ่นลดากับรัชตะ เจ้าของอาณาจักรราชเกียรติกูรแถมพ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าหนี้ของครอบครัว...บางสิ่งที่เห็นระหว่างคนทั้งสองก็ทำให้พราวพิชชาต้องลังเล แล้วเกิดความโล่งใจแทรกเข้ามาแทน

ท่าทีของปิ่นลดาและรัชตะที่แสดงต่อกันทำให้พราวพิชชายอมเปลี่ยนใจ นอกเหนือกว่านั้นความรู้สึกผิดในใจเธอก็บรรเทาลง มันเจือจางบางเบา...แม้จะไม่หมดสิ้นเสียทีเดียว

‘แหววฝากลดาให้คุณใหญ่ดูแลนะคะ ลดาเป็นเด็กดี ได้เห็นวันนี้ว่าน้องมีความสุข แหววก็ดีใจ ทางครอบครัวเราไม่ต้องการอะไรหรอกค่ะ’

พราวพิชชายังจำประโยคของตัวเองที่บอกกับน้องเขยซึ่งวัยอาวุโสกว่าอย่างน้อยก็คง 6-7 ปี เมื่อเขาถามถึงสินสอดย้อนหลัง วูบหนึ่งนั้นเธอรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเห็นว่าทั้งปิ่นลดาและรัชตะยังคงให้เกียรติครอบครัวเธออยู่...

‘คุณแหววไม่ต้องห่วงครับ ลดาเป็นผู้หญิงที่ผมรัก เธอเป็นหัวใจของผม ผมมีหน้าที่ดูแลและรักเธออยู่แล้ว’

คำพูดของรัชตะดังก้องหูตามมา พราวพิชชาจดจำถ้อยคำนี้ไม่ลืมเลือน...ประทับใจในความรักและความรู้สึกปกป้องของรัชตะที่มีต่อน้องสาว คำยืนยันหนักแน่นจากผู้ชายตัวโต ท่าทางสง่าภูมิฐานกับบุคลิกที่ดูน่าเกรงขามนั้น ทำให้ความกังขาในใจของเธอจางหายแทบจะทันที

พราวพิชชาหยิบแก้วพั้นช์ขึ้นมาจิบ เอนกายกับเก้าอี้หวายตรงระเบียงรีสอร์ต แสงอ่อนของแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังอุ่นสบาย เธอหลับตา ใบหน้ายังเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม...ภาพของสองคนในวันนั้นคงตรึงอยู่ในใจเธอ

แล้วรอยยิ้มของพราวพิชชาก็คลายลง ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือขึ้น

เสียงใสๆ ช่างฉอเลาะเคล้าเสียงห้าวทุ้มของผู้ชายดังมาใกล้เรื่อยๆ ...เรียวคิ้วสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น เริ่มจะไม่พอใจเมื่อความสงบที่อยู่คู่กับความทรงจำอันแสนจะอบอุ่นหัวใจของเธอกำลังถูกขัดจังหวะ

หล่อนถอนหายใจอย่างปลงๆ จนเมื่อคิดว่าต่างคนต่างอยู่แล้วกัน ระเบียงรีสอร์ตออกจะกว้าง ทอดยาวเกือบยี่สิบเมตร เก้าอี้หวายก็วางอยู่ตั้งหลายมุม หนุ่มสาวสองคนคงอยากสวีตกัน เดี๋ยวพวกเขาเห็นเธออยู่ ก็คงหลบไปเลือกมุมส่วนตัวไกลๆ เองนั่นแหละ...

ใครจะบ้าเลือกสถานที่ฉอเลาะต่อหน้าคนอื่นกันเล่า

พราวพิชชาหลับตาพริ้มลง เริ่มต้นบรรยากาศผ่อนคลายของตัวเองต่อ หากแค่แพขนตาทาบชิดพวงแก้มนวล ดวงตาหวานก็มีอันเบิกโพลงขึ้น...

“เมื่อวานหายไปทั้งวัน นัดกันแล้วด้วยซ้ำ หนูโทร.ไปหาก็ติดต่อไม่ได้ หนูร้อนใจทั้งวัน กลัวว่าคุณจะไม่สบาย หรือเป็นอะไรไป แล้วหนูจะทำยังไง”

“โถ แค่โทร.ไม่ติด คิดว่าผมจะชิงหนีตายไปเลยหรือจ๊ะ”

เสียงหัวเราะห้าวดังขลุกขลักในลำคอ...จะว่าซาบซึ้งก็ไม่เชิง มันฟังดูขำๆ ระคนเย้ยหยันชอบกล จนคนแอบฟังเผลอมุ่นคิ้วสงสัยตาม!

“คุณอยากทำให้หนูเป็นห่วงเองนี่ พอโทร.ไปที่ทำงาน ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้รับสาย พูดจากระโชกโฮกฮาก ฟังไม่ได้เลยค่ะ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนเสน่หา
8.3
ตระกูลพัฒนาธรสกุลของนายแพทย์เมธีถูกจองจำด้วยความผิดบาปที่มีต่อครอบครัวศรีสมบูรณ์ แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งขึ้นเมื่อหมอเขมินท์ผู้เป็นลูกชายกลับสร้างบ่วงเสน่หาใหม่ขึ้นมาผูกมัดตัวเองไว้จนยากจะถอนตัว แม้หม้ายสาวอย่างปรียาจะกุมความได้เปรียบและใช้มัสยาลูกชายของเธอเป็นเบี้ยในเกมอำนาจนี้ แต่ตัวมัสยากลับไม่ต้องการเหนี่ยวรั้งเขาไว้ด้วยความแค้น ในเมื่อเขาไร้ใจ การจองจำนี้จึงมีแต่ความเจ็บปวดที่ไร้ทางออกสำหรับทุกฝ่าย
ภาพปกนิยายเรื่อง คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กเลี้ยงของน้าภพ
8.6
ภีมภพเฝ้าฟูมฟักและรอคอยให้ญารินดาเติบโตจนถึงเวลาที่ควรค่าแก่การเปิดเผยความนัย เมื่อทั้งคู่ต่างมีใจให้กัน ความสัมพันธ์จึงเริ่มต้นด้วยความชื่นมื่น ทว่าความสุขกลับพังทลายลงในวันที่เขาอ้างว่าติดธุระแต่เธอกลับพบเขาอยู่กับคนรักเก่าที่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอดบุตร สถานการณ์ช่างบีบคั้นหัวใจเมื่อญารินดาเพิ่งได้รับข่าวร้ายจากหมอว่าตนเองมีบุตรยาก ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้กลายเป็นบททดสอบความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขัดแย้งอย่างที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง วุ่นนักแอบรักคุณเลขา
8.4
เมื่อหน้าที่เลขาต้องเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อเจ้านายจอมบงการกลับมองว่าเธอเป็นเพียงพนักงานชงกาแฟส่วนตัวมากกว่าผู้ช่วยมืออาชีพ ความสัมพันธ์สุดวุ่นวายในออฟฟิศจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความหงุดหงิดและความรู้สึกที่ซ่อนเร้น เธอจะจัดการกับบอสจอมป่วนคนนี้อย่างไรดี ในเมื่อเขาขยันสร้างเรื่องกวนใจและทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้ตลอดเวลา พบกับเรื่องราวความรักฉบับโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความแสบสันและน่ารักในเล่มนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักภรรยาในนาม
8.9
เมื่อธีรุตม์ถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับอินทุภาแทนผู้หญิงที่เขารัก เขาจึงระเบิดความผิดหวังทั้งหมดใส่ภรรยาในนามอย่างโหดร้าย แม้ต้องยอมเข้าพิธีวิวาห์เพื่อความกตัญญู แต่เขากลับแสดงความรังเกียจและใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามทำร้ายจิตใจเธอสารพัด ธีรุตม์ประกาศชัดว่าเธอไม่มีวันได้เป็นเมียที่เขาต้องการและสั่งห้ามไม่ให้เธอมาทำหน้าที่ภรรยาเด็ดขาด ท่ามกลางความเย็นชาและคำด่าทอที่รุนแรง บทพิสูจน์ความอดทนในชีวิตคู่ครั้งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
ภาพปกนิยายเรื่อง ดั่งน้ำค้างกลางตะวัน
9.6
เมื่อศิศิราสงสัยในตัวคู่หมั้นจนนำไปสู่การพิสูจน์ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ท่ามกลางความสูญเสียนั้น ปรมะนักเขียนหนุ่มผู้รักสันโดษกลับได้พบกับหญิงสาวที่เขาเปรียบดั่งนางฟ้าบนชายหาดอันเงียบสงบ แต่ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกลับจบลงด้วยการจากลาทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความรู้สึกผิด ปรมะจึงเริ่มออกตามหาเจ้าของชื่อน้ำค้างซึ่งเป็นเบาะแสเดียวที่มี เพื่อหวังว่าจะได้พบกับผู้หญิงที่ตราตรึงใจเขาอีกครั้งท่ามกลางโชคชะตาที่เล่นตลก