APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่

ล้านักข้าจักเลิกรักคุณพี่

ชบาได้ครองคู่กับชายในฝันที่หลงรักมาแต่เยาว์วัย ทว่าชีวิตคู่กลับไม่เป็นดั่งใจเมื่อสามีเมินเฉยไม่ยอมร่วมหอ เธอจึงต้องงัดสารพัดมารยาหญิงมาพิชิตใจเขาให้สำเร็จ โดยเฉพาะหลังจากได้รับคำชี้แนะจากแม่สามีถึงศิลปะการครองเรือนที่ต้องแนบชิดกายเนื้อต่อเนื้อโดยไร้พัสตราภรณ์กั้นกลาง เมื่อได้เห็นแผงอกอันกำยำของสามีกับตาตนเอง สาวน้อยผู้เคยแต่ซุกซนจึงต้องรีบเรียนรู้งานปรนนิบัติพัดวีขนานใหญ่ เพื่อเปลี่ยนความประหม่าให้เป็นเสน่หาที่มัดใจสามีให้อยู่หมัดในเรือนหอแห่งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ณ ศาลาท่าน้ำ

“ฮือ ฮือ ฮือ”

แม่หญิงตัวน้อยกำลังนั่งร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกโศกา นับตั้งแต่แม่หญิงวัยสิบเอ็ดถูกตัดจุกไปเมื่อช่วงเช้า เธอก็รู้สึกเศร้าเสียใจ แลเอาแต่ร้องไห้อยู่เช่นนั้น ใครมาปลอบเธอก็หาได้หยุดร้องไห้ไม่ กระทั่งผู้เป็นแม่ต้องปล่อยให้เธอร้องไห้ไปจนกว่าจะหยุดเอง

“ทางนี้เจ้าค่ะ แม่หญิงเธออยู่ตรงศาลาท่าน้ำเจ้าค่ะ แจ่มไปปลอบหลายครั้งหลายคราแล้ว แต่ก็ยังมิหยุดร่ำไห้สักที”

นางบ่าวพาผู้มาเยือนไปหาแม่หญิงตัวน้อยที่นางเฝ้าเลี้ยงดูมาตั้งแต่แบเบาะ ด้วยอาการร้อนรนระคนเป็นห่วง

ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังจุดที่แจ่มบอก ก็เห็นร่างเล็กนั่งสั่นเทิ้มอยู่ตรงศาลา

“ข้าจักไปปลอบแม่ชบาน้อยเอง พี่แจ่มกลับเรือนไปเถิด อีกประเดี๋ยวข้าจักพาแม่ชบาน้อยกลับตามไป”

ชายหนุ่มนามพ่อทัพรับอาสา หวังว่าเด็กน้อยนั้นหนาจะเลิกร่ำไห้เมื่อได้เห็นว่าเขาเอาสิ่งใดมาหลอกล่อ

“เจ้าค่ะ ฝากด้วยหนาคุณทัพ ใครพูดกระไรมิฟังเลย หากเป็นคุณทัพ แม่หญิงต้องเชื่อเป็นแน่เจ้าค่ะ”

“อือ อย่าได้ห่วงเลยข้าจักดูแลเอง”

เมื่อแยกจากนางบ่าวแล้ว ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มวัยสิบเก้าก็ก้าวเดินไปยังร่างแม่หญิงเล็กจ้อยที่เอาแต่ส่งเสียงสะอื้นไห้

“ไยมานั่งร่ำไห้อยู่ตรงนี้กันเล่าแม่ชบาน้อยของพี่”

เสียงทุ้มนุ่มนั้นเต็มไปด้วยความเอื้อเอ็นดู ทำให้แม่ชบาน้อยถึงกับรีบปาดน้ำตา ด้วยแน่แล้วว่าเสียงอันคุ้นหูนี้คือเสียงของผู้ใด แม่หญิงหันไปยิ้มร่าทั้งน้ำตาให้ผู้มาเยือน เธอทั้งยิ้มทั้งสะอื้นไห้ในคราวเดียว

“คุณพี่ทัพ ฮึก ฮือ มาได้อย่างไรเจ้าคะ มิใช่ว่าไปช่วยคุณลุงติดต่อค้าขายกับทางกรุงศรี ฯ ดอกรึ”

เอ่ยถามคุณพี่ทั้งเสียงสั่นเสียงเครือเจือเสียงสะอื้น คนพี่ได้แต่พิศมองคนตรงหน้า เห็นจมูกเล็ก ๆ นั้นหนาแดงก่ำ แถมสองข้างแก้มยังมีแต่คราบน้ำตา ‘ไม่น่ามองเอาเสียเลย’ บัดนี้น้องน้อยช่าง ‘มอมแมม’ นัก

“พี่ไปมาแล้ว แลกลับมาแล้วนี่อย่างไรเล่า”

ตอบพร้อมทิ้งกายลงนั่งเคียงข้างแม่คนตัวเล็ก ก่อนจักหยิบเอาผ้าเช็ดหน้ายื่นไปให้ เมื่อมือน้อยรับไปเขาก็ทำได้แค่ลูบศีรษะเล็กจ้อยนั้นด้วยความนึกเอ็นดู

แม่หญิงตัวน้อยเช็ดน้ำตาจนเริ่มเหือดแห้ง แต่ยังมีเสียงสะอื้นหลุดลอดออกมาด้วยร้องไห้เสียนาน จนคนเป็นพี่ต้องลูบไหล่ลูบหลัง ปลอบโยนกันไปอีกครา

“ไปเสียนานนักหนาเจ้าคะ ฮึก... รู้ฤๅไม่ ฮึก ฮือ นอกจากชบาจักกำพร้าพี่แล้ว เพลานี้ชบายังกำพร้าจุกด้วยเจ้าค่า ฮึก ฮือ”

คนที่เพิ่งตัดจุกมาเอ่ยบอก พร้อมเบะปากราวกับการตัดจุกนั้นช่างเป็นเรื่องน่าเศร้านัก

“ตัดจุกแล้วอย่างไร มิเห็นมีกระไรให้ต้องเศร้าหนาแม่ชบา”

พ่อทัพอยากรู้นัก เหตุใดแค่เพียงตัดจุกถึงทำให้แม่ชบาน้อยผู้ร่าเริงสดใสกลับเศร้าใจได้ถึงเพียงนี้

“ชบามิอยากตัดจุกเจ้าค่า มิอยากเป็นแม่หญิง มิอยากออกเรือน อยากเป็นแค่แม่ชบาน้อยเพียงเท่านั้น อยากปีนป่ายต้นไม้ แลเล่นซนกับเพื่อน ๆ เจ้าค่ะ”

สิ่งที่แม่ชบาน้อยเอ่ยออกมา สรุปได้ว่าเธอนั้นไม่อยากตัดจุกเพราะกลัวจะเล่นซนอย่างเคยมิได้

“ที่แท้ก็ห่วงเล่นนี่เอง ตัดจุกแล้วเช่นไร ก็เล่นซนได้นี่นา”

“มิได้เจ้าค่ะ คุณแม่จักเอ็ด คุณแม่ห้ามเจ้าค่ะ บอกว่าจักเป็นแม่หญิงแล้ว จักเล่นซุกซนมิได้”

แค่พูดถึงเรื่องนี้ น้ำตาก็ให้คลอเอ่อมาอีกครา คนพี่แลหน้าตาน้องน้อยแล้วให้ยิ่งนึกขันปนสงสาร

“แม่ห้ามก็มิฟังรึเจ้า”

“ฟังสิเจ้าคะ ถ้ามิฟังจักมานั่งทุกข์ใจเช่นนี้รึเจ้าคะ”

สิ่งที่ผู้เป็นแม่บอกกล่าวเมื่อหลังตัดจุก ล้วนเป็นสิ่งที่เธอมิอยากกระทำทั้งสิ้น

“ใคร ๆ ก็ตัดจุกกันทั้งนั้น เจ้ามิรู้รึ”

“แต่ชบาไม่อยากเหมือนใคร”

บอกออกไปพร้อมสะบัดหน้าหนี ให้มันได้อย่างนี้สิ แม่หญิงคนดี ช่างมีฤทธิ์มีเดช

“ก็ในเมื่อตัดไปแล้ว จะมัวนั่งเศร้าไปไย เอานี่ไปเล่นไม่ดีกว่ารึ พี่ซื้อมาฝาก”

ตุ๊กตาแต่งกายแบบแม่หญิงฟะรังคีตัวหนึ่งถูกยื่นไปตรงหน้าแม่หญิงตัวน้อย พลันความเศร้าสร้อยแลตาละห้อยได้หายวับ บัดนี้นั้นมีแค่เพียงดวงตาสุกสกาวสดใส แลเป็นประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มสองตาของแม่ชบา

“ตุ๊กตา ตุ๊กตารึเจ้าคะ”

“ใช่ พี่ให้เจ้า”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ”

เมื่อมีสิ่งที่เรียกความสนใจ แม่ชบาน้อยก็หยุดร้องไห้คร่ำครวญพลัน เพลานี้นั้น ปากแม่หญิงขยับเป็นเส้นโค้งด้วยความตื่นเต้นเปรมปรีดิ์

“ชอบฤๅไม่ นี่ของเล่นของพวกฟะรังคีเลยหนาเจ้า”

“ชอบเจ้าค่ะ จักเล่นทุกวัน”

“ตัดจุกแล้ว คือโตแล้ว อย่าเล่นกระไรเป็นเด็ก ๆ ไปเลยหนาแม่ชบา”

เอ่ยทั้งจนใจ พ่อทัพให้รู้สึกเห็นใจมารดาของแม่ชบาน้อยนัก

“แต่ข้ายังเป็นเด็กนี่เจ้าค่ะ ไม่อยากเป็นแม่หญิงนั่งกรองมาลัยให้หลังขดหลังแข็ง ทำอาหารรึกลิ่นควันก็อบอวลชวนให้หายใจลำบาก ดูแลเรือนรึก็ขี้คร้านเจ้าค่ะ เรือนออกจักกว้างขวางดูแลได้ยากยิ่งนัก แล้วยังมีอีกหนาเจ้าคะ มีกิจอีกมากมายที่ผู้เป็นแม่หญิงต้องกระทำ แถมยังต้องออกเรือนด้วยเจ้าค่ะ ชบามิอยากออกเรือน อยากอยู่เล่นซนเช่นนี้มากกว่า”

แม่ชบาบ่นย้ำให้คุณพี่ทัพของเธอได้เข้าใจ

“เป็นแม่หญิง จักขี้คร้านได้อย่างไรเล่า อีกอย่างเมื่อถึงเพลาออกเรือน ก็ต้องออก รึเจ้าอยากจักเป็นหญิงเทื้อ”

“เฮ้อ เป็นหญิงเทื้อได้เจ้าค่ะมิได้กลัว คุณพี่ทัพล่ะก็ เซ้าซี้เสียจริง ชบาบอกว่ามิอยากออกเรือนก็คือมิอยากออกเจ้าค่ะ ทำไมคุณพี่ทัพมิออกเรือนเสียเองเล่าเจ้าคะ มาถามชบาอยู่ได้”

“...”

“อุ้ย”

พูดไปแล้วแม่หญิงน้อยก็เพิ่งจักนึกขึ้นได้ เพราะคนรักของคุณพี่ทัพได้ตายสิ้นไปเสียแล้ว เช่นนั้นคุณพี่ของเธอจักออกเรือนกับผู้ใดได้อีกเล่า ทันใดนั้นดวงตากลมโตมองไปยังคนพี่ด้วยความรู้สึกผิดไปทั้งใจ แต่ก็ยังฝืนกลบเกลื่อนความรู้สึกด้วยรอยยิ้มเก้อ

“ขออภัยเถิดเจ้าค่ะ ยังมิมีหญิงใดจักออกเรือนด้วยก็ไม่เป็นไรหนาเจ้าคะ โอ๋โอ๋หนาคุณพี่ทัพ”

บอกพร้อมลูบไหล่ผู้เป็นพี่ราวกับจักปลอบ

“โอ๋ โอ๋กระไรเล่า ดูทำเข้าสิ”

เธอทำท่าราวกับเขาเป็นเด็ก แม่หญิงน้อยผู้นี้ช่างน่าตีนักเชียว

“ปลอบเจ้าค่ะ ข้าอยากปลอบคุณพี่ทัพ คุณพี่ทัพเจ้าขาอย่าได้เสียใจไปเลยหนาเจ้าคะ รูปงามอย่างคุณพี่ทัพนั้น มีแต่แม่หญิงหมายปองตลอดสองโค้งน้ำนั่นแลเจ้าค่ะ ชายตาแลแม่หญิงอื่นบ้างก็ได้หนาเจ้าคะ ที่ศรีสัชนานี้มีแม่หญิงงามพร้อมมากมายให้เลือกเจ้าคะ”

บอกคนพี่ไปแล้วก็หัวเราะคิกคักชอบใจ แม้ภายในใจจักยังรู้สึกผิดต่อเขามามากนัก แต่เธอก็พยายามยิ้มมันทุกเพลาด้วยไม่อยากเห็นน้ำตาของคนเป็นพี่อีก

“แก่แดดนัก เพิ่งจักตัดจุก ก็พูดเรื่องหญิงชายเสียแล้ว ระวังเถิด จักโดนคุณน้าลงหวาย”

คนเป็นพี่เอ็ดไม่พอแถมยังขู่เจ้าตัวจ้อยอีก

“หามิได้เจ้าค่ะ หามิได้ ชบาแค่มิอยากให้คุณพี่ทัพเศร้าสร้อยเพียงเท่านั้น”

คนที่เผลอทำตัวแก่แดดแก้ตัวเป็นพัลวัน ด้วยกลัวคุณแม่ของเธอนั้นจักลงหวายจริง ๆ

“หึ”

แค่ไม่มีเมียเขาไม่ได้รู้สึกว่าจักเศร้าตรงไหน เด็กแก่แดดคนนี้ทำเป็นมารู้ดี

“คุณพี่ทัพเจ้าขา มีเมียสักคนดีฤๅไม่เจ้าคะ”

นั่นปะไร สิ้นคำนั้นคนถูกถามจึงใช้นิ้วดีดหน้าผากแม่หญิงผู้แก่แดดแก่ลมโดยพลัน ด้วยแม่หญิงตัวน้อยนั้นยังไม่หยุดเจรจา มิรู้หรือไรว่าเรื่องเช่นนี้มิใช่เรื่องของเด็ก

“โอ้ย เจ็บกบาลเจ้าคะ”

“เจ็บนั่นแลดี พี่มิได้เศร้าสร้อยกะอีแค่มิได้ออกเรือนดอกหนา”

“โป้ปด หาเชื่อได้ไม่”

“พี่มิออกเรือนแล้วอย่างไร มิได้เกี่ยวกระไรกับเจ้า”

“ชบาแค่เป็นห่วง คุณพี่ทัพน่ารักแลใจดีถึงเพียงนี้ หากมิมีแม่หญิงใดแล ชบาจักออกเรือนกับคุณพี่ทัพเองเจ้าค่ะ”

แม่หญิงชบาน้อยบอกพร้อมเอื้อมเรียวแขนเล็กจ้อยเข้าไปคล้องแขนล่ำ ๆ ของพ่อทัพแล้วยิ้มกว้าง

“พูดกระไรของเจ้า”

พ่อทัพเผยยกยิ้มให้ความแก่แดดของคนช่างพูด เมื่อสักครู่ยังบอกว่ามิอยากออกเรือนอยู่เลยมิใช่รึ ไฉนตอนนี้มาเสนอตัวออกเรียนกับเขาเสียแล้วเล่า

ส่วนแม่หญิงผู้โดนเอ็ดก็หาได้สลดไม่ เธอกลับส่งยิ้มแฉ่งแข่งตะวันให้คุณพี่ทัพจนตาหยี

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนปรารถนา
7.9
ปาณิศายอมรับผิดที่ทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องการใช้ชีวิตคู่จนสร้างความแค้นเคืองให้คทาวุธ แม้เธอต้องจำใจแต่งงานกับชายรุ่นพ่อด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ความจริงคือเธอไม่เคยปันใจให้ใครและยังคงรักเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยโหยหา คทาวุธตั้งคำถามสำคัญเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกของหญิงสาว เมื่อหัวใจเรียกร้องและเธอยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ปาณิศาจึงเลือกที่จะก้าวข้ามความผิดพลาดในอดีตเพื่อเริ่มต้นบทเรียนรักครั้งใหม่ในอ้อมกอดที่เธอโหยหามาตลอด
ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์รัก จอมอหังการ ชุด เทพบุตรการ์รัสโซ
8.0
เมื่อครอบครัวตกที่นั่งลำบากเพราะความผิดพลาดของพ่อแม่ ดานีน โรดิเกซ จึงไร้ทางเลือกนอกจากต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก เดนิเรล การ์รัสโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งแห่งตุรกี เขาคือคุณชายลำดับที่สี่ผู้หล่อเหลาแต่กลับเย็นชาไร้หัวใจดั่งมัจจุราชร้าย แม้เดนิเรลจะมองว่าหญิงสาวคือความวุ่นวายที่ควรหลีกหนี แต่ความพยศของเธอกลับกระตุ้นความปรารถนาให้อยากครอบครอง ทว่าข้อตกลงครั้งนี้ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย เพราะคนอย่างเขาไม่มีวันหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ใครฟรีๆ แน่นอน
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงเสน่าหานายหัวชาวี
9.3
ชาวี นายหัวหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสัมพันธ์ชั่วคราวที่ไม่เคยสร้างความพึงพอใจให้เขาได้อย่างแท้จริง จนกระทั่งโชคชะตาพาให้เขาได้พบกับชมจันทร์ หญิงสาวที่ถูกแม่เลี้ยงใจร้ายลวงมาขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน โดยใช้ความจริงเกี่ยวกับมารดาที่ถูกปิดบังไว้เป็นเครื่องมือต่อรอง ชมจันทร์ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตในบ่วงเสน่หาที่ไม่ได้ตั้งใจ ท่ามกลางความขัดแย้งและการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่หลังคำลวงของครอบครัวที่เธอเคยไว้ใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง มลทินรักซาตาน
7.8
หลังทนทุกข์กับชีวิตสมรสที่ไร้ค่ามาหนึ่งปี ตรีภพกลับปฏิเสธการหย่าร้างอย่างหนักแน่น แม้หญิงสาวจะตัดพ้อถึงความเจ็บปวดที่ต้องอยู่กับคนไร้หัวใจ แต่เขากลับใช้กำลังเข้าหาเพื่อปิดปากเธอด้วยจุมพิตที่ดุดัน ทว่าเมื่อเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาก็เริ่มได้สติและยอมถอยห่างพร้อมคำขอโทษจากหัวใจ ตรีภพวิงวอนขอโอกาสสุดท้ายเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต โดยสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีกต่อไปในฐานะสามีที่เคยละเลยเธอมาร่วมปี
ภาพปกนิยายเรื่อง ดันรัก
9.0
นิยายเรื่องนี้ประกอบด้วยสองคู่ชูรส เริ่มด้วยจารุณาที่ต้องรับมือกับความคลั่งไคล้ของหนุ่มรุ่นน้องอย่างเป๊ก ผู้หลงใหลในเสน่ห์ความอวบอัดของเธอจนทำเอาเธอเขินอายแทบวางตัวไม่ถูก ต่อด้วยเรื่องราวคืนวิวาห์ของพิกเจอร์และป๊อกจี้ เมื่อเจ้าบ่าวตัวแสบเริ่มรุกหนักด้วยคำพูดหยอกล้อกึ่งห่ามจนจีจี้ต้องประท้วงในความหมกมุ่นเกินพิกัดของเขา แม้เธอจะพยายามขัดขืนด้วยความอายเพียงใด แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเร่าร้อนและข้อเสนอสุดทะเล้นที่เขาขยันหยิบยื่นให้ไม่หยุดหย่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาคือความฝันของโลกมนุษย์
9.5
สามปีที่หายไป อดีตภรรยาแสนสวยกลับคืนสู่จินเฉิงในฐานะหญิงสูงศักดิ์พร้อมลูกแฝดและคนรักที่ดูเพียบพร้อม ทว่าท่ามกลางงานเลี้ยงอันหรูหรา เว่ย อดีตสามีผู้เป็นดั่งดวงดาวที่เอื้อมไม่ถึงกลับจู่โจมเธออย่างอุกอาจ เขาต้อนเธอเข้ามุมมืดพร้อมกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่รอคอยมาแสนนาน แม้จะถูกเขาคุกคามจนริมฝีปากเจ็บแสบ แต่เธอกลับจ้องมองเขากลับด้วยความเด็ดเดี่ยว พร้อมย้ำเตือนสถานะความสัมพันธ์ที่จบสิ้นลงด้วยใบหย่าให้เขาตระหนักว่าเธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป