APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอให้รักของฉันคือเธอ

ขอให้รักของฉันคือเธอ

เมื่อความเจ็บปวดในอดีตกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ หญิงสาวจึงตัดสินใจเดินหน้าทำตามแผนการที่วางไว้ เป้าหมายเดียวของเธอในครั้งนี้คือการใช้เสน่ห์และความใกล้ชิดเพื่อพิชิตหัวใจของเขาให้ได้ เธอต้องการทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างหมดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อที่ท้ายที่สุดแล้วเขาจะได้สัมผัสกับความรู้สึกเสียดายและอาลัยอาวรณ์ในสิ่งที่เขาสูญเสียไปตลอดกาล ท่ามกลางเกมความรักที่มีความแค้นเป็นเดิมพันครั้งนี้ ผลลัพธ์จะลงเอยอย่างไร
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 1

ทวงสัญญากับข้อเสนอที่แสนจะร้ายกาจ

นักแสดงหนุ่มเจ้าของฉายาเทพบุตรแห่งวงการบันเทิงไทยคิ้วขมวด เมื่อผู้จัดการส่วนตัวซึ่งดูแลมาตั้งแต่เด็กบอกว่ามีคนมาขอพบและชื่อว่า หมอนทอง สุนทรนิเวศ ชื่อนี้คือชื่อของเด็กสาวหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้น แววตาของปราชญ์เข้มขึ้นและมีประกายแห่งความดูแคลนเมื่อคิดถึงใบหน้าเจ้าหล่อน

“มาทำไม” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“เห็นบอกว่ามีธุระจะคุยด้วยครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถึงหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ แววตามีความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

“ถ้าเดาไม่ผิด ยายเด็กอัปลักษณ์นั่นคงจะมาทวงสัญญาเมื่อสิบสองปีก่อนสินะ” น้ำเสียงปราชญ์เยาะเย้ยในที

“จะว่าไปมันก็นานแล้วนะครับ สิบสองปีที่ผ่านมาคุณปราชญ์ไม่เคยติดต่อกลับไปหาเลย” ชายวัยกลางคนเอ่ยตรงไปตรงมา

“ทำแบบนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่า ฉันไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยอีก”

“แต่คุณสัญญากับคุณนายท่านไว้แล้ว” ผู้จัดการส่วนตัวท้วง

“สัญญาว่าจะหมั้นก็หมั้นให้แล้ว แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะแต่งงานหรือทำอะไรมากกว่านั้นนี่” นักแสดงหนุ่มชื่อดังย้อนด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด

“คุณจะไม่แต่งงานกับคุณหนูหมอนทองจริงๆ หรือครับ”

“ใครจะไปแต่งงานกับยายเด็กหน้าอัปลักษณ์คนนั้นได้ หุ่นก็อย่างกับตุ่มต่อขา หน้าตายังเหมือนจิ้งจกตกใจ ใส่แว่นหนาๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด” ปราชญ์บรรยายสรรพคุณที่เคยเห็นเมื่อสิบสองปีก่อนได้ตรงเป๊ะไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียว

“หนูหมอนทองไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดเลยนะครับ” ชายวัยกลางคนอดขำไม่ได้

นั่นมันเมื่อสิบสองปีที่แล้วอะไรๆ ก็เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะคุณหนูหมอนทองในเวลานี้

“คุณภมร อย่ามาเข้าข้างกันหน่อยเลย ผมไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่คู่ควรเด็ดขาด ผมเป็นนักแสดงชื่อดังมีชื่อเสียง จะมีเมียทั้งทีก็ควรจะเป็นคนที่เหมาะสม ไม่ใช่กับผู้หญิงกะโหลกกะลาที่ไหนก็ไม่รู้อย่างเด็กนั่น” ชายหนุ่มยืนกรานหนักแน่น

“บางทีคุณปราชญ์อาจจะเปลี่ยนความคิดเมื่อเจอเธอในตอนนี้ หนูหมอนไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลยนะครับ” ภมรพยายามกล่อม

“คุณภมรรู้จักกับครอบครัวนั้นมาก่อน ก็ย่อมต้องเข้าข้างกัน” ปราชญ์พูดอย่างเข้าใจ และนึกถึงคุณย่าที่จากไปเช่นกัน คุณย่าก็คงคิดเรื่องความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเพื่อนมากกว่าความเหมาะสมกับหลานชายตัวเอง ถึงได้เกิดการหมั้นหมายบ้าๆ นั่นขึ้น

“แล้วคุณจะพบคุณหนูหมอนไหมครับ” ภมรวกเข้าให้ตรงประเด็น

“ไม่ จะไม่มีการพบกันอีกไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น แล้วคุณภมรก็ต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้ผม” นักแสดงหนุ่มสบตาชายวัยกลางคน

“ผมหรือครับ” ภมรย้อนถามให้แน่ใจ แอบงงเล็กน้อยว่าตนไปเกี่ยวอะไรด้วย

“ใช่ ในฐานะที่คุณภมรเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณย่า และตอนนี้ยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผม ดังนั้นคุณภมรจะต้องจัดการเรื่องนี้ครับ” ปราชญ์เอ่ยเสียงเข้ม เขาจะไม่มีวันไปพบผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด

หมอนทองรู้สึกผิดหวังเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นที่เฝ้ารอไม่ยอมมาพบแต่กลับส่งเป็นตัวแทนมาเจรจา เธอรู้จักกับลุงภมรมาตั้งแต่เด็กและเขาก็ดีกับตนมากด้วย ดังนั้นจึงพูดคุยได้อย่างสนิทใจ

“เขาติดงานหรือคะ” หมอนทองเอ่ยถามคำแรก

“เขาให้ลุงมาพบกับหนูหมอนแทน เขารู้ว่าหนูหมอนจะมาพบเรื่องอะไร” ภมรเอ่ยยิ้มๆ

“จะบ่ายเบี่ยงเรื่องระหว่างหนูกับเขาใช่ไหมคะ” หมอนทองถามตรงไปตรงมา ภมรเห็นใจแต่ก็พยักหน้าเป็นคำตอบ

“หนูอยากทราบเหตุผลค่ะ”

“เหตุผลอยู่ที่ในจดหมายฉบับนี้ หนูหมอนลองอ่านดูนะ” ชายวัยกลางคนยื่นซองจดหมายสีขาวให้ หมอนทองรับจดหมายมาถือไว้และมองมันราวสามวินาทีก่อนที่จะเปิดอ่าน

สวัสดี

ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อที่จะบอกกับเธอว่า เรื่องหมั้นของเราเกิดขึ้นเพราะฉันรับปากกับคุณย่าไว้แต่ไม่ได้ตอบตกลงว่าจะแต่งงาน การหมั้นเป็นเรื่องที่ฉันจำใจเป็นอย่างมาก ฉันไม่มีความเต็มใจเลยแม้สักนิด มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต ฉันอยากจะขอให้เราลืมเรื่องที่ผ่านมาให้หมด แหวนหมั้นนั้นฉันไม่เอาคืนถือว่าเป็นค่าเสียเวลา

จดหมายฉบับนี้เป็นการยืนยันว่าฉันไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ฉันต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่สามารถเชิดหน้าชูตาในสังคม ไม่ใช่ผู้หญิงแบบเธอโปรดเข้าใจฉัน และยอมรับการตัดสินใจของฉันด้วย

ปราชญ์ ปริยาภัสร์สกุล

หมอนทองเม้มปากแน่นหลังจากอ่านจดหมายจบ ข้อความในจดหมายทำร้ายจิตใจเหลือเกิน เขาดูถูกทั้งที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้แทบจะหมดไปหลังจากอ่านข้อความที่แสนจะน่าอัปยศจบ

“เชื่อลุงนะ หนูหมอน กลับบ้าน และตัดใจเรื่องแต่งงานซะ คุณปราชญ์ไม่มีท่าทีจะสนใจเรื่องนี้เลย” ภมรบอกด้วยความหวังดี

“เขาบอกอย่างนั้นหรือคะ” หมอนทองย้อนถาม เดาว่าภมรไม่รู้เนื้อความในจดหมายเลย

“ครับ”

“คุณลุงช่วยหนูสักอย่างได้ไหมคะ”

“ถ้าเป็นเรื่องที่ช่วยได้ ลุงพร้อมที่จะช่วยหนูหมอนเต็มที่”

“หนูอยากพบอยากคุยด้วยอย่างจริงจัง”

“แต่” ภมรอึกอักเล็กน้อย ปราชญ์ย้ำหนักหนาว่าให้กล่อมหมอนทองให้กลับไปให้ได้

“ขอร้องนะคะ หนูอยากพบเขาจริงๆ เรื่องแบบนี้จำเป็นที่จะต้องคุยกันต่อหน้าค่ะ” หมอนทองทำเสียงน่าสงสาร

“แต่คุณปราชญ์ไม่อยากพบหนูหมอน” ชายวัยกลางคนเอ่ยไม่เต็มเสียง

“เห็นแก่ความผูกพันของครอบครัวเราเถอะนะคะ ให้หนูได้คุยกับเขาสักครั้ง หนูอยากจะฟังจากปากของเขาเองค่ะ” หมอนทองยืนกรานที่จะพบให้ได้

“ก็ได้ แต่อยากให้หนูทำใจไว้นะ คุณปราชญ์เป็นผู้ชายที่ปากร้ายพอสมควร แล้วก็ชอบทำตัวหยิ่งมากจนหน้าหมั่นไส้” ภมรเตือนด้วยความห่วงใย

“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูอยากพบให้เร็วที่สุด ไม่ทราบว่าลุงภมรจะพาไปพบได้เมื่อไหร่คะ” หมอนทองไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น

“เย็นนี้เลยก็แล้วกัน”

นักแสดงชื่อดังจ้องหน้าผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาโมโห ภมรทำงานไม่สำเร็จและขัดคำสั่งซ้ำยังทำท่าเหมือนจะเข้าข้างอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

“คุณไม่ได้ให้จดหมายเหรอ” ปราชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ให้ครับ หนูหมอนอ่านแล้วจึงขอพบคุณ เธอบอกว่าต้องคุยกันต่อหน้าจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

“ผมไม่ได้อยากเจอยายผู้หญิงบ้านนอกคนนั้น คุณภมรก็รู้แล้วทำไมถึงพามาที่นี่” เขาอยากจะบ้าตาย แทนที่จะไล่ให้กลับไปดันรับปากช่วยด้วยการพามาหาเสียอีก

“ยายอัปลักษณ์นั่นอยู่ไหน”

“รออยู่ที่ห้องรับแขกครับ” ภมรรู้ดีว่าอารมณ์แบบนี้เอาน้ำเย็นเข้าลูบน่าจะเหมาะกว่า และเขาก็เห็นด้วยว่าการได้คุยกันต่อหน้าจะทำให้ทุกอย่างสิ้นเรื่องสิ้นราว

“ก็ได้ อยากเจอก็ได้แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าผมพูดอะไรไปแล้วแม่นั่นเกิดรับไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิดของผม แต่เป็นความผิดของคุณภมรที่พาเธอมาที่นี่” ปราชญ์เดินไปด้วยท่าทางหัวเสีย ส่วนภมรโล่งอกที่ไม่โดนตำหนิมาก และคิดว่าอย่างน้อยเรื่องก็คงจบลงด้วยดี

ปราชญ์ยืนนิ่งราวกับถูกมนตร์สะกด เมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาวที่ยืนส่งยิ้มให้ที่กลางห้อง เธอสวยราวกับนางในวรรณคดี ปาก คอ คิ้ว คาง โครงหน้า สวยเสียจนไม่สามารถละสายตาได้เลย หมอนทองมองเขาด้วยสายตามาดมั่น ปราชญ์ยังคงเป็นผู้ชายที่หล่อวัวตายควายล้มในสายตาเสมอ ยิ่งตอนนี้ยิ่งดูดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

“สวัสดีค่ะ” หมอนทองทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อน

“คุณคือ...” ชายหนุ่มงงเล็กน้อย

“คู่หมั้นของพี่ปราชญ์ไงคะ”

“หมอนทอง” ปราชญ์อุทานเบาๆ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่แสนจะอัปลักษณ์ในวันนั้นจะกลายมาเป็นนางพญาหงส์ในวันนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปเสียจนไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือคู่หมั้นของตน

“หนูมาที่นี่เพื่อมาถามว่า ข้อความในจดหมายคือเรื่องจริงใช่ไหมคะ” หมอนทองถามอย่างเป็นงานเป็นการ

คำถามนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของนักแสดงหนุ่มกลับคืนมา ปราชญ์เชิดหน้าขึ้นเช่นคนอวดดีและมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้ว่าหมอนทองในวันนี้จะสวยขนาดไหน แต่สามัญสำนึกก็บอกว่าเธอไม่คู่ควร ดังนั้นความสวยจึงต้องไม่มีส่วนทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ไขว้เขว

“ใช่” ชายหนุ่มตอบรับเสียงเข้ม

“พี่ปราชญ์จะถอนหมั้น” หมอนทองถามตรงประเด็น

“ใช่” เขาขานรับชัดเจน

“ด้วยเหตุผลที่พูดง่ายๆ ว่าไม่คู่ควร” หญิงสาวใช้ข้อความในจดหมายมาอ้าง

“ใช่” ปราชญ์ยืนกรานคำเดิม

“ไม่ยุติธรรม” หมอนทองพูดเสียงดังลั่น

“มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับเราสองคนที่สุด แต่ก่อนอื่นขอชมสักหน่อยว่าเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ คงเสียเงินค่าศัลยกรรมไปเยอะสินะ ไม่คิดว่าเธอจะยอมเจ็บตัวเพียงเพราะต้องการจะสวยเพื่อฉัน” น้ำเสียงและท่าทางของปราชญ์เยาะเย้ยเสียจนรู้สึกได้

“หนูไม่ได้ศัลยกรรม ทุกอย่างทั้งหน้า ทั้งนม ทั้งตัว ของจริงหมด การที่หนูสวยขึ้นมันเป็นเองตามธรรมชาติ และหนูไม่ได้สวยเพื่อพี่ค่ะ ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดเลิกหลงตัวเองได้แล้ว” หมอนทองย้อนกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ กับคำพูดเมื่อครู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ถ้างั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” ปราชญ์อึ้งไปเล็กน้อยกับท่าทีของหมอนทอง แต่เขาก็ไม่เสียเวลาสนใจและบอกตรงๆ ว่าไม่เชื่อที่เธอพูดเลยสักนิด ไม่เชื่อหรอกว่าจากผู้หญิงอัปลักษณ์จะกลายเป็นคนสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้โดยที่ไม่ทำอะไรเพิ่ม

“ว่าแต่อย่าแทนตัวเองว่าพี่กับหนูเลยนะ เรียกแทนว่าผมกับคุณจะดีกว่า”

หมอนทองสูดหายใจเข้าปอดแรงๆ เพื่อเรียกพลัง อยากจะเดินเข้าไปหาแล้วจับตีเข่าเสียเหลือเกิน น่าหมั่นไส้สุดๆ

“ดีเหมือนกัน ฉันอยากจะถามว่าคุณมีคนที่คิดจะแต่งงานด้วยแล้วหรือคะ”

“ยัง”

“คุณไม่คิดที่จะแต่งงานกับหนู ไม่ใช่สิ คุณไม่อยากแต่งงานกับฉันแน่ๆ ใช่ไหมคะ”

“ข้อความในจดหมายมันบอกไว้หมดแล้ว ผมต้องการผู้หญิงที่เพียบพร้อม สวยอย่างเดียวคงไม่ได้ เธอต้องเก่ง ฉลาด มีการศึกษาสูง มีกิริยามารยาทที่ดีและยังมีข้อย่อยอีกหลายอย่าง” ปราชญ์พูดไปเรื่อยเท่าที่จะนึกได้ เพราะรู้ว่าหมอนทองไม่มีคุณสมบัติพวกนี้แน่

“แล้วฉันไม่คู่ควรตรงไหน” หญิงสาวย้อนถาม

“ทุกอย่าง ถึงตอนนี้จะสวยแต่ก็ไม่เหมาะอยู่ดี” ชายหนุ่มยักไหล่

“คุณยังไม่รู้จักฉันดีพอเลยนะ”

“หรือว่าคุณมีจุดประสงค์อื่นที่ต้องการด้วย เอางี้ นอกจากแหวนแล้วผมให้เงินค่าเสียเวลาสักก้อนดีไหม คุณจะได้เอาไปทำอะไรที่อยากทำหรือไปพัฒนาสวนทุเรียนก็ได้ สักสองล้านเป็นไง” สีหน้าและน้ำเสียงที่ยียวนกวนประสาททำให้หมอนทองกำมือเม้มปากแน่นข่มความโกรธเอาไว้ ผู้ชายคนนี้กำลังดูถูกเธออย่างร้ายกาจที่สุด

“แหม ง่ายจังนะคะ” หมอนทองย้อนเสียงหวานยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“จะทำให้มันยากทำไม จริงไหม” นักแสดงหนุ่มคิดว่าเข้าทางแล้ว

“ฉันไม่รับเงินของคุณหรอกค่ะ ลำพังสวนทุเรียนก็มีมูลค่ามากกว่าเงินที่คุณเสนอมาเสียอีก สิ่งที่ฉันต้องการคือแต่งงานกับคุณ ถึงแม้ข้อดีของคุณจะมีอยู่ข้อเดียวคือหล่อ แต่อย่างอื่นโดยเฉพาะนิสัยแย่มากที่สุด” หมอนทองจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้สลัดตนได้ง่ายๆ แน่ อย่างน้อยจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้บทเรียนสักหน่อย

“ที่พูดแบบนี้เพราะว่าคุณต้องการมากกว่าสองล้านใช้ไหม ฟังนะ ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้ แค่ชื่อของเราก็ไม่คล้องจองกันแล้ว ผู้หญิงของผมต้องมีชื่อที่ไพเราะอย่างกัลยาณี วิจิตรา ลักษณวดี หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หมอนทอง”

“แล้วชื่อหมอนทองมันไม่ดีตรงไหน ขนาดเป็นชื่อทุเรียนมันยังเป็นทุเรียนที่รสชาติดีมากๆ”

“เก็บข้อเสนอของผมไปคิดดูก่อน” ปราชญ์ตัดบทแล้วเอ่ยต่อว่า

“คุณได้เงินและอิสรภาพ แล้วก็ไปหาผู้ชายในสวนหรือไม่ก็พวกหนุ่มคนงานที่คู่ควร ตัดใจจากผมซะ อย่างไรผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณแน่”

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันรู้ว่าคุณมันพวกอวดดีหยิ่งผยอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาดูถูกฉันได้ คอยดู จำคำพูดของคุณไว้ คุณบอกจะไม่มีวันแต่งงานกับฉันใช่ไหม” หมอนทองเอ่ยด้วยท่าทีเอาเรื่อง

“ใช่” ปราชญ์ตอบเสียงดังฟังชัด

ฉันจะทำให้คุณถอนคำพูด คุณจะต้องแต่งงานกับฉัน จำไว้” หมอนทองตะโกนลั่นด้วยความมั่นใจเพื่อจะสยบท่าทีอวดดีของอีกฝ่าย

“ขอเตือนว่าอย่าเลย ไร้ประโยชน์” นักแสดงหนุ่มเชิดหน้า

“เรามาลองดูกัน จำไว้นะ ต่อจากนี้ ชีวิตคุณไม่สงบแน่” หมอนทองยิ้ม คำพูดของเขาทำให้เกิดแรงฮึดต้องการจะเอาชนะ คอยดูเถอะ เธอจะทำให้ผู้ชายคนนี้สยบแทบเท้าให้ได้

“คุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก หมดธุระก็ควรจะกลับได้แล้ว และขอเตือนยอมรับข้อเสนอซะ กลับไปอยู่ในที่ทางของคุณมันคือสิ่งที่ดีที่สุด” ปราชญ์เอ่ยอย่างมาดมั่น เริ่มรู้สึกไม่พอใจหมอนทองเล็กน้อย

ผู้หญิงคนนี้พูดยากกว่าที่คิดแถมยังอวดดี กล้ามาประกาศว่าสักวันเขาจะต้องถอนคำพูด

ไม่มีทางเสียล่ะ และถึงจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าอวดดีขนาดนี้ยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้

เพราะคนอวดดีจะอยู่คู่กับคนอวดดีด้วยกัน โลกคงได้พังแน่งานนี้!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงสวาททาสรักอสูร
8.3
นันทิยายอมทำทุกอย่างเพื่อครอบครองหัวใจชายที่เธอรัก แม้ต้องแลกด้วยการสูญเสียตัวตนและรักคนที่ไม่เห็นค่า แต่ความทุ่มเทกลับถูกภามตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงใจร้าย เขาขังเธอไว้ในกรงขังแห่งความแค้นด้วยการประกาศกร้าวว่าเธอเป็นได้เพียงนางบำเรอไร้เกียรติ ในขณะที่เขาจะหาผู้หญิงที่คู่ควรมาแต่งงานด้วย ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้น นันทิยาจะทนอยู่ในนรกบนดินที่เขามอบให้ได้นานแค่ไหน เมื่อความรักที่เคยมีกลายเป็นบ่วงโซ่ที่รัดรัดเธอไว้ไม่ให้ไปไหน
ภาพปกนิยายเรื่อง จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ
8.7
เมื่อมีนาตกหลุมรักเจตต์ ชายหนุ่มเพอร์เฟกต์ที่เป็นดั่งเกราะคุ้มกันเธอ แผนการพิชิตใจจึงเริ่มขึ้นด้วยการขอแต่งงานดื้อๆ แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเด็กแก่แดดไร้ประสบการณ์ในสายตาเขา ทว่าเธอกลับไม่ยอมแพ้และประกาศกร้าวว่าจะใช้เสน่ห์ทุกทางเพื่อยั่วยวนให้เขาสยบแทบเท้า จากความประมาทที่มองว่าเธอเป็นเพียงหมากระเป๋า เจตต์อาจต้องรับมือกับปฏิบัติการอ่อยสุดกำลังที่จะทำให้เขาต้องหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เตรียมพบกับเกมรักที่เธอเดิมพันด้วยหัวใจเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ร่ายรักไฟเสน่หา
8.0
อีธานมุ่งมั่นที่จะครอบครองมธุรดาเพียงผู้เดียว เขาจึงตัดสินใจปลอมตัวเป็นคนสวนเพื่อเข้าหาหญิงสาวที่ตนเลือกให้มารับบทลออดาวในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เรื่องราวความรักเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการฝึกสอนการแสดงที่เน้นบทจูบเป็นพิเศษ แม้มธุรดาจะเคยรู้สึกเกลียดชังในตอนแรก แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เธอตกหลุมรักชายหนุ่มขี้หึงคนนี้โดยไม่รู้ตัว กลายเป็นสายใยเสน่หาที่ผูกพันคนทั้งสองไว้ในนิยายโรมานซ์สุดเร่าร้อนที่ยากจะถอนตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง สุดที่รักที่ร้าย My baby
8.2
หญิงสาวธรรมดาที่เคยบอบช้ำจากรักแรกจนกลายเป็นคนรักสนุกชั่วคราว กลับต้องมาพบชายหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนรุ่นพี่คนนั้นอย่างกับแกะ เธอจึงเสนอสัญญาบนเตียงเพื่อความสัมพันธ์แบบไร้ข้อผูกมัด ทว่าเขากลับไม่ยอมเป็นแค่คู่นอนตามเกมของเธอ แต่ยื่นคำขาดให้เธอจดทะเบียนสมรสเพื่อแลกกับการใกล้ชิดกัน เพราะเขาก็มีเป้าหมายบางอย่างที่ต้องการตัวช่วยเช่นกัน จากแผนการหาความสุขชั่วคราวกลับกลายเป็นการผูกมัดด้วยทะเบียนสมรสที่เธอคาดไม่ถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักอันบ้าระห่ำของเขา ชีวิตที่พังทลายของเธอ
8.6
ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา ชีวิตของกอหญ้าถูกผูกมัดไว้กับธาวิน อัศวโภคิน ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล เธอถูกขายให้ครอบครัวเขาตั้งแต่อายุสิบหกเพื่อหาเงินรักษาแม่ จากเพื่อนเล่นสู่เลขาและกลายเป็นคนรักในที่สุด ทว่าความสัมพันธ์กลับพังทลายเมื่อเคนซี่ รักแรกของเขากลับมา ธาวินตัดสินใจแต่งงานกับหญิงคนนั้นพร้อมยื่นเงินก้อนโตเพื่อเขี่ยเธอทิ้งอย่างเลือดเย็น เงินเพียงไม่กี่ร้อยล้านกลับถูกนำมาใช้แลกกับเวลาทั้งชีวิตที่เธอสูญเสียไปให้เขาเพียงผู้เดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง แอบสนุก
9.0
ไป๋ผูสละความสงบเสงี่ยมเพื่อมอบความสุขให้ลู่จ้าวเหออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่เขาก็ปล่อยตัวไปกับความลุ่มหลงจนขาดสติในความสัมพันธ์ลับที่รู้กันเพียงสองคน ทว่าเมื่อข้อตกลงสิ้นสุดลงและเธอเดินจากไปพร้อมชายอื่นอย่างเปิดเผย ลู่จ้าวเหอจึงตระหนักว่าตนเองไม่ใช่ผู้คุมเกมอย่างที่คิด ชายหนุ่มทำได้เพียงหัวเราะเยาะในโชคชะตาพร้อมประกาศกร้าวว่าเกมที่แท้จริงระหว่างเขาและเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นต่อจากนี้ในโลกที่เต็มไปด้วยความปรารถนา