APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ยิ่งกว่าหลงคุณ

ยิ่งกว่าหลงคุณ

เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนจบลงด้วยความพยายามที่จะเดินจากไปของหญิงสาว เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อฝ่ายชายอย่างพี่ไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ เขาตัดสินใจทวงถามความรับผิดชอบจากหนูชื่นด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องอึ้งว่าเธอจะฟันแล้วทิ้งเขาไปเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเขารู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียหายในเหตุการณ์นี้ บทสรุปความรักที่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายและการเรียกร้องสิทธิ์ของหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายโรแมนติกเรื่องนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

บทที่ 1

หนึ่งในผู้ชายต้องห้าม

.

.

.

สองสาวเพื่อนซี้แวะร้านโน้นเข้าร้านนี้ไปตามประสา ทั้งตั้งใจว่าจะมาซื้อเครื่องสำอางและดูหนังสักเรื่อง สมัยเรียนชื่นพธูและกัทลีมักหาเวลามาดูหนังอย่างน้อยเดือนละหนึ่งถึงสองครั้ง หลังเรียนจบก็ยังคงทำแบบเดิม

ขวดโทนเนอร์ถูกชูขึ้นต่อหน้าเพื่อนสาว “อันนี้ดี ราคาแรงหน่อยแต่เห็นผล”

กัทลีพยักหน้ารับ “เดี๋ยวลอง” ว่าพลางหยิบผลิตภัณฑ์ที่ว่ามาถือไว้ไม่ต่างกับเพื่อนสนิท

“อยากได้ลิปใหม่สักแท่ง เธอว่าฉันเหมาะกับสีอะไร” เอ่ยถามพร้อมสืบเท้าไปหยุดยังชั้นของลิปสติก

“ชมพู ยังไงก็ต้องชมพู”

“ก็คงงั้น พอทาสีแดงแล้วถูกทักว่าดูโตกว่าอายุ อดเป็นพี่สาวคนสวยเลย”

“สีแดงก็สวย แต่สีชมพูมันเหมาะกว่า”

เธอกับกัทลีก็อย่างนี้ ชมกันเองไปมา ดีอย่างนั้นสวยอย่างนี้ ฉีดยากันไม่หยุด แต่มีบ้างที่ชอบหยุมหัวกัน แต่ก็ทำเพราะหยอกเล่น ใจจริงกัทลีเป็นคนที่เชียร์อัพเธอเสมอ

ระหว่างเลือกลิปสติกที่ถูกใจอยู่นั้นโทรศัพท์ของชื่นพธูก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เพื่อเรียกความสนใจให้ละไปจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอวางเครื่องสำอางในมือลงที่เดิม

คุณตง: น้องชื่น พี่ตงเองนะ

ชื่นพธูอ่านข้อความที่มีเพียงหกพยางค์ซ้ำไปซ้ำมาจนไม่รู้ว่าจะจบที่ตรงไหน แต่เธอไม่สามารถประมวลผลได้เลยว่าเหตุใดหนึ่งใน ‘ผู้ชายต้องห้าม’ ถึงได้ส่งข้อความมาหา

ผู้ชายกลุ่มนี้เธอรู้จักมักคุ้นแค่กับสดายุเพียงคนเดียวเพราะรายนั้นมีหน้าที่มาคอยดูแลเมียเจ้านายของเขาระหว่างทำงาน นอกจากนั้นเหมือนจะไม่เคยคุยกันเป็นกิจจะลักษณะ

ถึงกระนั้นชื่นพธูก็ทราบชื่อเสียงเรียงนามและจำพวกเขาได้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มอย่างวสุที่เธอเองก็มีโอกาสได้ไปร่วมพิธีวิวาห์ของเจ้าตัวกับพี่สาวคนสนิทมาเมื่อต้นปี หนุ่มแว่นหนึ่งเดียวอย่างไมยราพ ผู้ช่วยทั้งสี่เช่นลิขิต คมชาญ อนันต์และเขมราฐ เธอก็จำหน้าและชื่อได้ครบทุกคน

รวมถึงผู้ชำนาญการประจำตัวสส. ที่ส่งข้อความมาหาเธอด้วย...ตง ไตรทศ!

ก็จับหัวนินทาพวกเขากับสดายุอยู่ทุกวี่วันจะเอาอะไรไปไม่รู้จักเล่า

PATU: ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ

คุณตง: ตอนนี้หนูอยู่ที่ห้างใช่ไหม

หนู...

ก่อนข้อความจะถูกส่งมาอีกรอบโดยที่ระบุชื่อห้างที่ตนอยู่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน เจ้าหล่อนสาดส่องสายตาไปมารอบๆ เพื่อหาต้นตอ ทว่าก็ไม่พบเจอคนที่มองหาอยู่

ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับไปข้อความจากอีกฝ่ายก็ถูกส่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขาบอกที่อยู่ของเขาว่าเป็นร้านกาแฟที่เธอจำได้ว่าเพิ่งเดินผ่านก่อนจะมาที่ร้านเครื่องสำอางแห่งนี้

ไอ้ที่ผ่านมาน่ะก็ทำเธองงเป็นไก่ตาแตกแล้ว แต่คงไม่มีอะไรสู้กับประโยคล่าสุด

คุณตง: หนูพอจะสะดวกเดินกลับมาที่ร้านนี้ไหม มาช่วยแกล้งเป็นแฟนพี่ต่อหน้าแฟนเก่าหน่อยครับ พี่กำลังลำบากจริงๆ

คุณตง: นะครับ ช่วยพี่หน่อย

“ใครไลน์มา”

เสียงของเพื่อนสนิทดึงเธอออกจากภวังค์ ก่อนหันไปมองอีกฝ่ายตาปริบๆ “เธอ”

“ว่า”

โทนเนอร์ในมือถูกยื่นให้กัทลีที่เจ้าตัวก็รับมันไว้อย่างงงๆ “ถ้ามาไม่ทันเธอจ่ายเงินก็ออกให้ก่อนนะ เดี๋ยวคืน”

“แล้วนั่นจะไปไหน”

ชื่นพธูเหลียวไปมองเพื่อน ยกยิ้มอย่างวางท่าตามประสาคนขี้เล่น “ไปทำภารกิจของจักรวาล”

กัทลีแหย่กลับ “สมัครนางงามเหรอ”

“พูดเป็นเล่น ส่วนสูงไม่ถึง ถ้าถึงป่านนี้ประเทศไทยมงสามแล้ว” ก่อนปั้นหน้าจริงจัง “เดี๋ยวมานะ เหมือนเขาจะรีบ”

ว่าจบก็สืบเท้าออกจากร้านเครื่องสำอางเพื่อเดินกลับไปทางเดิม ระหว่างนั้นบาริสต้าสาวถามตัวเองซ้ำๆ ว่าจะไปตามคำขอของเขาทำไม ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอเลย เรื่องของคนอื่นแท้ๆ ชอบแส่หน้าเข้าไปรับให้เหนื่อย

อาจจะเพราะมันก็แต่ไหนแต่ไรแล้วที่เธอชอบใส่ใจเรื่องชาวบ้าน

อาจจะเพราะไม่คิดว่าคนระดับนั้นจะถึงกับเอ่ยปากขอร้องคนอย่างเธอ

หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะ ‘นะครับ ช่วยพี่หน่อย’ ของเขา ที่ทำเอาเธอพร้อมพาตัวเองไปสอดเรื่องของคนอื่นอย่างทันท่วงที

ในมุมมองของชื่นพธูนั้น พวกเขาทุกคนไม่ใช่คนอื่นคนไกล อาจจะไม่สนิทใจเท่าสดายุที่มีโอกาสได้พูดคุยเป็นเวลาหลายเดือน ผนวกกับพี่ชายคนนั้นเป็นพวกเป็นมิตร ต่างกับพรรคพวกของเขาที่หน้าตาไม่ค่อยน่าเข้าหาเท่าไรนัก ไม่รวมชีวประวัติของแต่ละท่านที่สดายุเล่าสู่กันฟัง

ชื่นพธูจัดพวกเขาทุกคนเป็นผู้ชายต้องห้าม ไม่ได้ห้ามรู้จักหรือพูดคุย เพราะก็เห็นหน้าค่าตากันอยู่เรื่อยๆ ตามแต่โอกาส แต่ห้ามคิดสานต่อความสัมพันธ์เชิงชู้สาวเด็ดขาด เป็นพี่เป็นคนรู้จักน่ะได้ พวกเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่มากกว่านั้นไม่สมควรอย่างยิ่ง

เพราะแบบนั้นกระมังในตอนที่เขาขอความช่วยเหลือ เธอถึงได้ตัดสินใจได้อย่างง่ายดาย มันก็แค่แกล้งๆ ไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อยจะเป็นอะไรไป

เธอไม่สนิทกับทีมงานท่านสส. แต่ไม่ได้เกลียดพวกเขา ถ้าใครชวนคุยเธอก็คุยได้ ติดตรงที่ที่ผ่านมานอกจากสดายุก็ไม่มีใครชวนเธอคุย

หล่อนคิดเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งเดินมาถึงที่หมาย จึงได้เห็นคนที่ตนรู้จักอยู่ในครรลองสายตา เขาหันหน้าออกมานอกร้าน ต่างกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม เจ้าตัวจึงไม่น่าจะรับรู้ถึงการมาของเธอ

ไตรทศพยักหน้าเบาๆ เพื่อสื่อสารกับบาริสต้าสาว ก่อนเขาจะดึงใบหน้ากลับไปทางผู้หญิงคนนั้น

ชื่นพธูสูดลมหายใจเข้าสุดออกสุดเพื่อจัดขบวนสติของตัวเอง พร้อมกับประเมินสถานการณ์ที่ชายหนุ่มไม่บอกอะไรให้ทราบเลย จึงไม่รู้ว่าควรเดินเข้าไปด้วยอารมณ์ใด แต่ในเมื่อถอยหลังไม่ได้แล้วก็มีแต่ต้องเดินหน้าเต็มสูบ

ก็เอาสิ มีอะไรที่ลูกพระเจ้าตากอย่างเธอต้องกลัวด้วยเรอะ

เห็นแฟนอยู่กับผู้หญิงคนอื่นไหนยังเป็นแฟนเก่ามันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่หึงจนหน้ามืด

ขาเสลาก้าวเข้าไปในร้านพร้อมเรียวคิ้วที่มุ่นจนเกิดรอยย่นที่หน้าผากมน ประกาศอย่างชัดเจนว่าตอนนี้ตนทั้งงุนงง สับสน และเจือความไม่พอใจอยู่ในทุกย่างก้าวที่เดินไปหาคนทั้งสอง

“พี่ตง?”

เสียงของบุคคลมาใหม่เรียกให้หนุ่มสาวทั้งสองผินหน้าไปหา ไตรทศแสร้งเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ ต่างกับเขมจิราที่มองไปยังสาวผมสั้นด้วยความใคร่รู้

“น้องชื่น...?” เขาทำทีเป็นลนลาน “ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ ไหนว่าวันนี้ไม่ได้ออกไปไหน” ก่อนหันซ้ายแลขวา “แล้วมากับใคร แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้”

เธอส่ง เขารับ ทำอย่างกับเป็นนักแสดงเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำ

“นั่นไม่ใช่ประเด็นค่ะ แล้วนี่ใคร” ท้ายประโยคหล่อนปรายสายตาไปทางผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ โต๊ะใกล้เคียงหันมามองด้วยความสนใจแต่เธอหาได้สะทกสะท้าน โดยปกติแล้วผู้หญิงที่วีนแฟนก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เอาอารมณ์โมโหโกธราเข้าสู้ ถ้าเธอจะหลอกคนอื่นได้มันก็ต้องแนบเนียนเสมือนว่าหึงเขาจริงๆ “พี่บอกว่าจะออกมาทำธุระกับเพื่อน นี่เหรอธุระของพี่ นี่เหรอเพื่อนที่ว่า”

เขาอ้ำอึ้ง “เอ่อ”

“สรุปว่าใครคะ”

เขาโอดครวญ “ชื่น”

“พี่-ตง”

มือหนาถูกยกขึ้นมาเสยผมจนมันยุ่งไม่เป็นทรง ก่อนหันไปหาเขมจิรา “พี่ไปก่อนนะเข็ม อันนี้ค่าน้ำ” ว่าพร้อมวางธนบัตรสีม่วงลงไปบนโต๊ะหนึ่งใบ ก่อนร่างสูงจะผุดตัวลุกขึ้นยืนพลางคว้าข้อมือบางของสาวผมสั้นมาจับไว้

ทว่าชื่นพธูสะบัดออกอย่างไม่สบอารมณ์ “เข็ม? แฟนเก่าพี่อะนะ นี่พี่มาเจอแฟนเก่าเหรอ”

“มันไม่ใช่อย่างที่หนูคิด”

คนหัวร้อนกระแทกลมหายใจออกราวคับแน่นอยู่ในอกเสียเต็มประดา ก่อนคว้าธนบัตรที่ไตรทศเป็นคนส่งให้อีกฝ่ายมาถือไว้ “นัดแฟนคนอื่นมาเจอแล้วก็ออกเองสิ” แล้วตวัดสายตาขุ่นเคืองไปทางผู้ชำนาญการหนุ่ม “กลับบ้าน!”

สิ้นประกาศิตของคนตัวเล็กที่แฝงไปด้วยโทสะ ไตรทศก็เดินตามเธอต้อยๆ ออกไปจากร้านโดยไม่มีปากมีเสียง แม้จะมีเสียงเรียกดังไล่หลังมาจากเขมจิราเขาก็ไม่คิดจะหันไปมอง

กระทั่งคนทั้งสองเดินออกมาไกลสายตาของแฟนเก่าเจ้าปัญหา ถึงได้หยุดฝีเท้าลงแล้วหันไปมองหน้ากัน

เธอปั้นหน้าตึง เขาแสร้งทำหน้าสลด สองสายตาสบกันนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่งแต่แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ไตรทศเจอชื่นพธูครั้งแรกที่งานแต่งงานของเจ้านาย หล่อนมาในฐานะแขกของฝ่ายเจ้าสาว เป็นคนช่างจ้อที่แลดูสดใสร่าเริงคนหนึ่ง ยังจำได้ดีว่าวันนั้นเธอพูดอะไรกับเพื่อนสนิท

‘อยากแต่งงานบ้างจัง ทำไมไม่มีผู้ชายรูปหล่อพ่อรวยมาหลงเสน่ห์ฉันบ้าง’

เพื่อนเธอว่า ‘เธอมีเสน่ห์ให้คนอื่นหลงตั้งแต่เมื่อไรกันปาทู’

เขาที่ได้ยินถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

เรื่องนั้นไม่ได้สลักสำคัญ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงจำได้ละเอียดนัก

เขาได้สบตากับเธอครั้งแรกหลังเสียมารยาทขำคำพูดของสองเพื่อนซี้ เหมือนที่กำลังสบตาเธออยู่ ณ เวลานี้ จะต่างก็ตรงตอนนั้นชื่นพธูผมยาวแต่ตอนนี้ผมสั้นแล้ว ต่างตรงที่ตอนนั้นแค่มองหน้าพร้อมรอยยิ้มบางๆ ก่อนแยกกันไปทางใครทางมัน แต่ที่ไม่ต่างเลยคือความรู้สึกเอ็นดูคนตรงหน้า

“ขอบคุณมากนะครับหนูชื่นที่อุตส่าห์มาช่วยพี่”

หญิงสาวรู้สึกจั๊กจี้อยู่ในใจที่อีกฝ่ายเอาแต่เรียกขานกันว่าหนู ไปจนถึงหนูชื่น ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยอะไรในประเด็นนี้

ชื่นพธูสำรวมกว่าเดิม เธอหยุดเสียงหัวเราะไว้เพียงเท่านั้น “ไม่เป็นไรค่ะ เพราะเราไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกันหนูเลยคิดว่าการช่วยพี่ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง” เอ่ยพร้อมส่งเงินในมือคืนแก่เจ้าของ “ของพี่ค่ะ หนูเผลอหยิบมาเพราะอินบทบาทไปหน่อย เพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นยังไงก็เลยมาเวย์ขี้หึง ซึ่งหนูก็คิดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ ค่ะว่า ณ ตอนนั้นจะเข้าหาพี่กับแฟนเก่ายังไงให้แนบเนียนที่สุด หวังว่าที่ทำไปมันจะได้ผลนะคะ”

“ได้ผลครับ หนูทำได้ดีเลย” นัยน์ตาคมหลุบลงต่ำ “อันนี้พี่ให้ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา และในอนาคตพี่จะตอบแทนที่เป็นคนดึงหนูเข้ามาในเรื่องยุ่งเหยิงของตัวเอง ขอโทษจริงๆ นะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าหนูไม่เต็มใจช่วยหนูคงไม่ตกปากรับคำทำแต่แรก เพราะงั้นห้าร้อยนี่ถือว่าเป็นค่าตัวนักแสดงแล้วกัน ขอไม่เกรงใจนะคะ” หล่อนยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่สองแก้มนวล “หนูขอตัวก่อนนะคะ เพื่อนน่าจะรอนานแล้ว”

“อ้อ ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันครับ โชคดีนะครับ”

เจ้าหล่อนทำท่าตะเบ๊ะพร้อมพูดไปเรื่อยตามประสาคนช่างจ้อ “รับทราบค่ะคุณป๋าห้าร้อย!” ว่าแล้วก็หัวเราะน้อยๆ ก่อนหันหลังเดินออกไปจากบริเวณนี้

ทิ้งให้ ‘ป๋า’ มองตามด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นบนกรอบหน้าคมเข้ม

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทอแสงจันทร์
9.7
หากพี่ชายของจันทร์เจ้าขาไม่พาคนรักซึ่งเป็นน้องสาวของคมเพชรหนีไป ชีวิตเธอคงไม่ต้องกลับมาพัวพันกับอดีตคนรักที่จบกันไม่สวยอีกครั้ง ความบาดหมางในอดีตจากการที่เธอเป็นฝ่ายบอกเลิกและหนุนหลังให้น้องสาวเขาหนีการแต่งงาน กลายเป็นเชื้อไฟให้คมเพชรกลับมาทวงแค้นอย่างสาสม แม้ลึกๆ ทั้งคู่จะยังรักกัน แต่ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกกลับเปลี่ยนเป็นสงครามที่ต่างฝ่ายต่างพร้อมฟาดฟันกันให้พังทลายลงไปข้างหนึ่ง ท่ามกลางคำดูถูกที่คอยตอกย้ำว่าหยดน้ำตาของเธอไม่มีค่าพอให้เขาเห็นใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ใต้ร่มสกุณี [Shadiness]
9.4
วิรรญาจำต้องยอมรับข้อเสนอขายเรือนร่างเพื่อกอบกู้ธุรกิจครอบครัวที่กำลังล่มสลาย โดยมีปาลิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและอดีตชายที่เคยหลอกลวงเธอเป็นผู้กุมชะตาชีวิต แม้บิดาของเขาจะตราหน้าว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงโลภที่หวังในทรัพย์สิน แต่ความปรารถนาที่เร่าร้อนระหว่างกันกลับยากจะปฏิเสธ เมื่อเธอต้องตกอยู่ในฐานะภรรยาตามกฎหมายที่ทำหน้าที่เพียงนางบำเรอเพื่อธุรกิจ ความชิงชังในอดีตจึงปะทะกับความรักที่ยังคงซ่อนอยู่ท่ามกลางพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานคลั่งรัก
8.1
เมื่อเลขานุการคนเดิมจำเป็นต้องลาคลอดเพื่อทำหน้าที่แม่ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงต้องเร่งเฟ้นหาพนักงานชั่วคราวมาทดแทนด้วยสัญญาจ้างงานหกเดือน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างคาดไม่ถึง เมื่อผู้ที่ก้าวเข้ามาสมัครตำแหน่งนี้คืออดีตคนรักที่เคยจบความสัมพันธ์กันไป การกลับมาพบกันอีกครั้งในสถานะเจ้านายและลูกน้องท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ยังกรุ่นอยู่จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะเลือนหายไปจากใจของเขาทั้งสองคน
ภาพปกนิยายเรื่อง รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
ความรักที่คีย์มอบให้มันคือความจริงใจหรือเพียงแค่คำลวงกันแน่? แม้เขาจะพร่ำบอกว่ารักและแคร์เธอมากเพียงใด แต่ความจริงที่เขายังไม่ยอมตัดขาดจากแฟนเก่ายังคงเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจเธอเสมอ ความอดทนของหญิงสาวเริ่มมอดไหม้ลงทุกทีกับการต้องสวมบทบาทคนงี่เง่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมจมปลักอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่าจะรักษาเธอไว้หรือจะปล่อยให้รักครั้งนี้พังทลายลง
ภาพปกนิยายเรื่อง รอยรักปมพิศวาส
9.6
มาริสาพนักงานทำความสะอาดผู้ถูกคนรอบข้างตราหน้าว่าเป็นแม่ลูกอ่อนเพียงลำพัง ต้องตกตะลึงเมื่อได้พบกับมาร์แชล เมดิสัน ผู้บริหารหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่ดูสูงส่งเกินเอื้อม ทว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือแขกผู้ทรงเกียรติ มาริสาจึงตัดสินใจถลำลึกเข้าสู่เกมแห่งการโกหกเพื่อไขว่คว้าความสุขชั่วคราว แต่เมื่อความจริงเริ่มปรากฏพร้อมความลับอันอื้อฉาวในอดีตของพี่สาวที่ถูกขุดคุ้ย ปมปัญหาใหญ่ที่ซ่อนอยู่กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ความรักระหว่างเธอกับเขาแทบไม่มีวันเป็นไปได้