APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อรุณรักษ์

อรุณรักษ์

กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ไหว้เจ้าที่ไปครั้งหนึ่งก็สบายใจขึ้นเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน แต่ด้วยความเป็นนักโซเชียลตัวยง กลิ่นหอมก็อดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องนี้ผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่เธอใช้ประจำ

‘ขอเล่าเรื่องเจ้าที่ที่บ้านหน่อย วันแรกที่มานอนเอาฤกษ์เอาชัย นังมนตี้บอกว่าถูกผีอำเพราะไม่มีใครไหว้เจ้าที่กันเลย ตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่พอหลังจากนั้นเจอกับตัวเอง เอาวะ เชื่อก็ได้จ้า ติดแฮชแท็กเจ้าที่อปป้าด้วย เพราะหล่อจริงๆ’

…หล่อจริงๆ แม้ว่าจะเป็นการคิดไปเองเพื่อปลอบใจตัวเองไม่ให้กลัวก็เถอะ

กลิ่นหอมเป็นนักเขียน จะเขียนอะไรก็ต้องให้เว่อร์วังเกินกว่าความเป็นจริงสักสองสามเท่า เรื่องนี้มีแค่มนตรีเท่านั้นที่รู้ แล้วก็ค่อนข้างจะชินแล้วเสียด้วยที่เพื่อนสาวชอบอัปเดตอะไรในโซเชียลอย่างนี้ และแน่นอนว่ากลิ่นหอมพอใจมากๆ ที่สิ่งที่เธอเขียนเล่าตามปกติเป็นที่สนใจ

นักโซเชียลตัวยงก็กินไลก์เป็นอาหารแบบนี้แหละ!

ยิ่งมีคนสนใจ เรื่องที่เล่าเกี่ยวกับ #เจ้าที่อปป้า ก็เริ่มมากขึ้นตามลำดับ โม้บ้าง จริงบ้าง ส่วนใหญ่คิดไปเองบ้าง กระทั่งดนัย แฟนหนุ่มของมนตรีซึ่งเป็นเพื่อนกันมาเห็นเข้าจึงอดไม่ได้ที่จะคอมเมนต์

กลิ่นหอมเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยขณะที่มือกำลังเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์ ประหลาดใจที่วันนี้จู่ๆ ดนัยก็มาคอมเมนต์เธอ เพราะโดยปกติแล้ว ดนัยไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนของแฟนสักเท่าไร เป็นเพื่อนในเครือข่าวโซเชียลเดียวกันก็แค่นั้น ไม่เคยคุยกันสักครั้งถ้าไม่ได้เจอกันต่อหน้า

ปลายนิ้วเรียวกดเข้าไปดูแจ้งเตือนคอมเมนต์ จากที่ประหลาดใจอยู่แล้วก็ต้องประหลาดใจมากขึ้นไปอีก

‘น้ำใบเตย’

คอมเมนต์สั้นๆ แหวกทุกคอมเมนต์ที่อยากจะอ่านเรื่องเจ้าที่อปป้าอย่างสิ้นเชิง คราวแรกกลิ่นหอมก็ไม่สนใจหรอก จนดนัยมาคอมเมนต์อีกว่า...

‘อย่าลืมน้ำใบเตย’

ความฉงนบังเกิดขึ้นในใจของหญิงสาวทันควัน

ทำไมจะต้องเป็นน้ำใบเตย?

กลิ่นหอมอดรนทนไม่ไหว ด้วยความเป็นคนขี้สงสัยมากเป็นทุนเดิม เธอจึงรวบรวมความกล้าส่งข้อความส่วนตัวไปหาดนัย ทั้งๆ ที่รู้ว่าดนัยไม่ค่อยชอบคุยอะไรทางช่องทางนี้ แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะพิมพ์ลงไป

‘พี่ดนัย ถามหน่อยสิคะ’

‘ครับ?’

อีกฝ่ายตอบกลับมาเร็วเกินคาด หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอด พิมพ์กลับไปอีก

‘ทำไมต้องเป็นน้ำใบเตยเหรอคะ’

กับมนตรีจะคุยเล่นจิกหัวกันแค่ไหนก็ได้ แต่กับดนัยที่อายุมากกว่า และยังสุขุม วางตัวเป็นรุ่นพี่ที่ดี กลิ่นหอมก็ไม่กล้าจะไปคุยเล่นหัวด้วยสักเท่าไร หากทว่าพอถามไปแล้ว คำตอบที่ได้กลับเป็นคำตอบแบบกำปั้นทุบดินเสียอย่างนั้น

‘ง่ายๆ เลยนะ’

‘คะ?’

‘เขาอยาก’

บอกแค่นั้นแล้วก็ไม่อธิบายอะไรต่อ เป็นอย่างนี้แล้วจะให้กลิ่นหอมถามต่อได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าที่ที่บ้านอยากดื่มน้ำใบเตย มิหนำซ้ำยังหล่อสุดลิ่มทิ่มประตูตามการมโน กลิ่นหอมก็พร้อมจะเป็นสายเปย์อยู่แล้ว เผื่อวันดีคืนดี ท่านเจ้าที่จะเมตตาให้หวยเลขที่บ้าน จะได้ถูกกับเขาบ้าง

ปากก็บอกว่าไม่เชื่อเรื่องผีสาง เป็นคนไม่มีศาสนา ทว่าเอาเข้าจริงก็กลับบอกให้มนตรีที่จะมานอนเป็นเพื่อนในคืนนี้วิ่งแจ้นไปซื้อน้ำใบเตยจากร้านสะดวกซื้อมาถวายเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าเรื่องน้ำใบเตยอะไรนั่น มนตรีรู้อย่างละเอียดแล้วจากการบอกเล่าของแฟนหนุ่มตัวเอง และที่มนตรีไม่ได้สงสัยที่จะถามอะไร เป็นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าดนัยเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ อีกทั้งที่บ้านยังเป็นตำหนักทรง จึงไม่แปลกที่ดนัยจะคิดว่าตัวเองมีสัมผัสพิเศษอะไรเทือกนั้นด้วย

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร นอกจากการเตรียมตัวไปเพ่นกบาลเพื่อนสาวที่ทำให้เขาต้องลำบากอย่างนี้ ขณะที่กลิ่นหอมได้น้ำใบเตยมา เธอก็รีบเปิดฝา จุดธูปสามดอก ตรงดิ่งไปที่หน้าบ้าน สองมือก็ยกขึ้นพนม อธิษฐานอัญเชิญเจ้าที่มารับเครื่องกราบไหว้บูชา พร้อมเอ่ยปาก

“ลูกถวายน้ำใบเตยแล้ว มีวุ้นมะพร้าวด้วย ขอบ้านเลขที่ถูกตรงๆ สักงวดเถ๊อะ”

เสียงนั้นเข้าหูมนตรีที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในสวนเข้าอย่างจัง ทำเอาชายหนุ่มต้องตวัดสายตามองแข็งๆ

“นี่หล่อน ถ้าจะทำดีแล้วหวังผลอย่างนี้ ทีหลังก็ไม่ต้องถวายหรอกย่ะ”

“เอ้า คนเราก็ต้องอยู่อย่างมีความหวังหรือเปล่าวะ”

กลิ่นหอมหันมาเถียงหลังจากวางน้ำใบเตยลงบนเสาประตูรั้วหน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย พอเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ก็ถูกมนตรีดุไปอีก

“ไอ้หอม แกฟังเอาไว้เลยนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีเอาไว้ให้เคารพบูชา ไม่ได้มีเอาไว้ให้ท้าทาย”

มนตรีว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ก่อนเขาก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้หรอก ทว่าตั้งแต่คบหากับดนัยก็พลันเชื่อเรื่องราวเหล่านี้ไปโดยปริยาย ต่อให้พิสูจน์ไม่ได้ กระนั้นเชื่อไว้ก็ไม่ได้เสียหาย

หากแต่คำพูดนั้นทำให้กลิ่นหอมมุ่ยหน้า ก่อนถามกลับ

“แล้วฉันท้าทายตรงไหน”

“ก็ตรงนี้เมื่อกี้นี้นี่แหละ มีอย่างที่ไหน ไปขอหวยแบบนั้น”

กลิ่นหอมยู่คิ้ว เธอไม่เข้าใจหรอกว่าการขอหวยแบบนั้นเป็นการท้าทายตรงไหน และก็ไม่ใส่ใจเสียด้วย ทรุดตัวลงนั่ง คว้าน้ำอัดลมขึ้นมาดื่มพร้อมกับเตรียมตัวจะเขียนอัปเดตชีวิตอะไรลงในโซเชียลผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างเคย

“นี่แกจะฟังฉันก่อนไม่ได้เลยหรือไง”

ท่าทางเมินเฉยอย่างนั้นทำให้มนตรีหงุดหงิดน้อยๆ กลิ่นหอมเหยียดหลังตรง หันมามองเพื่อนสาวด้วยท่าทางหยอกล้อ

“ฟังก็ได้ค่ะคุณมนตรี ไหนจะพูดอะไร บอกมาค่ะ”

“ถ้าฉันไม่เห็นว่าแกเป็นเพื่อน ฉันถีบแกตกโซฟาไปแล้วนะจะบอกให้ กระแดะจริง”

เป็นคำพูดที่ไม่จริงจังนัก กลิ่นหอมกลั้วหัวเราะ เธอกับมนตรีก็เป็นอย่างนี้แหละ ชอบจิกกัดกัน บางครั้งก็รุนแรง ราวกับว่าเกลียดกันมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น

“อะ ฉันฟังแล้วก็พูดมาสิว่ามีอะไร”

มนตรีสูดหายใจเต็มปอดเพื่อระงับความหงุดหงิดเล็กๆ กับท่าทางขี้เล่นตลอดเวลาของเพื่อนคนนี้ ก่อนจะอ้าปากพูด “เบบี๋ของฉันให้มาถามว่าแกจะตั้งศาลพระภูมิไหม”

กลิ่นหอมได้ยินก็ขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะคำว่าเบบี๋ เพราะเธอรู้ดีว่าคำนี้เป็นคำเรียกแทนตัวดนัยสำหรับมนตรีอยู่แล้ว แต่ที่ชวนให้ขมวดคิ้วก็คือเรื่องตั้งศาลพระภูมินี่แหละ

“พี่ดนัยให้มาถามเหรอ”

“เออ พี่เขาบอกว่ามีคนฝากถามมาอีกที”

“ใครอะ”

“ใครฉันก็ไม่รู้ ตอบมาเถอะว่าจะตั้งศาลไหม”

“ไม่” กลิ่นหอมตอบโดยแทบไม่ต้องคิด “พื้นที่ในสวนก็มีแค่เท่าแมวดิ้นตาย จะเอาศาลพระภูมิมาตั้งตรงไหน อีกอย่างนะ ถ้าตั้งศาลแล้วก็ต้องมีหุ่นชุดไทยตัวเล็กๆ ด้วยใช่ไหมล่ะ ไม่เอาอะ ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”

เรื่องนี้ทำไมมนตรีจะไม่รู้ กลิ่นหอมไม่เชื่อเรื่องผีสาง และก็ไม่ชอบอะไรแนวนี้พอกับความไม่เชื่อ แต่เขาถูกกำชับให้มาถาม อย่างไรก็ต้องถามแหละนะ

“แล้วถ้าเป็นหิ้งล่ะ เหมือนหิ้งพระ หิ้งนางกวักในร้านอาหารตามสั่ง หรือเป็นศาลแบบตี่จู่เอี๊ยะ1ล่ะ”

“ไม่เอาอะ รกบ้าน มันไม่โมเดิร์น”

ยืนกรานเสียงแข็งอย่างนี้ แล้วมนตรีจะทำอะไรได้ เขารู้นิสัยของกลิ่นหอมดีว่าเป็นผู้หญิงหัวสมัยใหม่ มีความเป็นเฟมินิสต์ขั้นสูง มิหนำซ้ำยังจะเป็นพวกหัวเสรีอีก เรื่องอะไรที่คร่ำครึงมงาย เธอไม่เคยจะเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยสักครั้ง จะมีก็ครั้งนี้นี่แหละที่เธอยอมไหว้ ยอมทำตามที่มนตรีว่า เหตุผลน่ะหรือ?

ก็เพราะที่นี่เป็นบ้านหลังแรกในชีวิตของเธอ อะไรที่ทำแล้วดี เธอก็ยอมทำทั้งนั้น

“ก็แล้วแต่แกละกัน เรื่องของแก บ้านของแก ฉันแค่มาบอกแทนเบบี๋เฉยๆ”

กลิ่นหอมพยักหน้า คิดว่าจะไม่คุยเรื่องนี้แล้ว หากแต่ก็ฉุกใจขึ้นมา

“จะว่าไป ใครเป็นคนฝากพี่ดนัยมาบอกวะ”

มนตรียักไหล่ไม่ยี่หระ “ไม่รู้ เบบี๋ไม่ได้บอก ถามก็ไม่บอก ฉันจะไปถามใครได้ล่ะ”

“นี่ไง ฉันก็เลยอยากรู้”

“อยากรู้เรื่องอะไรยะ”

“อยากรู้ว่าใครมาบอกเบบี๋ของแกน่ะสิ ถามอยู่นั่น”

มนตรีเบะปากเล็กน้อย ก่อนที่หญิงสาวจะว่าทีเล่นทีจริง

“หรือว่า...เจ้าที่บ้านฉันจะเป็นคนไปบอกเบบี๋ของแกฮะ?”

“พูดบ้าอะไรของแกเนี่ย”

“เอ้า เผื่อจะใช่”

“นี่แก ถึงเบบี๋ของฉันจะโตขึ้นในตำหนักทรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสื่อสารกับเจ้าที่บ้านแกได้นะยะ”

“แล้วถ้าสื่อสารไม่ได้ ทำไมถึงมาบอกให้ฉันทำนั่นทำนี่ล่ะ”

“อย่าบอกนะว่าตอนนี้แกคิดว่าคนที่ฝากพี่ดนัยมาบอกจะเป็นเจ้าที่บ้านแก”

กลิ่นหอมแกล้งพยักหน้าให้ “ถ้าไม่ใช่เจ้าที่บ้านฉัน แล้วจะเป็นใครที่ไปบอกพี่ดนัยล่ะยะ”

เท่านั้นมนตรีก็ทำหน้าเหนื่อยหน่าย

“แกนี่น้า เออๆ เจ้าที่ก็เจ้าที่ พอใจหรือยัง”

มนตรีทำหน้าทำตาเหนื่อยหน่าย แต่ก็เออออไปตามเพื่อน การพูดคุยเรื่องเจ้าที่เกือบจะจบลงแค่นั้น ถ้าหากว่าจู่ๆ กลิ่นหอมไม่พูดเล่นขึ้นมา

“เออ แล้วก็ฝากถามพี่ดนัยหน่อยสิ”

“ถามว่า?”

“เจ้าที่ที่บ้านฉันเนี่ย ดวงสมพงษ์กับฉันหรือเปล่า”

“หมายถึง?”

“แบบว่าชาติก่อนเคยเป็นอะไรกันอะไรแบบนี้”

“อะไรแบบนี้หมายความว่าอะไรยะ”

“ผัว”

เท่านั้นแขนขาวผ่องก็ถูกมนตรีฟาดลงมาไม่แรงนัก

“นี่ ไอ้หอม เดี๋ยวก็โดนผีเจ้าที่ตามรังควานหรอก พูดจาลบหลู่แบบนี้เนี่ย”

มนตรีว่าเสียงจริงจังเชียว หากแต่คนลบหลู่อย่างกลิ่นหอมกลับหัวเราะร่วน

“ฉันก็แค่ล้อเล่น แกจะจริงจังทำไม”

“ไม่ให้จริงจังได้ไง ผู้ชายบนโลกมีตั้งเยอะแยะ แกจะไปอยากได้เจ้าที่เป็นผัวทำไมล่ะยะ”

“ไม่ได้อยากได้เจ้าที่เป็นผัว แค่บอกว่าชาติก่อนเจ้าที่เป็นผัวฉันหรือเปล่า ถึงได้มาเป็นเจ้าที่ที่บ้านหลังนี้”

“อะไรดลใจให้แกคิดแบบนี้เนี่ย”

“เอ้า ก็เห็นเขาเชื่อกันว่าทุกการพบเจอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เป็นกงเกวียนกำเกวียนที่ทำให้มาเจอกัน”

เรื่องความเชื่อของศาสนาพุทธในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนี้ มนตรีก็รู้ดี แต่ว่า...

“แต่แกจะให้เจ้าที่เคยเป็นผัวแกไม่ได้เว้ย ลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ เดี๋ยวได้จับไข้หัวโกร๋นหรอก”

“ไม่ได้ลบหลู่ แค่สันนิษฐาน” กลิ่นหอมเถียง

“ถ้าแค่สันนิษฐาน เอาแค่เคยเป็นญาติพี่น้องกันก็พอย่ะ”

กลิ่นหอมหัวเราะร่วนทันควัน “จ้า ญาติพี่น้องก็ญาติพี่น้อง อะ ฉันไม่คุยเรื่องนี้กับแกละ เลิกขมวดคิ้วได้แล้ว”

จากนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร กดโทรศัพท์มือถือในมือ เขียนเล่าเรื่องที่คุยกับเพื่อนชายเมื่อครู่นี้ลงในโซเชียลให้กลายเป็นเรื่องตลกไปแทน ขณะที่มนตรีบ่นพึมพำไม่หยุดกับเรื่องการเล่นไม่รู้เรื่องของกลิ่นหอม โดยไม่มีใครรู้เลยว่าไม่ไกลจากตรงนั้น มีสายตาของใครบางคนจ้องมองมานิ่งๆ

ญาติพี่น้องอย่างนั้นหรือ...

ไม่...ไม่ใช่...

เป็นมากกว่านั้น...

แม่ซ่อนกลิ่น...

หลังจากวันนั้น มนตรีก็เริ่มติดงานและมานอนเป็นเพื่อนไม่ได้อีกเช่นเคย กลิ่นหอมเห็นว่าไม่มีอะไรน่ากังวลแล้วก็เลยปล่อยให้เพื่อนได้จัดการธุระของตัวเองโดยที่ตนไม่ไปรบกวนอีก ส่วนเรื่องน้ำใบเตยนั้น ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุผลอะไร หญิงสาวถึงได้เอาไปไหว้ถวายที่เสาประตูรั้วหน้าบ้านทุกวัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
ภาพปกนิยายเรื่อง จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
ภาพปกนิยายเรื่อง เทพสวรรค์บัญชา
8.6
เมื่อความรักมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความผูกพันต้องเผชิญกับคำถามที่ยากจะตอบ เมื่อต้องเลือกระหว่างบุรุษสองผู้ทรงอำนาจ นางกลับไม่อาจตัดใจทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไปได้ เพราะทั้งคู่ต่างสถิตอยู่ในใจนางอย่างเท่าเทียมกัน ในเมื่อความรักครั้งนี้ไม่มีที่ว่างให้ความสูญเสีย ข้อเสนอสุดท้ายที่เหนือความคาดหมายจึงเกิดขึ้น หากเลือกไม่ได้ก็จงครองรักร่วมกันทั้งสามคน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์บทใหม่ที่โลกต้องจารึก
ภาพปกนิยายเรื่อง ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
ภาพปกนิยายเรื่อง ย้อนเวลากลับมาเป็นท่านแม่
9.7
เฉียวลู่ดาราสาวชื่อดังต้องพักงานเพราะข่าวฉาวจึงเลือกกลับบ้านเกิดจนพบเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิต ด้านฉีหมิงเยี่ยนอนุชาฮ่องเต้แคว้นฉีได้รับบาดเจ็บสาหัสจนความจำเสื่อมขณะปฏิบัติภารกิจลับและได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉียว ส่วนเซียวยิ่นฮ่องเต้แคว้นเซียวผู้ไร้ทายาทได้สั่งทหารออกตามหาอดีตฮองเฮาและโอรสตามคำทำนายอย่างลับๆ ขณะที่ฉินอี้เหยาต้องแสร้งลืมอดีตหลังพาลูกน้อยหนีตายจากเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อรักษาชีวิตรอดในดินแดนแห่งนี้