APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หวงรัก พันธะสวาท

หวงรัก พันธะสวาท

รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

พอร์ชเคย์เเมนสีเหลืองวิ่งฉิวเข้าสู่คฤหาสน์หลังงานย่านสุขุมวิท จากนั้นเสียงเบรกเอี๊ยดก็ดังลั่นเมื่อเจ้าตัวจงใจเร่งเครื่องปาดโค้งบริเวณลานน้ำพุ ก่อนที่ตัวรถจะหยุดบริเวณลงหน้าเทอเรชหรูหรา

สิปรางค์ตวัดขาลงจากรถ ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปในบ้านหลังงามที่เจ้าตัวไม่ได้กลับมาร่วมเดือน เสียงรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังกระทบพื้นหินอ่อนยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เมื่อเจ้าตัวเมินสลิปเปอร์คู่งามแล้วเดินกระเเทกกระทั้นตามเเรงอารมณ์เข้าไปหาบิดาผู้ให้กำเนิด

ปัง!

เสียงประตูกระแทกแรงๆ ตามมาด้วยร่างเพรียวระหงยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าสัวใหญ่ แววตาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่าหกสิบปีเหลือบมองบุตรสาวด้วยความรัก ปากหยักปริยิ้ม ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทหลบฉากออกไป

“ป๊า!!!”

สิปรางค์ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เต็มแรงพลางตวัดช่วงขาเรียวๆ ที่โผล่พ้นชุดเดรสสีดำสนิทขึ้นมาไขว่ห้างด้วยความเคยชิน ก่อนที่สองแขนจะยกขึ้นกอดอกยามที่เจ้าตัวถูกขัดใจ

“โอ๊ะ โอ วันนี้วันอะไรน๊อ...ลูกสาวสาวคนสวยถึงได้กลับบ้านได้”

สิปรางค์ปรายตามองบิดาแล้วสะบัดหน้าหนี ฝ่ายเจ้าสัวเห็นอาการนั้นก็พลันหัวเราะด้วยความเอ็นดู

ร่างสูงใหญ่ผ่อนกายพิงพนักเก้าอี้ ปากกาในมือถูกวางลงช้าๆ จากนั้นจึงตามมาด้วยแว่นสายตาที่สวมมากว่าชั่วโมง

“งอนอะไรป๊าอีกล่ะ คนสวย...”

เจ้าของห้องเพ่งมองคนที่นั่งเชิดหน้าคอแทบเคล็ดแล้วก็อดที่จะเย้าแหย่ไม่ได้ สิปรางค์ผู้แสนเย่อหยิ่งในตอนนี้คงกำลังคิดอะไรในหัวอยู่แน่ๆ

วัดได้จากหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปม ปากอิ่มเม้มแน่นจนเกิดรอย ซ้ำใบหน้ายังหนีอีกหลายองศา วางเดิมพันด้วยทรพย์สินย์ทั้งหมดที่มีได้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีต่อไปนี้ พายุลูกย่อมๆ คงเกิดในห้องนี้แน่นอน

“ป๊า!” แววตาขุ่นเคืองนั้นตวัดมามองบิดา ท่ามกลางความไม่พอครุกรุ่นจนอก “ป๊าก็รู้ว่าปรางค์งอนเรื่องอะไร”

“หา!” เจ้าสัวแสร้งเบิกตาโต พลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “นี่ป๊ารู้ใจลูกสาวที่ไม่กลับบ้านเป็นเดือนๆ ด้วยเหรอนี่ โอ้โห...ต้องเก่งขนาดไหนกันนะ”

วาจานั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่ามกลางน้ำเสียงที่ไหลรื่นไม่มีสะดุด พอเห็นปากอิ่มเม้มแน่นมากขึ้น ความสนุกในการต่อปากต่อคำจึงเริ่มขึ้น “งั้นป๊าเดานะ กลับบ้านตอนนี้ อืม...อยากได้อะไรหรือเปล่าคะคนสวย กระเป๋าคอลเล็คชั่นใหม่หรือว่านาฬิการุ่นลิมิเต็ดจากช็อปต่างประเทศเอ่ย...”

“...” สิปรางค์นั่งเงี ยบ รู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกจากทางด้านหลัง

“ไม่ใช่กระเป๋า ไม่ใช่นาฬิกา...” คนเป็นบิดายังแสร้งพึมพำกับตัวเอง สักพักจึงเงยหน้าเอ่ยขึ้นว่า “เอ หรือจะเป็นรถสปอร์ตรุ่นใหม่กันนะ ต้องใช่แน่ๆ เลย ป๊าเห็นเขากำลังฮิตกันนี่นา...”

เจ้าสัวแสร้งทำหน้าซื่อตาใส พร้อมกับแสดงความใจป้ำด้วย ‘การเปย์ลูกสาว’ ดั่งเคย

สิปรางค์ต้องการอะไรท่านก็หาให้ ส่วนหนึ่งก็เพราะความรัก อีกส่วนก็เพราะชดเชยช่วงเวลาที่เคยหายไป แต่ดูเหมือนคราวนี้ข้าวของเงินทองไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไหร่ คนสวยของเจ้าสัวใหญ่ถึงกับปรี๊ดแตก

“ป๊าอย่านอกเรื่องนะ! ป๊าก็รู้ว่าทำไมปรางค์ถึงต้องรีบมาหาป๊าตอนนี้!”

สิปรางค์ส่งเสียงแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหู ใบหน้าติดจะหยิ่งบึ้งตึงจนคนรอบข้างนึกขยาด ทว่าสำหรับคนพ่อ ไม่ว่าจะยังไงสิปรางค์ของท่านก็น่ารักเสมอ แม้แต่เวลานี้ก็ตาม!

“โธ่! คนสวย ป๊าไม่มีญาณวิเศษนะลูก จะได้รู้ว่าลมหอบสาวน้อยของป๊าให้กลับบ้านได้ในตอนกลางเดือนแบบนี้”

คนเป็นพ่อยังเฉไฉไปเรื่อย ขณะที่เก้าอี้ไปมาอย่างอารมณ์ดี มือหนาที่ผ่านการทำงานมาอย่างหนักหน่วงก็ยกปากกาขึ้นเคาะโต๊ะอย่างนึกครึ้มใจ

ท่านชอบเวลาสิปรางค์เหวี่ยงหรือวีน อาจฟังดูเป็นเรื่องแปลก แต่ท่านรู้ว่าบุตรสาวคนสวยที่เพียบพร้อมไปด้วยหน้าตา การศึกษาและฐานะทางสังคม จะไม่เหวี่ยงวีนคนอื่นแบบไร้เหตุผล จะยกเว้นก็แค่ท่านและ...

“ก็ป๊า...”

แค่เพียงจะอ้าปากโวยวาย สายตาก็เหลือบไปเห็นใครอีกคน กำลังยืนเงียบๆ อยู่ริมหน้าต่าง ด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบในนิตสารอินเตอร์สักเล่ม

สิปรางค์สังเกตเห็นว่าเขาถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากที่เธอพูดจบ ก่อนจะหมุนกายกลับเข้ามา

“เฮีย! ออกไปเลยนะ ปรางค์จะคุยกับป๊าสองคน!”

สิปรางค์ร้องบอกด้วยใบหน้าแดงก่ำ ริมฝีปากอวบอิ่มยื่นออกมาอย่างน่าขัน เธอไล่เขาแล้ว แต่ร่างสูงกลับนิ่งเฉย มิหนำซ้ำคนที่ถูกเรียกว่า ‘เฮีย’ ยังท้าทายเธอด้วยการถอดสูทตัวนอกออกอย่างอ้อยอิ่งแล้วพาดมันลงกับโซฟาหลุยส์ตัวโปรดของเธอ

พรึ่บ!

เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างไม่ออมเเรง ท่อนขาเเข็งแกร่งตวัดขึ้นไขว่ห้างวางมาดเท่ห์ มือหนาปลดประดุมเสื้อออกอวดแผนอกแกร่งแน่นตึง

“นี่! ปรางค์ไล่เเล้วนะ”

เขาปรายตามองหน้าเธอเเล้วเมินเฉย ร่างสูงเอื้อมไปกดอินเตอร์คอมด้านข้าง ก่อนจะเปล่งเสียงขรึมสั่งการกับแม่บ้านคนสนิท

“นมทิพย์ครับผมขอกาแฟดำให้ผมหนึ่งแก้วครับ อ้อ! แล้วก็ขอน้ำส้มสด ไม่ใส่น้ำตาลด้วยครับ”

“ปรางค์ไม่กิน!” สิปรางค์สวนกลับเสียงแหลมปรี๊ด ขณะที่กรกันต์กลับตอบเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เฮียก็ยังไม่ได้บอกนี่นา...ว่าสั่งมาให้ปรางค์”

“ไอ้.!!!” คราวนี้เธอพูดไม่ออก เพราะความดันกำลังพุ่งปรี๊ดจนแทบทะลุเพดาน สิปรางค์กลั้นใจหันหน้าหนี ก่อนจะพยายามระงับอารมณ์เดือดปุดๆ ของตัวเอง

“จุ๊ๆๆๆ ไม่เอาสิครับ เป็นคนสวยแล้วไม่ทำกริยาแบบนี้นะครับ”

“ไอ้! คนบ้า คนขี้แกล้ง ป๊า...ดูสิคนแบบนี้เหรอที่ป๊ารักนักรักหนา”

สิปรางค์แทบอยากจะกระทืบพื้นให้สมกับความหงุดหงิดที่กำลังก่อตัวเป็นริ้วๆ วันนี้อุตส่าห์ถือฤกษ์ดีเข้าบ้านมาช่วงกลางเดือน ก็คิดว่าลูกรักของป๊าคงไม่อยู่ที่บ้าน...แต่ที่ไหนได้ นั่งเสนอหน้าอยู่นี่!

“ปรางค์! ไม่เอาลูก ยกมือชี้หน้าเฮียแบบนั้นมันไม่น่ารักเลยนะ มาๆ มาให้ป๊ากอดก่อนทีนึง” เจ้าสัวธวัชชัยอ้าแขนรับลูกสาว ทว่าสิปรางค์ในตอนนี้ร้อนใจเกินกว่าจะวิ่งเข้ามากอดท่านดั่งเคย

“ไม่ค่ะ! ป๊าตอบมาก่อน ที่ป๊าให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าหมายความว่ายังไง”

น้ำเสียงห้วนจัดกับลมหายใจหอบเเรงของเธอทำให้คนกลางในห้องแอบกลั้นยิ้ม สิปรางค์ในวัยสามขวบกว่ากับสิปรางในวันนี้ไม่แตกต่างกันมากนัก

เวลาโกรธเธอก็เเรงเหมือนกับพายุ

เวลาดีก็ดีใจหาย ให้เรียกเรียกเฮียคะ เฮียขา...ก็ยอม

แล้วดูตอนนี้สิ ไอ้บ้า...เธอก็กล้าเรียก

“สัมภาษณ์เรื่อง?”

“เรื่องที่บอกว่าปรางค์จะหมั้น!”

เธอยืนเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง แม้จะเจอสายตาห้ามปรามจากคนทั้งสอง แต่เรื่องแบบนี้ใครเล่าจะทนไหว ต่อให้เอาอิฐมาถ่วงเธอก็นั่งไม่ลง!

“อ๋อ...” คราวนี้เจ้าสัวธวัชชัยลากเสียงยาวเหยียด คล้ายกับเพิ่งนึกว่าได้ว่าข่าวอะไรหลุดรอดออกไปในเช้าช่วงเช้าที่ผ่านมา

“นึกว่าเรื่องอะไร?”

ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนนั้นเล่นเอาสิปรางค์ปร๊ดแตกเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับการที่ถูกบิดาหาคู่ให้ แต่ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าบิดาล้ำเส้นเกินไป

สองเท้าจึงย่ำตรงมาหาบิดาทันที

สิปรางค์เท้ามือลงกับโต๊ะ พร้อมเอ่ยถามต้องน้ำเสียงเดือดดาลสุดๆ “ป๊า...ตกลงป๊าจะบังคับปรางค์ให้ได้เลยใช่ไหม”

“สวยซะเปล่าแต่พูดจาไม่มีหางเสียง คะ ขา...ก็ไม่เคยได้ยิน”

เป็นอีกครั้งที่น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยดังแว่วกระทบหูของคนสวย คราวนี้เหมือนเธอจะฉุนขาด สองเท้าบนส้นสูงจึงก้าวฉับๆ หมายจะไปเอาเรื่องเขา

“เฮีย! ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้เลยนะปรางค์ไม่ชอบ”

“ไม่!” กรกันต์ส่ายหน้านิ่ง พร้อมกับสำทับอีกระรอก “ถ้าเฮียเป็นป๊า เฮียจะให้ปรางค์เข้ามุม แล้วให้อ่านหนังสือมารยาทผู้ดีอีกสิบรอบ เผื่อปรางค์จะนึกว่าออกว่า ควรพูดกับผู้ใหญ่ยังไง”

“ไอ้!” สิปรางค์พูดไม่ออก เธอกำมือแน่น ก่อนจะหลับตาปี๋แล้วตั้งใจส่งเสียงกรี๊ดร้องดังลั่นบ้านเหมือนเคยในยามที่ถูกขัดใจ

ทว่าทุกอย่างยังไม่ทันได้เกิดขึ้น เพียงแค่เธอขยับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างนอบน้อม และทันทีที่ได้รับอนุญาต บานประตูก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ

“น้ำส้มค่ะ คุณชะ...คุณหนู!”

เมื่อเข้ามาแล้วพบว่าใครยืนอยู่กลางห้อง นมทิพย์ก็ร้องเรียงคนที่เลี้ยงมากับมือด้วยสุ้มเสียงดีใจเกินจะกล่าว ก่อนจะขยับร่างอวบๆ ไปสวมกอดคนที่แสนคิดถึงอย่างรวดเร็ว

กระทั่งทุกคนในห้องต้องใจหายไปตามๆ เมื่อหญิงชราวัยแตะเลขเจ็ดกับน้ำหนัดเฉียดเจ็ดสิบนิดๆ วิ่งปร๋อราวกับเด็กสาววัยยี่สิบ

“คุณหนู....ทูนหัวของนม”

มือไม้เหี่ยวย่นแปะป่ายไปตามเรือนร่างงามระหงอย่างเเสนหวงแหน ก่อนจับเธอพลิกหมุนไปมาอย่างที่ทำเป็นประจำ และทันทีที่ได้รับอ้อมกอดของ อารมณ์ร้อนๆ ของเธอก็เย็นลงสนิทใจ

อาจเพราะท่านเลี้ยงเธอมาเหมือนลูก สิปรางค์จึงรักและเคารพท่านไม่ต่างกัน

“คุณหนูสบายดีนะคะ”

ได้ยินแบบนั้นสิปรางค์จึงหันไปมองลูกรักของป๊าแล้วแอบเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมายิ้มสดใสให้คนที่เลี้ยงเธอมา

“ปรางค์สบายดีค่ะนม แล้วนมล่ะคะ...แอบกินขนมหวานจนน้ำตาลขึ้นหรือเปล่า”

เธอถามกลับอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม่นมของเธอมีนัดตรวจตามปกติ ถึงแม้เดือนนี้สิปรางค์จะติดธุระสำคัญจึงไม่สามารถพาท่านไปหาหมอได้ แต่ข่าวคราวของคนที่เธอรักก็มีให้ทราบอยู่เป็นระยะๆ และคราวนี้น้ำตาลในเลือดของป้ากุลก็พุ่งสูงจนน่าเป็นห่วง

“แหม! คุณหนูก็ คนแก่มันก็ขึ้นๆ ลงๆ เนอะ”

น้ำเสียงของคนสูงวัยตอบกลับแบบอ้อมแอ้ม กระนั้นกลับไม่กล้าสบตาทูนหัวของตัวเอง

“นมคะ ปรางค์รู้นะว่าป้ากุลแอบกินขนมมีกะทิ ปรางค์บอกแล้วใช่ไหมคะว่ากะทิทานเยอะๆ ไม่ดีต่อสุขภาพ...”

จากนั้นเสียงหวานๆ ที่ติดเหวี่ยงนิดๆ ก็ร่ายยาวไปอีกเกือบสิบประโยค เล่นเอาคนแก่ที่แอบกินขนมในยามดึกหน้าจ๋อยไปหลายนาที และกว่าสิปรางค์จะรู้ตัวว่าพูดมากไปก็ตอนที่ได้ยินผู้ชายทั้งสองในห้องหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆ กัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ซาตานร้ายพ่ายใจรัก
8.7
ลิปดา มหาเศรษฐีผู้หยิ่งยโสในอำนาจเงินตรา กล้าเสนอซื้อศักดิ์ศรีของปานรพีด้วยข้อเสนออันน่าอดสูเพื่อให้เธอขึ้นเตียงกับเขา แม้หญิงสาวจะรังเกียจความคิดสกปรกภายใต้รูปลักษณ์เทพบุตรเพียงใด แต่ด้วยวิกฤตความจำเป็นบีบคั้น เธอจึงจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาท ทว่าซาตานร้ายกลับใช้เล่ห์เหลี่ยมยืดระยะเวลาจากความสัมพันธ์เพียงคืนเดียวให้กลายเป็นสัญญาเช่าระยะยาว ปานรพีที่ตกเป็นเหยื่อในกรงขังเสน่หาทำได้เพียงรอวันเป็นอิสระ โดยไม่อาจรู้เลยว่าลิปดาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
เก็บรักมาเฟีย:"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะ
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์(ลวง)รัก
8.3
เมื่อพี่สาวผู้เป็นดั่งดวงใจเกือบจบชีวิตตนเองเพราะความช้ำรัก น้องสาวอย่างเธอจึงไม่อาจนิ่งดูดายและตัดสินใจเริ่มแผนการทวงคืนความยุติธรรมที่เต็มไปด้วยคำลวง เธอตัดสินใจเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจพร้อมประกาศกร้าวว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์เพื่อบีบให้เขารับผิดชอบ ทว่าเขากลับตอบโต้ด้วยท่าทีเย็นชาและไม่ยี่หระต่อคำกล่าวอ้างนั้น สงครามประสาทที่เดิมพันด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความรักจึงอุบัติขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยากจะคาดเดาบทสรุป
ภาพปกนิยายเรื่อง ปรารถนารัก ภรรยาไร้ราคา
9.8
ปรารถนารัก ภรรยาไร้ราคา:ความสัมพันธ์ที่ดีในวัยเด็กระหว่าง กรรวี และ อคิน เป็นอันต้องจบลง เมื่อเธอดันเป็นต้นเหตุทำให้ภรรยาและลูกของเขาต้องตาย แม้เธอจะทำดีสักแค่ไหน ก็ไม่อาจลบล้างความเกลียดชังที่เขามีต่อเธอได้... “ทำไมต้องปิดบังเกรซด้วย ฮื้อ ๆ” “หึ! คงรู้แล้วใช่ไหม” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเยือกเย็น “ฮึก ฮื้อ เกรซขอโทษ” “มันสายไปแล้ว!! ต่อให้เธอขอโทษสักหมื่นครั้ง แอนนี่คงไม่มีทางฟื้นขึ้นมา” เขายิ่งเพิ่มแรงบีบใบหน้างาม “แล้วจะให้เกรซทำอย่างไร ถ้าจะแค้นเกรซขนาดนี้ ฆ่าให้ตายเถอะ” “ความตายสำหรับเธอมันง่ายเกินไป!!” อคินยอมปล่อยมือออกจากใบหน้างาม ลุกขึ้นหันหลังออกจากห้องไม่อยากจะมองคราบน้ำตาบนใบหน้าหญิงสาว กลัวจะใจอ่อน “เกรซต้องทำอย่างไรพี่คินถึงจะยอมให้อภัย” เธอวิ่งไปกอดเขาจากด้านหลัง ใบหน้าแนบชิดหลังแกร่ง ความอบอุ่นจากการโดนคนตัวเล็กกอด แทบจะทำให้เขาใจอ่อน มือหนาแกะแขนเรียวออกจากร่างกายตนเอง หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว พร้อมจับไหล่มนทั้งสองข้างของเธอ “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะฉันจะทรมานให้เธอเจ็บปวดจนทนไม่ไหว อีกอย่างฉันบอกหลายรอบแล้วใช่ไหมว่าอย่าเรียกเหมือนสนิทกัน จำใส่สมอง!!” มือหนาผลักกรรวีอย่างแรงจนล้มลง ศีรษะกระแทกกับพื้นห้อง เรื่องราวเริ่มต้นจากชีวิตที่ดูเหมือนปกติ แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์และความลับที่ถูกซ่อนเอาไว้ ตัวเอกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งทำให้ชีวิตของเธอ/เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อความจริงค่อย ๆ ถูกเปิดเผย ความไว้ใจถูกทำลาย ความรักกลายเป็นพันธนาการ และความแค้นเริ่มก่อตัวขึ้น ทุกตัวละครต่างมีแรงจูงใจของตนเองที่ผลักดันให้เรื่องราวดำเนินไปสู่จุดแตกหัก ท่ามกลางความขัดแย้ง ตัวเอกต้องเติบโตและเลือกเส้นทางของตนเอง ระ
ภาพปกนิยายเรื่อง นายตัวร้ายกับหนุ่มดอกไม้
8.8
ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนระหว่างนายตัวร้ายและหนุ่มดอกไม้ท่ามกลางบรรยากาศเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นที่ว่า การเลือกเดินจากกันไปอาจเป็นหนทางที่สร้างรอยแผลและความทุกข์ระทมน้อยกว่าการพยายามฝืนประคับประคองความรักที่ผุพังให้คงอยู่ต่อไป เรื่องราวความรักร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นว่าในบางกรณี การยุติความสัมพันธ์คือการปลดปล่อยความเจ็บปวดที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่ายที่เคยผูกพันกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียแทนรัก
9.5
นภัทสรีย์จำต้องรับหน้าที่เป็นแม่อุ้มบุญให้แก่จเด็จ สามีของเพียงกมลผู้เป็นพี่สาวเพื่อทดแทนบุญคุณ แม้ฝ่ายชายจะตราหน้าว่าเธอหวังฮุบสมบัติและแย่งชิงตำแหน่งเมีย ทว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจกลับทำให้เธอตั้งครรภ์ แต่เมื่อพี่สาวจากไปก่อนกำหนด นภัทสรีย์จึงเลือกเดินจากไปพร้อมลูกในท้องเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักที่แท้จริง ทิ้งให้จเด็จต้องเผชิญกับความจริงในใจว่าเขาขาดเธอไม่ได้และต้องทำทุกทางเพื่อตามหาเมียและลูกกลับมา