APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3

จากอดีตผู้รอดชีวิตในยุคซอมบี้ล้างโลก ฉินหลิวซีได้โอกาสเกิดใหม่เป็นเด็กหญิงวัยห้าขวบในครอบครัวที่แสนยากจน แถมยังถูกญาติพี่น้องรุมกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อโชคชะตาเล่นตลกเธอจึงขอประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาอีกต่อไป ถึงเวลาที่เธอต้องลุกขึ้นมาใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะและนำพาทุกคนในครอบครัวก้าวข้ามความลำบากมุ่งสู่ความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึงในโลกใบใหม่นี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ฉินหลิวซีมองฝ่ายตรงข้ามด้วยดวงตาแข็งกร้าว การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้มันต่างออกไป เจตนาสังหารนางส่งออกมาชัดเจนจากดวงตาทั้งสองคู่ นางไม่ใช่คนในสำนัก ถึงจะถูกเลือกให้มาเป็นตัวแทนจากการเสนอชื่อแต่สังหารนางไปความผิดก็ไม่ร้ายแรงพอที่จะบาดหมางระหว่างสำนักได้

พยัคฆ์ทองคิดเช่นนั้นจึงได้กล้าลงมือ เมื่อใดที่นางพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบจนพวกเขาล่าถอยไปได้ก็ได้พักหายใจหายคอ แต่เมื่อใดที่โดนรุกกลับมาจนนางเป็นฝ่ายถูกไล่ต้อนก็ทำเอาหืดขึ้นคอ

พยัคฆ์ทองมีคนหนึ่งที่ระดับฝึกตนสูงกว่านางเลยทำให้รับมือได้ยากยิ่ง จะพลิกกลับไปชนะเลยก็ทำไม่ได้

ทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อกันจนหมดเวลา เสียงสัญญาณดังสนั่นลั่นผืนป่า พริบตานั้นหลี่เจิ้นหัวกับฉินหลิวซีพร้อมใจกันทำลายป้ายชื่อของตนเอง

"ทำไม!" นางตะโกนถามออกมาดังลั่นเมื่อป้ายชื่อยังคงสมบูรณ์ดี

มีอะไรผิดพลาดกันแน่!

หลี่เจิ้นหัวบาดเจ็บจากการต่อสู้ไม่น้อย แต่ก็ยังฝืนทนมาจนถึงตอนนี้เพียงเพื่อให้สามารถทำลายป้ายชื่อได้ตอนหมดเวลา แต่กลับไม่เป็นผล เมื่อไม่มีคำตอบมาปรากฏอยู่ตรงหน้านางจึงไม่มีทางเลือก เด็กหญิงเข้าไปประคองร่างของสหายแล้วพาเขาหนีออกมาจากตรงนั้น

ไม่รู้เป็นความผิดพลาดของตัวมิติทับซ้อนเอง หรือมีอะไรแทรกแซงทำให้มันทำงานบกพร่องขึ้นมา แต่ตอนนี้พวกเขาต้องคิดถึงชีวิตตนเองก่อน

ฉินหลิวซีใช้วิชาตัวเบาเหยียบอากาศ หลบซ่อนตัวไปตามพงไพรจนมาเจอเข้ากับถ้ำแห่งหนึ่ง นางใช้ความเร็วทั้งหมดเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้หนีออกมา เด็กหญิงไม่รอช้าที่จะเข้าไปโหลดในถ้ำนั้น นางรีบร้อนนำน้ำพุวิญญาณออกมาให้หลี่เจิ้นหัวดื่ม

ขวดโอสถต่าง ๆ ที่ปรุงเตรียมเอาไว้ถูกกวาดออกมากองบนหน้าตัก

"รีบกินเข้าไปเสีย"

หลี่เจิ้นหัวไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบรับ เพราะถ้าหากเขาไม่ได้ดื่มยาด้วยตัวเองกลัวว่าสหายผู้นี้จะจับกรอกปากเสียให้ได้ ความเป็นห่วงของนางทำให้เขารู้สึกดีใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าอย่าพยายามเจ็บตัวถึงขั้นนี้บ่อยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนจับกรอกยาจนกระอักแน่

เมื่อแน่ใจว่าอาการของเขาดีขึ้นแล้ว เหลือก็แต่รอเวลาให้ยาออกฤทธิ์มากกว่านี้ฉินหลิวซีก็ทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมพวกเราถึงกลับออกไปไม่ได้"

"ข้าก็ไม่แน่ใจ คงต้องรอให้อาจารย์หาสาเหตุจากข้างนอกแล้วช่วยออกไปเท่านั้น มิตินี้ข้าไม่อยากเสี่ยงทำอะไรเกินขอบเขต เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ข้าสร้าง จะไปจับต้องสุ่มสี่สุ่มห้าก็กลัวจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม"

"นั่นข้าก็เห็นด้วย แต่เรารออยู่เฉย ๆ อย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ พวกพยัคฆ์ทองยังหมายหัวข้าอยู่"

นางกังวลว่าจะลากเขามาเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้ แต่หลี่เจิ้นหัวไม่คิดเช่นนั้น เขาเต็มใจช่วยนางสู้

หลี่เจิ้นหัวระดับฝึกเซียนไม่ได้ด้อยกว่านางมากนัก แต่ประสบการณ์การต่อสู้จริงค่อนข้างน้อยทำให้ได้รับบาดเจ็บหลายจุด ฉินหลิวซีไม่ได้ตำหนิที่เขาฝืนตัวเองจนได้แผลมาขนาดนี้ อย่างไรพวกตนอายุแค่สิบสองย่างสิบสามปีเท่านั้น ส่วนฝั่งนั้นมีอายุสิบห้าไปถึงยี่สิบปีกันแล้ว

เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงชัด ๆ

ฉินหลิวซีกางข่ายมนต์ไว้ที่ปากถ้ำ หากมีคนบุกรุกเข้ามาจะรู้สึกตัวได้ทันที ส่วนตอนนี้ขอให้นางได้พักสายตาสักครู่เถอะ วันนี้นางตื่นเช้ามากและก็ต่อสู้มาทั้งวันแล้ว ทำให้เหนื่อยล้าไปทั้งกายใจ หากนางไม่พักผ่อนตอนที่ยังพอมีโอกาสอาจจะหมดสติระหว่างต่อสู้ได้

เมื่อผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถกลับออกมาได้ ด้านนอกสนามประลองก็โกลาหล

ขณะที่คนในไม่อาจเคลื่อนไหวตามใจได้มากมาย ด้านนอกของพื้นที่ทับซ้อนก็กำลังวุ่นวายและเคร่งเครียด อยู่ ๆ ก็เกิดปัญหาในการเชื่อมต่อกับผู้เข้าแข่งขัน อีกทั้งภาพฉายก็ตัดไปขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้ ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะทำให้ไม่รู้เป็นตาย

พอสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็มีเสียงเล่าลือในหมู่ลูกศิษย์คนอื่น คาดว่าคนที่อยู่ข้างในอาจไม่มีชีวิตแล้วยิ่งทำให้เหล่าผู้อาวุโสรู้สึกสิ้นหวังหนักกว่าเดิม แต่พวกเขาก็ไม่สามารถล้มเลิกที่จะหาวิธีช่วยเหลือ จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าคนข้างในไม่มีชีวิตอยู่แล้วจริง ๆ ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ให้ถือเสียว่ายังรอดอยู่ไว้ก่อน

"ตาแก่เจ้าสำนัก ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ซุนเป่ยฉีหัวเสียแทบอาละวาด ถ้าไม่มีฉินซือหยวนอยู่ข้าง ๆ เขาคงชักกระบี่ออกมาแทงเจ้าจะหายหน้าโง่นี่ไปแล้ว

"ท่านพี่ ฮึก! ท่านพี่ข้าล่ะขอรับ!" ฉินซือหยวนน้ำหูน้ำตาไหลนองเต็มหน้า สะอื้นเสียงดังจนแทบพูดไม่รู้เรื่อง

ทุกคนต่างร้อนใจจนไม่เป็นอันทำอะไร

"ข้าก็หาวิธีอยู่น่า ช่วยเงียบก่อนได้ไหม คิดว่าร้อนใจคนเดียวอย่างนั้นหรือ"

"เพ่ย! เจ้าคนหน้าไม่อายนี่ แล้วคิดว่าเจ้าร้อนใจคนเดียวหรืออย่างไร"

"เอาล่ะ ๆ พวกท่านทั้งสองใจเย็นก่อน ผู้อาวุโสซุนอย่าได้โมโหเลย เรื่องเช่นนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด มาพักตรงนี้ก่อน คนอื่น ๆ กำลังเร่งมือแก้ไขเรื่องนี้ ลูกศิษย์ของเขาก็อยู่ในนั้น ทุกท่านอย่าทะเลาะกันเลย"

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเข้ามาห้ามปรามก่อนผู้ใหญ่สองคนนี้จะทะเลาะกันจนเลยเถิด

ระหว่างที่ข้างนอกกำลังวุ่นวาย ข้างในมิติทับซ้อนกลับเป็นไปด้วยความสงบ หลังจากที่กางข่ายมนต์ผ่านยันต์อาคม นางก็ให้หลี่เจิ้นหัวพักอยู่ในถ้ำ ส่วนตัวเองออกมาเก็บสมุนไพรข้างนอก ทิ้งหงส์แดงเพลิงไว้ให้อยู่กับเขาเผื่อว่ามีเหตุฉุกเฉินอะไร

นางสัมผัสไม่ได้ถึงตัวตนของคนอื่นใกล้ ๆ นี้ คิดว่าพวกพยัคฆ์ทองคงตามมาไม่เจอ

ฉินหลิวซีได้สมุนไพรกลับไปหลายร้อยชนิด บางส่วนแบ่งเก็บใส่ถุงสมุนไพร เจอสมุนไพรระดับสูงอยู่บ้างก็แบ่งเก็บเอาไว้ จากที่เคยมีอยู่เต็มถุงตอนนี้ก็ยิ่งแน่นเข้าไปอีก เมื่อเห็นว่าเก็บได้มากพอแล้วก็เดินกลับไปที่ถ้ำ

เด็กหญิงถึงกับผงะเมื่อเดินเข้ามาแล้วพบว่าหงส์แดงเพลิงตัวน้อยของนางที่เคยมีขนสีขาวปลอดทั้งตัว ตอนนี้ขนของมันสมชื่อหงส์แดงเพลิงแล้วจริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างที่มันกางปีกปกป้องหลี่เจิ้นหัว ด้านหลังของมันยังมีมังกรทองตัวหนึ่งใช้ลำตัวม้วนขดปกป้องทั้งสองเอาไว้

"ได้อย่างไรกัน..."

เจอสัตว์ในตำนานตัวหนึ่งว่ายากแล้ว แต่นี่อยู่ตรงหน้านางถึงสองตัว บางทีชีวิตที่สองของนางก็มีอะไรให้ตกใจจนหน้าเหวอบ่อยเกินไป เรื่องที่คนอื่นคิดว่าชั่วชีวิตนี้จะได้พบสักครั้งอย่างน้ำก็ปาฏิหาริย์นางกลับเจอบ่อยเสียยิ่งกว่าการพบปะหน้าอาจารย์ของตน

เรื่องที่ควรตกใจจนตาถลนนางได้แต่ยืนอึ้ง ไม่รู้จะตกใจเรื่องไหนก่อนดีและตกใจจนเหนื่อยแล้วนั่นเอง

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นตอนที่ข้าไม่อยู่" นางกล่าวถามสัตว์อสูรในครอบครองของตน

หงส์แดงเพลิงสื่อจิตกับผู้เป็นนาย มันบอกว่ามังกรทองตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรในพันธะของหลี่เจิ้นหัว พอรู้สึกถึงอันตรายก็ปรากฏตัวออกมา ทั้งคู่เกือบโจมตีใส่กันเพราะเข้าใจผิดคิดว่าสัตว์อสูรของนางเป็นศัตรู

ฉินหลิวซีหันไปมองเจ้ามังกรตัวนั้นก็พบว่ามันไม่ได้เข้ามาจู่โจม แค่มองมนุษย์อีกคนหนึ่งนอกจากเจ้านายตัวเองนิ่ง ๆ

หลี่เจิ้นหัวสลบไปเพราะพิษบาดแผล ฉินหลิวซีคิดจะเข้าไปดูอาการเขา แต่พึ่งก้าวขาออกไปจากจุดเดิมได้ข้างเดียวทั้งหมดก็ถูกดึงออกมาจากมิติทับซ้อน

เด็กหญิงรู้สึกเหมือนศีรษะถูกกระชากอย่างแรงก่อนจะลามไปทั้งตัว ฉินหลิวซีคาดว่าข้อผิดพลาดกำลังได้รับการซ่อมแซม ตัวนางกำลังจะหลุดออกไปข้างนอก เด็กหญิงไม่รอช้ารีบซ่อนตัวสัตว์อสูรของนางไว้ในมิติ พริบตาต่อมานางก็ออกมาอยู่ที่ลานประลอง

นางนั่งหายใจหอบด้วยความตกใจ

เกือบไม่ทันการเสียแล้ว

โล่งใจอยู่ได้ไม่นานนางก็หน้าซีดเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากสัตว์ในตำนานของนาง ยังมีอีกตัวตนหนึ่งที่ควรระวัง แต่นางไม่ใช่เจ้านายของมันจะบังคับให้ซ่อนก็ทำไม่ได้

เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อมังกรทองปรากฏกายอยู่ตรงนั้นไม่ได้ไปไหน มันยังคอยม้วนขดปกป้องเด็กชาย เมื่อฝุ่นควันจากความวุ่นวายจางหายไป ผู้อาวุโสทั้งหลายก็กรูกันเข้ามาดู

เสียงโวยวายดังมาจากหลายทิศทาง ตอนนี้เองฉินหลิวซีจึงพึ่งเห็นว่าอีกด้านหนึ่งที่มีคนมุงกันอยู่นั้นคือพวกพยัคฆ์ทองที่นอนเลือดท่วม ไม่รู้ว่าไปเจอตัวอะไรมาจนเป็นเช่นนั้น

หลังจากที่พวกฉินหลิวซีหายไปจากตรงหน้า คนของพยัคฆ์ทองก็ไล่ล่าไม่ได้หยุดหย่อน ควานหาตัวพวกเขาไปทั่วมิติทับซ้อนจนพลัดเข้าไปในรังอสูร ถูกเล่นงานบาดเจ็บปางตาย แต่ก็ถูกดึงออกมาทันท่วงทีจนยื้อชีวิตไว้ได้

ผู้อาวุโสจากสำนักพยัคฆ์ทองยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าลูกศิษย์

"รู้หรือไม่ว่าพวกเจ้าทำความผิดใด"

"ท่านอาจารย์ ก่อนจะกล่าวโทษได้โปรดรักษาพวกเขาก่อน" ศิษย์อีกกลุ่มจากสำนักเดียวกันที่สนิทสนมเข้ามายืนล้อม คุกเข่าลงตรงหน้าผู้อาวุโสเจ้าสำนักหวังให้ท่านเมตตา

"รักษาน่ะข้ารักษาแน่ แต่อย่าได้หวังเลยว่าจะพ้นโทษไปได้ เรื่องครั้งนี้ร้ายแรงนัก เจตนาสังหารระหว่างการแข่งขันชัดเจน ทำขายหน้าคนทั้งยุทธภพ ข้าคงใจดีกับเจ้าเกินไปกระมัง"

"ท่านเจ้าสำนักโปรดเมตตา"

"พูดเป็นอยู่คำเดียวหรือ คนเช่นนี้ก็ยังห่วงใยอีก ข้าคงสั่งสอนศิษย์ผิดไปจริง ๆ " เจ้าสำนักพยัคฆ์ทองหันมาโค้งขออภัยแก่เจ้าสำนักอื่น ๆ ทั้งสาม

"ท่านเจ้าสำนักเว่ย เรื่องคราวนี้ข้าจะพาพวกเขามาขออภัยกับท่านและศิษย์ผู้นั้นด้วยตัวเองในภายหลัง เวลานี้ให้ข้าได้รับผิดชอบลงโทษสั่งสอนพวกเขาเถิด"

เจ้าสำนักเว่ยพยักหน้าให้เป็นไปตามนั้น หลังจากท่านเจ้าสำนักเข้าไปดูอาการของหลี่เจิ้นหัวมังกรทองที่พิทักษ์กายเขาก็หายไป ซุนเป่ยฉีวิ่งเข้ามาดูอาการลูกศิษย์ของตัวเองพร้อมกับน้องชายของนาง

"ท่านพี่!" ฉินซือหยวนร้องไห้น้ำตาท่วมหน้า โผเข้ากอดนางแน่นไม่ยอมปล่อย

"พี่ปลอดภัยดี" นางเอ่ยบอกน้องชาย ตบแผ่นหลังเขาเบา ๆ เป็นการปลอบใจ

"ปลอดภัยแน่หรือ ถลอกปอกเปิกไปทั้งตัวขนาดนี้" ซุนเป่ยฉีจับลูกศิษย์หมุนซ้ายหมุนขวาให้ดูว่าตัวนางมีแต่รอยแผล ฉินหลิวซีได้แต่ยิ้มแหยแก้ตัวไม่ออก

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายแล้ว เจ้าสำนักเซียนกระบี่ก็ให้กรรมการเป็นผู้ตรวจนับคะแนน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายไปพักผ่อน โดยเฉพาะผู้ร่วมประลองที่ได้รับบาดเจ็บ การนับคะแนนจัดขึ้นที่ลานกว้าง ใครอยากร่วมเป็นพยานก็สามารถอยู่ดูด้วยได้

ทางด้านฉินหลิวซีไม่สนใจผลคะแนนตอนนี้แม้แต่นิดเดียว นางเหนื่อยจนแทบจะสลบอยู่แล้ว นางได้น้องชายประคองช่วยพามาส่งถึงซุ้มปฐมพยาบาลทำให้ได้ยินการนับคะแนนอยู่ไกล ๆ มีอาจารย์คอยทำแผลให้

เพราะความผิดปกติบางอย่างของมิติซ้อนวันนี้ และการกระทำนอกกฎเกณฑ์ของพวกพยัคฆ์ทอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกินคาด การแข่งขันวันที่สามจึงถูกยกเลิก

ฉินหลิวซีฟังผลสรุปการแข่งวันนี้ไปได้ไม่ถึงครึ่งก็หลับไปกลางคันด้วยความอ่อนเพลีย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง โฉมงามของอ๋องอสูร
8.9
หลังจบชีวิตด้วยโรคร้าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นในร่างองค์หญิงผู้ต้องกลายเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านักรบปีศาจแห่งต้าถัง แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่น่าเกรงขาม ทั้งยังเคยปิดตายเรื่องความรักไปแล้ว ทว่าความดื้อเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนแอของพระชายาคนใหม่กลับสั่นคลอนหัวใจท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟินเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง Into the Nightmare สู่แดนฝันร้าย
8.0
วิญญาณของแจ็ค เวลลิงตันหลุดเข้าสู่โลกฝันร้ายหลังอุบัติเหตุประหลาด พร้อมรับพลังพิเศษและภารกิจเสี่ยงตายที่ยากจะเอาชนะ เพื่อหาทางกลับสู่โลกเดิม เขาต้องเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ซ่อนเร้นในสังคม โดยเริ่มจากการต่อกรกับฆาตกรวิปริตผู้ดัดแปลงสิ่งมีชีวิตเข้ากับจักรกล แจ็คจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อความอยู่รอด ทว่าอุปสรรคสำคัญคือพลังที่เขาได้รับมานั้นกลับไม่สามารถใช้ทำร้ายใครได้เลย เขาจะเอาชีวิตรอดจากดินแดนสยองขวัญแห่งนี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง Project N8
7.9
ในอนาคตอันใกล้ที่นวัตกรรมก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน และอวกาศ มนุษย์ต่างชื่นชมความล้ำหน้าจนอาจลืมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมา ปัญหาใหม่ที่แฝงมากับทางออก และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ Project N8 หรือชื่อที่พ้องกับจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังท้าทายว่าโลกพร้อมรับมือกับปลายทางของความก้าวหน้าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกความจริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาเป็นบุตรสาวหญิงหม้าย
8.4
จือหลิน เด็กกำพร้าที่เติบโตในองค์กรลับฐานะหนูทดลองผู้มีเลือดพิเศษ เธอถูกหล่อหลอมให้เป็นนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ไร้ความรู้สึก และได้รับชิปมิติอัจฉริยะฝังในสมองเพื่อจัดเก็บทรัพยากร ทว่าความผิดพลาดจากการคิดค้นยายื้อชีวิตกลับเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นซอมบี้กระหายเลือดจนหายนะแพร่กระจายไปทั่วตึกวิจัย เพื่อชดใช้ความผิดเธอจึงตัดสินใจระเบิดตึกทิ้งพร้อมกับตัวเอง แต่โชคชะตากลับนำพาเธอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างเด็กน้อยกลางป่าทึบ พร้อมความทรงจำใหม่ที่พรั่งพรูเข้ามา