APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980

ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

จ้าวหยู่ฟางรออยู่ที่บ้าน ในขณะที่สองสาวตามพ่อของพวกเธอไปสมัครเรียนในโรงเรียนมัธยมข้างกองทัพหวั่นอิ๋น โรงเรียนที่นี่มีนักเรียนไม่เยอะและเป็นโรงเรียนที่นักเรียนส่วนมากจะเป็นลูกหลานของคนในกองทัพ ไม่มีค่าเล่าเรียน เพียงแต่มีค่าอุปกรณ์เล็กน้อย

ฉินเสี่ยวหรานกำลังกรอกเอกสาร ด้านหน้าของเธอเป็นครูธุรการที่ประสานงานด้านการเข้าเรียน "ฉินเสี่ยวหรานหรือจ๊ะ ครูเป็นครูธุรการของที่นี่มีปัญหาอะไรแจ้งได้ คนอื่น ๆ จะเรียกครูว่าครูลู่จ้ะ"

"สวัสดีค่ะ"

"ฝากคุณครูดูแลเด็ก ๆ ด้วยนะครับ พวกเธอมาจากต่างมณฑล ภาษาการพูดแตกต่างจากคนที่นี่" ฉินหานรีบบอก มีหลายคนที่พูดภาษาท้องถิ่น ยิ่งเฉพาะเวลาต้องการนินทาใครสักคน

"ยินดีค่ะ"

"คุณครูลู่คะ ที่นี่มีนักเรียนเยอะหรือไม่คะ" ฉินเสี่ยวหรานถามด้วยความสงสัย เนื่องจากข้างในเป็นโรงเรียนที่ใหญ่พอสมควร แต่ไม่เห็นว่าแถวนี้จะมีบ้านคน

"ห้องเรียนละสามสิบคนจ้ะ"

"อ๋อ"

ฉินเสี่ยวหรานพยักหน้าและก้มหน้ากรอกเอกสารต่อ เนื่องจากเธอย้ายมากลางคันจึงต้องทำเอกสารเยอะกว่าคนอื่น แต่ว่าใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เสร็จแล้ว

"อีกสองเดือนข้างหน้าเข้ามาเรียนได้เลย หากเอกสารตกหล่นครูจะติดต่อไปยังพันตรีฉินนะคะ" ครูธุรการลู่กล่าว

"ค่ะ"

จัดการเอกสารการเรียนเสร็จแล้ว สามพ่อลูกก็เดินเท้าไปยังแหล่งซื้อขายที่ต้องใช้เวลา มันอยู่คนละทางกับสถานีรถไฟและยังไกลกว่า ถ้าซื้อของชิ้นใหญ่ต้องใช้รถยนต์ แต่ว่าทั้งสามแค่ต้องการซื้อของเข้าบ้าน

รัฐบาลประกาศการค้าเสรีแล้ว ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มผุดขึ้นมา และมีการยกเลิกการใช้คูปอง แต่ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่กล้าเสี่ยง ร้านค้าที่นี่ยังมีไม่มาก แต่มีของใช้ในบ้านขาย สหกรณ์ของที่นี่มีของหลายอย่าง

ฉินเสี่ยวหรานมองกระดาษที่จดรายการของสำคัญมา แม่ของพวกเธอให้เงินมาซื้อของยี่สิบหยวน ถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก แต่ในสายตาของเธอเงินแค่นี้มันยังน้อยนัก

"พี่สาวใหญ่" ฉินเสี่ยวหลิงเอ่ยเรียก "อันนี้ใช่น้ำปลาที่แม่บอกให้ซื้อไหมคะ แต่สีมันเข้มและกลิ่นมันแปลก ๆ ฉันไม่มั่นใจ" เธอหยิบไหเล็กขึ้นมาให้พี่สาวดู

"ซีอิ๊ว"

"เอ๋ แต่มันไม่เหมือนที่อำเภอเลยนะคะ"

"ใช่ เครื่องปรุงถึงแม้ว่าจะเรียกเหมือนกัน แต่ว่ารสชาติและกลิ่นไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด เธอต้องดมกลิ่นและเลือกซื้อของดี ๆ" แม้จะเหมือนกันมากแค่ไหนฉินเสี่ยวหรานก็แยกมันออกได้

"ค่ะ"

"เงินพอหรือไม่ พ่อมีเงินอยู่กับตัว ถ้าไม่พอมาเอาไปใช้ก่อน ไม่ต้องบอกแม่" ฉินหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เงินที่ว่าไม่ได้ปิดบังแม่ แต่เป็นเงินที่จ้าวหยู่ฟางเอาให้สามีติดตัวเอาไว้ซื้อของ เวลาออกไปทำภารกิจจะได้มีเงินใช้

"พอค่ะ"

นอกจากเครื่องปรุง อาหารแห้งก็เป็นสิ่งที่จำเป็น และมีหลายอย่างที่สามารถทำให้อาหารมีรสชาติได้ ระหว่างหยิบของใส่ตะกร้า ฉินเสี่ยวหรานคำนวณราคาไปด้วย ไม่ให้มันเกินกับเงินที่เอามา

"กว่าจะมาถึงที่นี่ต้องใช้เวลา และคงไม่มีเวลาได้มาบ่อย ๆ ลูกซื้อเผื่อเอาไว้ด้วย แต่ถ้าอยู่ได้ไม่นานก็ไม่ต้องซื้อเยอะ พ่อจะมาซื้อให้เอง"

"ค่ะ"

หยิบของใส่ตะกร้าครบแล้วจ่ายเงินหมดไปเพียงครึ่งเท่านั้น แต่ว่าต้องซื้อหม้อ จาน ชาม และของที่ใช้ในครัว พบว่าเงินที่ได้มาหมดพอดี

"แม่จะไม่ว่าพวกเราใช่ไหม เงินตั้งยี่สิบหยวนมันไม่น้อยเลย พ่อต้องทำงานเกือบเดือนถึงจะได้มันมา" ฉินเสี่ยวหลิงมีสีหน้าเครียด เธอไม่คิดว่าจะซื้อเยอะขนาดนี้

“ไม่หรอก พ่อคะพวกเรากลับกันเถอะค่ะ"

"อืม"

เป็นช่วงเวลาบ่ายแล้ว พวกเธอออกมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้แม่คงรออยู่ ยังดีที่เมื่อเช้าพ่อไปซื้ออาหารในโรงอาหารเอาไว้ให้แม่ ไม่อย่างนั้นพวกเธอคงต้องรีบกลับบ้าน

เดินผ่านร้านผ้า ฉินเสี่ยวหรานหยุดเดินทันที เธอมองพ่อและน้องสาวที่เดินนำหน้าเพื่อกลับบ้านพัก ก่อนจะส่งเสียงบอกและเดินเข้าไปในร้านม้วนผ้า "พ่อคะ หนูอยากดูผ้า"

จิตวิญญาณของเธอคือการเป็นดีไซเนอร์ และในแต่ละวันเธอต้องยุ่งอยู่กับกองผ้าหรือกองกระดาษ เมื่อมาที่นี่ สิ่งที่เธอได้เรียนรู้เป็นสิบ ๆ ปีจะทิ้งไปได้อย่างไรกัน ไม่รอช้าเธอเดินเข้าไปหาม้วนผ้าที่เธอเห็นและหยุดดู

"ผ้าม้วนนี้ทางร้านเพิ่งรับมาจากมณฑลอื่น สาวน้อยเธออยากได้หรือไม่ ราคาเพียงสิบหยวนเท่านั้น มีชุดตัดเย็บให้ด้วย" ผู้หญิงหน้าตาดีแต่ว่ามีอายุแล้วเดินเข้ามาหาพร้อมแนะนำผ้า

เฉินเสี่ยวหรานมองม้วนผ้าอย่างชั่งใจ หากเธอซื้อ เงินเก็บที่มีก็หมดแล้ว "ยังมีม้วนผ้าอื่นที่มีชุดเครื่องตัดเย็บให้หรือไม่คะ"

"ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว มีชุดเดียวเท่านั้น ถ้าเธอไม่เอา เย็นนี้จะมีลูกค้ารายใหญ่ของร้านเข้ามาซื้อไป แต่ถ้าขายแยกมันมีอยู่แล้ว สู้ซื้อชุดนี้ไปเลยจะดีกว่า" ผู้หญิงที่มาดูแลยังคงแนะนำ

"เอาชุดนี้ก็ได้ค่ะ"

ในที่สุดฉินเสี่ยวหรานก็เลือกซื้อม้วนผ้า ไม่รู้ว่าเป็นการตลาดของทางร้านหรือไม่ แต่ถ้าไม่ซื้อ ในใจของเธอกลับบอกว่าเธอจะเสียใจ จึงซื้อเอาไว้ก่อน ส่วนเงินเก็บเธอตัดเย็บชุดขายก็ได้แล้ว

"พันตรีฉินหรือ"

ฉินเสี่ยวหรานมองตามเสียงที่ได้ยิน เห็นพ่อของเธอทำความเคารพก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนมียศสูงกว่า จึงทำความเคารพตามและเดินมายืนข้างน้องสาวที่อยู่ข้างหลังพ่อ

"ท่านนายพล พันโทเว่ย"

"ในใบรายงานเห็นบอกจะกลับมาอีกทีเดือนหน้าไม่ใช่หรือครับ ทำไมพันตรีฉินถึงมาก่อนกำหนดได้" เป็นทหารที่เด็กกว่าเอ่ยถามด้วยความสนใจแถมยังมองมายังสองพี่น้องด้วยความเอ็นดู

"ลูก ๆ ของผมต้องย้ายมาเรียนที่นี่ครับ จึงคิดว่ากลับมาก่อนกำหนดคงดีกว่า" ฉินหานตอบหัวหน้าที่เขาสังกัดอยู่ พันโทเป็นผู้ชายที่อายุสามสิบปีแต่มีความสามารถโดดเด่น

"เย็นนี้กองทัพจัดงานเลี้ยงต้อนรับทหารที่พาครอบครัวย้ายมาอยู่ที่นี่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว พันตรีฉินพาครอบครัวเข้าร่วมงานเลี้ยงเย็นนี้ด้วยสิ จะได้รู้จักกับคนอื่น" นายพลเว่ยบอก

"ครับ ผมจะพาครอบครัวเข้าร่วมงานเลี้ยงเย็นนี้" ฉินหานพยักหน้า งานเลี้ยงในกองทัพไม่ได้มีบ่อย และถ้าเข้าร่วม บางทีภรรยาอาจมีเพื่อนพูดคุยระหว่างอยู่ที่นี่

"เอาละ พวกเราขอตัวก่อน เจอกันครับ"

"เจอกันครับ"

สามพ่อลูกรีบกลับบ้าน หาเสื้อผ้าที่จะไปงานในวันนี้ พ่อของพวกเธอมีชุดอยู่แล้วเพราะจะใส่ชุดประจำตำแหน่ง แต่ฉินเสี่ยวหราน น้องสาว และแม่ ยังต้องหาเสื้อผ้าใส่

"เข้าร่วมงานเลี้ยงหรือคะ"

"ครับ งานเลี้ยงในกองทัพหวั่นอิ๋นไม่ได้มีบ่อย คุณเพิ่งมาที่นี่วันนี้ ถ้าได้เพื่อนพูดคุยคงดีไม่น้อย เวลาลูกไปโรงเรียนจะได้ไม่เหงา" ฉินหานอธิบายให้ภรรยาฟังระหว่างแต่งตัว

ฉินเสี่ยวหรานมีเครื่องสำอางที่ใช้แต่งไปเรียนพอดีจึงแต่งหน้า "ยังดีนะคะที่ก่อนจะมาที่นี่แม่ตัดชุดใหม่ให้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่มีชุดเข้าร่วมงานแล้ว"

"นั่นสิ"

"จริง ๆ แม่ว่าไม่ต้องแต่งตัวมากก็ได้นะ" จ้าวหยู่ฟางไม่ชอบแต่งหน้าแต่ถูกลูกสาวบังคับให้แต่งหน้า

"โธ่แม่คะ พ่อบอกนาน ๆ ทีในกองทัพจะจัดงาน พวกเราจะน้อยหน้าไม่ได้นะคะ" ฉินเสี่ยวหลิงบอก เธอกำลังแต่งหน้าอยู่ข้าง ๆ พี่สาว เครื่องสำอางมีเพียงไม่กี่อย่าง

"เฮ้อ"

ใช้เวลาแต่งตัวราว ๆ สองชั่วโมง สมาชิกบ้านฉินจึงมาถึงหน้างานเลี้ยง สายตาคนในงานหันมาจับจ้อง ฉินหานและฉินเสี่ยวหรานชินกับสถานการณ์แบบนี้ แต่ไม่ใช่ฉินเสี่ยวหลิงกับจ้าวหยู่ฟางผู้เป็นแม่

"ฉินเสี่ยวหลิง"

ฉินเสี่ยวหลิงยิ้มแห้ง จากที่ยืนข้างหลังขยับมายืนข้างพี่สาว "คนเยอะมาก ทำไมพวกเขาถึงมองมาที่เราด้วยสายตาแบบนั้นล่ะคะ หรือว่าพวกเราทำอะไรผิด"

"ไม่มีอะไรหรอก"

โกหกทั้งนั้น สายตาที่มองมาเป็นการดูถูกพวกเธอชัด ๆ และฉินเสี่ยวหรานยังได้ยินเสียงแว่ว ๆ ว่าครอบครัวบ้านนอกอีก หากไม่ต้องการรักษาหน้าพ่อ เธอคงเดินเข้าไปถามแล้ว

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์สวาททาสรักจอมมาร
9.3
ฮวาเย่ห์หยวนธิดาจิ้งจอกเก้าหางผู้เลอโฉมจำต้องรับโองการสวรรค์เพื่อหยุดยั้งมหาสงคราม หน้าที่ของนางคือการใช้เสน่ห์ล่อลวงจอมมารลี่เซี่ยนผู้ไร้ความปรานี ทว่าในระหว่างภารกิจที่เต็มไปด้วยอันตราย นางกลับได้รับความช่วยเหลือจากอาเซี่ยนบุรุษลึกลับผู้แสนดีจนเริ่มสั่นคลอน แม้แผนการยั่วยวนจอมมารจะสัมฤทธิ์ผล แต่ฮวาเย่ห์หยวนกลับติดกับดักหัวใจจนกลายเป็นทาสรักของศัตรูเสียเอง นางจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อต้องติดอยู่ท่ามกลางความรักที่แสนอันตรายและบุรุษที่แสนอบอุ่น
ภาพปกนิยายเรื่อง หลี่ชิงเหมียว...ภรรยาผู้หวนคืน
9.3
โชคชะตาลิขิตให้วิญญาณหญิงสาวผู้จบชีวิตลงอย่างน่าสลดในวันที่ให้กำเนิดบุตร ได้รับโอกาสจากสวรรค์ให้หวนคืนสู่โลกอีกครั้ง ทว่าการกลับมาครั้งนี้เธอกลับต้องมาอยู่ในร่างของหลี่ชิงเหมียว คุณหนูสามแห่งตระกูลเจ้าสำนักศึกษาผู้เลื่องชื่อ ซึ่งใครต่อใครต่างตราหน้าว่าเป็นสตรีโง่เขลาไร้ความสามารถ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับชีวิตใหม่ในฐานะคนใหม่ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พร้อมแบกรับความทรงจำจากอดีตและฐานะอันแสนต้อยต่ำในสำนักศึกษาแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่มาพร้อมจะเปลี่ยนไปตลอดไป
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
ภาพปกนิยายเรื่อง การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายเรื่องนี้ เป็นข้าที่เขียน!
9.3
จื่อเม่ยนักเขียนสาวหลุดเข้าไปเป็นจื่ออิน อนุภรรยาของซีเฉินตัวร้ายในนิยายที่ตนแต่งขึ้น ทว่าชะตากรรมของร่างนี้กลับต้องตายภายในสองตอนแรกพร้อมกับเขา นางจึงพยายามหาทางหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยแผนชิงบัลลังก์ตามคำสั่งของซีกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดา แม้ช่วงแรกเขาจะดูอันตรายและไร้หัวใจต่อทั้งนางและรั่วหนิงพระชายาเอก แต่สุดท้ายความผูกพันกลับเปลี่ยนตัวร้ายธงแดงให้กลายเป็นสามีที่รักมั่นเพียงนางโดยไม่มีวันนอกใจใน
ภาพปกนิยายเรื่อง ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ