APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

8.3 / 10.0
พราวนารีเคยเผชิญกับชีวิตที่แสนลำบากในอดีตชาติ ทั้งความยากจน การพลัดพรากจากครอบครัว และการต้องทิ้งอนาคตทางการศึกษาเพราะตั้งครรภ์ในวัยเรียนจนนำไปสู่ชีวิตคู่ที่ล้มเหลว เมื่อได้รับโอกาสเกิดใหม่ในตระกูลที่ร่ำรวยและเพียบพร้อม เธอจึงตั้งใจใช้ความทรงจำจากชาติก่อนเป็นบทเรียนเพื่อลิขิตชะตาตนเองใหม่ พราวนารีมุ่งมั่นกับการเรียนและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่เคยผิดพลาดในอดีต เพื่อสร้างชีวิตที่มั่นคงและไม่กลับไปซ้ำรอยเดิมอีกครั้งในชาตินี้

เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม ตอนที่ 1

ปีพุทธศักราช 2520

พราวนารี เด็กหญิงผู้มีชื่อไพเราะเพราะพริ้งราวกับว่าเธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวของพวกผู้ดีมีสกุล แต่กลับกัน เธอนั้นได้กำเนิดเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน บิดาและมารดาของเธอเป็นเพียงชาวนาเท่านั้น แต่ทว่าการกำเนิดเกิดมาของเด็กหญิงในครั้งนี้กลับสร้างความยินดีให้กับครอบครัวยิ่งนัก เพราะถึงแม้จะจนแต่ถ้ามีบุตรสักคนไว้ส่งเสริม ฝากผีฝากไข้ในยามแก่ยามเฒ่าก็คงจะดีไม่น้อย

“อุแว๊…..อุแว๊……”

เสียงเด็กน้อยร้องจ้าอยู่ในผ้าอ้อมที่หมอตำแยเพิ่งจะทำคลอดให้ เนื่องจากบ้านของดำรงนั้นอยู่ไกลจากโรงพยาบาล ถึงแม้การเดินทางจะสะดวกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ทว่าการให้คนแก่ที่เคยทำคลอดมาทำให้ก็น่าจะปลอดภัยเช่นกัน

“โอ๋ๆๆ ลูกพ่อไม่ร้องนะคะ แม่เค้าเจ็บแผลอยู่นะลูก” เสียงทุ้มของผู้เป็นบิดาปลอบโยนบุตรสาวที่อ้อมแขน

“อุแว๊….อุแว๊……”

เด็กหญิงพราวนารียังคงร้องไห้ไม่หยุด เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าเธอน่ะกำลังหิวโดยที่บิดาที่เพิ่งเคยมีลูกยังไม่เข้าใจนั่นเอง ปากน้อยๆ ขมุบขมิบเข้าหาอกหนั่นแน่นของบิดาเขาถึงเข้าใจว่าลูกหิวนม

“เมียพี่….ลูกของเราหิวนมแล้วจ้ะ”

เขาบอกภรรยาเสียงนุ่มพร้อมทั้งพาทารกน้อยไปใกล้กับมารดาที่นอนหมดเรี่ยวหมดแรงจากการเบ่งอยู่ สัญชาตญาณของความเป็นแม่รีบเปิดเต้าให้ลูกน้อยได้ดูดนมของเธอทันที ปากน้อยพอรับรู้ถึงแหล่งอาหารก็ไม่รอช้าอ้างับลงบนฐานถันสีชมพูของผู้เป็นมารดาทันที ครั้งแรกอารีรู้สึกไม่ชินกับการให้ลูกดูดนม แต่พอลูกดูดจนน้ำนมไหลออกมาคนเป็นแม่ก็น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม วันนี้เธอได้สัมผัสและรู้ซึ้งถึงความเป็นแม่แล้ว

ดำรงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ภรรยาสาว เขารู้ว่าเขาเป็นสามีที่ไม่เอาไหน แต่หลังจากนี้เขาจะเป็นพ่อที่ดีให้ลูกสาวคนเดียว สองสามีภรรยาตกลงกันเอาไว้ว่าจะมีทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้นด้วยฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน การที่จะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ก่อนที่จะมีบุตรสาวคนนี้ เขากับภรรยาก็ต้องพูดคุยและตกลงกันอยู่นานจนได้ข้อสรุป

ห้าปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีในวัยห้าขวบเริ่มหัดอ่านหัดเขียน และมีแววในด้านภาษาต่างประเทศ เธอสามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องภาษาได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าครอบครัวมีฐานะยากจน แพรวนารีตอนเป็นเด็กนั้นมักจะมีบุคลิกทโมนเหมือนกับเด็กผู้ชาย และเพื่อนที่เธอเล่นด้วยก็มีแต่พวกผู้ชาย ดำรงและอารี สองสามีภรรยามีอาชีพทำนา ทุกเช้าหลังจากส่งเด็กหญิงไปโรงเรียนอนุบาลที่อยู่ใกล้บ้านเสร็จ อารีจะเข้าไปช่วยสามีทำนา และกิจวัตรประจำวันของสองสามีภรรยาก็วนลูบเป็นแบบนี้ไปทุกวัน

“แม่จ๋า…… เพื่อนที่โรงเรียนมีขนมไปกินตอนเช้าทุกวันเลย หนูอยากมีไปกินเหมือนเพื่อนบ้าง”

เย็นวันหนึ่งหลังจากที่อารีไปรับลูกสาวตัวน้อยกลับมาจากโรงเรียนเธอก็ได้ยินคำพูดของลูกที่ฟังแล้วจุกอก

“น้องพราวคะ ช่วงนี้ที่บ้านเราไม่ค่อยมีเงินใช้นะลูก พวกแมลงก็ลงข้าว พ่อเขาต้องซื้อยาฆ่าแมลงกับปุ๋ยมาบำรุงต้นข้าว เวลาเก็บเกี่ยวแล้วเราจะได้มีเงินมาซื้อกินซื้อใช้กันเยอะๆ ยังไงล่ะจ๊ะ”

เด็กหญิงตัวน้อยนั่งฟังมารดาอธิบายตาแป๋ว เธอที่วัยเพียงห้าขวบยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก แต่ทว่าเธอก็รู้ดีว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละบาท บิดามารดาของเธอต้องออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับก็เกือบค่ำมืด

“น้องพราวเข้าใจค่ะ น้องพราวจะพยายามไม่มองเวลาที่เพื่อนกินขนมก็แล้วกันค่ะ”

ความไร้เดียงสาของบุตรสาวทำให้คนเป็นมารดาอดที่จะสงสารลูกน้อยไม่ได้ มีลูกคนเดียวแท้ๆ แต่กลับมอบความสุขให้ลูกไม่ได้เลย มือบางที่หยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานหนักมาตั้งแต่สมัยเป็นสาวๆ ยื่นไปลูบผมยาวสลวยของบุตรสาวอย่างรักใคร่เอ็นดู

สามปีต่อมา

เด็กหญิงพราวนารีเป็นนักดนตรีของโรงเรียนตั้งแต่ขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่สอง ในวัยแปดปีเด็กหญิงได้ไปร่วมแสดงดนตรีหลายต่อหลายงาน พรสวรรค์ที่เด็กหญิงตัวน้อยมีทำให้บิดาและมารดาภูมิใจในตัวเธอ

เด็กหญิงแพรวนารีเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่บิดาที่เคยแสนดีกลับติดเหล้าเพราะความเครียดจากการทำนาแล้วไม่ได้ผลผลิตตามที่ควร ทุกๆ เย็นเด็กหญิงตัวน้อยจะได้ยินคำด่าทอของบิดาที่มีต่อมารดาไม่ขาดปาก เธอรู้สึกไม่มีความสุข ยิ่งวันไหนที่บิดาลงไม้ลงมือกับมารดา วันนั้นจะเป็นวันที่เด็กหญิงร้องไห้เสียใจเป็นที่สุด

และแล้วเด็กหญิงพราวนารีในวัยแปดขวบต้องเศร้าเสียใจอีกครั้ง เพราะบิดามารดาตัดสินใจไปหางานทำที่กรุงเทพฯโดยจะฝากเธอไว้กับผู้เป็นอา น้องสาวของบิดา การจากลาที่ไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไหร่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกเศร้าสร้อย ก่อนมารดาจะไปเด็กหญิงจึงพยายามโน้มน้าวให้มารดาเปลี่ยนใจ

"แม่จ๋า... แม่ไม่ไปได้ไหมจ๊ะ" เด็กหญิงเอ่ยถามมารดาอีกครั้ง

"แม่ต้องไปหาเงินมาใช้หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายาที่เราไปติดเขามาตอนทำนายังไงล่ะลูก ที่สำคัญแม่กับพ่อต้องไปหาเงินมาส่งหนูเรียนให้สูงๆ ยังไงล่ะจ๊ะ" นางอารีบอกกับบุตรสาว

"แล้วเมื่อไหร่แม่กับพ่อจะกลับมาอยู่กับหนูล่ะจ๊ะ" เด็กหญิงพราวนารีเอ่ยถามมารดา

"เมื่อครอบครัวเราไม่มีหนี้ และเมื่อพ่อกับแม่มีเงินมากพอที่จะเอามาลงทุนทำอะไรสักอย่างอยู่ที่บ้านเรายังไงล่ะลูก" ดำรงตอบบุตรสาวแทนภรรยาที่อ้ำอึ้งอยู่

"หนูต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และที่สำคัญอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ช่วยอาเขาทำงานบ้านบ้างนะลูก"

อารีอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่ได้ ถึงแม้ว่าคนเป็นอาจะรักหลานแต่ก็คงไม่มากไปกว่าลูกสาวที่อายุมากกว่าพราวนารีไปเพียงสองปี

"จ้ะแม่ หนูจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสั่งสอนของอา และจะช่วยอาทำงานบ้าน"

เด็กน้อยในวัยไร้เดียงสาตอบมารดาด้วยวาจาฉะฉาน

และจากวันนั้น ดำรงและอารีก็ไม่ได้กลับมาเยี่ยมบุตรสาวอีกเลย เพราะงานที่ไปทำคืองานก่อสร้าง พอหัวถึงหมอนก็พากันหลับใหล เขาและเธอเลือกที่จะส่งเงินกลับมาให้ผู้เป็นน้องสาว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของบุตรสาวที่ให้ไปอาศัยอยู่กับเธอแทน นานๆ ทีถึงจะโทรศัพท์มาหา

เด็กหญิงใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอามาอย่างราบรื่น แต่ก็มีบ้างบางครั้งบางคราที่เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกถึงความไม่ชอบธรรม อย่างเช่นการทำงานบ้าน เธอช่วยผู้เป็นอาทั้งล้างจาน ทั้งกวาดบ้านถูบ้าน บางทีก็มีซักผ้าให้อีกด้วย แต่ทว่าพี่สาวซึ่งเป็นลูกสาวของอากลับไม่หยิบจับอะไรเลย บางทีเด็กหญิงก็รู้สึกน้อยใจจวบจนอายุได้เก้าขวบ

การอยู่กับครอบครัวของอาเริ่มไม่มีความสุขเหมือนเมื่อก่อน พี่สาวที่เป็นลูกสาวของอาเริ่มออกเที่ยวเตร่และติดเพื่อน บางทีเด็กหญิงวัยเก้าขวบจึงต้องติดตามผู้เป็นพี่ไปด้วย ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดในการต้องมาเห็นและรับรู้ในเรื่องที่เด็กไม่สมควรจะรู้ เธอจึงตัดสินใจโทรบอกบิดาและมารดา

ดำรงและอารีตัดสินใจย้ายโรงเรียนให้เด็กหญิงพราวนารีในช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า เด็กหญิงดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้หลีกหนีสถานการณ์ที่อึดอัดเต็มที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพี่สาวลูกของอาที่กำลังติดเพื่อนผู้ชายจนบางครั้งก็พาเธอไปด้วยแบบไม่เต็มใจ รวมไปถึงการที่ต้องแบกรับหน้าที่เกินวัยมันทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่เหนื่อยใจมันเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กอย่างเธอ

ความเสียใจเพียงอย่างเดียวของเด็กหญิงพราวนารีในการย้ายโรงเรียนนั่นก็คือเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเธอที่คบกันมาตั้งแต่วัยอนุบาล

"พราว พราวจะไปเรียนที่กรุงเทพฯจริงๆ น่ะเหรอ"

เด็กหญิงสุนารีเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน เนื่องจากเมื่อก่อนบ้านทั้งสองอยู่ติดกัน จนกระทั่งบิดามารดาของเพื่อนสนิทพาไปอยู่ที่บ้านของอา ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้เจอกันนอกจากที่โรงเรียน

"จ้ะสุ พราวไปไม่นาน เดี๋ยวพราวก็กลับมา ไว้เรามาเป็นเพื่อนรักกันใหม่นะ" เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างไรก็เดียงสา

"ยัยพราวบ๊อง เราจะเป็นเพื่อนสนิทกันตลอดไปนั่นแหละ"

เด็กหญิงสุนารียิ้มออกมา ซึ่งเด็กหญิงพราวนารีก็ยิ้มตอบเช่นกัน เด็กน้อยทั้งสองกอดลากันในวันสุดท้ายของภาคเรียน

คนเป็นอารู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย เพราะอนาคตของพราวนารีที่โรงเรียนแห่งนี้เธอเป็นเด็กกิจกรรม และเธอก็เป็นนักดนตรีของโรงเรียน แต่ในเมื่อหลานได้ตัดสินใจที่จะไปกับพี่ชายของเธอแล้ว เธอจึงไม่ห้ามอะไร เพราะเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็ไม่มีเวลาดูแลเด็กๆ เหมือนกัน เพราะอาสาวก็มีอาชีพ ทำไร่ทำนาไม่ต่างจากบิดามารดาของพราวนารีในอดีต แต่ทว่าเธอทำมันได้ประสบความสำเร็จมากกว่า บวกกับมีที่นาเป็นของตนเองจึงไม่ต้องไปเช่าที่นาใครเหมือนกับครอบครัวของดำรง ผู้เป็นพี่ชาย

เด็กหญิงพราวนารีกราบลาผู้เป็นอาที่ให้ข้าวให้น้ำ ให้ที่พักอาศัยตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยลืมพระคุณและคิดว่าอย่างน้อยก็ต้องมีโอกาสได้กลับมาตอบแทนอย่างแน่นอน แต่ถ้าจะให้เธออยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัด เธอไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จเด็กหญิงวัยเก้าขวบก็มุ่งสู่เมืองหลวงของไทยกับบิดามารดาเพื่อไปเรียนต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ห้าที่โรงเรียนใกล้ที่พักของบิดามารดา เด็กหญิงไม่รู้เลยว่าชีวิตวันข้างหน้าจะต้องเจออะไรบ้าง แต่เธอคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องมีความสุขอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็เพราะได้อยู่กับคนที่เธอรัก

อ่านต่อ

สารบัญ เกิดใหม่อีกที ฉันจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าเดิม

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ้าหัวใจนายปิศาจ
8.0
โชคชะตาพาให้ปวีนุชต้องมาใช้ชีวิตบนเรือสำราญร่วมกับลายไม้ตลอดสิบสี่วัน ท่ามกลางบรรยากาศท้องทะเลที่ทำให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดและเรียนรู้ตัวตนของกันและกัน ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเร่าร้อนของฝ่ายชาย จนเธอขนานนามเขาว่าเป็นปิศาจที่ร่ายมนต์สะกดใจ แม้หัวใจจะเปี่ยมด้วยความรัก แต่ความกลัวในความต่างและอดีตที่เจ็บปวดทำให้เธอเลือกที่จะหนีไปพร้อมความทรงจำ โดยหวังลึกๆ ว่าเขาจะออกตามหาเธอเพื่อพิสูจน์ว่ารักแท้นั้นก้าวข้ามทุกอุปสรรคได้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์