APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!

รักสุดเฮี้ยบ ผู้จัดการจัดให้!

ไลเกอร์ อดีตสมาชิกวง Animalz ผู้มีชื่อเสียงด้านความใจร้อนจนทำให้วงแตก ยังคงเดินหน้าสร้างวีรกรรมฉาวในฐานะศิลปินเดี่ยวชื่อ ลีแทจิน จนไม่มีผู้จัดการคนไหนกล้ารับมือ บริษัทจึงส่ง นัชฌาน ผู้จัดการหนุ่มจอมเฮี้ยบมาดัดนิสัย แม้ภายนอกนัชฌานจะดูเหมือนเด็กมัธยม แต่เขาต้องเผชิญกับปัญหาสารพัดที่ไลเกอร์ก่อขึ้นไม่เว้นวัน งานนี้ผู้จัดการหน้าอ่อนจึงต้องงัดไม้แข็งมาปราบพยศเสือหนุ่มสุดฮอตให้กลายเป็นแมวที่เชื่องที่สุดให้ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิด
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

คนมองโบกมือไล่กลิ่นเตะจมูกนั้นเล็กน้อยก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้ามาข้างในห้องพลางสำรวจไปรอบๆ เห็นซากอารยธรรมที่ลีแทจินก่อเอาไว้ในห้องก็รู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนผู้จัดการควอนเจออะไรมาบ้าง แม้ว่าเขาจะพอเล่าให้ฟังมาแล้วก็เถอะ

“เก็บขวดเหล้าพวกนี้ซะ แล้วค่อยเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาด ถ้าแม่บ้านมาเห็นว่าในห้องนายเต็มไปด้วยขวดเหล้า อาจจะถูกเอาไปขายเป็นข่าวซุบซิบได้”

ลีแทจินอ้าปากค้างและเลิกคิ้วสูงพร้อมๆ กัน มาถึงก็ไม่แนะนำตัว ออกคำสั่งอย่างกับว่าเป็นเจ้าของห้อง ที่สำคัญยังตรงไปที่ตู้เย็นและจัดการเอากระป๋องเบียร์ที่เขาซื้อเก็บเอาไว้โยนใส่ถุงดำหน้าตาเฉยอีก

เจ้าของห้องไม่อาจอยู่เฉยได้อีกต่อไป ตรงเข้าไปแย่งเบียร์กระป๋องสุดท้ายจากมือคนตัวเล็กที่กำลังจะโยนใส่ถุงขยะมาถืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องโวยวายลั่นทันที

“ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย! ขุมทองของฉันนะเว้ย!”

“เบียร์ดื่มแล้วทำให้โง่ โง่ๆ อย่างนายยิ่งดื่มยิ่งโง่ ทิ้งๆ ไปซะ เลิกได้เลยก็ดี”

แทนที่อีกฝ่ายจะสำนึกว่าตัวเองทำอะไรอยู่ กลับตอกหน้าลีแทจินด้วยคำพูดเจ็บแสบจนอีกฝ่ายหน้าชา ความเมาที่ยังคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือดมลายหายสิ้นไปในเสี้ยววินาที เหลือแต่เพียงคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัวเท่านั้น

หมอนี่มันใครวะ?!

ก่อนที่ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นจะได้เดินไปยังห้องอื่น ลีแทจินที่เพิ่งได้สติเมื่อกี้ก็รีบกระโดดเข้าไปขวาง พลันว่าตาเขียว

“นายเป็นใครไม่ทราบ”

“ผู้จัดการ” อีกฝ่ายตอบสั้นๆ ตรงเข้าไปผลักอกแกร่งเปลือยเปล่าของคนตรงหน้าให้พ้นทาง คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ลีแทจินกระจ่างได้เลย เขาเข้ามาขวางคนตัวเล็กอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

“ผู้จัดการอะไร แล้วผู้จัดการควอนไปไหนฮะ”

คำถามของคนตัวโตสร้างความรำคาญให้ไม่น้อย แขกไม่ได้รับเชิญจึงถือโอกาสแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ ล้วงเข้ากระเป๋าเสื้อสูท หยิบนามบัตรออกมายื่นให้

“ท่านประธานคิมส่งฉันมาให้เป็นผู้จัดการคนใหม่ของนายแทนผู้จัดการควอน”

“นัชฌาน” ลีแทจินอ่านตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นเล็กๆ แล้วก็ต้องย่นคิ้ว “นายไม่ใช่คนเกาหลี?”

“ฉันมาจากประเทศไทย รู้จักมั้ย ไทยนะ ไม่ใช่ไต้หวัน” เจ้าของชื่อว่า

ลีแทจินร้องอ๋อเบาๆ มิน่าล่ะ สำเนียงเกาหลีของหนุ่มหน้าอ่อนคนนี้ถึงได้ฟังดูแปลกๆ ที่แท้ก็เป็นชาวต่างชาตินี่เอง หากแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญกว่านั้นคือทำไมจู่ๆ คิมแฮซูถึงได้ส่งผู้จัดการคนใหม่ที่ดูหน่อมแน้มมาดูแลเขาอย่างนี้ อายุน้อยก็น่าจะน้อยกว่าผู้จัดการคนก่อนมากโข เผลอๆ จะน้อยกว่าเขาด้วยซ้ำ หน้าตาก็อย่างกับเด็กมัธยมปลาย ตัวก็เล็กไม่ต่างจากเด็กประถม มันทำใจให้เชื่อยากเหลือเกินว่านัชฌานถูกคิมแฮซูส่งมาจริงๆ ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนผู้จัดการบ่อยๆ นั้นมันจะเป็นเรื่องปกติก็เถอะ ดีไม่ดี นี่จะเป็นแผนการทดสอบอะไรสักอย่างที่ผู้จัดการควอนกับคิมแฮซูรวมหัวกันมาแกล้งเขาก็ได้

พอคิดได้อย่างนั้น ใบหน้ายุ่งเหยิงของลีแทจินก็แปรเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมทันที ก่อนจะคว้าเอาต้นแขนของหนุ่มไทยที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องถัดไปและดึงให้ถอยหลังกลับมา

“ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะมาจากที่ไหนหรือว่าท่านประธานคิมจะส่งนายมาแทนผู้จัดการควอน นายกลับไปเลย แล้วฝากไปบอกท่านประธานคิมด้วยว่าถ้าจะเปลี่ยนผู้จัดการคนใหม่ให้ฉัน ฉันขอคนที่มีประสบการณ์ ไม่ใช่เด็กมัธยม ตัวเท่าเด็กประถมแบบนี้ ฉันอยากได้พี่เลี้ยง ไม่ได้อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็กซะเอง”

สีหน้าของนัชฌานไม่แสดงความรู้สึกใดๆ นอกจากหัวคิ้วที่ย่นลงเล็กน้อยเท่านั้นก่อนที่มือเล็กจะปัดมือของลีแทจินออก เขากะไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งเขาก็คงโทษอะไรไม่ได้นอกจากรูปร่างหน้าตาของตัวเองที่ดูเด็กเกินกว่าอายุจริง

ส่วนลีแทจินพอเห็นว่านัชฌานไม่ตอบโต้ใดๆ ก็กอดอก วางท่าประหนึ่งว่าเหนือกว่าทันที

“ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว จะออกไปเองดีๆ หรือจะให้โยนออกไปฮึเด็กน้อย?”

ยิ่งฟังก็ยิ่งเหมือนโดนลูบคม นัชฌานเริ่มชักสีหน้า ก่อนที่จะคว้าเอาแฟ้มเก็บเอกสารงานและนัดหมายต่างๆ มาชูขึ้นสูงและฟาดมันลงไปบนศีรษะของคนตัวสูงเต็มแรง ส่งผลให้ลีแทจินตัวงอไปในทันที

“โอ๊ย เจ็บนะ ทำอะไรของนาย!” คนถูกตีร้องโอดโอย ทว่าไม่ได้ทำให้นัชฌานสนใจได้เลย

“ไลเกอร์หรือลีแทจินเกิดปี ค.ศ.1992 มีอายุแค่ยี่สิบสองปี ส่วนฉันเกิดปี ค.ศ.1990 อายุยี่สิบสี่ ถ้านับแบบเกาหลี นายอายุยี่สิบสาม ส่วนฉันอายุยี่สิบห้า ไม่ว่าจะนับแบบไหน ยังไงฉันก็เป็นรุ่นพี่นายอยู่วันยังค่ำ”

ลีแทจินเบ้หน้าทันทีที่ได้ยิน “จะให้ฉันเรียกนายว่ารุ่นพี่ล่ะสิ เฮอะ ฝันไปเถอะ”

“จะเรียกอะไรก็แล้วแต่นาย ฉันไม่ได้สนใจว่านายจะเรียกฉันว่ารุ่นพี่อยู่แล้ว” นัชฌานปรายตามองหยันๆ พลางชำเลืองไปในห้องที่ลีแทจินใช้นอนเมื่อครู่ ก่อนจะว่าอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงล้มของขวดแก้ว “แล้วเมื่อไหร่นายจะไปเก็บขวดเหล้าสักที”

“ไม่เก็บ อยากเก็บก็ทำเอง” ลีแทจินว่าท้าทาย ซ้ำยังแกล้งเดินเข้าไปเตะขวดเหล้าบนพื้นให้กระจายไปทั่วห้องอีก

นัชฌานหรี่ตาลง รู้ทันทีว่าลีแทจินอยากลองของ เขาเองก็เตรียมไม้เด็ดกับคิมแฮซูมาแล้วเหมือนกันว่าจะจัดการเขาอย่างไร เท่านั้นก็เปิดแฟ้มเอกสาร คว้าเอากระดาษออกมาแผ่นหนึ่งก่อนจะชูมันให้ลีแทจินดู

“นี่เป็นสัญญาที่นายเพิ่งลงนามไปเมื่อเดือนก่อนกับท่านประธานคิมเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่านายจะถูกหักรายได้แปดสิบเปอร์เซ็นจากทั้งหมดให้บริษัทเป็นเวลาหกเดือนถ้านายก่อเรื่องทะเลาะวิวาทหรือสร้างความเสียหายให้กับบริษัทอีก จำได้มั้ย?”

มองแค่แวบเดียว ความทรงจำในส่วนลึกของสมองก็เริ่มทำงานทันใด ลีแทจินจำได้ดีว่าที่เขาเซ็นสัญญาไปตอนนั้นหลังจากที่เขาเมาแล้วไปทำลายป้ายบริษัทเสียหาย

“แล้วไง”

“นั่นเท่ากับว่าตอนนี้นายทำผิดสัญญา และงานครั้งต่อไปของนายจะถูกหักเปอร์เซ็นตามที่ระบุในกระดาษแผ่นนี้”

“คิดว่าแค่สัญญาง่อยๆ อย่างนั้นจะทำให้ฉันกลัวได้หรือไง”

เขาตอบเสียงห้วนอย่างไม่สนใจนักเพราะเขาไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอยู่แล้ว ถึงจะได้ค่าแรงแค่ยี่สิบเปอร์เซ็น แต่ในบัญชีธนาคารก็มีเงินมากพอที่จะอยู่แบบสบายๆ ไปสักปีสองปี

ทว่านัชฌานไม่ได้เตรียมแผนการมาแค่นั้น พอเห็นท่าทางไม่ยินดียินร้ายของคนตัวโต เขาก็งัดไม้เด็ดที่เหลือออกมาจากแฟ้มและโยนมันลงมาตรงหน้า มันคือสมุดบัญชีที่ลีแทจินฝากไว้กับผู้จัดการควอนนั่นเอง

“เมื่อเช้าฉันเอาสมุดบัญชีนายไปอัพเดตแล้ว วงเงินที่นายใช้ได้มีแค่ไม่เท่าไหร่ ฉันคำนวณให้แล้วว่าถ้านายจะใช้เงินที่เหลืออยู่เป็นค่ากินอยู่ในช่วงหกเดือนที่ถูกหักเงิน ส่วนรายได้ที่เหลือจากงานครั้งก่อนๆ ในช่วงที่ผู้จัดการควอนดูแลนาย ท่านประธานคิมยังไม่เซ็นอนุมัติให้จนกว่านายจะปรับปรุงตัว เพราะฉะนั้นนายจะต้องใช้ไม่เกินเดือนละหนึ่งล้านวอน1เท่านั้น ถ้าใช้เกินกว่านี้ นายอดตาย”

พอได้ยินอย่างนั้น จากสีหน้าเมินเฉยก็กลายเป็นตกใจทันที แต่ก็แค่แวบเดียวก่อนสีหน้าจะกลับเป็นปกติ

“สบาย” เขาแสร้งว่าทั้งที่ในใจร้อนรุ่มด้วยรู้ว่าเขาคงจะไม่ได้ไปเที่ยวผับไฮโซอีกสักระยะใหญ่ ใครจะไปรู้ว่าคิมแฮซูจะดัดหลังเขาด้วยวิธีการแบบนี้

“มีแค่นี้เองเหรอคำขู่ของนาย” พอสงบจิตสงบใจได้ ชายหนุ่มก็เลิกคิ้วสูงถาม บอกเป็นนัยๆ ว่าสิ่งที่นัชฌานเตรียมมานั้นมันจิ๊บๆ

นัชฌานหยักยิ้มขึ้นข้างหนึ่งอย่างเจ้าเล่ห์พลัน ขณะที่มือค่อยๆ หยิบเอกสารแผ่นสุดท้ายออกมา “แล้วก็นี่ จากสถานีตำรวจเมื่อเช้านี้”

“หมายเรียกจากตำรวจข้อหาทะเลาะวิวาท?”

“เปล่า ดูเอาเองสิ”

ลีแทจินเอะใจขึ้นมาทันที รีบเข้ามารับเอกสารในมือของนัชฌานมาดู และก็ต้องตะลึงงันเมื่อเอกสารนั้นไม่ใช่เอกสารสัญญาอะไร หากแต่เป็นเพียงภาพถ่ายคนในห้องขังที่สถานีตำรวจซึ่งถูกปริ๊นซ์ออกมา ถ้ามันเป็นรูปถ่ายธรรมดา เขาจะไม่ตกใจอะไรเลย แต่นี่ดันเป็นรูปของคนคุ้นเคยที่นั่งหน้าจ๋องอยู่ในห้องขังเสียอย่างนั้น

“พ่อ!” ชายหนุ่มลืมตัวร้องเสียงหลง หันมองหน้าคนตัวเล็กพลัน “นี่โดนข้อหาอะไรอีกเนี่ย”

“เมาแล้วขับ” นัชฌานตอบสั้นๆ พลางยักคิ้วข้างหนึ่งให้อย่างมีชัย

ลีแทจินตบหน้าผากตัวเองดังป้าบ นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่บิดาของเขาถูกจับในข้อหานี้ ถ้านับครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่สามในรอบปีแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาติดนิสัยขี้เหล้าและชอบสร้างปัญหามาจากใครถ้าไม่ใช่จากบิดา

เท่านั้น ลีแทจินก็ไม่อยู่พูดคุยอีกต่อไป รีบหาเสื้อมาใส่ คว้ากุญแจรถและกระเป๋าเงินเตรียมออกไปข้างนอกอย่างร้อนรน ทว่ายังไม่ทันจะได้เปิดประตู เสียงของนัชฌานก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน

“คิดว่าจะไปไหน”

“ถามมาได้ ก็ไปเสียค่าปรับให้พ่อไงเล่า” ลีแทจินหันมาตอบเสียงเขียวพลันเดินไปเปิดประตูห้อง และก็ชะงักขาอีกครั้งเมื่อนัชฌานพูดสะกิดใจขึ้นมา

“มีเงินพอหรือไง”

ชายหนุ่มครุ่นคิดไปทันที ถ้านัชฌานบอกว่าเขาต้องใช้เงินในบัญชีให้ได้หกเดือนจะตกอยู่ที่หนึ่งล้านวอนต่อเดือน เท่ากับว่าในบัญชีเขามีเงินแค่หกล้านวอนเท่านั้น แต่ตามกฎหมายของประเทศเกาหลีในคดีเมาแล้วขับ ค่าปรับอย่างต่ำอยู่ที่สามล้านวอนจนถึงสิบล้านวอน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่พอ และถ้าเขาไม่ไปเสียค่าปรับให้บิดาออกมา รับรองว่าบิดาของเขาได้เข้าไปนอนในซังเตแน่ๆ

ในตอนนี้ ลีแทจินเริ่มรู้แล้วว่าผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ไม่ธรรมดา เห็นท่าทางไร้เดียงสาอย่างนั้นที่ไหนได้ งูพิษชัดๆ!

“เฮอะ วางแผนมารอบคอบดีนี่คุณผู้จัดการ” เขามองหน้านัชฌานพลางส่งเสียงสบถในลำคอ

“ต้องขอบคุณท่านประธานคิมที่ให้ความช่วยเหลือ” นัชฌานว่าเย้ย

“พูดมาเลยดีกว่าว่านายต้องการอะไร” สุดท้ายฝ่ายที่ร้องท้าก็ต้องเป็นฝ่ายจำยอม

คราวนี้นัชฌานหยักยิ้มพรายด้วยรู้ว่าตนถือไพ่เหนือกว่าแล้ว ก่อนจะออกคำสั่งเดิมขึ้นอีกครั้ง

“ไปเก็บขวดเหล้าแล้วเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องซะ จากนั้นก็ไปอาบน้ำ เราจะได้ไปพาพ่อนายออกมากัน”

ไม่ยอมก็ต้องยอมจนได้สิน่า!

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
ภาพปกนิยายเรื่อง ความจำเสื่อม ชีวิตใหม่
8.3
เซิ่งหลินชวนฟื้นจากอาการโคม่าหลังอุบัติเหตุพร้อมความทรงจำที่หายไปกลับคืนมา เขาจำได้ว่ามีคนที่ตนรักมาแสนนาน จึงตัดสินใจบอกเลิกฉินเวยทันที โดยอ้างว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาในช่วงความจำเสื่อมคือความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจและขอให้จบลงเพียงเท่านี้ ทางด้านฉินเวยที่ยอมรับการเลิกราอย่างสงบ ได้ตัดสินใจเข้าร่วมการทดลองยาลบความทรงจำตัวใหม่ในห้องแล็บ เพื่อกำจัดร่องรอยความรักที่มีต่อเขาให้หายไปอย่างถาวรตามความต้องการของอีกฝ่าย
ภาพปกนิยายเรื่อง ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
8.3
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)
9.7
วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง ไอ้เสือของผม
8.3
เด็กกำพร้าผู้โชคดีได้รับอุปการะจากเจ้าพ่อมาเฟียในฐานะน้องชาย ก่อนความผูกพันจะแปรเปลี่ยนเป็นคนรักและตกลงใจสร้างครอบครัวด้วยกัน ทว่าชายที่เขาเทิดทูนกลับเป็นคนทำลายชีวิตจนพังพินาศด้วยความรุนแรงและการนอกใจ เขาจึงเลือกหนีจากกรงทองเพื่อเริ่มต้นใหม่ จนกระทั่งได้พบรักครั้งใหม่กับนายแบบนู้ดชื่อดังอย่างไม่คาดคิด เส้นทางชีวิตที่เคยบอบช้ำจะพลิกผันไปในทิศทางใด และเขาจะพบความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่ ร่วมลุ้นไปกับโชคชะตาที่ยากจะคาดเดา