APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง NightZ [III] RASCAL MAFIA

NightZ [III] RASCAL MAFIA

ชีวิตที่เคยเรียบง่ายของฉันต้องพังทลายลงอย่างไม่คาดฝัน เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เข้าไปพัวพันกับสมาชิกกลุ่มเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในมหาวิทยาลัย ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือเขาคนนั้นมีฐานะเป็นถึงว่าที่ผู้นำแก๊งมาเฟียที่กำลังถูกศัตรูตามล่าตัวอย่างหนักในขณะนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่ล้อมรอบตัวเขา ฉันกลับต้องมาติดร่างแหในวังวนแห่งความตายนี้ไปด้วย แล้วแบบนี้ผู้หญิงธรรมดาอย่างฉันจะเอาชีวิตรอดจากวิกฤตการณ์ที่แสนอันตรายนี้ไปได้อย่างไรกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันจันทร์..

“อ่ะพี่เหมียว งานร้อนนิดหนึ่งนะคะพี่ ระวังลวกมือ”

ฉันส่งเอกสารต้นฉบับที่ได้รับไปเมื่อเย็นวันศุกร์ให้พี่เหมียวแบบง่วงๆ ที่ว่าเป็นงานร้อนก็เพราะมันเพิ่งจะเสร็จตอนเช้าตรู่ของวันนี้ โดยที่ฉันได้พักสายตาไปแค่ชั่วโมงเดียวก่อนจะหอบร่างตัวเองมา ม. ต่อน่ะสิ ง่วงเป็นบ้า ฮ้าววว

“ไหวมั้ย ไปหาที่นอนสักแป๊บไป”

“อือ”

พอพี่เหมียวบอกมาก็ฉันพยักหน้าตอบกลับไปแบบมึนๆ ก่อนจะเดินสะเปะสะปะเข้าไปแถวชั้นหนังสือในมุมมืดๆ แล้วหาที่ทิ้งตัวลงไปทันทีแบบหมดเรี่ยวหมดแรง เอาตรงนี้ละกันเงียบดี มุมอับด้วย…

ครืดดด ครืดดด

แต่พักสายตาไปได้ไม่เท่าไหร่ มือถือของฉันก็ดันสั่นขึ้นมาขัดจังหวะ ฉันเลยควานหามันในกระเป๋าทั้งที่ยังหลับตาอยู่แบบนี้นี่แหละ

‘P.MEAW’

“อื้อออ ว่าไงคะพี่” พอลืมตามาดูเห็นเป็นพี่เหมียวโทรเข้ามา ฉันเลยกดรับและพูดออกไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้พร้อมจะหลับเต็มที

[โมออกมานี่แป๊บ ตอนนี้เลยนะ]

“อือ แป๊บนะ”

ตริ๊ด!

แล้วพี่เหมียวก็วางไป เฮ่อออ.. อย่าบอกนะว่าฉันทำงานพลาดอ่ะ แต่มันก็มีโอกาสนั่นแหละนะ เล่นทำหามรุ่งหามค่ำแบบนั้น ฉันค่อยๆ ลืมตาช้าๆ พอปรับสายตาได้สักพักฉันก็ลุกขึ้นจากมุมอับของห้องสมุดที่สิงอยู่เดินมาหาพี่เหมียวที่เคาน์เตอร์บรรณารักษ์ทันที

“งานพลาดหรอพี่”

ฉันเอามือเท้าขอบเคาน์เตอร์ที่มีพี่เหมียวนั่งอยู่ด้านใน แล้วอยากจะมุดหน้าลงไปด้วยความง่วงซะจริง แต่พี่เหมียวก็ส่ายหัวก่อนจะตอบกลับมา แล้วหันไปหาผู้ชายอีกคนที่ยืนก้มหน้าดูงานเก่าๆ ของฉันที่ยืนอยู่ถัดออกไป

“เปล่า มีงานใหม่”

ฉันหันมองตามพี่เหมียวไป ก็เจอกับใครบางคนที่ดูคุ้นๆ แฮะเหมือนจะเป็นหนึ่งในแก๊งค์เทพเจ้าอะไรนั่นล่ะมั้ง

“นาย...” ฉันเอ่ยปากทักออกไปอย่างใช้ความคิด แล้วผู้ชายคนนั้นหันมองฉันนิ่งๆ ก่อนที่ฉันจะพูดต่อไปแบบง่วงๆ

“...ชื่อไรนะ”

เหอะๆ ก็มันจำไม่ได้จริงๆ หนิ คือพอรู้ว่าอยู่แก๊งค์นั้นนั่นแหละ แต่ชื่อแซ่มีใครนักฉันไม่เคยจำอ่ะ หรืออาจเพราะฉันเห็นหมอนี่บ่อยตาม Know more ที่เป็นแอพพลิเคชั่นยอดฮิตของมหาลัยด้วยมั้งก็เลยจะคุ้นกว่าคนอื่นหน่อย

“เลโอ” ผู้ชายตรงหน้าตอบมาสั้นๆ ฉันเลยพยักหน้าให้และถามออกไปแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

“อืม มีไร?”

เอาจริงตอนนี้ถึงคนรอบข้างจะซุบซิบๆ แล้วชี้มาที่คนตรงหน้าฉันอย่างระริกระรี้กันแค่ไหนก็เถอะ แต่คือ..ใครจะกรี๊ดแก๊งค์นี่ก็แล้วแต่นะ แต่ฉันน่ะโคตรง่วงเลยจริงๆ ตรงไหนมีที่ให้นอนบ้าง

“น้องเลโอ..นี่โมเน่ต์ เด็กอักษรฯ ปี 3 งานแปลเอกสาร พิสูจน์อักษรเป็นงานถนัดของโมมัน เนื้องานก็ตามนี้เลย ถ้าไม่ติดอะไรพี่แนะนำคนนี้ค่ะ”

แล้วพี่เหมียวก็แนะนำฉันให้คนนั้นตรงหน้ารู้จัก ส่วนเขาก็พยักหน้ารับรู้เบาๆ และมองมาด้วยสายตาที่ดูเป็นมิตร อ๋อ.. เลโอ Nightshade เริ่มคุ้นขึ้นมาละ.. ประมวลผลได้บ้างละ อือๆ

“ปี 3 งั้นก็รุ่นพี่ ตรงๆ เลยนะเจ๊งานนี้ผมโคตรรีบ อยากได้ศุกร์นี้ทำทันมั้ย”

แล้วท่าทางนิ่งๆ ของคนตรงหน้าฉันก็เปลี่ยนไปเป็น Friendly ขึ้นมาทันตา ก่อนที่หมอนี่จะยื่น Text หนาๆ เล่มหนึ่งมาให้ฉันด้วยท่าทางรีบร้อนจริงๆ แต่เรียกฉันว่าเจ๊เนี่ยนะดูแก่ชะมัด

“คุยเรทกันแล้ว?” ฉันหันไปถามพี่เหมียวกับเลโอสลับกัน แล้วทั้งสองคนก็พยักหน้าออกมา

“อืม ของานดีก็พอ”

เลโอตอบกลับมา แต่ดูท่าหมอนี่ก็ไม่ได้ใส่ใจจำนวนเงินที่ต้องจ่ายฉันเท่าไหร่อยู่แล้วนี่นา ก็ใส่แบรนด์เนมทั้งตัวแบบนั้นอ่ะนะ แค่ค่าแปลภาษากิ๊กก๊อกขนหน้าแข้งคงไม่ร่วงหรอกมั้ง

“อือ..งั้น Deal”

ฉันตอบไปแล้วรับ Text ในมือเลโอมาเปิดดูนิดหน่อยก่อนจะพยักหน้า แล้วหมุนตัวกลับไปหาชั้นหนังสือหนีเข้ามุมนอนต่อรอเรียนคาบบ่าย

หลายวันต่อมา..

ครืดดด ครืดดด

MEAW : โม วันนี้พี่ลา

MEAW : แต่แกมีนัดส่งงานเลโอใช่ป้ะ

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งเรียนแบบสัปหงกเพราะมัวแต่เอาเวลานอนไปโฟกัสอยู่กับไอ้ Text บ้ามหากาฬของเลโอ Nightshade ที่มันโคตรยาก โคตรหิน แถมศัพท์เฉพาะโคตรเยอะทำให้ต้องหาข้อมูลหลายๆ คืนติดกันจนร่างแทบพัง มือถือก็สั่นแจ้งเตือนว่าพี่เหมียวก็ไลน์เข้ามา ฉันเลยตอบกลับไปทันที

MONÉ : ใช่พี่

MEAW : งั้นเอา contact ไปติดต่อกันเองนะ ว่าจะนัดรับที่ไหน

MONÉ : ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ

MEAW ส่งรายชื่อผู้ติดต่อถึงคุณ

พอได้ Contact ของหมอนั่นมาฉันก็ทักไปทันที แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเขาจะตอบกลับมา

MONÉ : วันนี้พี่เหมียวลา

MONÉ : นายจะนัดรับ Text ที่ไหน?

อืม..ช่างเหอะ ว่างเดี๋ยวก็ตอบเองแหละ แล้วฉันก็เลคเชอร์ต่อทั้งที่ง่วงๆ แบบนี้แหละ ชีวิตฉันมันจะง่วงแบบนี้ตลอดเวลาเลยรึไงเนี่ยฮะ แต่ก็ช่วยไม่ได้.. ไม่มีพ่อแม่สายเปย์เหมือนคนอื่นเขานี่ กว่าได้ทุนเรียนที่นี่ตลอดหลักสูตรก็อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำแบบนี้จนชินไปละ แล้วข้อสอบที่นี่คือหินมาก นึกแล้วยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะผ่านมันมาได้

ครืดดด ครืดดด

แล้วสักพักมือถือฉันก็สั่นแจ้งเตือนอีกครั้ง คราวนี้พอหันไปดูก็เห็นเป็นเลโอตอบกลับมา ฉันเลยละสายตาจากสมุดเลคเชอร์หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านทันที

LEO : ผมออกมาทำกิจกรรมนอก ม.

LEO : รบกวนฝากไว้ที่ Nightshade ทีครับ ใครก็ได้

MONÉ : เค

LEO : ขอบคุณครับ

ฉันอ่านแล้วตอบกลับไปก่อนจะนึกขึ้นได้ทีหลังแล้วนั่งมึนๆ อยู่สักพัก.. ให้ฝากไว้ที่ Nightshade คนไหนก็ได้อ่ะเข้าใจ แต่ฉันรู้จักใครในแก๊งค์เทพเจ้านั่นบ้างวะเนี่ย =_=? แล้วก็ดันตอบตกลงหมอนั่นไปซะงั้นอ่ะ เออ.. หาเรื่องให้ยุ่งยากแท้ๆ

ครืดดด ครืดดด

LEO ส่งรูปภาพถึงคุณ

MONÉ ส่งสติ๊กเกอร์

หลักจากตอบกลับไปได้ไม่นาน มือถือก็สั่นแจ้งเตือนว่ามีเงินเข้าบัญชี พร้อมกับเลโอที่ส่งรูปภาพสลิปการโอนมาให้ในไลน์ ฉันเลยส่งสติ๊กเกอร์กลับไปว่ารับรู้แล้วและกดปิดจอไปทันที

พอจบคาบเรียนฉันแอบไปถามเพื่อนในคลาสมาละว่าจะเจอใครสักคนใน Nightshade ได้ที่ไหน และทุกคนก็แนะนำให้ไปที่ตึก IST เห็นแต่ละคนบอกว่ามันจะมีห้องอะไรสักอย่างที่ Nightshade ชอบไปสิงสถิตกันในนั้น ก็นะ.. งั้นไปห้องนั้นละกันยังไงก็ต้องสักคนแหละน่า

ใช้เวลาไม่นานฉันก็เดินมาถึงหน้าห้องๆ หนึ่งที่เดาว่าน่าจะใช่ห้องที่พวกเพื่อนๆ ในคลาสแนะนำมาและไม่ลังเลที่จะเปิดประตูเข้าไป จะได้รีบฝากงานไว้เพราะอยากกลับห้องไปนอนเต็มที

แกร๊กกก แอ๊ดดด

แต่พอก้าวขาเข้ามาข้างใน ห้องทั้งห้องกลับเงียบกริบ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อยู่เลยสักคน เหอะ.. อย่าบอกนะว่ามาเสียเที่ยวน่ะ ฉันหันมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแต่ก็ไม่เจอใครเลยนอกจากโน๊ตบุ๊ค โต๊ะทำงาน โซฟารับแขก และพวกเอกสารอื่นๆ เลยถอนหายใจออกมาแบบเซ็งๆ แล้วหมุนตัวกลับไปที่ประตู

เฮือก !

แต่พอหันกลับมาฉันถึงกับต้องสะดุ้ง เพราะดันมีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังฉัน ซึ่งหมอนี่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มาแบบเงียบมาก ฉันไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วผู้ชายคนนั้นก็เดินผ่านฉันไปนั่งที่โซฟาแบบไม่พูดไม่จา แถมยังส่งสายตาที่ดูแล้วแอบแฝงไปด้วยความน่ากลัวมาให้

“ที่นี่..ใช่ห้อง Nightshade ป้ะ?”

ฉันเอ่ยปากถามออกไปแล้วคนตรงหน้าก็พยักหน้าตอบกลับมาแทน แต่ยังส่งสายตาดุๆ นั่นมาไม่หยุด

“แล้วนาย..เป็นเพื่อนกับเลโอรึเปล่า?”

เออแฮะ มันดูเป็นคำถามที่โง่มากไปมั้ยอ่ะ แต่เท่าที่ดูก็เหมือนจะคุ้นๆ หน้าหมอนี่อยู่นะ และถ้าให้เดาจากภาพรวมนี่...ก็มีเปอร์เซ็นต์ว่าจะใช่ใครสักคนในแก๊งค์เทพเจ้าอยู่ แต่อย่างที่บอกฉันไม่รู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัว เพราะงั้นถ้าคนตรงหน้าคอนเฟิร์มว่าใช่เพื่อนเลโอจริง ฉันก็จะได้ฝากงานเอาไว้

แล้วผู้ชายคนนั้นก็พยักหน้าออกมาแทนคำตอบ ก่อนจะจ้องมาที่ฉันนิ่งๆ อยู่แบบนั้นไม่หยุด หมอนี่เป็นคนประเภทไหนกัน มนุษยสัมพันธ์แย่สุด พูดบ้างดอกพิกุลมันจะร่วงจากปากรึไง -*-

พรึ่บบบ!

พอแอบบ่นในใจเสร็จ ฉันก็หยิบ Text ในกระเป๋าพร้อมกับฉบับแปลที่ทำฉันร่างแทบพังออกมาแล้วเดินเอาเข้าไปยื่นให้ แต่หมอนี่ก็ไม่ยอมยื่นมือมารับมัน แถมยังทำท่าทางขี้เก๊กแบบนั้นตลอดเวลา ฉันเลยโยนมันไว้บนโต๊ะนั่นแหละ จะเแอคทำไมให้เสียเวลา น่าหงุดหงิดชะมัด!

ตึงงงง!

“เลโอให้ฝากไว้”

หลังจากที่ฉันโยน Text ลงบนโต๊ะ ดวงตาคมเข้มดูดุดันก็ก้มมองมันและตวัดสายตาขึ้นมามองฉันทันที เออ ยอมรับว่าสายตานั้นมันน่ากลัว แต่ช่วยไม่ได้..หมอนี่ไม่มีมารยาทก่อนเอง! แล้วฉันก็หมุนตัวกลับไปที่ประตู ก่อนจะนึกได้ว่าอย่างน้อยถามชื่อแซ่หมอนั่นไว้หน่อยก็ดีเผื่องานฉันไม่ถึงมือเลโอจะได้ตามกันได้

“นาย..ชื่ออะไร?”

ฉันถามออกไปแล้วหยุดฟัง แต่ร่างสูงบนโซฟานั้นกลับจ้องมาที่ฉันอย่างพิจารณาอยู่นานอยู่สองนานกว่าจะยอมตอบกลับมาแบบโคตรประหยัดคำ

“เตโช”

อ่าหะ.. เตโช Nightshade เหมือนจะเคยได้ยินแหละมั้งจำไม่ได้ พอได้คำตอบแล้วฉันก็เปิดประตูเดินออกจากห้องมาทันที เหอะ! คนอะไรนิ่งชะมัด มีหัวจิตหัวใจรึเปล่าเนี่ยฮะ ตอนเด็กๆ ไม่มีเพื่อนเล่นรึไง ถึงได้ทำหน้าเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้ตลอดเวลา

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงรักหงส์ฟ้า อาญามังกร
7.8
โชคตราชะตานำพาความวุ่นวายมาสู่ทายาทมาเฟียและยากุซ่าผ่านเรื่องราวของคู่แฝดชายหญิงใน บ่วงรักหงส์ฟ้า อาญามังกร เมื่อหงส์สาวแสนสวยต้องมาเผชิญหน้ากับเบนนีโต้ ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันตราย เขาใช้สัมผัสอันนุ่มนวลและวาจาหว่านล้อมเพื่อล่อลวงให้เธอติดกับดักแห่งความปรารถนา แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพื่อรักษาหยิ่งทระนงเพียงใด แต่กลับไม่อาจต้านทานกรงเล็บมังกรที่พร้อมจะกลืนกินเธออย่างช้าๆ ในวังวนแห่งรักที่ยากจะหลบหนีครั้งนี้ได้เลย
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง ไอมาเฟีย นั่นเมียกู
8.0
เมื่อโจดินมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลพบว่ายูมิคู่หมั้นของเขาแท้จริงคือคนรักของนิเณอหญิงสาวสุดแกร่งผู้ไม่เกรงกลัวใคร แทนที่เขาจะโกรธแค้นเสน่ห์และความกล้าหาญที่โดดเด่นของนิเณอกลับดึงดูดใจมาเฟียหนุ่มอย่างรุนแรงจนเขาเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายและปรารถนาจะครอบครองเธอมาเป็นภรรยาแทนที่คู่หมั้นเดิม เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งท่ามกลางอำนาจมืดจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ใจสาวแกร่งคนนี้มาครอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียเก็บมาเฟีย
8.8
เมื่อพ่อขโมยเพชรล้ำค่าจากตระกูลมาเฟีย ยาหยีจึงต้องสละศักดิ์ศรีเข้าแลกอิสรภาพให้บิดาด้วยการเสนอตัวเป็นสินค้าให้ คอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อผู้เย็นชาได้เชยชม แม้ต้องเผชิญบทรักที่รุนแรงจนแทบขาดใจ แต่ร่างกายกลับเสพติดรสสิเน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่คอร์เนลเคยมองว่าผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศที่ใช้แล้วทิ้ง ทว่าความหวานล้ำของยาหยีกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งจนเขากลายเป็นฝ่ายคลั่งไคล้เสียเอง ท่ามกลางความยโสที่พยายามปฏิเสธความรู้สึก แต่ลึกๆ เขากลับโหยหาและไม่อาจสูญเสียเธอไปได้แม้เพียงวินาทีเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง เสี่ยงรักมาเฟียร้าย
9.5
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกศักดิ์ศรีและร่างกายเพื่อหาเงินมารักษาพี่ชายเพียงคนเดียว เธอตกปากรับข้อเสนออันแสนอันตรายเพื่อกลายเป็นของเล่นในมือมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปรานี แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์จะวางอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนของสะสมชิ้นโปรดให้กลายเป็นผู้หญิงที่เขาหวงแหนเกินกว่าจะปล่อยมือ ทว่าในวันที่ความผูกพันกำลังเบ่งบานเป็นความรักที่แสนหวาน เรื่องราวกลับต้องเผชิญกับจุดพลิกผันที่ทำให้ทุกอย่างพังทลายลง