APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)

แก้วอสุรา (ภาคแรกของ เสน่หากุมภัณฑ์)

วิรัลย์ ราชกุมารผู้ถูกเมินแห่งเวรุฬา หวังสร้างชื่อจากการนำทัพทำศึก แต่กลับพ่ายแพ้ต่อไอศูรย์ จอมทัพผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นปรมะอย่างราบคาบ แทนที่จะถูกประหาร เขากลับถูกขอตัวเป็นรางวัลแห่งชัยชนะด้วยรูปโฉมที่งดงามต้องตา แม้ไอศูรย์จะเพียรเกี้ยวพาราสีเพียงใด วิรัลย์ก็พร้อมปลิดชีพตนเองดีกว่าต้องอัปยศเพราะถูกขืนใจ จอมทัพอสุราจึงต้องเปลี่ยนจากการใช้กำลังมาเป็นเล่ห์กลเพื่อล่อลวงหัวใจยักษาผู้เย่อหยิ่งให้ยอมศิโรราบในศึกรักครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3

วิรัลย์ไม่แปลกใจนักหากจอมทัพของราชศัตรูจะเรียกเขาเช่นนั้น เพียงเห็นรูปลักษณ์หรือท่วงท่าอันมีจริต ผู้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเชื้อพระวงศ์ย่อมดูออก ทว่านั่นหาได้สำคัญแต่อย่างใด วิรัลย์รู้แต่เพียงว่าเขาถูกนำตัวกลับสู่ปรมะนคร แผ่นดินที่เขาไม่เคยเหยียบย่างหรือคิดจะไปเยือนตั้งแต่ถือกำเนิดมา

การเดินทางช่างยาวนานนัก ใช้เวลาไปร่วมสองสัปดาห์กว่าจะถึงยังที่หมาย ระหว่างการเดินทางกลับ ไอศูรย์ก็ลอบพินิจโฉมหน้าของเจ้าชายต่างแคว้นไปด้วย

ไม่ว่าจะพินิจพิจารณาอย่างไร เจ้าชายพระองค์นี้ก็มีรูปโฉมงดงามหยาดฟ้ามาดินเสียจริง...

จากครั้งแรกที่เพียงสะดุดตา กลายเป็นว่าไม่กี่วันให้หลัง เขาก็ลุ่มหลงในความงดงามนั่นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น หากเรื่องเช่นนี้อุบัติในยามปกติสุข คงจะได้ถูกเรียกขานว่าความรู้สึกนั้นคือบุพเพสันนิวาส แต่เพราะเกิดขึ้นในขณะที่มีการรบรา ไอศูรย์จึงต้องยับยั้งความรู้สึกนี้ด้วยเห็นว่าเป็นการไม่สมควร

เป็นยักษ์บุรุษทั้งคู่ก็ว่าอัปยศแล้ว ยังจะเป็นอริศัตรูกันอีก บุพเพสันนิวาสอันใดกัน การหลงผิดชวนให้หัวร่องอหายมากกว่า...

และเพราะคิดเช่นนั้น ไอศูรย์ก็ไม่ใคร่สนใจอีกต่อไป ไม่แม้แต่จะพูดคุยด้วยสักคำ ไม่เพียงแต่ไอศูรย์เท่านั้น วิรัลย์เองก็หาได้อยากจะเสวนากับเขา

ไม่ว่าผู้ใดที่เป็นคนของปรมะ เขาก็ไม่อยากจะเสวนาพาทีด้วยทั้งนั้น!

ดังนั้นต่างฝ่ายจึงไม่รู้นามของกันและกัน วิรัลย์เองก็หาได้เอ่ยปากบอกผู้ใด แม้ถูกเค้นถามก็ยังคงเงียบนิ่ง ดำรงไว้ซึ่งสีหน้าหยิ่งผยอง ถึงจะถูกคุมขังในคุกก็ไม่หวั่นไหวแต่อย่างใด ราวกับว่าเตรียมใจมาสำหรับการนี้อยู่แล้ว

ซึ่งก็ใช่... หากไม่ได้รับชัยก็ต้องมีจุดจบเช่นนี้

แต่เขาไม่ได้ถูกกระทำการใดนอกเสียจากคุมขังไว้เฉยๆ ด้วยกษัตริย์แห่งปรมะนครได้สดับรับฟังว่ายักษ์หนุ่มที่ไอศูรย์นำตัวมาเป็นถึงพระราชโอรสของกษัตริย์แห่งแคว้นเวรุฬา จึงประสงค์ใช้เป็นองค์ประกันต่อรองกับแคว้นราชศัตรู

หากทว่าผ่านไปเจ็ดทิวาเจ็ดราตรีแล้วไซร้ ก็ยังไม่มีผู้ใดจากเวรุฬามีทีท่าว่าจะช่วงชิงเจ้าชายพระองค์นี้กลับไป แม้กระทั่งอุปนิกขิต4ที่แฝงตัวอยู่ในเวรุฬาก็ยังไม่มีรายงานว่ากษัตริย์เวรุฬาจะมีพระบัญชาใดเพื่อนำพาตัวพระราชโอรสกลับไปแต่อย่างใด

เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่าการจับไว้เป็นองค์ประกันหาได้มีประโยชน์อันใด...

เมื่อไร้ซึ่งประโยชน์ ชีวีก็ไม่จำเป็นต้องรักษา

หลังจากถูกคุมขังเป็นองค์ประกันอยู่เจ็ดวันเต็ม ในวันที่แปด สถานะของวิรัลย์ก็แปรเปลี่ยนเป็นเชลยสงครามที่ต้องโทษประหาร เขาถูกตีตรวนและนำตัวออกจากคุกสกปรก ทหารสองนายที่ดำรงตำแหน่งเพชฌฆาตเป็นผู้นำเขาไปยังลานประหารที่อยู่ในท้ายพระราชฐานอันกว้างใหญ่

เสียงดังครูดของโลหะดังเรื่อยไปตามพื้นทำลายความเงียบงันรอบข้างไปเสียสิ้น แม้จะไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมีจุดจบเช่นนี้ แต่ก็มิอาจตัดพ้อต่อว่าหรือกล่าวโทษผู้ใดได้ ด้วยผลทั้งหมดนั้นเกิดจากความทระนงตนของเขาทั้งสิ้น

เมื่อมาถึงยังหลักประหารที่อยู่ในลานกว้าง วิรัลย์ก็ถูกบังคับให้คุกเข่าลงต่อหน้ากษัตริย์แห่งปรมะนครที่ประทับอยู่บนพลับพลา รอทอดพระเนตรรอเพชฌฆาตสังหารยักษ์ตรงหน้าเสียให้สิ้น

ด้วยเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ต่อให้เป็นอริราชศัตรู การประหารจึงมิอาจกระทำได้โดยการฟันคอให้ขาดในดาบเดียว ท่อนจันทน์ถูกอัญเชิญมาเบื้องหน้า วิรัลย์ราชกุมารถูกปลดโซ่ตรวนและจับมัดมือไพล่หลัง ถุงผ้ากำมะหยี่สีแดงสดถูกนำมาคลุมศีรษะตลอดจนลำตัว โลหิตของเชื้อราชวงศ์มิอาจปล่อยให้ตกสู่พสุธา แต่นั่นจะสำคัญอย่างไรกัน ในเมื่อเพลานี้ จุดจบของเขาคือความตาย ก่อนเพชฌฆาตจะดึงทึ้งให้เขานอนลงไปบนเบาะขลิบดิ้นทอง

ดวงตาคมเหลือบมองไปยังเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย ไร้ซึ่งการวิงวอนขอชีวิต วิรัลย์รู้ดีว่าการถูกประหารด้วยท่อนจันทน์นั้นนับว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูงสุดของกษัตริย์แห่งปรมะนครแล้ว อีกทั้งการขอชีวิตตนนั้นเป็นการเสื่อมเสียเกียรติยิ่ง แม้ตัวต้องตาย แต่เขาก็จะไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาเพื่อประวิงเวลาให้ตนได้มีลมหายใจ

วิรัลย์สูดลมหายใจเข้าเสียเฮือกใหญ่ราวกับจะดื่มด่ำกับการมีชีวิตอยู่เป็นครั้งสุดท้าย พลันปิดเปลือกตาลง น้อมรับความตายที่ถูกมอบให้โดยศิโรราบ

หมดสิ้นแล้วซึ่งชีวี แต่มอดม้วยไปเสียก็ดี ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็เป็นเพียงราชกุมารที่ไม่มีผู้ใดต้องการ...

เขารำพึงในใจ ปล่อยวางทั้งหมดและปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามชะตากรรม

หากแต่ยังไม่ทันที่เพชฌฆาตจะได้เหวี่ยงท่อนจันทน์ลงมายังศีรษะ พลันก็ได้ยินเสียงแหบห้าวดังเข้ามาในโสตอย่างไม่ทันตั้งตัว

“เสด็จอา... กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล”

เสียงนั้นหยุดทุกการกระทำของทุกสรรพสิ่ง ขณะที่กษัตริย์แห่งปรมะนครเหลือบพระเนตรมองคนตรงหน้าซึ่งก็คือไอศูรย์ที่มารอดูการสำเร็จโทษในครั้งนี้ด้วย ก่อนที่พระองค์จะพยักพระพักตร์เล็กน้อยให้อีกฝ่ายได้กล่าวต่อ

เมื่อได้รับพระราชทานอนุญาต คนขัดเหตุการณ์ก็เปล่งวาจาออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“กระหม่อมใคร่จะทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ราชกุมารแห่งเวรุฬาพ่ะย่ะค่ะ”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”

“กระหม่อม...ทูลขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ยักษาตนนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

ไอศูรย์ย้ำคำออกมาอีก ถ้อยวจีนั้นช่างสร้างความตะลึงงันให้แก่ผู้สดับรับฟังยิ่งนัก

จอมทัพผู้เกรียงไกรที่มิเคยเว้นชีวิตให้ศัตรูใดกลับร้องขอชีวิตให้กับราชกุมารจากแคว้นศัตรูเช่นนั้นรึ?

น่าประหลาดนัก จนกษัตริย์ปรมะนครต้องตรัสถาม

“เพราะเหตุใด เจ้าถึงอยากร้องขอชีวิตมัน?”

“กระหม่อมเห็นว่าอาจจะมีประโยชน์ต่อปรมะในภายภาคหน้าพ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยก็อาจจะใช้ตะล่อมถามในสิ่งที่เราไม่รู้เกี่ยวกับเวรุฬาได้”

ไอศูรย์กล่าวให้คู่สนทนาขบคิด ขณะที่ใจเขาเองนั้นหาได้คิดจะใช้วิรัลย์เพื่อการยึดครองกรุงเวรุฬาเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงอยากจะรักษาชีวิตของวิรัลย์ไว้เท่านั้น คราแรกเขาจะตัดใจจากวิรัลย์อยู่แล้ว ด้วยคิดว่าความรู้สึกที่มีต่อยักษ์หนุ่มรูปงามนั้นเป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่เมื่อเห็นว่าวิรัลย์จวนเจียนจะถูกสำเร็จโทษ ดวงใจก็รวดร้าวดุจมีผู้ใดมาบีบเสียจนแหลกละเอียด สุดท้ายก็ทนฝืนความเสน่หาของตนไม่ไหว จำต้องเอ่ยขัดออกมา

“เจ้าคิดว่ามีประโยชน์อย่างนั้นแน่รึ?”

กษัตริย์ปรมะตรัสถามอีกครั้ง ไอศูรย์พยักหน้า

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จอา กระหม่อมเห็นเป็นเช่นนั้น”

กษัตริย์ปรมะหาได้เคยคลางแคลงในการตัดสินใจหรือคำแนะนำใดของผู้เป็นพระภาติยะแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยไอศูรย์นำชัยมาให้ปรมะนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังไม่ทะเยอทะยานใดๆ เจียมเนื้อเจียมตน ไม่เคยทูลขอขึ้นดำรงสถานะยุพราช พึงใจกับการเป็นจอมทัพในกองทหารแห่งแคว้นเท่านั้น

และเมื่อไอศูรย์ว่ามาเช่นนี้ การสำเร็จโทษจึงถูกยับยั้ง กษัตริย์ปรมะมีพระบัญชาให้เพชฌฆาตจับวิรัลย์ให้ลุกขึ้นนั่ง

คนที่เฉียดความตายมาแล้วครั้งหนึ่งถึงกับลอบถอนหายใจเฮือก แม้จะไม่วิงวอนร้องขอการมีชีวิตต่อ แต่ก็หาใช่ว่าจะไม่เกรงกลัวต่อความตายที่ถูกหยิบยื่น ก่อนที่ความรู้สึกทั้งมวลจะมลายหายไปเมื่อได้ยินพระสุรเสียงของกษัติรย์อริราชย์

“จงขอบน้ำใจเจ้าไอศูรย์ซะ เขาผู้นั้นเป็นผู้มีพระคุณของเจ้า”

วิรัลย์ทำเพียงเบนสายตาทอดมองไปยังยักษ์หนุ่มที่ยกยิ้มให้นิ่งๆ โดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

สายตาที่ทอดมองมายังเขานั้นช่างเย็นชาและแข็งกร้าว บ่งบอกให้ไอศูรย์รับรู้ได้ว่าไม่ว่าอย่างไร วิรัลย์ก็จะไม่ยินยอมศิโรราบโดยง่าย แต่นั่นหาได้สำคัญอีกแล้วเมื่อจู่ๆ จอมทัพอสุราก็มีความคิดบางอย่างขึ้นมาฉับพลัน

“นอกจากจะทูลขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว กระหม่อมยังมีเรื่องอยากจะทูลขอจากเสด็จอาอีกเรื่องหนึ่ง”

“มีสิ่งใดหรือหลานข้า?”

“กระหม่อม...” ว่าแล้วหยุดไปครู่ พลางเหลือบมองไปยังวิรัลย์ที่ยังคงจ้องเขาเขม็ง ครั้นสบดวงตาเย้ายวนคู่นั้น ไอศูรย์ก็มิอาจหักห้ามใจ รีบร้อนเอ่ยประสงค์ของตนออกมาในบัดดล “ใคร่จะทูลขอเจ้าชายแห่งเวรุฬาเป็นของรางวัลที่นำชัยในศึกครานี้พ่ะย่ะค่ะ”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่าและถูกครอบครัวฝั่งภรรยาดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูอย่างน่าอับอาย ทว่าท่ามกลางความตกต่ำนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ในฐานะผู้พิชิตเหนือโลกที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจของเขา
ภาพปกนิยายเรื่อง ยอดคุณหมอสกุลเฉิน
9.4
จากชายหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงลูกเขยไร้ค่าและถูกดูแคลนว่าไม่ต่างจากขยะ ชีวิตของเขากลับพลิกผันอย่างสิ้นเชิงหลังจากเผชิญอุบัติเหตุไม่คาดฝัน เหตุการณ์นั้นนำพาให้เขาได้รับมรดกตกทอดอันล้ำค่าจากบรรพบุรุษตระกูลเฉินโดยบังเอิญ พลังลึกลับนี้เปลี่ยนให้เขากลายเป็นหมอเทวดาผู้มีทักษะการรักษาเหนือชั้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง จากชีวิตที่เคยมืดมนกลับกลายเป็นตำนานบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถด้านการแพทย์อันยอดเยี่ยมและทรงพลังในโลกปัจจุบัน
ภาพปกนิยายเรื่อง ทรายซ่อนเหลี่ยม
7.9
ปิ่นปักตกหลุมรักเชคอิลยาสเพื่อนพี่ชายที่มอบแหวนแทนใจให้เธอไปหาเขาที่ฮิลยะฮ์ ทว่าเธอกลับถูกชาฮีนชายลึกลับลักพาตัวไปจากสนามบินด้วยแผนการที่ซับซ้อน ท่ามกลางศึกชิงอำนาจและความลวงที่ยากจะแยกแยะ ปิ่นปักต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสนต่อชาฮีนผู้ที่ทั้งน่ากลัวและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เมื่อความจริงปรากฏและชีวิตต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล เธอจึงค้นพบว่ารักแท้ที่ใฝ่ฝันอาจซ่อนอยู่ภายใต้เงาของผืนทรายและหัวใจของชายที่เธอเคยหวังจะหนี
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
ภาพปกนิยายเรื่อง คดีฆาตกรรมสกุลหลิน
8.8
โศกนาฏกรรมนองเลือดในคืนเทศกาลตงจื้อทำให้ตระกูลหลินถูกล้างบาง เหลือเพียงหลินจินเซี่ยบุตรชายนายอำเภอที่รอดชีวิต เหอหลิงซี นายกององครักษ์เสื้อแพรได้รับบัญชาให้มาสืบคดีสะเทือนขวัญนี้ โดยมีจินเซี่ยร่วมทางเพื่อไขปริศนาที่เขารู้เบื้องหลัง ทว่าการสืบค้นกลับนำไปสู่ความลับอันน่าตกใจ เมื่อหลักฐานบ่งชี้ว่าหนึ่งในมือสังหารคือมารดาที่เขาแสนรักซึ่งควรจะตายไปแล้ว เงื่อนงำซับซ้อนและอันตรายที่ซ่อนเร้นกำลังรอให้ทั้งคู่กระชากหน้ากากความจริงออกมา