APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ไร่รักที่พักใจ

ไร่รักที่พักใจ

เมื่อพินัยกรรมระบุเงื่อนไขสุดหินให้เธอต้องเข้ามารับช่วงต่อไร่ทระนงนับพันไร่ โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือพ่อเลี้ยงกรวีร์ ชายหนุ่มลึกลับที่เธอตราหน้าว่าเป็นตาแก่จอมละโมบหวังฮุบสมบัติ หากเธอไม่สามารถบริหารจัดการให้ได้กำไรมากกว่าเขา ไร่แห่งความทรงจำของพ่อแม่จะต้องตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ฝีมือและปกป้องมรดกชิ้นสุดท้ายนี้ไว้ให้ได้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจที่ดูอันตรายกว่าที่คิดก็ตาม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

อาหารจัดวางบนโต๊ะอย่างสวยงาม ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนให้ลอง พอได้ทำสิ่งที่ชอบก็ทำให้นารีรัตน์อารมณ์ดีขึ้นมา

“เดี๋ยวนารีไปอาบน้ำให้ชื่นใจก่อน แล้วจะลงมากินค่ะ” นารีหันไปบอกยายจวน ก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออก

ยายจวนยิ้มตามหลังอย่างเอ็นดู ถึงแม้คุณหนูจะไม่เก่งเรื่องไร่ แต่เรื่องฝีมือทำอาหารนี้รับรองไม่มีใครเกินคุณหนูแน่ แต่ปลื้มใจได้ไม่เท่าไรก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง ยายจวนมองแผ่นหลังคุณหนูที่หายไปแล้ว ดูเหมือนสองคนนี้จะไม่ได้เจอกันสักที

“กลิ่นอะไรหอมเหลือเกินครับยาย” พ่อเลี้ยงพูดเมื่อเข้ามาในบ้าน จมูกคนตัวโตก็ได้กลิ่นหอมทันใด เมื่อเห็นภาพอาหารตรงหน้าก็ตาโต “ยายจวนทำเองหมดเลยหรือครับ”

“เปล่าค่ะ คุณหนูทำค่ะ เดี๋ยวก็ลงมาแล้วค่ะ พ่อเลี้ยงคอยก่อนนะคะ”

เขาหันมองยายจวน นึกแปลกใจที่หลานของคุณทระนงมีฝีมือขนาดนี้ แม้จะได้ยินคำชมมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยได้ลิ้มรสสักที คงเพราะกลิ่นอาหารยั่วใจเลยทำให้เขาหยิบช้อนขึ้นมาตักกิน

ยายจวนทำสีหน้าตำหนิ แต่พ่อเลี้ยงกรวีร์ก็ไม่สนใจ เพราะเมื่อคำแรกเข้าปากคำต่อไปก็หยุดไม่ได้แล้ว “อร่อยมากยายจวน มากินด้วยกันสิ”

คนถูกชวนทำสีหน้าบอกไม่ถูก กว่าคุณหนูจะลงมา อาหารจะยังเหลือให้กินอยู่หรือว่าจะหมดเสียก่อนก็ไม่รู้

นารีรัตน์เดินออกจากห้องอย่างอารมณ์เมื่อสบายตัวขึ้นมาหน่อย ที่นี่ตอนกลางวันร้อนผิดกับกลางคืนที่หนาวเย็น แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดฝีเท้า แล้วรีบไปหลบข้างกำแพงห้องเมื่อเห็นว่าใครอยู่ที่โต๊ะ

“ไอ้หมอนั่นมาได้ไง” เธอบ่นเบาๆ ก่อนจะนึกถึงแขกที่ยายจวนพูดถึง

“นายนั่นคือพ่อเลี้ยงกรวีร์! ตายละ ทำไงดีนารี หลบก่อนดีกว่า” เธอยกมือปิดปากก่อนจะย่องหนีกลับเข้าห้องตัวเอง เธอเปิดหน้าต่างห้องนอนก่อนจะปีนออก ดีที่ห้องอยู่ชั้นหนึ่ง ไม่งั้นเธอคงขาหักตายแน่ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไร่

“ช้าจริง เดี๋ยวยายไปดูหน่อยนะ” ยายจวนพูด ก่อนเดินช้าๆ ไปยังห้องของคุณหนู สักพักก็กลับมาที่ห้องอาหารพร้อมยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ชายหนุ่มดู

“ขอโทษนะคะพ่อเลี้ยง คงต้องกินคนเดียวแล้วค่ะ”

ยายจ๋า นารีขอตัวไปดูไร่ก่อนนะ ให้พ่อเลี้ยงกินไปก่อน บายค่ะ

เขาอ่านแล้วก็วางมันลง ยิ้มให้ยายจวน แล้วจัดการตักอาหารกินต่อจนเหลือเพียงจานเปล่า เขาไม่เคยกินอาหารอร่อยจนห้ามใจตัวเองไม่อยู่แบบนี้มาก่อนเลย พอหนังท้องตึงเขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้กินอาหารอร่อย หลังจากหงุดหงิดที่ต้องทะเลาะกับเด็กแสบตั้งแต่เช้า

“ผมแวะไปดูวัวแก่ในไร่ก่อน คิดว่าอีกวันสองวันคงตกลูก ไปเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมจะได้ไม่ยุ่งยากตอนมันตกลูก”

“ค่ะพ่อเลี้ยง ถ้าเจอคุณหนูบอกว่าให้กลับมากินข้าวด้วยนะคะ”

ยายจวนยังคงเป็นห่วงคุณหนูอยู่ พ่อเลี้ยงกรวีร์ที่ไม่ได้สนใจเธอมากนักทำเพียงรับปากส่งๆ ไป “อืม แล้วจะบอกให้” ส่วนจะเจอไหมนั่นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าไร่นี้ไม่ใช่เดินก้าวสองก้าวแล้วจะเจอเสียหน่อย

จ๊อกกก

“เพราะหมอนั่นคนเดียวเลย”

นารีรัตน์กุมท้องที่ร้องเสียงดัง กะว่าจะกินให้อร่อยเสียหน่อย พอเห็นหน้าคู่กรณีเลยพานหมดอารมณ์ เธอเดินมาไกลพอดูก่อนจะเริ่มสังเกตรอบกาย ผลผลิตไร่องุ่นเริ่มเห็นผล องุ่นช่องามหลายช่อดูน่ากิน

“น่าเอามาทำพายองุ่นจัง”

มือน้อยจับมันขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอม ก่อนจะสะดุดเมื่อเห็นใครบางคนเดินมาตรงหน้า

“จะตามมาแก้แค้นหรือไงกัน” นารีรัตน์รีบหลบ ก่อนจะหันไปมองก๊อกน้ำที่อยู่ใกล้ๆ มือ “ว่าฉันแสบใช่ไหม...”

“เฮ้ย!” พ่อเลี้ยงกรวีร์ร้องเมื่อก๊อกน้ำทำงานทั้งที่ไม่ใช่เวลาเปิดทำงาน

เสียงหัวเราะตามหลังนั้นทำให้เขาหันไปมอง ก่อนจะเห็นคู่กรณีตอนเช้ากำลังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ “ยัยตัวแสบ” เขาวิ่งไปจับตัวคนกระทำได้ทันท่วงที เห็นทีต้องลงโทษสักหน่อยแล้ว

“ปล่อย” นารีรัตน์พยายามสะบัดมือออก

“ปล่อยให้โง่หรือไง แสบนักนะ นี่แน่ะ”

“โอ๊ย!” หญิงสาวร้องเมื่อเขาตีก้นเธอไม่ยั้ง “ไอ้บ้า ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่ปล่อย”

“ปล่อย”

เสียงถกเถียงดังไปทั่วไร่ พ่อเลี้ยงกรวีร์ยกมือขึ้นปิดปากแต่ก็ต้องร้องลั่น เมื่อฟันซี่น้อยๆ กัดลงบนมือเขา แสบเสียจริง! เขาเลยจัดการจูบปิดปากน้อยๆ เสีย

“อือออ” เธอพยายามผลักไสเขาออกไป แต่สู้แรงเขาไม่มี ดีที่มีเสียงคนงานดังมาช่วยเธอไว้เสียก่อน พ่อเลี้ยงกรวีร์จึงจำใจปล่อยเธอ

“โอ๊ย” พ่อเลี้ยงกรวีร์สะดุ้งเมื่อถูกยายตัวแสบเหยียบเท้าอย่างแรง แถมแลบลิ้นใส่เขาอีกครั้ง ก่อนที่ร่างน้อยจะวิ่งหนี...

เขาหันมามองเด็กตัวแสบที่วิ่งสุดแรงเกิด รสชาติหวานเหมือนกันนะเรา รอยยิ้มเล็กๆ เกิดขึ้นเมื่อนึกถึงร่างบาง และไม่เข้าใจตัวเองว่ากลายเป็นมีนิสัยฉวยโอกาสตั้งแต่เมื่อไหร่

พอตัวปัญหาจากไปแล้ว เขาก็ก้มลงมองสภาพตัวเอง ถ้ายังอยู่สภาพนี้ต่อคงป่วยไข้แน่ จึงเดินกลับไปที่บ้านอีกครั้ง

“พ่อเลี้ยงไปโดนอะไรมาคะ” ยายจวนรีบเข้าไปพยุงเมื่อเห็นสภาพเขาเปียกปอน

“แค่เด็กแสบน่ะครับ ผมเจอแกสองครั้งแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นใครหรือครับ” เขารีบถามให้หายสงสัย เพราะวีรกรรมที่เธอทำไว้ถึงสองครั้งมันยากจะลืม

“เด็กหรือคะ ขอยายนึกก่อน... อืม น่าจะเป็นยัยหวานหลานยายนะคะ ช่วงนี้ปิดเทอมพอดี กลับมาได้สองสามวันแล้วค่ะ พ่อเลี้ยงก็เคยเจอแล้วนี่คะ แต่ตอนนี้โตเป็นสาวแล้วพ่อเลี้ยงอาจจะลืมหน้าไป ก๋ากั่นมากค่ะ หนุ่มๆ ติดกันตรึมเลย” ยายจวนพูดพร้อมหัวเราะในความกะโหลกกะลาของหลานตัวเอง

“หลานยายหรือครับ” เขาพยายามนึกถึงเด็กมอมแมมเมื่อ 5 ปีก่อน คงจริงอย่างยายจวนว่า ป่านนี้คงโตเป็นสาวแล้ว ว่าแต่ทำไมหงุดหงิดตรงที่ว่ามีหนุ่มๆ มารุมล้อมเหลือเกิน เขาขมวดคิ้ว ก่อนจะวางท่านิ่งเฉยตามฉบับ

พ่อเลี้ยงกรวีร์ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องรับแขก ดีที่เสื้อผ้าตัวเองยังพอมีเหลืออยู่ เมื่อก่อนตอนคุณทระนงอยู่เขามักจะมาอยู่คุย และนอนค้างอยู่สองสามวันกว่าจะกลับไร่ตัวเอง

พอคิดถึงคุณทระนงก็เศร้าใจ สร้างสมบัติมากมาย แต่สุดท้ายแล้วก็หาคนที่จะดูแลมันด้วยใจจริงไม่ได้ ไม่รู้ว่าหลานสาวที่ชื่อนารีรัตน์นั้นจะทนได้สักกี่น้ำ กลัวแต่ว่าพอเจอหน้าเขาแล้วจะเสนอขายไร่เลยเสียมากกว่า

พ่อเลี้ยงกรวีร์คิดไปไกลจนคิดว่ายังไงหลานสาวคุณทระนงก็ทำไม่ได้แน่ และเมื่อไม่ได้เขาก็ไม่ควรเสียเวลาอีก เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเขาก็ออกมาด้านนอก

“ผมจะเข้ามาอีกทีอาทิตย์หน้า ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรด่วนยายจวนก็โทรไปแล้วกัน”

“ค่ะ” ยายจวนถอนใจ เพราะสุดท้ายแล้วคุณหนูกับพ่อเลี้ยงก็ไม่ได้เจอกัน

รถของพ่อเลี้ยงแล่นออกไปแล้ว คนที่แอบอยู่ใต้ต้นไม้นอกบ้านก็เดินออกมาพร้อมถอนหายใจโล่งอก

“คุณหนูมาทำอะไรตรงนี้ครับ” คุณพลพูดทักจนคนแอบสะดุ้งตัวลอย แล้วพูดเสียงสูง “เปล๊า หนูแค่มาชมจันทร์”

คนได้ยินคำว่าชมจันทร์เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วก็คิ้วขมวด เพราะตอนนี้ดวงอาทิตย์ตรงหัวแสงแสบตาไปหมด

แล้วหาดวงจันทร์จากไหนมาชม?

วันเวลาในไร่ผ่านไป นารีรัตน์มาอยู่ที่ไร่ได้ราวหนึ่งเดือนแล้ว เธอพบว่าพ่อเลี้ยงกรวีร์จะมาไร่ของเธอเพื่อตรวจงานทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ดังนั้นเมื่อถึงวันเวลานั้น เธอก็จะหายไปราวกับไม่มีตัวตน

พ่อเลี้ยงกรวีร์จะพบแค่อาหารที่ถูกทำไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว แต่คุณหนูนารีรัตน์ที่เป็นคนทำไม่เคยได้พบหน้าสักครั้ง ความไม่สนใจว่าต้องเจอหรือเปล่า เขาเลยไม่ได้สนใจถามอีก

พอทำงานเสร็จก็กลับไร่ นานวันเข้าเขาก็รู้สึกดีที่ไม่ต้องเจอคุณหนูที่ไม่ได้เรื่อง

แดดร่มลมดี ที่กระท่อมหลังน้อยใต้ต้นไม้ใหญ่ใกล้ริมน้ำตก สถานที่หลบซ่อนตัวของนารีรัตน์ ขณะที่หญิงสาวกำลังหลับพริ้มอย่างสบายใจบนเปล เสียงของยายจวนก็ดังขึ้น

“คุณหนูจะหลบหน้าพ่อเลี้ยงไปถึงเมื่อไหร่คะ” ยายจวนถามเมื่อไม่เห็นทีท่าว่าจะเจอกันสักที คอยแต่หาเรื่องหลบตลอดเวลา

นารีรัตน์ลืมตาแล้วลุกขึ้นเดินไปกอดออดอ้อน “โถ ยายจ๋า นารีไม่ได้หลบหน้าซะหน่อย แค่ไม่อยากเจอเท่านั้นเอง”

ยายจวนลูบผมอย่างเอ็นดู พร้อมส่ายหัวเล็กน้อยกับความดื้อรั้นของคุณหนู แต่คิดว่ายังไงพวกเขาสองคนก็ต้องเจอกัน

“พรุ่งนี้คุณหนูจะไปที่งานไหมคะ” ยายจวนถามเมื่อนึกถึงงานแสดงสินค้าของไร่ซึ่งจัดขึ้นที่ที่ว่าการอำเภอจังหวัด

ตอนแรกนารีรัตน์จำไม่ได้ แต่พอยายจวนพูดก็ทำให้รู้ว่า ตัวเองมัวแต่หนีพ่อเลี้ยงกรวีร์จนกระทั่งลืมงานสำคัญ

“จริงสิ นารีลืมไปเลยค่ะ OK พรุ่งนี้นารีจะไปค่ะ” เธอยกมือทำท่า OK พร้อมกับยิ้มให้ยายจวน

สำหรับเธอแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ต้องพบเจอเขาสักวันอยู่ดี เมื่อคิดว่าเธอคงหนีไม่พ้น ก็ถึงเวลาที่จะต้องเผชิญหน้ากับเขาเสียที

นารีรัตน์มององุ่นในจานล้างสะอาดพร้อมกิน ก็หยิบขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

นี่คือผลงานของเขาหรือเปล่า ถ้าเก่งขนาดนี้เธอยกไร่ให้เขาไปเลยดีไหม ทำไมต้องมาลำบากแบบนี้

แต่...แก้มนารีรัตน์แดงระเรื่อเมื่อนึกถึงภาพวันนั้น ให้ตายสิ ยังไงก็ไม่ลืมรอยจูบนั้นจริงๆ เธอคิดพร้อมสะบัดหัว ตบหน้าตัวเองที่เริ่มแดง ยายจวนยิ้มกับท่าทีแปลกๆ ที่ดูน่ารักนั้น แม้ไม่เข้าใจความหมายก็ตาม

“คุณหนูชอบองุ่นมากหรือคะ เดี๋ยวป้าไปเอาให้อีก”

คนแก้มแดงไม่ตอบ เพราะไม่รู้จะพูดเรื่องที่ตัวเองคิดไปทำไม

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ผู้หญิงคนโปรด
9.1
เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นด้วยการแลกเปลี่ยนด้วยเงินตราต้องพังทลายลง หญิงสาวที่เขาเคยควบคุมได้กลับเลือกที่จะตีตัวออกห่างและแสดงความดื้อรั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นตัวตนที่เธอไม่เคยรู้จักและไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจและการเผชิญหน้ากับด้านมืดของคนใกล้ตัวจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภาพปกนิยายเรื่อง กลลวงร้ายซ่อนรัก
9.0
หลังค่ำคืนที่แสนเจ็บปวด พี่ภูประกาศชัดว่าจะไม่มีการรับผิดชอบใดๆ พร้อมข่มขู่อัยไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใหญ่ มิเช่นนั้นเขาจะแฉเรื่องที่เธอเคยโกหกเพื่อจับเขาในอดีตจนทำให้ย่าของเธอต้องผิดหวัง อัยจำต้องยอมจำนนต่อคำขู่และข้อเสนอที่บีบบังคับให้เธอต้องมาปรนเปรอเขาตามต้องการทุกครั้ง แม้เธอจะพยายามโต้กลับว่าแท้จริงแล้วเขาเพียงแค่ติดใจในตัวเธอ แต่ความสัมพันธ์ลับที่เต็มไปด้วยการกดขี่และรอยน้ำตานี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ภาพปกนิยายเรื่อง ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]
9.7
คฑาธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิและแรงแค้นจากอดีตของครอบครัว เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างและบีบบังคับ พิมพ์ภิษา หญิงสาวที่ยอมสละร่างกายและหัวใจเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเกิดของเธอ ท่ามกลางเกมอำนาจที่คฑาธรใช้ทั้งเงินและอิทธิพลข่มขู่จะทำลายชีวิตคนรอบข้าง พิมพ์ภิษาจึงตอบโต้ด้วยความเกลียดชังที่ฝังรากลึก แม้หัวใจจะร้าวรานจากคำลวง แต่เธอก็ยืนหยัดเผชิญหน้ากับชายที่อันตรายที่สุดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมในโศกนาฏกรรมแห่งรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง จ้างให้รัก
8.3
เมื่อคุณแม่เข้าใจผิดอย่างหนักว่าลูกชายสุดที่รักมีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายเพียงเพราะเขามีนิสัยสุภาพเรียบร้อยผิดจากผู้ชายทั่วไป แผนการคลุมถุงชนเพื่อดัดนิสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ยืนยันว่าตนเองชอบผู้หญิงแต่กลับไร้ทักษะในการเข้าหาเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือกเองในชีวิตนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง ขอแค่ได้รัก
7.8
น้ำใสจำต้องแบกรับความเกลียดชังจากวาโย ชายหนุ่มที่ตราหน้าว่าเธอเป็นคนทำลายอนาคตและชีวิตของเขาลงกับมือ แม้ลึกๆ เธอจะมีเหตุผลที่ซ่อนไว้ แต่มันกลับเป็นความจริงที่แสนเห็นแก่ตัวจนยากจะเอ่ยออกไป ด้านวาโยเองก็ไม่เคยรู้สึกโกรธแค้นใครเท่าผู้หญิงจอมวางแผนคนนี้มาก่อน เขาชิงชังที่เธอเข้ามาทำลายทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำให้คนรักของเขาต้องเจ็บปวดเสียใจ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและแรงแค้นครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความเกลียดชังฝังรากลึกเกินกว่าจะอภัยให้กัน