APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ

ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 สำนักซีเฟิง

ยอดเขาซีเฟิงเป็นสถานที่ซึ่งห่างไกลจากความวุ่นวายในโลกมนุษย์ ยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบางและลมเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่ตั้งของสำนักบำเพ็ญเพียรอันโด่งดัง นักพรตผู้ทรงคุณธรรมจากทั่วหล้ามักมารวมตัวกันที่นี่เพื่อฝึกฝนวิชาและแสวงหาสัจธรรม สำนักนี้มีชื่อว่า ‘สำนักซีเฟิง’ ตามชื่อของยอดเขาซีเฟิง เจ้าสำนักมีนามว่า ‘หลี่รุ่ยอวิ๋น’

ในเช้าวันหนึ่ง ขณะที่สายหมอกยังคงลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดเขา เด็กชายในวัยสิบขวบคนหนึ่งกำลังฝึกเพลงกระบี่อยู่กลางลานกว้าง เขาคือ ‘หลี่อวี้หลิน’ เด็กผู้ถูกนักพรตเจ้าสำนักเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเยาว์ หลังจากพบเขาถูกทิ้งอยู่กลางป่าลึกในสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผล ที่คอยังห้อยจี้หยกชิ้นหนึ่งเอาไว้

หยกชิ้นนี้ที่ติดตัวเขามาสลักคำว่า ‘หลี่’ เอาไว้ด้านหน้า ด้านหลังสลักคำว่า ‘อวี้หลิน’

“ศิษย์น้อง เจ้าสำนักเรียกหาเจ้าแหนะ” ศิษย์พี่หวงเดินมาเรียกหลี่อวิ้หลินถึงลานฝึกกระบี่

“ทราบแล้ว ขอบคุณศิษย์หวงมากขอรับ” หลิ่อวิ้นหลินขานรับด้วยรอยยิ้ม เขาเก็บกระบี่ไม้เข้าฝักแล้ววิ่งกลับไปยังเรือนพักของอาจารย์เจ้าสำนัก

ณ เรือนไผ่ซึ่งคือเรือนพักส่วนตัวของเจ้าสำนักกับหลี่อวิ้หลิน อาจารย์และศิษย์พักในเรือนไผ่ด้วยกัน เรือนไผ่หลังนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกยอดเขาหนึ่งซึ่งแยกออกมาจากยอดเขาหลัก ปลีกวิเวกอยู่ตามลำพัง หลี่รุ่ยอวิ๋น เป็นนักพรตเขาเคร่งในการฝึกบำเพ็ญเพียรจึงไม่มีทั้งภรรยาและบุตร

ก่อนหน้าที่จะเก็บหลี่อวิ้หลินกลับมาเลี้ยงดูเขาอาศัยอยู่ที่สำนักซีเฟิงเหมือนกันกับเหล่าอาจารย์และลูกศิษย์คนอื่น ๆ แต่หลังจากมีหลี่อวิ้หลินเพิ่มมาเขาจึงแยกตัวออกมาปลูกเรือนไผ่อยู่กันตามลำพัง เพื่อปลูกฝังเลี้ยงดูเด็กคนนี้เป็นอย่างดีด้วยความรัก เอ็นดูราวกับเป็นบุตรในไส้ของตนเองก็มิปาน

ตอนนี้ย่างเข้าปีที่สิบแล้วที่เขาเลี้ยงดูหลี่อวี้หลินมา จากเด็กเจ็ดขวบตอนนี้ก็สิบเจ็ดปีแล้ว.. เด็กนับวันยิ่งเติบโตขึ้น ส่วนหลี่รุ่ยอวิ๋นก็นับวันยิ่งแก่ลงเรื่อย ๆ สีผมก็กลายเป็นสีขาวดอกเลาแซมสีดำไปเกือบหมดศีรษะแล้ว

หลี่อวิ้หลินวิ่งตรงเข้ามายังโถงรับแขกของเรือนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สดใส “ท่านอาจารย์!..” เสียงเรียกมาก่อนตัวเสมอ

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้าพลางทอดถอนใจเขาไม่รู้ว่าตนเองเลี้ยงเด็กคนนี้มาอย่างไรถึงได้กลายเป็นเด็กซุกซนไปเสียได้ ครู่หนึ่งร่างของเด็กหนุ่มก็ปรากฏขึ้นที่ประตูทางเข้า

หลี่อวิ้หลินกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบานว่า “ท่านอาจารย์ ท่านเรียกหาข้าหรือขอรับ..”

“มาใกล้ ๆ” หลี่รุ่ยอวิ๋นกวักมือเรียกสีหน้าเคร่งขรึม

ท่าทีเช่นนี้ของอาจารย์ หลี่อวิ้นหลินเห็นแล้วหากยังเดาความคิดของผู้เป็นอาจารย์ไม่ออกเช่นนั้นแล้วเขายังนับเป็นศิษย์คนโปรดที่เติบโตมาเคียงข้างผู้เป็นอาจารย์ได้หรือ? “ท่านอาจารย์.. ข้าสำนึกผิดแล้วขอรับ” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาไปครึ่งหนึ่ง ก้มหน้าลงไปเล็กน้อย ช้อนสายตาขึ้นมองผู้เป็นอาจารย์ราวกับกำลังรอดูทีท่าของอาจารย์

“ไหนว่ามาสิเจ้าผิดเรื่องอะไร?” หลี่รุ่ยอวิ๋นเอ่ยถามพลางกวักมือเรียกไม่หยุด “เข้ามาใกล้อีกสักหน่อย..”

“ท่านอาจารย์.. ข้าสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ต่อไป ข้าจะสำรวมให้มากกว่านี้” หลี่อวิ้หลินโอดครวญค่อย ๆ ก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นอาจารย์ทีละนิด

พอเข้าไปใกล้ในระยะห่างไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน หลี่รุ่ยอวิ๋นก็เปลี่ยนจากมือที่กวักเรียกเมื่อครู่เป็นคว้าที่ใบหูของหลี่อวิ้หลินแล้วออกแรงบิดเบา ๆ แทบไม่รู้สึก แต่ทว่าเสียงร้องกลับแว่วดังไปถึงเชิงเขา ทำเอาศิษย์อีกคนทีนำอาหารมาส่งสะดุ้งโหยงไปด้วย

“เอาอีกแล้วหรือนี่ ศิษย์พี่หลี่โดนท่านอาจารย์เจ้าสำนักทำโทษอีกแล้วหรือนี่ เห้อ..” กล่าวจบก็เดินส่ายหน้าหิ้วกล่องอาหารเข้าไปข้างใน และก็เป็นอย่างที่ตนคิดจริง ๆ

“สำนึก.. เจ้าพูดประโยคนี้กี่ครั้งแล้ว เจ้าอยากให้อาจารย์อับอายรึอย่างไร?” หลี่รุ่ยอวิ๋นกล่าวพลางออกแรงบิดหูศิษย์รักเบา ๆ อีกครั้ง

“ขอรับ.. อาจารย์สั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว แต่ท่านอาจารย์ในยามที่อยู่ต่อหน้าผู้อื่นศิษย์หาได้ไม่สำรวมกิริยาสักครั้ง” หลี่อวิ้หลินกล่าวน้ำเสียงกระเง้ากระงอด พร้อมทำท่าสูดปากด้วยความเจ็บปวดเหลือแสน

“ยังจะเถียงอีก!..” หลี่รุ่ยอวิ๋นปล่อยมือจากหูหลี่อวิ้หลินแล้วผลักเขาเบา ๆ ก่อนจะเอียงศีรษะไปมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้านใน “มาแล้วหรือ? ลำบากศิษย์น้องแล้ว..”

หลี่รุ่ยอวิ๋นหันกลับมาตำหนิศิษย์ต่อด้วยการตวัดสายตามอง “เจ้าน่ะไม่รู้หรือว่านี่ยามใดแล้ว มัวแต่ฝึกกระบี่ จนลืมเวลาไปที่โรงครัวนำข้าวปลาอาหารมากิน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าเจ้าทำให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องต้องพากันลำบากเพราะเจ้าเพียงใด”

“ขอรับ.. เรื่องนี้ศิษย์สำนึกผิดแล้ว อาจารย์สั่งสอนได้ถูกต้อง อ๊า..ท่านอาจารย์ท่านไม่ต้องพูดแล้วขอรับศิษย์รู้แล้วว่าหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จแล้วต้องทำเช่นไร..” หลี่อวิ้หลินกล่าวพลางยกมือห้ามไม่ให้ผู้เป็นอาจารย์ต้องออกคำสั่งลงโทษ แล้วหันไปยักคิ้วข้างหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้มให้กับศิษย์น้อง

“ขอบใจศิษย์น้องมาก ตอนเจ้ากลับลงไปรบกวนบอกห้องครัวว่าที่เหลือไว้ศิษย์พี่หลี่จัดการทางนี้เสร็จเรียบร้อยแล้วจะลงไปจัดการด้วยตนเอง” หลี่อวิ้นหลินกล่าวกับศิษย์น้องที่นำอาหารมาส่ง

ชีวิตในแต่ละวันของหลี่อวิ้หลินหากไม่ฝึกเพลงกระบี่ ก็เป็นต้องนั่งบำเพ็ญเพียรปฏิบัติฌาน เขียนยันต์เป็นเช่นนี้..

หลี่อวี้หลินในวัยสิบเจ็ดปีเป็นชายหนุ่มที่มีรูปร่างสง่างาม ใบหน้าของเขางดงามราวกับภาพวาด ดวงตาเปล่งประกายความอ่อนโยน แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ผิวขาวราวหิมะ แม้เขาจะเติบโตมาในสำนักที่เคร่งครัด แต่อวี้หลินกลับมีนิสัยร่าเริงและมีจิตใจอ่อนโยนต่อผู้คนรอบข้าง จึงเป็นที่รักของทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนัก

ทั้งยังมีความสามารถพิเศษทำให้เขาโดดเด่นแตกต่างจากศิษย์คนอื่น ๆ ความสามารถพิเศษที่ว่าคือเขาสามารถมองเห็นภาพของคดีฆาตกรรมและพูดคุยกับวิญญาณได้ แม้เขาจะใช้ความสามารถนี้เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น แต่ในบางครั้งมันก็นำพาความทุกข์ยากมาสู่เขาเช่นกัน

“อวิ้หลินเจ้าต้องหมั่นฝึกฌานให้มากมิใช่ขยันแต่เพียงจะฝึกกระบี่เท่านั้น ต่อไปภายภาคหน้าหากต้องลงเขาไปปฏิบัติภารกิจช่วยขจัดทุกข์ภัยให้ชาวบ้านเจ้าจะได้ไม่ลำบาก” หลี่รุ่ยอวิ๋น อบรมสั่งสอนและกำชับด้วยความเมตตา

“ขอรับ.. ช่วงเช้าฝึกกระบี่ บ่ายเขียนยันต์ร่ายคาถา เย็นนั่งสมาธิฝึกฌานต่อไป ข้าจะหมั่นทำเช่นนี้เป็นอย่างไรขอรับ” หลี่อวิ้หลินขานรับพลางอธิบายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมหนักแน่น

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้า “ก่อนอื่นวันนี้เจ้าก็ลงไปทำความสะอาดโรงครัว แล้วก็กวาดใบไม้ที่ลานฝึกเถอะ”

“อาจารย์..” หลี่อวิ้หลินโอดครวญสีหน้ากระเง้ากระงอด “วันนี้ข้ามิได้ทำผิดกฎระหว่างเราเลยนะขอรับ ช่วงเช้ามาข้าก็เริ่มด้วยการปัด กวาด เช็ด ถูกเรือน เสร็จก็ลงไปกวาดใบไม้ ลงไปรับอาหารที่โรงครัวเอง มื้อเช้าข้าก็เป็นคนลงไปนำอาหารขึ้นมาด้วยตัวเอง เพียงช่วงกลางวันศิษย์หลงลืมไปชั่วขณะเท่านั้น ลงโทษสองขั้นในคราเดียวไม่หนักไปหรือขอรับ”

“เดี๋ยวก็ข้า เดี๋ยวก็ศิษย์ เลือกเอาสักอย่าง ..แล้วไหนว่ามาสิ วันนี้เหตุใดเจ้าไม่ซักผ้า.. เจ้าไม่ซักผ้าแล้วเราสองคนจะเอาเสื้อผ้าที่ใดสวม เจ้าว่ามา.. โอย..” หลังจากตะเบ็งเสียงจบ หลี่รุ่ยอวิ๋นก็ทรุดกายลงไปนั่งหอบหายใจพลางดมยาหอมที่ห้องยาทำขึ้นเอง

หลี่อวิ้หลินเห็นอาจารย์ผู้เปรียบเสมือนบิดาหอบหายใจหนักหน่วงจึงปรี่เข้าไปนวดขาให้ “ทว่าเรื่องซักเสื้อผ้าความจริงพรุ่งนี้ถึงจะถึงกำหนดซักมิใช่หรือขอรับอาจารย์”

หลี่รุ่ยอวิ๋นวางยาหอมลงไว้ข้างกาย จ้องมองศิษย์ด้วยแววตาลังเล ‘มิใช่วันนี้หรอกหรือ?’ หลี่อวิ้หลินเม้มฝีปากแน่นพยักหน้าหงึกหงักสีหน้าหนักแน่นราวกับกำลังตอบว่า ‘ขอรับเป็นพรุ่งนี้’ อย่างไรอย่างนั้น

หลังจากใช้สมองคิดทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน หลี่รุ่ยอวิ๋นจึงกระแอมไอออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ถือว่าอาจารย์จำผิดแล้วกัน..”

เสียหน้าก็ส่วนเสียหน้า แต่เรื่องที่ควรยอมรับผิดก็ยังต้องยอมรับผิด เช่นนี้ถึงจะเป็นแบบอย่างที่ดีวให้กับศิษย์ได้

หลี่อวิ้หลินอมยิ้มน้อย ๆ ครั้นจะหัวเราะออกมาก็มิได้เพราะกลัวผู้เป็นอาจารย์จะเสียหน้าจึงช่วยกู้หน้าผู้เป็นอาจารย์กลับคืนมาว่า “แต่ดีนะขอรับที่ท่านอาจารย์ช่วยเตือนมิเช่นนั้นไม่แน่ว่าพอถึงพรุ่งนี้ศิษย์อาจจะลืมขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ ขอบคุณท่านอาจารย์”

ช่วงเช้าของวันที่ยี่สิบ เดือนห้า ขณะที่อวี้หลินกำลังฝึกกระบี่อย่างตั้งใจอยู่ที่ลานฝึก หลี่รุ่ยอวิ๋นผู้เป็นอาจารย์เดินเข้ามาใกล้เขาพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “อวี้หลิน วันนี้อาจารย์จะมอบหมายให้เจ้าลงเขาไปซื้อสมุนไพรกลับมาให้สำนักเจ้าพร้อมหรือไม่?”

ลงเขา! หลี่อวี้หลินเบิกตาโพลงด้วยหัวใจพองโต

อวี้หลินหยุดการฝึกกระบี่ลง พยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น “ขอรับ ท่านอาจารย์! ว่าแต่ท่านอาจารย์ให้ศิษย์ไปกับผู้ใดหรือขอรับ ศิษย์พี่คนใดเดินทางเป็นพี่เลี้ยงให้ศิษย์”

หลี่รุ่ยอวิ๋นส่ายหน้า ตอบน้ำเสียงเด็ดขาด “ไม่มี.. ครั้งนี้เจ้าต้องเดินทางลงเขาไปเพียงลำพัง”

“หา? .. เช่นนั้นจะได้อย่างไรขอรับ ศิษย์ไม่เคยลงเขาเลยสักครั้ง” อวิ้หลินคร่ำครวญ

“เหตุใดจะมิได้ เจ้าน่ะนะเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของข้า หากกะแค่เรื่องลงเขาไปซื้อยาสมุนไพรกลับมาให้สำนักเจ้ายังทำไม่ได้ ข้ามิเสียชื่อแย่หรอกหรือ?”

ที่แท้ก็กลัวเสียหน้านี่เอง..

“ออ..” อวิ้หลินแม้ไม่เข้าใจก็จำต้องเข้าใจ “ขอรับท่านอาจารย์ อาจารย์โปรดวางใจ ศิษย์จะทำอย่างเต็มที่มิทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวัง”

การลงเขาครั้งนี้ถือเป็นการลงเขาครั้งแรกในรอบหลายปีของอวี้หลินนับตั้งแต่ที่เขาถูกพาขึ้นเขามา เขารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นโลกภายนอกอีกครั้ง ในใจลึก ๆ เขาก็ยังหวังว่าจะได้ใช้ความสามารถของตนช่วยเหลือผู้คนอีกด้วย

ไม่รู้ว่าการลงเขาครั้งนี้ข้าจะได้พบเรื่องราวน่าตื่นเต้นอะไรหรือไม่? หลี่อวี้หลินคิดในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาเขาเข้าสู่เหตุการณ์ที่อาจเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล..

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
ภาพปกนิยายเรื่อง เบต้าปฏิเสธฉัน ฉันจึงช่วงชิงราชาของเขา
9.2
ในพิธีผูกพันธะที่ควรจะสมบูรณ์แบบ ภวินท์ เบต้าคู่หมั้นที่ฉันรักมาหกปีกลับทิ้งฉันไว้กลางแท่นบูชาเพื่อไปหาหญิงอื่น เขาประจานความอัปยศของฉันต่อหน้าสาธารณชนและราชันย์อัลฟ่าผู้ทรงอำนาจเพียงเพื่อปกป้องคนใหม่ ท่ามกลางความแตกสลายในคืนนั้น ฉันได้พบกับราชันย์อัลฟ่าโดยบังเอิญและยื่นข้อเสนอที่บ้าบิ่นออกไป ทว่าสัมผัสจากเขากลับเปิดเผยความจริงที่สั่นสะเทือนทั้งฝูง เมื่อชายผู้เป็นลุงของอดีตคู่หมั้นคือคู่แท้แห่งโชคชะตาที่แท้จริงของฉัน ถึงเวลาที่ฉันจะช่วงชิงทุกสิ่งคืนมา
ภาพปกนิยายเรื่อง ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
9.7
ในฐานะสายเลือดหมาป่าขาวฉันคือคู่แท้ของอัลฟ่าคีรินแต่ความจริงอันเจ็บปวดกลับถูกเปิดเผยเมื่อพบว่าเขามีครอบครัวลับและลูกชายซ่อนไว้ตลอดห้าปีโดยมีพ่อแม่ของฉันคอยสนับสนุนและยักยอกเงินฝูงไปปรนเปรอพวกนั้นพวกเขาวางแผนวางยาฉันในวันเกิดเพื่อกำจัดทิ้งหลังหมดประโยชน์ฉันจึงซ้อนแผนด้วยการแกล้งดื่มยาพิษแล้วหายตัวไปพร้อมส่งกล่องความลับแฉความชั่วร้ายทั้งหมดกลางงานเลี้ยงเพื่อทำลายชีวิตจอมปลอมของทุกคนให้สิ้นซาก
ภาพปกนิยายเรื่อง จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
ภาพปกนิยายเรื่อง นิทานจันทรา เสน่หาข้ามภพ
9.8
ภูวนพบกับความผิดปกติในชีวิตหลังได้อ่านนิทานจันทรา หนังสือเก่าแก่ที่นำพาความฝันประหลาดและเหตุการณ์ลึกลับมาสู่เขา เมื่อเจ้าแห่งนครจันทราจากมิติเร้นลับพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวเขาไปเป็นชายาในดินแดนแห่งนั้น ท่ามกลางวิกฤตที่ถูกอำนาจลี้ลับคุกคาม พิมราหญิงสาวผู้เกิดในฤกษ์ราหูอมจันทร์จึงกลายเป็นความหวังเดียว เธอต้องใช้พลังแห่งชะตาเข้าขัดขวางเจ้านครจันทราเพื่อช่วยให้ภูวนหลุดพ้นจากพันธนาการข้ามภพและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนรักเรือนนิรมิต (เรือนคุณหลวง)
9.8
นิราวดีตื่นขึ้นในร่าง ‘แม่นุช’ บนเรือนของคุณหลวงพร้อมหลังประสบอุบัติเหตุตกท่อระบายน้ำจนย้อนอดีตมาสู่ยุคพีเรียด แม้จะตกใจที่ถูกชายแปลกหน้าขโมยจูบตั้งแต่แรกเห็น แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่เรียกว่ารักแท้ หากพรหมลิขิตกำหนดให้เธอต้องกลายเป็นเมียขัดตาทัพในห้องหอแห่งนี้ เธอก็พร้อมจะทิ้งชีวิตในยุคปัจจุบันเพื่อพิชิตใจคุณหลวงผู้เย็นชาให้จงได้ แม้เขาจะยังไม่เปิดใจแต่เธอก็ตั้งมั่นว่าจะทำทุกทางเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็นเมียรักที่แท้จริงของเขาตลอดไป