APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ

ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ

เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ชนกันต์เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ธีทัตมองตามจนลับร่างของเจ้าตัว แล้วพูดกับน้องชายฝาแฝด

“ปากหมานะมึง รู้อยู่ว่าไอ้กันต์มีปัญหากับครอบครัวของผู้หญิงคนเก่า”

“หมา...บ๊อบๆ บ๊อบๆๆ”

เสียงเล็กๆ จากคนในอ้อมแขนดังขึ้นทันทีที่ธีทัตพูดจบ ก่อฤกษ์หัวเราะร่วน มองหลานชายอย่างชอบใจ นอกจากเป็นเด็กหน้าตาน่ารักแล้ว ลูกชายของธีทัตยังฉายแววฉลาดเฉลียวอีกด้วย จนเขาอดที่จะกระเซ้าถามไม่ได้

“รู้จักเสียงหมาเห่าด้วยเหรอเราน่ะ”

น้องพร้อมพยักหน้าหงึกๆ แล้วบอกคุณอาอย่างภูมิใจ

“ป๊อมยู้ กันต์ฉอน”

“งั้นเหรอ แต่ดูทรงแล้ว อาก่อว่าอีกไม่นานอากันต์คงได้สอนเสียงหมาหอนให้นายด้วย นายเคยได้ยินเสียงหมาหอนไหม”

น้องพร้อมส่ายหน้าหวือ แล้วทำท่าทางกระตือรือร้นอยากจะรู้เสียให้ได้ จนก่อฤกษ์ต้องบอกอย่างเอาใจ

“โบร้...โบร้ๆๆ...จำไว้นะ นี่เป็นเสียงหมาหอน ต่อไปนายอาจจะได้ยินเสียงหมาหอนจากอากันต์”

น้องพร้อมตื่นเต้น พยายามเลียนเสียงหมาหอนตามอาก่อ หากคนเป็นพ่อกลับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

“มึงสอนอะไรหลานก็ไม่รู้ เดี๋ยวน้องพร้อมไปสอนแม่ของแกต่อ มันจะเดือดร้อนมาถึงกู”

ก่อฤกษ์ยังสนุกที่ได้สอนหลานตัวป้อม ท่าทางไม่ได้อนาทรร้อนใจเลยสักนิด จนธีทัตเริ่มสงสัย เพราะมันอาจมีอะไรที่เขาไม่รู้

“ทำไมมึงถึงคิดว่าไอ้กันต์จะต้องหอนทีหลัง”

“เมื่อกี้มึงพูดว่า ‘ผู้หญิงคนเก่า’ ของไอ้กันต์ใช่ไหม แต่เท่าที่กูรู้ ไอ้กันต์ยังอยู่กับผู้หญิงคนนั้น เธอไม่ใช่คนเก่าของไอ้กันต์ แต่เธอเป็นผู้หญิงคนปัจจุบันต่างหาก วันนี้ไอ้กันต์กลับมานอนที่บ้าน คงเพราะไม่อยากขึ้นชื่อว่าเดตกับผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วกลับไปนอนกกผู้หญิงอีกคนภายในวันเดียวกัน”

“มองเหตุการณ์ออกอย่างทะลุปรุโปร่งเชียวนะมึง ทีเรื่องอย่างนี้ละคล่องเชียว ไอ้เสือเงียบแต่กินเรียบตลอด”

“เฮ้ย! อย่าพูด! กูเลิกทำตัวแบบนั้นตั้งนานแล้ว”

ก่อฤกษ์หันมองซ้ายขวาล่อกแล่ก ทำท่าเหมือนกลัวเมียรักจะมาได้ยิน ทั้งที่ตอนนี้ฝนแก้วยังอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียกับลูกๆ เพราะช่วงนี้เขาเดินทางมาทำธุระที่เมืองไทยตามลำพัง แค่นึกถึง...เขาก็อยากเห็นหน้าลูกเมียเสียแล้วสิ ห่างกันแค่สองวัน เขาแทบจะลงแดงตายอยู่แล้ว

“เดี๋ยวกูขึ้นไปบนห้องก่อน อยากคุยกับเมียสักหน่อย ชักคิดถึงเสียแล้วสิ”

ธีทัตโบกมือไล่น้องชาย หากไม่ทันที่เจ้าตัวจะเดินพ้นประตู คนตัวป้อมที่อยู่ในอ้อมแขนก็พูดขึ้นมาอย่างที่ทำให้เขาแทบกุมขมับ

“เฉือ...ก่อเป็งเฉือ”

“ไปว่าอาก่อเป็นเสือ เดี๋ยวเถอะ! น้องพร้อมจะโดนอาก่อขย้ำพุง”

พ่อแกล้งขู่ แต่พร้อมน้อยกลัวเสียที่ไหนล่ะ เจ้าตัวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังลั่น เพราะชอบเล่นจกพุงกลมๆ กับอาก่ออยู่แล้ว

ชนกันต์โยนโทรศัพท์มือถือทิ้งบนโซฟายาวที่อยู่ในห้องนอนใหญ่ หลังจากเขาลังเลอยู่นานนับนาทีเมื่อคิดว่าควรจะโทร.ไปหากุลนิภาดีไหม เมื่อสักพักใหญ่ตอนที่เขาขับรถมาถึงบ้าน แม่ของเธอโทร.มาบอกว่าเธอไม่สบายและตอนนี้เธออยู่ที่บ้านริมคลองฝั่งธนบุรี

“อิงไม่สบายเหรอ? ไม่สบายจริงหรือเปล่า?”

อดที่จะสงสัยไม่ได้ เขาไม่วางใจนางวิวรรณ นึกระแวงว่านางอาจโทร.มาปั่นหัวเขา เพราะนางคงรู้มาจากลูกสาวว่าวันนี้เขามีเดตกับผู้หญิงคนอื่น...

ชนกันต์รู้ดีว่าหญิงวัยกลางคนคนนี้เหลี่ยมจัด ซึ่งไม่ต่างกับลูกชายของนางนักหรอก เขารู้ไส้รู้พุงคนบ้านนี้ดี...

กวินเคยเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เขาให้ความรักและคอยช่วยเหลือยามเจ้าตัวไปเรียนที่ต่างประเทศ เขาเคยช่วยกวินทั้งเรื่องเงินทองทั้งเรื่องโอกาส พาเจ้าตัวเข้ากลุ่มก๊วน เขาแนะนำให้กวินรู้จักกับเพื่อนฝูงของเขาในฐานะน้องชายคนหนึ่ง แต่สุดท้ายเจ้าวายร้ายนั่นกลับแว้งกัดเขา จนเขาแทบเอาชีวิตไม่รอดเพราะความใจคดของมัน

กรามแกร่งบดแน่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่าห้าปี แต่มันยังเป็นฝันร้ายหลอกหลอนเขาในบางค่ำคืน

มือแข็งแรงยกขึ้นมาลูบปลายคางที่มีไรเคราปกคลุมจางๆ เขายังสัมผัสรอยแผลเป็นจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ ส่องกระจกทีไรเขายังมองเห็นรอยแผลได้อย่างชัดเจน แต่ให้ตายเถอะ เขายังโง่เผลอไปไว้ใจคนบ้านนั้นเป็นครั้งที่สอง ซึ่งรอบนี้เป็นฝีมือของแม่ตัวดีที่เป็นลูกสาวคนเล็กของนางวิวรรณ เขาต้องสูญเงินไปแปดแสนกว่าบาทก็เพราะเธอ

เศษเงินแค่นี้เล็กน้อยสำหรับเขา การถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่างหากที่มันกระทบจิตใจของเขาอย่างรุนแรง

“ถูกแล้วนี่ เรียนรู้ที่จะใช้คืนซะบ้าง คอยแต่ฉกฉวยจากคนอื่นอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง ถ้าไม่มีเงินมาคืนให้ ก็เอาตัวมาใช้แทน ถึงตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าลูกสาวของคุณมีค่าถึงแปดแสนบาทหรือเปล่า”

รู้ว่าสิ่งที่ตนกำลังทำกับกุลนิภานั้นมันทำให้เธอเจ็บ นางวิวรรณเองก็คงรู้สึกไม่ต่างจากลูกสาว...แต่มันช่วยไม่ได้

เรียวปากได้รูปสวยเกินชายเหยียดยิ้มหยัน ให้ตายสิ! เขาอยากฟาดฟันคนบ้านนั้นแรงๆ สักตั้งให้หายแค้นใจจริงๆ

ถึงแม้ร่างกายอ่อนล้า แต่สมองกลับตื่นตัว กุลนิภานอนลืมตาโพลง จ้องมองเพดานสีขาวท่ามกลางความสลัวจากแสงไฟที่ส่องลอดเข้ามาจากข้างนอก กระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอจึงยันกายขึ้นมานั่งบนขอบเตียง

“หนูไม่ได้ล็อกประตูค่ะ”

เพียงเท่านั้น ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก ตามด้วยร่างของแม่ที่อยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมเดินเข้ามา

“ฉันโทร.ไปบอกคุณกันต์ว่าแกไม่สบาย”

“แม่โทร.ไปกวนเขาทำไม เขาจะโกรธเรานะ”

กุลนิภาตกใจ แค่นึกภาพว่าจังหวะนั้นชนกันต์คงอยู่กับอรรพีและแม่ก็โทร.ไปขัดจังหวะเขา เธอไม่อยากคิดเลยว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเธอและแม่

“ทำไมแกต้องตกใจขนาดนี้ แกกลัวเขาเหรอ เขาเคยทำร้ายแกหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ ไม่เคย”

“จริงใช่ไหม”

“ทำไมแม่คิดว่าเขาจะทำร้ายหนู”

“ฉันดูออก เขาไม่ใช่คนใจดีนักหรอก”

ใบหน้าของนางวิวรรณบิดเบ้ บอกให้รู้ว่านางรู้สึกอย่างไรกับชนกันต์ ซึ่งมันเป็นความขัดแย้งที่กุลนิภาไม่เข้าใจแม่เลย...ในเมื่อแม่ไม่ชอบเขา แล้วทำไมแม่ถึงพยายามให้เธอจับเขาให้ได้

“เขาเป็นคนใจกว้างก็จริง แต่เขาร้ายพอตัว พี่ชายของแกเคยถูกเขาซ้อมจนซี่โครงหัก หน้าบวมช้ำไปหมด จนต้องนอนรักษาตัวตั้งหลายวัน ดีนะที่สมองไม่บวมไปด้วย”

ถึงแม้เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่พอได้ฟังแม่พูดถึงอีกหน กุลนิภาก็รู้สึกกลัวจนต้องห่อไหล่ เธอไม่รู้ว่าพวกเขามีเรื่องขัดแย้งอะไรกัน แต่สิ่งที่ชนกันต์ทำ มันก็รุนแรงมากเกินไป

“เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมคะ แม่กับพี่กัซเลยไม่ชอบเขา แล้วทำไมแม่ถึงให้หนูไปทำงานกับเขา ทั้งที่พี่กัซเคยมีเรื่องกับเขามาก่อน ทำไมแม่ไม่เล่าเรื่องระหว่างเขากับพี่กัซให้หนูรู้บ้าง”

กุลนิภาตัดพ้อ ในเวลานั้นเธอเพิ่งกลับมาเมืองไทย เธอตั้งใจจะหางานทำเอง เธอมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่แม่ก็คัดค้านเสียทุกทาง แล้วบอกว่าแม่ได้เตรียมงานไว้ให้เธอแล้ว นั่นก็คือธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ดังระดับโลกที่ราชเวคิน กรุ๊ปได้ร่วมทุนกับนักธุรกิจชาวจีนเพื่อมาเปิดสาขาในประเทศไทย

กุลนิภาไม่รู้ถึงที่มาของงานที่เธอได้ทำ เธอไม่รู้ว่าแม่เป็นฝ่ายของานจากชนกันต์หรือเป็นเขาเองที่เสนองานมาให้เธอ...พอถามเรื่องนี้ออกไปทีไร เธอกลับไม่เคยได้รับคำตอบจากใครเลย

จนถึงวันนี้กุลนิภายังจมอยู่กับความสับสนและความมืดมนจนไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองได้อย่างไร

“พี่ของแกมีเรื่องกับเขา แกไม่เกี่ยว แกก็อยู่ของแกไป”

“หนูไม่เกี่ยวได้ยังไง สุดท้ายแล้วหนูก็ทำเงินของเขาหาย แม่ก็รู้ว่าใครเอาเงินก้อนนั้นไปจากหนู...เพราะคิดว่ามันเป็นเงินของคุณกันต์ใช่ไหม ถึงเอาไปได้ง่ายๆ...ไม่สงสารหนูเลย”

ละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าใครเอาไป ทั้งเธอทั้งแม่ต่างรู้อยู่เต็มอก แต่ไม่อาจพูดออกมาได้ จนถึงตอนนี้กุลนิภายังปิดปากเงียบ เธอไม่ยอมบอกชนกันต์ว่าเงินที่เขาให้เธอไปเบิกเพื่อนำมาจ่ายเป็นโบนัสให้กับพนักงานในร้านอาหารสาขาหนึ่งนั้นหายไปไหน

‘ถ้าอยากให้พี่ของแกตาย แกก็ไปบอกเขาเลย ฉันรับรองเลยว่าเขาต้องรีบมาลากพี่ของแกไปฆ่า...มันเลือดเย็น มันทำได้’

เพราะคำพูดประโยคนี้ของแม่ เธอจึงต้องเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ

“เศษเงินของพวกเศรษฐี แกจะเดือดร้อนไปทำไม เขาไม่ได้ติดใจเงินที่หายไปหรอก”

แม่ไม่เข้าใจ แม่ยังคิดว่าคุณกันต์พอใจที่เขาได้เราไปอยู่ด้วย...มันไม่ใช่เลย

กุลนิภาก้มหน้าคอตก เธอไม่อยากร้องไห้ แต่แค่วินาทีถัดมาเธอก็สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นบนหลังมือ...น้ำตาของเธอร่วงผล็อยจนต้องรีบยกมือขึ้นมาเช็ดออก

เช้าวันใหม่ แค่เดินลงบันไดมาถึงชั้นล่าง ชนกันต์ก็ได้รับเสียงทักทายอย่างที่ทำให้เขาต้องยิ้มกว้าง

“กันต์มาแย้วๆ”

ชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแต่งกายสีดำทั้งชุดด้วยเสื้อเชิ้ตกับกางแกงสแล็กส์ก้มลงคว้าร่างหลานชายวัยสองขวบขึ้นมาอุ้ม เจ้าตัวกลมก็ไม่น้อยหน้า ตวัดลำแขนเล็กอวบรอบคอคุณอาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ ดวงหน้ากลมยิ้มแป้นอย่างถูกใจเมื่อคนที่ตนรอคอยลงมาจากชั้นบนแล้ว

“วันนี้อาก่อต้องกลับออสเตรเลียแล้วนะ ย่ายังไม่เห็นน้องพร้อมบอกคิดถึงอาก่อเลย แต่พอเป็นอากันต์ ดูสิ บ่นคิดถึงไม่รู้กี่รอบแล้ว ถ้าอากันต์ลงมาช้ากว่านี้ สงสัยน้องพร้อมต้องขึ้นไปเคาะประตูเรียกแน่นอน”

เด็กชายยิ้มเขินอายเมื่อถูกคุณย่าแซว ชนกันต์มองหลานรักอย่างเอ็นดู เขากระชับร่างน้อยแล้วเขย่าเบาๆ อย่างหยอกเย้า ก่อนจะถามเจ้าตัว

“พ่อไปไหนล่ะ”

“ป้อทำงานแย้ว”

นิ้วป้อมๆ ชี้ไปทางหน้าบ้าน เป็นอันเข้าใจกันว่าพ่อเดินออกไปทางประตูหน้าบ้านและขับรถไปทำงานที่บริษัทแล้ว

“ดูท่าทางรักเด็กนี่นะ มีสักคนไหมล่ะ”

ก่อฤกษ์เปรยขึ้นมาลอยๆ ชนกันต์จึงถลึงตาใส่ พี่ชายก็พี่ชายเถอะ ถ้าแม่ไม่นั่งอยู่ตรงนี้ เขาคงแจกกำปั้นหนักๆ ให้เจ้าตัวไปแล้ว

“ก่ออยากให้น้องแต่งงานเหรอ” คุณอมลรดาเลิกคิ้วถาม แล้วทำท่าเหมือนนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ “ความจริงกันต์โตพอที่จะมีครอบครัวได้แล้วนะ บ้านเราก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ถ้ากันต์คบใครอยู่ก็พามาแนะนำให้แม่รู้จักได้ แม่ไม่ห้าม”

“ถึงแม่ห้าม แต่ถ้ามันจะเอา มันก็ไม่ฟังหรอกครับ”

“ทำเป็นพูดดี คราวก่อก็ไม่ได้ต่างกัน แม่เคยได้รับรู้อะไรก่อนไหม แม่เจอเมียเราครั้งแรกก็ท้องแก่ใกล้คลอดแล้ว ลัดขั้นตอนกันเก่งนักเชียว”

โดยไม่ต้องลงมือเอง แม่ก็ฟาดพี่ชายกลับให้แล้ว ชนกันต์นึกขันพี่ชายตัวเอง

“แม่พูดว่าผมไม่ต่างกับเฮียก่อไม่ได้นะครับ เพราะผมไม่ได้มีพฤติกรรมเหมือนเฮียก่อ แม่พูดอย่างนี้ผมเสียหาย”

อดที่จะซ้ำเติมหนักๆ ไม่ได้ เพราะเขาถนัดเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว...มีสงครามในบ้านคราใด ชนกันต์จะขออยู่ข้างฝ่ายผู้ชนะ เขาถือคตินี้เรื่อยมา

“งั้นแกทำตัวดีๆ ไว้ให้ได้นะ พลาดเมื่อไร ฉันจะคอยดู”

“ทำไมก่อพูดกับน้องอย่างนี้ พูดเหมือนจะให้น้องเจอเรื่องเจอราวเสียให้ได้” คุณอมลรดาเอ็ดลูกชายคนรอง ก่อนจะหันไปทางลูกชายคนที่สาม “ไม่เอาแบบเฮียก่อนะกันต์ คราวนั้นแม่หัวใจเกือบวาย อย่าไปทำใครท้องแล้วทิ้งขว้าง เลือดเนื้อเชื้อไขของเราทั้งนั้น ถ้ากันต์คบใครก็ทำให้เป็นขั้นเป็นตอน แต่งงานแต่งการกันให้เรียบร้อย แม่ไม่ใช่แม่ผัวใจร้าย แม่ขอแค่ลูกสะใภ้เป็นคนดี ดูแลครอบครัวได้ อบรมลูกๆ ของเราเป็น และไม่ทำตัวเสื่อมเสีย แม่รับได้ทั้งนั้น”

ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัวแท้ๆ...ก่อฤกษ์ปิดปากฉับเสีย เพราะกลัวโดนแม่เทศน์อีก เขาเหลือบมองน้องชาย คิดว่าจะเห็นฝ่ายนั้นทำสีหน้าเยาะเย้ยใส่เขาเสียอีก แต่แปลก...มันก็จ๋อยเหมือนกัน

ชะรอยคุณอมลรดาเพิ่งคิดได้ว่ายังมีอีกคนที่คอยฟังการสนทนาอย่างสนใจ ดวงตากลมมองคนโน้นทีคนนี้ทีเหมือนอยากรู้เรื่องด้วย จนนางต้องรีบตัดบททั้งที่นึกขำเจ้าตัวน้อยเหลือเกิน

“กันต์ส่งหลานมาให้แม่ เดี๋ยวแม่จะพาน้องพร้อมไปกินข้าวเช้า แม่เขาคงทำไว้ให้เสร็จแล้ว”

เด็กชายไม่ดื้อรั้น เมื่อคุณอาพาตัวเองไปส่งให้คุณย่า เจ้าตัวน้อยก็จับมือคุณย่าเอาไว้ แล้วพาคุณย่าเดินเข้าไปในครัวเสียเอง

“ผมอยากเตะปากเฮียจริงๆ”

เมื่อลับร่างของแม่และหลานชาย ชนกันต์ก็ทำเสียงเข้มพร้อมกับส่งกำปั้นไปที่ต้นแขนของพี่ชายอย่างทีเล่นทีจริง

“ฉันอยากเตือนแก แกกำลังหาเรื่องใส่ตัว”

“เฮียรู้อะไร”

“ฉันรู้เรื่องของแกทุกเรื่อง”

ก่อฤกษ์รู้เรื่องของเขา...ชนกันต์ขยับตัวเหมือนกำลังอึดอัด พลันดวงหน้าของกุลนิภาก็ลอยเข้ามาในมโนสำนึก จนเขาต้องรีบสลัดภาพนั้นออก ก่อนจะแสร้งถอนหายใจใส่พี่ชายคล้ายกำลังเบื่อหน่าย

“ตัวเองอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่รู้เรื่องทางนี้ก่อนใครตลอด”

โดยไม่ต้องมีใครบอก ชนกันต์ก็รู้ว่าเรื่องราวทางนี้เข้าหูก่อฤกษ์ได้อย่างไร...แพทริเซียเพื่อนสนิทของก่อฤกษ์คงเป็นคนเล่าให้ฟังอีกตามเคย เพราะร้านอาหารต้นเรื่องของเขาไปเช่าพื้นที่โรงแรมของแพทริเซีย ดังนั้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวใดๆ มันจึงยากที่แพทริเซียจะไม่รู้

“แกไม่ควรกลับไปยุ่งกับนายกวินหรือคนในครอบครัวของเขาอีก”

“มันทำผมเจ็บนะเฮีย”

ชนกันต์เสียงเครือ น้ำตาเอ่อคลอเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเกือบเอาชีวิตไปทิ้งในต่างแดน เพราะถูกนายกวินหลอกให้ไปทำเรื่องระยำ ในคราวนั้นเมื่อก่อฤกษ์รู้ข่าวก็เดินทางจากประเทศออสเตรเลียไปหาเขาที่ประเทศอังกฤษในทันที พี่ชายคนนี้คอยดูแลเขาตลอดช่วงที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล รวมถึงตอนกลับไปพักฟื้นที่อะพาร์ตเมนต์จนกระทั่งหายดี แถมยังเป็นธุระจัดการเรื่องคดีความให้เขาอีกด้วย

“แกเจ็บ ฉันก็เจ็บ เพราะแกเป็นน้องของฉัน ฉันไม่ได้ห่วงนายกวิน แต่ฉันเป็นห่วงแก”

“ผมไม่เป็นอะไร แต่ผมปล่อยคนพวกนั้นไปไม่ได้จริงๆ ถ้าพวกเขาไม่มาให้ผมเห็นหน้า มันก็คงไม่เป็นไร แต่ถ้าผมยังเห็นพวกเขาใช้ชีวิตกันตามปกติ ทำเหมือนไม่เคยทำเรื่องเลวๆ กับผมมาก่อน ผมทนไม่ได้”

“แกไปยุ่งกับน้องสาวของนายกวินทำไม”

“ทำไมล่ะ ทำไมผมถึงยุ่งกับอิงไม่ได้”

เหมือนเป็นของต้องห้าม...น้ำเสียงเคียดแค้นยามพูดถึงนายกวินเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นเสียงพาลขึ้นมาเสียอย่างนั้น ซึ่งมีหรือที่ก่อฤกษ์จะมองน้องชายไม่ออก

“แกคิดว่าน้องสาวของมันจะเป็นเหมือนมันไหม”

“พี่น้องกันก็คงไม่ได้ต่างกันหรอก”

“ถ้าน้องสาวกับพี่ชายไม่ต่างกัน ฉันก็ไม่ห่วงแก เพราะแกคงจัดการได้ง่ายๆ เหมือนตอนที่แกจัดการนายกวินจนโคม่ามาแล้ว แต่ที่ฉันเป็นห่วงแก เพราะฉันกลัวว่าน้องสาวจะไม่เหมือนกับพี่ชาย ทีนี้แกจะเอาตัวเองออกมาจากเรื่องที่สร้างไว้ยังไง”

“ทำไมเฮียต้องเป็นห่วงผมด้วย เรื่องแค่นี้เอง ผมจัดการได้น่า”

น้องชายทำเสียงฉุนใส่ คนเป็นพี่ชายจึงต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ พลันนั้นเหมือนชนกันต์รู้ตัว เขาจึงพูดเอาใจพี่ชาย หากน้ำเสียงยังตึงๆ ไม่หาย

“เดี๋ยวผมจะไปส่งเฮียที่สนามบินเอง”

“อืม ขอบใจ”

เมื่อน้องชายไม่ให้ยุ่ง เขาก็จะไม่ยุ่งอีก รู้ดีว่าเรื่องพวกนี้มันห้ามกันยาก อารมณ์ของชนกันต์ในเวลานี้เหมือนน้ำเชี่ยวกราก ถ้าขืนเอาตัวเข้าไปขวาง มันคงมีแต่แหลกราญ เขายังไม่พร้อมแหลกเสียด้วยสิ เพราะเขามีลูกเมียที่ต้องดูแล...ก่อฤกษ์จึงได้แต่ตบไหล่น้องชายเป็นเชิงให้กำลังใจ

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ใต้อาณัติมาเฟีย
9.3
ลดาในวัยสิบแปดปีถูกยายส่งตัวให้มาดามโดยไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังถูกนำไปประมูลเป็นนางบำเรอ ทว่าโชคชะตาทำให้เธอได้พบกับคาลิกซ์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลวัยสามสิบแปดปีที่ทุ่มเงินถึงแปดหลักเพื่อครอบครองตัวเธอ พร้อมพันธสัญญาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ว่า เมื่อเธออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ลดาจะต้องมอบความบริสุทธิ์และยอมเป็นของเขาบนเตียงทุกครั้งตามความต้องการโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่ข้อเดียว ภายใต้อำนาจมืดที่คอยบงการชีวิตเธออย่างเบ็ดเสร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายชุด ทาสรักคุณชายมาเฟีย
9.3
นิยายชุดที่รวบรวมเรื่องราวความรักหลากรสชาติ เริ่มต้นด้วยชมพูพริ้งที่ช่วยชีวิตคมน์ มาเฟียหนุ่มจนเกิดเป็นพันธนาการที่เขาไม่อาจปล่อยมือ ต่อด้วยหญิงสาวที่ต้องแต่งงานล้างหนี้กับมหาเศรษฐีผู้เย็นชา ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องจากลาเขากลับตระหนักว่าขาดเธอไม่ได้ ปิดท้ายด้วยศิริลดาที่เข้าพิธีวิวาห์กับอนุรักษ์ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็น ความอ่อนโยนของเธอได้กลายเป็นแสงสว่างเดียวในโลกมืด จนทำให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อทดสอบรักแท้และรักษาเธอไว้เคียงคู่ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง สอนรักลูกสาวท่านประธาน
8.0
ทิราภา ลูกสาวท่านประธานผู้แสนพยศไม่เคยคิดจะเปิดใจให้ภานนท์ ชายหนุ่มที่ใครต่างรุมล้อม แม้เธอจะพยายามทำตัวปั้นปึ่งใส่เขาเพียงใด แต่ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์พนักงานบริษัทธรรมดากลับสั่นคลอนหัวใจเธอจนยากจะต้านทาน เมื่อความลับถูกเปิดเผยว่าเขาคือดร.หนุ่มผู้เพียบพร้อม แรงดึงดูดทางกายและใจก็นำพาให้ทั้งคู่ก้าวข้ามกำแพงทิฐิ สัมผัสถึงความรักอันเร่าร้อนที่เปลี่ยนความเกลียดชังเป็นความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หลุมพรางเศรษฐี
8.4
เมื่อหนิงลั่วซีถูกที่บ้านกดดันให้เข้าพิธีวิวาห์กับชายสูงวัยที่เธอไม่ได้รัก เธอจึงตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการจ้างชายหนุ่มจากบาร์โฮสมาสวมรอยเป็นสามีบังหน้าเพื่อประชดครอบครัว ทว่าความจริงที่เธอไม่เคยล่วงรู้เลยก็คือ หนุ่มดริ้งคนนี้แท้จริงแล้วคือผู้นำตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่ปลอมตัวมา นอกจากเขาจะกุมอำนาจล้นมือแล้ว เขายังคอยมอบความรักและความเอาใจใส่ให้เธออย่างแสนหวานในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่อีกครั้งก็ยังเป็นภรรยาของท่านประธานเฉิน
9.5
อดีตนักฆ่าฝีมือพระกาฬอย่างจางหลินซินต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถเพราะการหักหลังของครอบครัวตนเอง ทว่าในวาระสุดท้ายเธอกลับมีเฉินจือหานยอมสละชีวิตเพื่อล้างแค้นและจากไปพร้อมกับเธอ เมื่อโอกาสที่สองมาถึงและเธอได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งในฐานะภรรยาของประธานเฉินผู้ทรงอิทธิพล หลินซินจึงตัดสินใจใช้ชีวิตใหม่นี้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม พร้อมกับวางแผนทำลายล้างทุกคนที่เคยทำร้ายเธอให้ย่อยยับอย่างสาสมกับความเจ็บปวดที่เธอเคยได้รับในชาติที่แล้ว