APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด

กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด

ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 3 รูปโฉมอันน่าอัศจรรย์ตา

ดวงวิญญาณที่ลางเลือนได้แต่เอียงศีรษะเล็กน้อย ฉายแววโง่งมในดวงตา

“แก้...แค้น? คือสิ่งใด...อะไรคือแก้แค้น?”

ท่าทางการแสดงออกที่โง่เขลาเยี่ยงเด็กน้อยไร้เดียงสานี้ ทำเอาเย่หลานถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นางถึงกับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหนึ่งครา

“ช่างเถิด...พัฒนาการทางสมองเจ้าเทียบเท่ากับเด็กอายุเพียงสามขวบ ถูกเหยียบย่ำรังแกเยี่ยงเดรัจฉานยังมิรู้จักตอบโต้ ไหนเลยจะเข้าใจคำว่าแก้แค้นได้”

นางกล่าวเสียงเรียบและเปลี่ยนประเด็นทันที

“ไม่เป็นไร เช่นนั้นที่เหลือต่อจากนี้ข้าจะจัดการแทนเจ้าเอง ส่วนเจ้าเพียงแค่อยู่เฉยๆก็พอ รอจนกว่าข้าผู้นี้จะทำความปรารถนาของเจ้าให้สำเร็จก็พอ ดวงวิญญาณของเจ้าจะได้ไปสู่สุขติ”

เย่หลานคว้ากำดวงวิญญาณกลับเข้าไปไว้ในฝ่ามือ บรรจงบีบขยำเพียงไม่กี่ครั้ง มันก็แปรสภาพเปลี่ยนเป็นเม็ดไข่มุกสีขาวขุ่นงดงาม นางดึงเส้นด้ายออกมาจากชายเสื้ออาภรณ์ แล้วร้อยทำเป็นจี้แขวนห้อยไว้บนลำคอของตน

สายตาคู่คมกริบของเย่หลานพลันเหลือบมองไปด้านหนึ่ง จ้องตรงไปทางร่างไร้วิญญาณของเย่เยวี่ยอวี่ บัดนี้เหนือร่างที่ว่าปรากฏเป็นเงาวิญญาณสีดำหม่นระคนแดงชาด ครู่หนึ่งจึงแปรสภาพเป็นรูปร่างคล้ายอสูรกายดุร้าย ส่งเสียงกรีดร้องและพุ่งถลาจู่โจมใส่นางทันที

ทว่าเย่หลานกลับมิได้เหลือบแลต่อแต่อย่างใด นางเปล่งวาจาสั้นๆแต่เย็นจับขั้วหัวใจออกมาประโยคหนึ่ง

“ดับสลาย!”

ทันใดนั้น ดวงวิญญาณอาฆาตแค้นของเย่เยวี่ยอวี่ก็แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี แล้วปลิดปลิวหายวับไปในพริบตา

ครั้นจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่หลานจึงหันกายหมายจะโยนศพของเย่เยวี่ยอวี่ให้แก่ฝูงผีดิบทั้งหลายได้ฉีกกัดแบ่งกันกิน

หากแต่เวลาเดียวกันนั้น นางก็พลันเหลือบไปมองซากศพเน่าเฟะร่างหนึ่งที่อยู่ใกล้กัน โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง นางรีบล้วงมือเข้าไปในร่างศพนั้น กระชากดึงเถาวัลย์ดำทมิฬเส้นหนึ่งที่กำลังดิ้นพลิ้วคล้ายพยาธิออกมา

เย่หลานถึงกับร้องอุทานคำโตเมื่อค้นพบสิ่งนี้

“เหลือเชื่อโดยแท้ ดินแดนโลกีย์ของพวกมนุษย์ยังมีเถาวัลย์เมฆาภูตอยู่ด้วยรึ?”

แท้จริงแล้วเถาวัลย์เส้นนั้นหาได้คิดจะหลบหนีไม่ มันรีบพันรัดนิ้วมือของเย่หลานไว้แนบแน่น เหมือนจะส่งสัญญาณว่าต้องการติดตามนางไปด้วยหลังจากนี้

เย่หลานฉีกยิ้มมุมปากพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า

“นับว่าเจ้ายังพอมีความฉลาดเฉลียวอยู่บ้าง”

พินิจดูจากขนาดของเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตเส้นนี้ คาดว่าคงพำนักอาศัยอยู่ในสุสานร้างแห่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่พลังของมันกลับอ่อนแอยิ่งนัก เสมือนขอทานที่หากินเศษแป้งไม่อิ่มท้อง จึงเติบโตเพียงขนาดแต่ไร้ซึ่งกำลังวังชา

เมื่อเห็นเย่หลานสามารถดึงพลังมารด้านลบจากในสุสานแห่งนี้ออกมาเพื่อควบคุมหมู่ศพได้ เถาวัลย์เมฆาภูตผู้ดำรงชีพด้วยการดูดซับกลิ่นอายแห่งความตายในการยังชีพ จึงรู้สึกตื่นเต้นเกินกว่าจะซ่อนตัวได้อีกต่อไป มันแทบจะพลีกายเข้ามาตีสนิทชิดเชื้อกับนาง ประหนึ่งว่าขอยอมสวามิภักดิ์ต่อเจ้านายคนใหม่

เย่หลานแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง

“ช่างพอดีนัก บัดนี้ข้าเองก็เพิ่งจุติใหม่ ยังขาดศาสตราอาวุธคู่มือ หากเจ้าเต็มใจ ข้าย่อมใช้เจ้าเป็นมือเท้าไปพลางก่อนได้”

สิ้นวาจานั้น เถาวัลย์เมฆาภูตก็ไม่รอช้า เร่งแทงหนามเล็กจิ๋วลงไปบนปลายนิ้วของนางอย่างประณีตเบามือ รีดนำหนึ่งหยาดโลหิตให้หลั่งรินสัมผัสกับร่างของมันเท่านั้น ราวกับกลัวว่าเจ้านายคนใหม่จะรู้สึกเจ็บ เท่านี้ก็บังเกิดเป็นสัญญาณเชื่อมวิญญาณระหว่างเจ้านายกับทาสแล้ว และตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เถาวัลย์เมฆาภูตก็ได้กลายมาเป็นศาสตราวุธประจำกายของนางแล้ว

เท่ากับว่าในตอนนี้ เย่หลานก็อาวุธสำหรับใช้ป้องกันตัวบ้างแล้วเช่นกัน

แต่น่าเสียดายนัก พลังบ่มเพาะปราณยุทธ์ที่นางเคยฝึกปรือมาชั่วชีวิตก่อนหน้านี้ หาได้ติดตามนางมายังร่างใหม่นี้ด้วยไม่

หรือก็คือ...นางจำต้องเร่งบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน!

แต่ไม่เป็นไร...

อย่างน้อยที่สุด ทั้งเคล็ดวิชาต่อสู้และบ่มเพาะพลัง ล้วนยังคงสถิตอยู่ในสมองของนางเพรียบพร้อมสมบูรณ์ดี ขอเพียงมีเวลาและโอกาสสักหน่อย เย่หลานย่อมสามารถหวนคืนสู่ความยิ่งใหญ่เป็นคำรบสองได้แน่!

ทว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้น มีเงื่อนไขสำคัญอยู่ประการหนึ่ง –

ห้ามมิให้พวกตาเฒ่าน่าตายบนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ล่วงรู้โดยเด็ดขาดว่านางยังไม่ตาย!

หากพวกมันรู้เข้า มีหวังได้ยกทัพศึกบุกลงมายังแดนโลกีย์อย่างพิภพมนุษย์แห่งนี้เป็นแน่!

หากถูกกวาดล้างครานี้ มีหวังนางได้สิ้นซากอย่างแท้จริง!

เย่หลานตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะได้บทสรุปในใจว่า

‘หากคิดจะซื้อเวลาเพื่อเร่งฝึกปรือบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ จำต้องเสาะหาที่พักพิงสักแห่งหน... จวนตระกูลเย่...เห็นจะเหมาะสมที่สุดแล้ว’

ด้วยเหตุนี้เอง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครานี้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเย่เยวี่ยอวี่แอบลักพาตัวเจ้าของร่างเดิมออกมา และในเมื่อเย่เยวี่ยอวี่กับผู้ติดตามของนางล้วนตายสิ้นแล้ว ย่อมเท่ากับว่าจะไม่มีผู้ใดเอะใจสงสัยถึงตัวตนของนางในปัจจุบัน

เย่หลานคนนี้ยังคงเป็นยัยปัญญาอ่อนในสายตาของทุกคน

หากเป็นเช่นนั้น นางก็ยังจะสามารถใช้ภาพจำอันแสนโง่งมนี้เป็นเกราะกำบังตนเองได้ เร้นซ่อนตัวจริงเอาไว้ภายใต้เงามืด พลางสืบหาเรื่องตราหยกที่ดวงวิญญาณน้อยเอ่ยถึง พร้อมกับตามหาเบาะแสท่านแม่ที่หายสาบสูญไป

หนึ่งกระบวนออกท่า...นำมาซึ่งสามผลลัพธ์อันน่าพอใจ

เย่หลานตัดสินใจอย่างแน่วแน่–

กลับสู่จวนตระกูลเย่ก่อนเป็นดีที่สุด!

ครั้นเงาร่างของเย่หลานอันตรธานหายลับไปในดงไผ่แล้ว บรรดาซากศพผีดิบเดินได้ในสุสานรกร้างล้วนกลับคืนสู่สภาพเดิม ต่อให้ผู้ใดสัญจรผ่านไปมา ณ ที่แห่งนี้ ย่อมมิอาจตรวจพบสิ่งผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อยได้

เย่หลานกับเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตที่เกาะเกี่ยวพันรอบแขน ต่างพากันตรงดิ่งเข้าสู่เบื้องลึกในป่าดงไผ่เวิ้งว้าง เดิมที นางได้อาศัยใช้ความทรงจำเจ้าของร่างเดิมเพื่อกลับสู่จวนตระกูลเย่ แต่กลับคาดไม่ถึงจริงๆ... ไม่ว่าจะพยายามค้นหาเท่าใด ภายในห้วงความทรงจำที่ว่ากลับไม่มีแม้แต่เส้นทางกลับบ้าน!

ก็นางเป็นคนปัญญาอ่อนนี่นะ...

นางเดินวนเวียนอยู่ในป่าดงไผ่หลายต่อหลายรอบ จนกระทั่งดวงตะวันลับฟ้าสู่ห้วงราตรี ก็ยังไม่สามารถเสาะหาหนทางออกไปได้...

ใบหน้าของเย่หลานเริ่มคล้ำดำมืด ริมฝีปากเริ่มกระตุกเล็กน้อย

“ช่างน่าตายนัก... อุปสรรคแรกหลังจากการเกิดใหม่ของข้า แท้จริงแล้วหาใช่การบ่มเพาะพลังปราณยุทธ์ หรือแม้แต่กลัวว่าความลับจะรั่วไหล ทว่าดันเป็น...การหลงป่า!”

ครุ่นคิดไปพลางถอนหายใจถี่รัวไปด้วย มิใช่เพียงแค่จะกลับสู่จวนตระกูลเย่ยังทำไม่ได้ ลำพังจะเดินออกจากป่าดงไผ่ก็ยังยาก!

เมื่อหันไปถามเจ้าเถาวัลย์เมฆาภูต มันก็เอาแต่ส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก แม้จะอยู่ที่นี่มาเนิ่นนาน แต่เจ้านี่กลับไม่เคยออกไปไหนไกลพ้นเขตสุสานเลย เหตุเพราะกลัวจะถูกสัตว์อสูรรุมทำร้าย

เจ้าเถาวัลย์นี้ช่างขี้ขลาดโดยแท้!

ระหว่างกำลังครุ่นคิดเพื่อเสาะหาหนทางออกจากป่าอยู่นั้น จู่ๆสีหน้าแววตาของเย่หลานก็พลันเปลี่ยนผันทันใด จากที่เคยสงบกลับเริ่มตึงเครียด และเริ่มกวาดตาสำรวจมองไปรอบทิศ แฝงทีท่าหวาดระแวงเกินแปดส่วน

นี่มัน...หมอกอันใด?

มิรู้ตั้งแต่เมื่อใดที่รอบด้านสิบทิศได้ปรากฏม่านหมอกสีขาวขุ่นขึ้น และค่อยๆขยับขยายฐานแผ่ซ่านเข้ามาใกล้ร่างของนางทีละน้อย เจ้าเถาวัลย์เมฆาภูตรีบยื่นหนวดยาวสีดำออกไปลองสัมผัสกับชั้นหมอกนั้นโดยเร็ว ก่อนจะส่งสัญญาณกลับมาหานางว่าไร้พิษเจือปน

แต่แม้จะไร้พิษแอบแฝง เย่หลานก็ยังมิกล้าวางใจ เบื้องหน้าม่านหมอกขาวทึบชั้นหนาตีประกบรุดใกล้เข้ามาทุกที นางค่อยๆสาวเท้าล่าถอยเตรียมจะหลีกหนีโดยเร็ว...

แต่ทันใดนั้น ม่านหมอกนี้กลับเสมือนมีชีวิต มันรีบโถมปะทะเข้าปกคลุมทั่วทั้งร่างของนางในชั่วพริบตา!

ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจ ร่างของเย่หลานก็ได้หายวับไปจากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่!

.....

“ซู่วว...”

เสียงน้ำตกไหลรินดังอยู่ข้างหู เมื่อเย่หลานเริ่มรู้สึกตัวฟื้นคืนสติขึ้นมาทีละเล็กละน้อย เปลือกตาคู่โศกจึงค่อยๆเปิดลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า

ต่อให้ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วก็จริง ทว่าวิสัยทัศน์การมองเห็นเบื้องหน้ากลับยังคงพร่ามัวไปหมด ยามนี้เย่หลานเพิ่งจะตระหนักได้ว่า หาใช่ดวงตาของตนที่เลือนรางมองไม่ชัด แต่ทั้งหมดเป็นเพราะตัวนางยังจมอยู่ในม่านหมอกสีขาวทึบ และม่านหมอกแห่งนี้ก็เปรียบเสมือนประตู...ที่ย้ายนางมาอีกสถานที่หนึ่งเสียแล้ว

นางสัมผัสได้ชัดแจ้ง ม่านหมอกขาวทึบในครานี้ทั้งชื้นและร้อนกว่าก่อนหน้าหลายเท่า มวลอากาศเจือผสมกลิ่นกำมะถันอ่อนๆแทรกผสม ผนวกกับเสียงน้ำตกที่อยู่ไม่ไกลนัก ยิ่งชัดเจนแล้วว่า ที่นี่คงจะเป็นบ่อน้ำพุร้อนสักแห่งหนึ่งแน่

เย่หลานยังคงรักษาความสงบนิ่งครบส่วน ไม่แยแสต่อความแปลกพิสดารเหล่านี้ และเลือกที่จะก้าวเท้าเดินตรงสู่เบื้องหน้าต่อไป

ไม่ถึงสิบก้าวด้วยซ้ำนางจึงได้หยุดลง สายตาจ้องจับไปทางบ่อน้ำพุร้อนที่เริ่มเผยโฉมต่อหน้า ซึ่งภายในบ่อดังกล่าว...ปรากฏเงาร่างสูงใหญ่พร่าเลือนของบุรุษผู้หนึ่งกำลังแช่ตัวอยู่ท่ามกลางไอหมอกร้อน

“สหายเต๋าท่านนี้มีธุระอันใดกับเราผู้น้อย?”

เย่หลานเปล่งวาจาเอ่ยถามด้วยความนอบน้อม เสมือนเป็นการโยนหินถามทางไปสักคำ

“คงจะเชื้อเชิญเราผู้น้อยให้มาเป็นแขกแช่อาบน้ำพุร้อนด้วยกันกระมัง?”

ร่างสูงใหญ่ในบ่อมิได้ไหวติงใดๆ หากแต่ส่งเสียงทุ้มลึกดั่งขลุ่ยเหล็กกล้าเปล่งบรรเลงก้องเข้าเต็มสองใบหู

“หาใช่เชื้อเชิญให้มาเป็นแขก แต่วานให้เจ้าเดินทางมาช่วยเหลือข้า”

เย่หลานมิรั้งรอปล่อยให้อีกฝ่ายได้พล่ามต่อ รีบเอ่ยปฎิเสธตัดบทโดยเร็ว

“ตัวเราผู้น้อยเป็นเพียงสตรีอ่อนแอไร้ค่านางหนึ่ง ไฉนจะมีปัญญาช่วยเหลือท่านได้? สหายเต๋าท่านนี้ รบกวนปล่อยเราผู้น้อยไปเสียดีกว่า รั้งอยู่ต่อไปก็จะสร้างความรำคาญใจให้แก่ท่านเสียเปล่าๆ”

หากแต่อีกฝ่ายกลับทำเสมือนมิได้ยินถ้อยปฏิเสธใดๆทั้งสิ้น เพิกเฉยต่อวาจาของนาง และเอ่ยตอบเพียงหนึ่งคำสั้นๆ

“เข้ามานี่”

เย่หลานหรี่ตาคมกริบสะท้อนแสงเย็นเยียบ

แน่นอน...นางไม่มีวันก้าวเข้าไปหาอยู่แล้ว!

แต่น่าเสียดายที่บุรุษผู้นั้นเห็นทีจะมิยอมลดราวาศอกให้กับนางโดยง่าย จากใจกลางบ่อน้ำพุร้อนตรงนั้น เรียวมือขาวเนียนพลันยกขึ้นอย่างกะทันหัน เขาเพียงกระดิกปลายนิ้วเบาๆพร้อมเปล่งวาจาอีกครา

“เข้ามา”

ทันใดนั้นเอง เย่หลานก็รู้สึกราวกับถูกพลังเหนือธรรมชาติอันทรงอำนาจเกรี้ยวกราด พันธนาการรัดตนไว้ทั่วร่าง พร้อมกับแรงฉุดกระชากดุจถูกหลุมดำดูด ร่างของนางเข้าไปยืนประจันหน้ากับฝ่ายบุรุษอย่างมิทันได้ตั้งตัว!

หนึ่งอึดใจนั้นเอง นางจึงมีโอกาสได้แลเห็นโฉมหน้าของอีกฝ่ายชัดถนัดตา

ภายใต้แสงจันทราสีเงินที่ให้บรรยากาศเย็นนุ่มนวล โครงหน้าสันกรามตัดคมชัดเข้ารูป ช่างสวยงามไร้ที่ติประดุจผลงานแกะสลักชิ้นเอกผ่านคมมีดที่แสนวิจิตล้ำ หว่างคิ้วแฝงเร้นพลังอำนาจที่สูงศักดิ์เหนือโลกีย์ ริมฝีปากบางยกยิ้มเป็นทรงโค้งเล็กน้อย อวดอ้างรัศมีหยิ่งผยองซ่อนงำเสน่ห์แสนมืดดำผ่านมัดกล้ามเนื้อแกร่งกำยำทั่วร่าง เพียงได้ปรายตามองพินิจสักครา ย่อมทำเอาใครต่อใครต้องใจสั่น เสมือนถูกดูดกลืนวิญญาณสู่ห้วงแห่งความลุ่มหลงทั้งเป็น

หากเป็นอิสตรีทั่วไปคงประหม่าขวัญเสียจนทำอะไรไม่ถูก แต่หาใช่กับเย่หลาน... นางกลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม นางกลับกลอกลูกนัยน์ตาเพ่งพินิจมองเรือนร่างกำยำแน่นของบุรุษตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ

มวยผมยาวถูกรวบรัดด้วยสายคาดสีเงินวาววับ ที่สื่อแสดงถึงสถานะศักดิ์อันสูงศักดิ์ ทอดสายตาเคลื่อนลงอีกเล็กน้อยก็ตกลงสู่ช่วงไหลกว้างกับกระดูกไหปลาร้ายเด่นชัด ที่บัดนี้ชุ่มชโลมไปด้วยหยาดหยดน้ำ ไต่ไล่ลงมาจนถึงกล้ามท้องที่ทั้งแน่นทั้งเต่งตึง เพียงแค่มองก็ทำเอานางรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมายิบๆ หมายปองต้องการจะลูบไล้สัมผัสเสียเหลือเกิน...

ยิ่งทอดสายตาต่ำลงไปเรื่อยๆ... นางถึงกับต้องเช็ดน้ำลาย อดที่จะพึมพำอยู่ภายในใจไม่ได้จริงๆ

‘บุรุษรูปงามแห่งใต้หล้าอย่างแท้จริง!’

ทว่าเมื่อสายตาของนางเหลือบไปเห็นกลุ่มก้อนหมอกควันสีดำประหลาด ที่ลอยคลุ้งจางๆอยู่รอบกายของเขาเข้า สีหน้าของเย่หลานก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอีกครา พร้อมกับคู่คิ้วที่ถักขมวดเข้าหากันแน่น...

พ่อรูปโฉมวิจิตรล้ำเลิศผู้นี้ ดูท่าจะ...ถูกเพลิงพิษร้อยปีศาจเข้าสิงสู่เล่นงานอยู่กระมัง?

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
ภาพปกนิยายเรื่อง บำเรอรักพยัคฆ์ทมิฬ
9.2
ชีคมาลิก เจ้าของฉายาเสือดำแห่งนามีรุน กำลังตกอยู่ในบ่วงปรารถนาที่ยากจะถอนตัว เมื่อเขาต้องการครอบครองเนตรดารา หญิงสาวผู้ที่เงินตราไม่อาจซื้อได้ง่ายๆ หากข้อเสนอไม่น่าสนใจพอ ท่ามกลางความขัดแย้งในราชวงศ์ที่มองว่าเขาเป็นเพียงแกะดำ มาลิกจึงต้องพิสูจน์เกียรติยศและสายเลือดนักล่าของตนเองว่าเสือย่อมเป็นเสือวันยังค่ำ การเจรจาเพื่อดึงเธอเข้าสู่ฮาเร็มจึงกลายเป็นเกมเดิมพันที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงของความรักและการพิสูจน์ตัวตนอันเข้มข้น
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟซ่อนเชื้อ [คู่กัด พ่อแง่แม่งอน]
9.8
Hataichanok is a sharp, confident woman who meets her match in Pawee, a calm man who has always been patient with her. However, his composure shatters when he discovers she used him as a mere pawn for revenge. After their marriage becomes a battlefield of deception, Pawee refuses to grant the divorce she craves. Consumed by betrayal, he decides to force her to pay the price for her schemes, trapping her in a high-stakes clash of emotions and hidden desires.
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตซีอีโอสาวสวยรวยเก่งต้องมาเข้าร่างหญิงอ้วนหนักร้อยกิโลกรัมผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี เธอตื่นขึ้นมาในเกี้ยวเจ้าสาวขณะถูกส่งไปแต่งงานกับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงเป่ยผู้มีข่าวลือหนาหูว่านิยมตัดแขนเสื้อตนเอง หญิงสาวจึงต้องหาทางพิสูจน์ความจริง แต่แล้วในคืนพระจันทร์เต็มดวง เธอกลับพบความลับสุดช็อกว่าสามีของเธอกลายร่างเป็นหมีแพนด้าได้ ชีวิตใหม่ในยุคโบราณกับสามีแพนด้าผู้คลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ตำนานรักองค์ชายจอมโจร
8.7
หวังฉิงชวน นักศึกษาสาวที่กำลังเขียนบทละครประวัติศาสตร์ยุคจ้านกว๋อเพื่อจบการศึกษา กลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอเสียชีวิตกะทันหันแล้วฟื้นขึ้นในร่างของหยางเฉียนเฉียน ธิดาเจ้าเมืองอูเจี๋ยนในอดีต การย้อนเวลานี้ทำให้เธอได้พบความจริงที่ถูกบิดเบือนและได้พบกับเยี่ยคัง จอมโจรผู้ลึกลับซึ่งแท้จริงคือองค์ชายห้าแห่งแคว้นหมิ่นเย่ว ท่ามกลางความขัดแย้งและอุปสรรค ทั้งสองได้ร่วมกันสานต่อวาสนาและความรักอันมั่นคงที่ผูกพันข้ามภพชาติเพื่อครองคู่กันตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง แค้นนี้ของนายมาเฟีย
9.5
เมื่อความแค้นสุมอก มาเฟียหนุ่มจึงวางแผนล้างแค้นพี่ชายของลินอย่างสาสมเพื่อตอบแทนที่ทำให้พี่ชายเขาต้องจากไป เขาตั้งใจมอบความพินาศให้คนทรยศได้ลิ้มรสความสูญเสียที่เจ็บปวดมากกว่าความตาย ท่ามกลางเพลิงโทสะที่พร้อมแผดเผาทุกอย่าง ลินพยายามอ้อนวอนขอชีวิตพี่ชายด้วยความสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเธอห้าม เขากลับยิ่งอยากทรมานศัตรูให้ตกนรกทั้งเป็นเพื่อชดใช้ความผิดที่อีกฝ่ายก่อไว้อย่างไม่อาจให้อภัยได้