APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ

ความผิดพลาดในห้องฉุกเฉินกลายเป็นตราบาปที่เขาโยนใส่เธออย่างเลือดเย็น ศัลยแพทย์หนุ่มปักใจเชื่อว่าสายเรียกเข้าของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียสมาธิจนไม่อาจยื้อชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ เขาจมอยู่กับความโกรธแค้นและคำต่อว่า โดยหารู้ไม่ว่าในนาทีเดียวกันนั้น หญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวก็กำลังเผชิญกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และเธอก็ต้องการเขาในวินาทีที่หัวใจสลายที่สุดเช่นกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

คุณครูสาวไม่รู้จะหาทางออกยังไงเธอจะจ่ายค่ารักษาให้ก็ได้แต่แม่ของออมสินก็คงไม่ยอม

“ครูเคยทำแบบนี้บ่อยไหมครับ”

“ไม่เลยค่ะปกติเราก็จะบอกไปตามตรงว่ากรณีไหนจะสามารถเบิกได้กรณีไหนผู้ปกครองต้องจ่ายเอง แต่กับเด็กคนนี้ครูขอเป็นกรณีพิเศษได้ไหมคะ”

“ทำไมถึงขอให้เด็กคนนี้เป็นกรณีพิเศษ ครูไม่กลัวว่าขอให้คนนี้ได้แล้วคนอื่นจะทำตามอย่างเหรอ”

“หมอคงมองว่าครูเป็นคนไม่ดีไม่ซื่อสัตย์ใช่ไหม แต่ออมสินเขาอยู่กับแม่และยายแก่ๆ แม่เขารับจ้างอ้อยค่าแรงวันหนึ่งไม่ถึงห้าร้อย ถ้าเอาเงินมารักษาแบบนี้เห็นทีจะลำบาก”

“น่าเห็นใจเหมือนกันนะครับ”

“ถ้างั้นคุณหมอไม่ช่วยครูจะจ่ายค่ารักษาให้เองก็ได้ค่ะ” แม้ว่าเงินเดือนจะไม่มากแต่มันก็คงมากว่ารายได้ของมารดาเด็กนักเรียน

กรัณย์กรไม่เคยเจอกรณีแบบนี้มาก่อนเขาเองก็สงสารและเห็นใจเธออยู่มากแต่เรื่องที่จะทำมันก็เป็นเรื่องที่ผิด

“ครูรอผมสักครู่นะครับ”

คุณหมอหนุ่มบอกกับคุณครูก่อนที่ตัวเองจะเดินออกมานอกห้องตรวจ

“พี่ต่ายครับผมมีเรื่องถามหน่อยครับ” กรัณย์กรเดินมาหาหัวหน้าพยาบาลประจำแผนกฉุกเฉิน

“มีอะไรคะหมอ”

คุณหมอหนุ่มเล่าเรื่องที่เขาคุยกับคุณครูในห้องตรวจให้กับพี่หัวหน้าพยาบาลฟังอย่างละเอียด

“ผมว่ามันถูกนะครับพี่ ทำแบบนี้คนที่เสียเปรียบก็คือบริษัทประกัน”

“ค่ะ พี่รู้แต่หมอลองมองอีกมุมสิคะ การวิ่งเล่นหกล้มกับวิ่งเล่นฟุตบอลแล้วหกล้มมันต่างกันมากไหม การเล่นฟุตบอลของเด็กเก้าขวบคือการเล่นชนิดหนึ่งเพียงแต่มันมีอุปกรณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กเขาไม่ได้ไปแข่งฟุตบอลแล้วล้มนะคะ เขาแค่วิ่งเล่น”

เพราะทำงานมานานหัวหน้าพยาบาลเลยเจอเคสที่มันก้ำกึ่งแบบนี้อยู่บ่อยๆ อย่างในกรณีนี้มันก็ไม่ใช่การแข่งกีฬาแต่มันคือการเล่นของเด็กเท่านั้นจะวิ่งเล่นแล้วหกล้มหรือวิ่งเล่นฟุตบอลแล้วหกล้มกันก็แทบไม่ต่างกันเลย

“พี่ต่ายคิดว่าผมควรจะเขียนแค่วิ่งเล่นใช่ไหม”

“พี่ไม่ได้บอกว่าให้หมอเขียนแบบไหน แต่เด็กกับการเล่นและการหกล้มเป็นของคู่กัน ไม่ว่าเขาจะเล่นอะไรเขาก็หกล้มได้”

“ผมคิดว่ารู้แล้วว่าจะต้องเขียนยังไง ขอบคุณมากครับ”

เมื่อคุยกับหัวหน้าพยาบาลแล้วกรัณย์กรก็เดินกลับเข้ามาในห้องตรวจอีกครั้ง

“ขอโทษนะครับที่ให้รอนาน”

“ไม่เป็นค่ะ หมอจะช่วยใช่ไหมคะ คะครูสัญญาเลยจะไม่บอกใครแล้วจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีก”

“เหมือนคุณครูจะห่วงลูกศิษย์คนนี้มากนะครับ”

“ออมสินเป็นเด็กน่ารักช่างพูดค่ะ”

“ถ้าผมช่วยแล้วคุณครูมีอะไรจะให้ผมเป็นข้อแลกเปลี่ยนไหม”

“คุณหมอจะให้ครูทำอะไรคะ ครูทำให้ได้หมดเลย”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจค่ะ ตกลงคุณหมอจะยอมช่วยใช่ไหม”

“ผมจะช่วยก็ได้แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะครับ เพราะผมก็ไม่อยากทำผิด” กรัณย์กรตัดสินใจช่วยเหลือคุณครู หลังจากฟังสิ่งที่หัวหน้าพยาบาลพูดและคิดตามอย่างถี่ถ้วนแล้ว

การซักประวัติเด็กบางครั้งมันก็มีข้อผิดพลาดได้ถ้าหากโดนตรวจสอบขึ้นมาเขาก็จะใช้ข้ออ้างนี้

“ขอบคุณค่ะคุณหมอที่ช่วย”

“เดี๋ยวคุณพาเด็กไปรับยาและอย่าลืมพามาทำแผลนะครับหนึ่งอาทิตย์ผมจะนัดมาดูแผลอีกที ถ้าระหว่างนี้เด็กซึมลง มีปวดหัวหรืออาเจียน หรือเลือดออกเยอะขึ้นก็ต้องรีบพามาหาหมอนะครับ”

“ทำแผลทุกวันเหรอคะ”

“ครับ ปกติแผลแบบนี้ไม่ต้องทำแผลทุกวันก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ก็จะนัดมาดูวันที่ตัดไหมเลย แต่ที่ต้องมาทำแผลทุกวันเพราะแผลมีรอยถลอกและขอบไม่เรียบเท่าไหร่หมอเลยอยากให้มาทำแผลครับ” กรัณย์กรอธิบาย

“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ปิ่นปินัทธ์ลุกขึ้นยืนและยกมือไหว้

“เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นให้คุณเลี้ยงข้าวผมสักมื้อได้ไหม”

“ได้สิฉันยินดีเลยค่ะ”

“แล้วผมจะติดต่อคุณได้ยังไงล่ะ”

“ในประวัติของเด็กชายออมสินเมื่อกี้มีเบอร์โทรของของฉันอยู่ค่ะฉันชื่อครูปิ่นปินัทธ์ค่ะ”

“ผมหมอกรัณย์กรครับ ยินดีที่ได้รู้จักผมว่างวันไหนผมจะโทรไปหาคุณครู”

“ขอบคุณอีกครั้งนะคะฉันขอตัวก่อนค่ะ”

ปิ่นปินัทธ์เดินออกมาจากห้องตรวจก็เจอกับออมสินและมารดาที่ตอนนี้นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

“คุณครูคะหมอว่ายังไงบ้าง”

“ออมสินเย็บไปเจ็ดเข็มค่ะ แผลไม่ได้ลึกเท่าไหร่ค่ะ”

หญิงสาวอธิบายถึงอาการที่ต้องรีบพาออมสินมาหาหมอก่อนเวลานัดให้กับมารดาของเด็กชายฟังตามที่ตนเองได้คุยกับคุณหมอมาเมื่อครู่

“แม่จะคอยสังเกตค่ะ”

“เดี๋ยวคุณแม่รออยู่ตรงนี้นะคะ ครูขอไปรับยาก่อน” หญิงสาวไปรอรับยาหน้าห้องยา อยากจากนั้นก็กลับมาหาสองแม่ลูกอีกครั้ง

“มีเป็นยาแก้ปวดนะคะ เอาไว้กินตอนปวดหัวตอนนี้ฤทธิ์ยาชาน่าจะยังมีอยู่ออมสินก็เลยไม่เจ็บแผลเท่าไหร่ แล้วนี่ก็เป็นยาแก้อักเสบต้องทานให้ครบนะคะ เภสัชบอกว่ายาแก้อักเสบต้องกินให้หมดและอย่ากินร่วมกับน้ำส้มหรือพวกนมค่ะ ถ้าออมสินจะกินนมก็ให้เว้นจากยาประมาณสองชั่วโมงนะคะ”

“แล้วคุณแม่ต้องจ่ายเงินไหมคะคุณครู”

“ไม่หรอกค่ะกรณีนี้เราเบิกประกันโรงเรียนได้ แต่ถ้ามีใครถามออมสินต้องบอกว่าลื่นล้มนะครับห้ามบอกว่าเตะฟุตบอล”

“ทำไมล่ะครับครู”

“ออมสินไม่ต้องถามเหตุผลบอกแค่ว่าลื่นล้มก็พอทำได้ไหมครับ”

“ได้ครับ” เด็กชายรับปากทั้งที่ไม่เข้าใจความหมายเท่าไหร่

“คุณครูทำไมต้องให้ออมสินพูดแบบนี้ด้วยคะ” มารดาของเด็กชายถามคุณครูเพราะเธอเองก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้เหมือนกัน

“ประกันโรงเรียนจะไม่ครอบคลุมถ้าหากอุบัติเหตุเกิดจากการเล่นกีฬาค่ะ ครูคุยกับคุณหมอให้แล้วหมอจะเขียนแค่ว่าวิ่งเล่นแล้วหกล้มตกลงไหมคะ”

“ขอบคุณค่ะครู ถ้าให้แม่ต้องจ่ายค่าหมอค่ายาอีกคงจะไม่ค่อยไหวเท่าไหร่”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทัณฑ์รักจากจอมมาร
8.7
ฟรองซัวร์ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของแบรนด์แฟชั่นระดับโลก ผู้มีเสน่ห์ลึกลับและใช้ชีวิตแบบเพลย์บอยไร้พันธะ เขาใช้เงินตราและชื่อเสียงล่อลวงผู้หญิงมากมายให้ยอมเป็นเพียงทางผ่าน จนกระทั่งเมรี เด็กสาวสู้ชีวิตจากเอเชียต้องเข้ามาพัวพันในฐานะเมียเก็บเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ค้ำคอ เธอตกอยู่ในวังวนเสน่ห์ที่เขายัดเยียดให้ด้วยความจำใจ ท่ามกลางความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพลวงตา เมรีกลับถลำลึกจนยากจะถอนตัว ก่อนจะพบความจริงที่ทำให้หัวใจสลายเมื่อรู้ว่าทุกอย่างคือสิ่งจอมปลอม
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
ภาพปกนิยายเรื่อง คู่พิศวาส
9.5
เมื่อความสวยงามและความอ่อนหวานของหญิงสาวผู้มีเสน่ห์ดึงดูดใจ กลายเป็นบททดสอบที่ยากจะต้านทานสำหรับเหล่าชายหนุ่ม ท่ามกลางบรรยากาศความใกล้ชิดที่ชวนให้ใจสั่น พวกเขาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดอันมหาศาลที่คอยกระตุ้นความรู้สึกอยู่ทุกขณะ มาติดตามกันว่าภายใต้สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวเช่นนี้ พวกเขาจะสามารถควบคุมหัวใจตัวเองและยับยั้งชั่งใจไม่ให้พ่ายแพ้ต่อความน่ารักที่แสนเย้ายวนของพวกเธอได้นานแค่ไหนในเรื่องราวความรักครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง วิวาห์อลวน แต่เธอร้าย จนเขาต้องยอม
8.7
กู้จือหลิงยอมสูญเสียดวงตาเพื่อช่วยซ่งจิ่งชวน แต่กลับถูกเขาทรยศและส่งตัวไปล้างหนี้ให้ทายาทตระกูลลู่ผู้ไร้ชื่อเสียงในเป่ยเฉิงในคืนก่อนวิวาห์ เธอจึงตัดสินใจแต่งงานประชดรักที่ผิดหวัง ท่ามกลางสายตาชาวเมืองที่รอสมเพชคู่รักที่ดูไร้ค่า แต่ความจริงแล้วเธอคืออัจฉริยะนักปรุงน้ำหอม แฮกเกอร์ระดับโลก และผู้นำองค์กรลับ เมื่อความลับถูกเปิดเผย อดีตคู่หมั้นที่เคยทอดทิ้งเธอทำได้เพียงคร่ำครวญด้วยความเสียดายที่ปล่อยมือจากหญิงสาวผู้เพียบพร้อมคนนี้ให้หลุดไปถึงมือชายอื่น
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันไม่มีทางยอมแพ้
9.7
ชิงฉือถูกตราหน้าว่าเป็นตัวตลกและโดนไล่ออกจากบ้านตระกูลต้วนหลังความจริงเปิดเผยว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เมื่อกลับสู่อ้อมกอดครอบครัวเดิม เธอกลับพบว่าพ่อคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลและพี่ชายเป็นอัจฉริยะระดับโลก ท่ามกลางความรักที่ทุกคนมอบให้ ความลับเรื่องความสามารถอันเหนือชั้นของเธอก็ค่อยๆ ถูกเปิดเผย แม้อดีตแฟนหนุ่มจะดูถูกเธออย่างร้ายกาจ แต่ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหลวงกลับปรากฏตัวขึ้นเพื่อประกาศศักดาและปกป้องผู้หญิงของเขาอย่างเต็มตัว
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันนี่แหละ แสงสว่างของตัวเอง
8.3
เย่ยวนทายาทตัวจริงถูกหักหลังโดยครอบครัวและคู่หมั้นที่เลือกเข้าข้างบุตรสาวจอมปลอม หลังรอดตายเธอจึงตัดขาดจากตระกูลเย่และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแพทย์ชื่อดัง แฮกเกอร์ระดับโลก และนักลงทุนผู้ทรงอิทธิพลจนทุกคนต้องก้มหัวให้ ขณะที่คนในตระกูลต่างคลานมาขอขมาอย่างน่าเวทนา เธอกลับเลือกประกาศไม่ให้อภัยตลอดไป พร้อมการปรากฏตัวของกู้เย่เฉิน มหาเศรษฐีผู้ทรงอำนาจที่ตามพิชิตใจและประกาศกร้าวว่าเธอคือคนของเขาเพียงผู้เดียว ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งโลกที่เห็นเด็กสาวถูกทิ้งก้าวสู่จุดสูงสุด