APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน

ท่านอาเจ้าขา...ข้าอยากเป็นภรรยาของท่าน

รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

สิบห้าปีผ่านไปดั่งสายน้ำที่ไหลผ่าน ทิ้งร่องรอยแห่งความเปลี่ยนแปลงไว้บนผืนแผ่นดิน ณ เมืองหยางโจว เมืองการค้าริมแม่น้ำแยงซีเกียง บรรยากาศอึมครึมดุจท้องฟ้าที่ปกคลุมด้วยเมฆหนาอากาศหนาวเย็นจับแทบจะสังหารคน

ในเรือนหลังเล็กแห่งหนึ่งในคฤหาสน์สกุลจู จูเมย นั่งขดตัวอยู่มุมห้อง ในอ้อมแขนของนางคือจูเมิ่งเมิ่งน้องสาววัยสามขวบที่กำลังหลับสนิท

จูเมยลูบผมนุ่มของน้องสาวอย่างทะนุถนอมพร้อมกับถอนหายใจยาว ใบหน้าเล็กซูบผอมมิได้เปล่งปลั่งดั่งดรุณีวัยแรกแย้มเฉกเช่นคุณหนูผู้อื่น

เสื้อผ้าของจูเมยเก่าและขาดวิ่น แขนเสื้อสั้นเกินไปจนเผยให้เห็นข้อมือบางที่มีรอยช้ำเพราะถูกทำร้าย

ผมยาวสีดำสนิทของนางถูกมัดรวบอย่างลวกๆ ใบหน้าซีดเซียวเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าและขาดการดูแล รูปร่างผอมบางแทบจะต้องลม เพราะสองปีมานี้แทบจะไม่ได้กินอะไรดี ๆ อย่างที่ควรจะเป็น

"พี่สาว ข้าหนาว..."

จูเมิ่งเมิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนขยับตัวพร้อมกับส่งเสียงเล็กๆ ออกมา จากนั้นเด็กน้อยจึงลืมตาขึ้นมองพี่สาวด้วยดวงตากลมโต

จูเมยยิ้มอ่อนโยน กอดน้องแน่นขึ้น

"ไม่เป็นไรนะเมิ่งเมิ่ง พี่จะกอดเมิ่งเมิ่งไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็อุ่นแล้ว"

"คุณหนู ข้านำน้ำอุ่นมาให้เจ้าค่ะ"

เสียงแผ่วเบาดังขึ้น เป็นเสียงของซิ่วหลิน สาวใช้วัยยี่สิบปีผู้ซื่อสัตย์ที่ติดตามจูเมยมาตั้งแต่ตอนที่ชีวิตนางยังเป็นคุณหนูที่จวนสกุลเมยแห่งเมืองหลวง

จูเมยเงยหน้าขึ้นมอง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้า

"ขอบคุณพี่ซิ่วหลิน"

ซิ่วหลินวางถ้วยน้ำอุ่นลงข้างๆ จูเมย แล้วนั่งลงข้างๆสองพี่น้อง

"คุณหนู วันนี้อากาศเย็นลงอีกแล้ว เรือนของพวกเราถ่านหมดมาหลายวันแล้ว ข้าจะลองไปขอจากเรือนครัวนะเจ้าคะ"

จูเมยส่ายหน้าไปมา

"ไม่ต้องหรอก พี่เพิ่งโดนดุไปเมื่อวานนี้ ข้าไม่อยากให้พี่ต้องลำบากอีก ถึงจะไปขออย่างไรพวกเขาก็ไม่ให้อย่าทำเรื่องลำบากเปล่า ๆ เลย"

ซิ่วหลินกำมือแน่น น้ำตาคลอ

"แต่คุณหนู... ข้าทนไม่ไหวแล้วที่เห็นท่านและคุณหนูน้อยต้องทนหนาวแบบนี้ อย่างไรพวกเราขอพบฮูหยินผู้เฒ่าดีหรือไม่เจ้าคะ หากฮูหยินผู้เฒ่าทราบเรื่องนี้ย่อมต้องให้ความเป็นธรรมกับคุณหนูแน่"

จูเมยยิ้มบางๆ

"ท่านย่าล้มป่วยท่านหมอห้ามผู้ใดเข้าพบ ป้าสะใภ้ใหญ่ดูแลจวนอย่างเข้มงวด คงไม่ยินยอมให้ข้าพบท่านย่าได้ง่ายๆ"

"พี่สาว ท่านย่าเป็นอะไรหรือเจ้าคะ"

จูเมิ่งเมิ่งถามด้วยความสงสัย เสียงใสๆ ของเด็กน้อยทำให้บรรยากาศในห้องดูสดใสขึ้นมาทันที

จูเมยลูบศีรษะกลมของเจ้าก้อนแป้งน้อยเบา ๆ

"ท่านย่าไม่สบายน่ะเมิ่งเมิ่ง แต่ไม่ต้องกังวลนะ ท่านย่าแข็งแรงต้องหายดีแน่นอน"

ซิ่วหลินมองสองพี่น้องแล้วเอ่ยว่า

"ก่อนหน้าที่ฮูหยินผู้เฒ่าจะล้มป่วย ฮูหยินผู้เฒ่ายังรักท่านสงสารท่านยิ่งกว่าผู้ใด คาดไม่ถึงว่าหนึ่งปีมานี้ที่ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ดูแล คนพวกนั้นจะกดข่มท่าน ใจดำกับท่านเพียงนี้ หากว่าท่านพ่อท่านแม่ของท่านยังอยู่ล่ะก็...คุณหนูของบ่าวคงไม่ลำบากเช่นนี้"

จูเมยถอนหายใจยาว จับมือของซิ่วหลินพร้อมกับแสร้งยิ้มกว้าง

"ข้าชินแล้วละ อีกอย่าง..." นางหยิบผ้าห่มบางๆ ขึ้นมาคลุมไหล่ของตนและน้องสาว "ผ้าห่มผืนนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว"

"ท่านพี่ ผ้านี่บางมากนะเจ้าคะ เมิ่งเมิ่งห่มแล้วก็ยังหนาว"

จูเมิ่งเมิ่งพูดพลางลูบผ้าห่มด้วยมือน้อยๆ ของนาง เด็กน้อยเห็นสิ่งใดก็เอ่ยคำพูดนั้น

“เช่นนั้นพี่จะกอดเมิ่งเมิ่งของพี่ให้แน่นขึ้น เช่นนี้อุ่นหรือไม่”

จูเมยน้ำตาคลอมองเจ้าก้อนแป้งน้อยที่หลังจากเกิดได้เพียงหนึ่งปีมารดาก็ตายจาก บิดาที่เพิ่งกลับไปชายแดนอีกครั้งก็ตายในสนามรบ มิหนำซ้ำยังถูกกล่าวหาว่าเข้าร่วมกับกบฏจึงทำให้ถูกริบทรัพย์ทั้งหมด จำเป็นต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านท่านย่าเช่นนี้

นางลำบากได้แต่น้องสาวของนางผู้นี้มีอายุเพียงแค่สามขวบกว่าเท่านั้นจะทนลำบากได้อย่างไร

ซิ่วหลินมองผ้าห่มผืนนั้นด้วยความเศร้าใจ มันเป็นเพียงผ้าบางๆ ที่แทบจะไม่สามารถกันความหนาวได้ แต่นี่คือสิ่งเดียวที่จูเมยมี

"คุณหนู..." ซิ่วหลินกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงตะโกนดังมาจากนอกเรือนหลังเล็ก

"จูเมยอยู่ที่ใด ฮูหยินใหญ่เรียกหาเจ้า เร็วเข้า รีบไปก่อนที่จะโดนตี"

เสียงแหลมของป้าสะใภ้รองของจูเมยดังลั่นเรือน ถึงแม้ว่าป้าสะใภ้รองจะมีเสียงดังน่ากลัว แต่นางก็เป็นคนเดียวที่เห็นใจจูเมยหลานสาวไร้ที่พึ่งคนนี้

จูเมยสะดุ้ง รีบลุกขึ้นยืน

"ข้าต้องไปแล้ว พี่ซิ่วหลินช่วยดูแลเมิ่งเมิ่งด้วยนะ"

"ท่านพี่จะไปไหนหรือเจ้าคะ"

มือเล็กป้อมจับชายเสื้อของจูเมยไว้แน่น

"พี่ต้องไปหาป้าสะใภ้ใหญ่ก่อนนะเมิ่งเมิ่ง เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา เมิ่งเมิ่งอยู่กับพี่ซิ่วหลินนะ เป็นเด็กดี ฟังคำพี่ซิ่วหลินด้วย"

เจ้าก้อนแป้งน้อยเชื่อฟังจึงพยักหน้า

"เมิ่งเมิ่งจะเป็นเด็กดีเจ้าค่ะ ท่านพี่รีบกลับมานะเจ้าคะ"

จูเมยลุกขึ้นลูบผมของน้องสาวเบา ๆ จากนั้นจึงส่งให้ซิ่วหลินแล้วเดินออกจากเรือนไป

ด้านนอกป้าสะใภ้รองกำลังรอนางอยู่ก่อนแล้ว ป้าสะใภ้รองผู้นี้มีสามีเป็นบุตรชายคนรองของสกุลจู อันเกิดจากอนุห้าของท่านปู่ซึ่งเป็นอนุอายุน้อยที่สุดเดิมมีฐานะเป็นสาวใช้

เพราะท่านลุงรองมีมารดาเป็นสาวใช้เช่นนั้นตำแหน่งในบ้านสกุลจูของเขาจึงต่ำต้อยกว่าผู้อื่น ท่านป้าสะใภ้รองก็เป็นบุตรสาวของสาวใช้เช่นกันพวกเขาแต่งงานกันจึงนับว่าเหมาะสมยิ่งนัก

“ป้าสะใภ้รอง”

ป้าสะใภ้รองมองร่างมอมแมมของจูเมย เด็กสาวที่หน้าตางดงามโดดเด่นในวันวาน บัดนี้กลับมีร่างกายผอมและผิวพรรณที่เคยขาวผ่องก็กลับเหลืองซีดเช่นนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

นางเอ่ยเบา ๆ

“ข้านำเครื่องเขียนมาให้เจ้าจะได้สอนเมิ่งเมิ่งเขียนหนังสือ อย่างไรก็ใช้ให้ระมัดระวังเพราะหากสะใภ้ใหญ่จับได้เรื่องใหญ่แน่”

จูเมยยอบกายอีกครั้ง

“ขอบคุณป้าสะใภ้รองเจ้าค่ะ”

นางนำเครื่องเขียนเข้าไปเก็บในเรือน พร้อมเสียงของป้าสะใภ้รองที่เอ่ยเร่ง

จากนั้นพวกนางทั้งสองเร่งฝีเท้าไปที่เรือนใหญ่ขณะพูดคุยกันไปด้วย

“ท่านรู้หรือไม่ว่าป้าสะใภ้ใหญ่เรียกหาข้าทำไมหรือเจ้าคะ”

ป้าสะใภ้รองส่ายหน้า

“ไม่รู้สิ เมื่อเช้าเจ้าเทกระโถนให้พี่หญิงใหญ่ของเจ้าดีหรือไม่เล่า หรือว่าไปทำอะไรให้คุณหนูใหญ่โกรธอีก”

จูเมยส่ายหน้าคิดไม่ออก นางมาอยู่ที่นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสาวใช้ของพี่สาวคนโตซึ่งเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ เรื่องเทกระโถนขับถ่ายเป็นนางที่ทำในทุกเช้า

“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะเจ้าคะ”

“ถ้าเช่นนั้นเรื่องอะไรกันเล่า จึงได้เรียกหาเช่นนี้ปกติไม่อยากจะพบเจ้าเท่าใด”

เมื่อมาถึงกลางเรือนป้าสะใภ้ใหญ่ก็นั่งรอนางอยู่แล้ว ด้านข้างมีสาวใช้คนหนึ่งยืนคอยรับใช้ท่าทางยโส

จูเมยยอบกายทำความเคารพ

“ป้าสะใภ้ใหญ่ หลานมาแล้วเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่มองจูเมยด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"เมยเมย สองสามวันนี้ให้เจ้าอยู่แต่ในเรือนเล็กของเจ้า ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่"

จูเมยรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ไม่กล้าถาม เพียงแต่พยักหน้ารับ

"เจ้าค่ะ ป้าสะใภ้ใหญ่"

ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า แล้วหันไปพยักเหน้าให้สาวใช้ข้างกาย สาวใช้คนนั้นเดินเข้าไปในห้องด้านใน แล้วกลับออกมาพร้อมกับห่อผ้าห่อหนึ่ง สาวใช้คนนั้นมอบให้จูเมยและนางก็รับมาอย่างงงงวย

"นี่คือเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับเจ้า เจ้ารับมันไว้เถิดแล้วสวมมันไว้ให้ดูดีหน่อย ผู้คนจะได้ไม่นินทาหาว่าข้าดูแลเจ้าไม่ดี"

จูเมยตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่นางได้รับเสื้อผ้าใหม่แต่ดูก็รู้ว่าเป็นของใช้แล้วของผู้อื่น แต่ถึงกระนั้นนางก็ยินดีรับ

“มีเสื้อคลุมเด็กด้วยหรือเจ้าคะ”

จูเมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น บัดนี้ไม่ห่วงตนเองมีเพียงน้องสาวเท่านั้นที่นางห่วงใยที่สุด กระทั่งอาหารดี ๆ ที่ป้าสะใภ้รองแอบมอบให้นางจูเมยก็มอบให้น้องสาวกินก่อนทั้งหมด

นางจับเสื้อคลุมดูด้วยความตื่นเต้นแม้เนื้อผ้าจะหยาบกร้านแต่ว่าก็ยังเป็นตัวที่หนาพอสมควร ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า

“ใช่ น้องสาวของเจ้าโตเร็วชุดเดิมคงเล็กไปแล้ว ปีนี้อย่างไรก็ต้องมีชุดใหม่บ้าง ผู้คนจะได้ไม่หาว่าข้าใจดำกับเด็กตัวเล็ก ๆ”

ถึงจะเป็นเพียงแค่เศษเงินแต่ก็ยังนับว่ามีน้ำใจ จูเมยจึงไม่อาจละเลยนางก้มหัวให้ป้าสะใภ้ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริง

ก่อนหน้านี้นางมีเสื้อผ้าอยู่ไม่น้อย ทว่าหลังจากท่านย่าป่วยป้าสะใภ้ใหญ่ก็เริ่มใจดำกับนาง ทั้งจำกัดอาหารและของใช้นางจึงต้องหาทางเอาตัวรอดเพื่อเลี้ยงดูไม่ให้น้องสาวและสาวใช้ของตนเองอดอยาก

อยู่ที่นี่มีอากาศหนาวตลอดปี ช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมานางได้รับปันถ่านน้อยยิ่งนักจึงไม่พอใช้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาเงินมาซื้อถ่านที่พอมีคุณภาพด้วยตนเอง

เพราะเงินทองเครื่องประดับถูกทางการริบไปหมดนางจึงมีเพียงเสื้อผ้าที่พอมีราคาและปิ่นหยกขาวติดกายที่ท่านพ่อท่านแม่เคยกำชับว่าเป็นของสำคัญที่ท่านอามอบเอาไว้ให้

นางไม่ยินยอมขายปิ่นหยกขาวยังเก็บเอาไว้อย่างดีจึงได้แต่ขายเสื้อผ้าของตนเองเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย

บัดนี้นางจึงเหลือเพียงเสื้อผ้ากันหนาวไม่กี่ชุด ที่หยางโจวอากาศหนาวกว่าเมืองหลวงมากนัก ดังนั้นเสื้อผ้าของนางที่มีแต่ดั้งเดิมจึงขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าใด

วันนี้ได้รับเสื้อผ้าใหม่ที่ทำให้รู้สึกอุ่นมาแล้วจึงดีใจเป็นอย่างยิ่ง

"ขอบพระคุณป้าสะใภ้ใหญ่มากเจ้าค่ะ หลานซาบซึ้งใจยิ่งนัก"

ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้า ความจริงนางไม่ได้มีเมตตาอันใดกับหลานสาวทั้งสองทว่าก่อนหน้านี้นางได้รับข่าวว่าจะมีญาติจากทางเมืองหลวงมาขอเยี่ยมเด็กทั้งสอง

เพื่อไม่ให้ขายหน้าสกุลจูจนเกินไป สามีของนางจึงได้ขอร้องให้นางมอบเสื้อผ้าให้เด็กทั้งสองไม่ให้ผู้ใดครหาได้ ดังนั้นป้าสะใภ้ใหญ่จึงจำใจต้องมอบของเหล่านี้ให้อย่างเสียไม่ได้

เมื่อส่งของและกำชับเรียบร้อยแล้วจึงไล่จูเมยให้กลับไป

"เอาละ กลับไปเรือนของเจ้าได้แล้ว และจำไว้ห้ามออกมาจนกว่าข้าจะอนุญาต"

จูเมยถือโอกาสที่เห็นป้าสะใภ้ใหญ่อารมณ์ดีจึงรีบเอ่ยเรื่องที่ตนเองกำลังขาดแคลน

“ป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าคะ หลานยังมีอีกเรื่องเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่ชะงัก

“ว่ามาเถิด”

“เรื่องถ่านเจ้าค่ะ หลานจะขอถ่านเพิ่มได้หรือไม่ ถ่านที่ได้มาก่อนหน้าคุณภาพไม่ดีจึงได้เผาไหม้เร็วและมีควันมาก ไม่สามารถใช้ได้จนครบสิบห้าวัน ตอนนี้ที่เรือนหนาวเย็นยิ่งกว่าเรือนหิมะอีกเจ้าค่ะ ตัวหลานเองยังพอทนไหวแต่เมิ่งเมิ่งยังเด็กนักหลานกลัวว่าน้องจะล้มป่วยเพราะไอเย็นเจ้าค่ะ”

ป้าสะใภ้ใหญ่ใคร่ครวญ อย่างไรก็ไม่รู้ว่าญาติของจูเมยเป็นผู้ใดกันแน่ นางจึงไม่อาจประมาทให้เกิดเรื่องครหาได้ ดังนั้นจึงพยักหน้าอนุญาตอย่างจำใจ

“เช่นนั้นข้าจะให้คนส่งถ่านไปที่เรือนของเจ้า” จากนั้นก็หันไปบอกสาวใช้ของตนเอง

“เตรียมถ่านไปให้คุณหนูรองที่เรือน อย่าให้ขาดตกบกพร่องอีกตรวจสอบคุณภาพถ่านให้ดี”

“เจ้าค่ะ”

จูเมยคำนวณไม่พลาดที่นางเอ่ยปากในตอนนี้ นางกล่าวขอบคุณป้าสะใภ้ใหญ่ก่อนจะคำนับอีกครั้งแล้วเดินออกจากเรือนใหญ่ทันใด

ป้าสะใภ้รองเดินตามมาส่งกระซิบเบา ๆ

"เมยเมย ป้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มาก วันนี้สะใภ้ใหญ่ดูแปลก ๆ มีเมตตากับเจ้าจนข้าขนลุกไปหมดแล้ว"

จูเมยพยักหน้า "ขอบคุณป้าสะใภ้รองที่เป็นห่วงนะเจ้าคะ"

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง เชลยรักพิทัก์บัลลังก์
9.6
แม้เขาจะถูกเหยียดหยามว่าไร้ค่าและต่ำต้อยเพียงใด แต่ในสายตาของนาง เขายังคงเป็นยอดบุรุษที่สง่างามเหนือใครเสมอ ความเจ็บปวดและความอัปยศที่เขาเคยถูกกระทำในอดีตกำลังจะสิ้นสุดลง เพราะต่อจากนี้นางจะเป็นผู้ลุกขึ้นมาทวงคืนความยุติธรรมและปกป้องเกียรติยศให้เขาเอง ใครก็ตามที่กล้าข้ามเส้นเข้ามาทำร้ายชายผู้นี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความโกรธเกรี้ยวของนางอย่างถึงที่สุด นางพร้อมเดิมพันทุกอย่างเพื่อพิทักษ์บุรุษเพียงคนเดียวที่นางรักและเทิดทูนไว้ด้วยชีวิต
ภาพปกนิยายเรื่อง ลลิตจะปกป้องหม่าม้าเอง
9.3
ใบไผ่ชายโสดวัยสามสิบปีต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อเขาได้กลับมาเกิดใหม่เป็น ลลิต ทารกน้อยผู้น่ารักซึ่งเป็นลูกชายของ ลออจันทร์ ตัวประกอบในนิยายชื่อดังที่เขาเคยอ่าน ทว่าในเส้นทางเดิมนั้นแม่ของเขาต้องพบกับจุดจบที่แสนเศร้าและน่าอนาถใจอย่างยิ่ง เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในร่างเด็กทารกเช่นนี้ ลลิตจึงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ความสามารถและหัวใจทั้งหมดที่มีเพื่อปกป้องหม่าม้าให้พ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายเหล่านั้นให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ลิขิตมาร ชุด จอมมารที่รัก
9.7
เมื่อเจ้าชายผู้สูงศักดิ์นึกสนุกปลอมตัวเป็นองครักษ์เพื่อทดสอบว่าที่พระชายา โดยหวังจะขัดขวางงานแต่งงานของตนเอง แต่แผนการกลับพลิกผันเมื่อเขาตกหลุมรักเธอเสียเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสน่หา บาร์ซาร์ในคราบฟาเดลได้มอบจูบที่ดุดันและเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนหญิงสาว การสัมผัสที่หิวกระหายและรุนแรงทำเอาแองเจลล่าถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่คาดไม่ถึง จนฝ่ายชายเกบจะสูญเสียการควบคุมตนเองไปกับความปรารถนาที่ไม่อาจต้านทานได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง อัลฟ่าเซ็นใบปฏิเสธฉัน โดยไม่ตั้งใจ
9.8
ตลอดสามปีในฐานะคู่แท้ของอัลฟ่าลอเรนซ์ ฉันถูกเมินเฉยเพราะเขาทุ่มเทใจให้โรสลินเพียงคนเดียว ในคืนที่พ่อใกล้สิ้นใจ ลอเรนซ์กลับมองว่าเสียงอ้อนวอนขอความช่วยเหลือของฉันเป็นเรื่องไร้สาระและเลือกอยู่กับหญิงคนรัก จนเป็นเหตุให้พ่อต้องตายเพราะขาดการรักษา ความเย็นชาครั้งนี้ทำให้เขาไม่รู้เลยว่าฉันแอบสอดเอกสารลับเข้ากองงานของเขา เพียงเพราะความสะเพร่าที่เขาตวัดปากกาเซ็นโดยไม่อ่าน ทำให้เขาเผลอตัดขาดพันธะวิญญาณและปฏิเสธฉันเป็นคู่แท้อย่างสมบูรณ์ด้วยมือของเขาเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง เกิดใหม่เพื่อให้เจ้าคุณรัก
9.1
ชีวิตของจันทร์วราสิ้นสุดลงอย่างเหลือเชื่อเพียงเพราะไก่ย่างไม้เดียว ก่อนจะตื่นขึ้นในร่างบุตรสาวเจ้าพระยาแห่งยุคอดีต พร้อมสถานะภรรยาของเจ้าคุณพิพัฒน์ ขุนนางหนุ่มผู้แสนเย็นชาและไร้หัวใจ ทว่าวิญญาณสาวสถาปัตย์ยุคใหม่กลับไม่แยแสความห่างเหินนั้น ยิ่งเธอเมินเฉยและเป็นตัวของตัวเองมากเท่าไร สามีผู้เคร่งขรึมกลับยิ่งหลงเสน่ห์ในความแปลกใหม่ จนความเฉยชาแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งรักที่เขาเองก็ไม่อาจต้านทานได้ในท้ายที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต