APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)

ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)

เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

“เสี่ยวผิง วันนี้วันอะไร?” ฉันยกมือกุมหน้าผากด้วยท่าทางแสนดัดจริต เรียกอีกฝ่ายแบบที่ซื่อไท่ไทเรียก

“วันนี้วัน—” ยังไม่ทันตอบจบ ประตูห้องก็ถูกใครบางคนถีบเข้ามา

“ซื่อเม่ย! มีผู้คิดปลงชีพสามีพวกเราบุกเข้ามา!”

ฉันกับผิงกั่วสะดุ้งโหยง ถึงไม่เคยเห็นหน้าคนที่ยืนถกกระโปรงถีบประตูเข้ามาแบบไม่เคาะ แต่ในนิยาย คนนิสัยโผงผางแบบนี้มีแค่คนเดียว

“ซันเจ้...?”

ใช่ไหม...? ภรรยาหมายเลขสาม สารภาพว่าฉันจำชื่อเธอไม่ได้ แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ตอนดึกๆ แบบนี้?

“อย่าชักช้า มากับข้าพเจ้า!” อีกฝ่ายคว้าแขนฉันแล้วลากวิ่ง ผิงกั่วหอบข้าวของจำเป็นวิ่งหน้าตั้งตามมา

บ้านหลังนี้สร้างจากหินดูราวกับเขาวงกต ซันเจ้ลากฉันผ่านหลืบมากมายสมกับเป็นเจ้าบ้าน ดีแล้ว ถ้าปล่อยฉันไปเองคงต้องให้ผิงกั่วนำทางอย่างเดียว!

ซันเจ้วิ่งฝ่าดงคนรับใช้ ถีบประตูเข้าไปในห้องของต้าไท่ไท ในนั้นมีคนอยู่ก่อนแล้วสองคนคือตัวต้าไท่ไทเองกับเอ้อไท่ไท ทั้งสองคนอายุไม่ห่างกันมาก คนหนึ่งสามสิบกว่าส่วนอีกคนยี่สิบปลายๆ ต่างมีลูกชายหนึ่งคน ไม่รู้ว่าลูกไปอยู่ไหนเพราะในนิยายไม่เคยกล่าวถึง

“ซันเม่ย...” ต้าไท่ไทไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้น

“ข้าพเจ้าพาตัวซื่อเม่ยมาแล้ว” พูดจบก็ปิดประตูดังปังตามหลัง ขังผิงกั่วไว้ข้างนอกกับคนรับใช้คนอื่นๆ “ผู้คุ้มกันเล่าอยู่ที่ใด? มิได้อยู่ที่นี่หรอกรึ?”

“คนเหล่านั้นอยู่กับหนงทัง... หวังว่าโจรผู้ร้ายโสโครกจะมิใคร่สนใจพวกเราเหล่าสตรี” ต้าไท่ไทนวดขมับ

หนงทังที่ใครวะ... ฉันใช้เวลานึกสองสามวิก็บางอ้อว่านั่นคือชื่อคุณชายผู้ไร้ตัวตนของเรานั่นเอง

“เช่นนั้นก็แล้วไป เห็นทีผู้ที่สามารถปกป้องสตรีอย่างเราก็มีเพียงแต่สตรีด้วยกัน ข้าพเจ้าจะคอยคุ้มกันพวกท่านมิให้เหล่าโจรโสโครกแตะต้องได้แม้สักครึ่งรูขุมขน” ซันเจ้พูดเสียงเครียด บิดคอดังกรอบแกรบ ท่าทางเตรียมต่อยเต็มที่ เดี๋ยวนะ...ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าซันเจ้ไปฝึกวิทยายุทธ์ไว้ตั้งแต่ตอนไหน สงสัยยังอ่านไม่ถึง

“ชีวิตพวกเราอยู่กับเจ้าแล้ว...ซันเม่ย” เอ้อไท่ไทพูดเสียงเบาโหวง ก่อนแต่งเข้าบ้านนี้ เธอเป็นลูกช่างเขียนภาพ ปกติไม่ค่อยเสวนาแต่เล่นไพ่นกกระจอกเก่งเป็นบ้า

ฉันมองหน้าสามสาวสลับกัน จำได้รางๆ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเรื่องเหมือนกัน แต่มันออกจะขำขัน เหมือนสี่สาวมาปาร์ตี้ชุดนอนกันกลางดึกนั่งนินทาสามี ไม่ได้มีบรรยากาศกดดันแบบนี้

“ผู้ที่บุกมาเป็นผู้ใด... ใช่...” เอ้อไท่ไทไม่ต่อประโยคให้จบ ไม่รู้เพราะกลัวหรืออะไร

“คิดว่าเป็นผู้ใดรึ?” ต้าไท่ไทถามอีกฝ่าย เธอก็นิ่งไม่ตอบ

“...หรือท่านว่าเป็น ‘มันผู้นั้น’ ?”

“ผู้ใดหรือ ซันเจ้?” ฉันอดถามไม่ได้เพราะไม่อย่างนั้นพวกเธอคงกระซิบกระซาบว่ามันผู้นั้นไปอีกยาว ทุกคนหันมามองฉันแล้วอึกอักเหมือนการเอ่ยชื่อจะทำให้คนที่ถูกกล่าวถึงมาปรากฏตัวต่อหน้า

“เห็นจะมีแต่มันผู้เดียวที่โด่งดังทั่วแคว้นจบแดน... ท่านย่อมทราบว่าข้าพเจ้าหมายถึงผู้ใด” ซันเจ้พูดเสียงเข้ม “มันอย่างไรเล่า!”

“ก็แล้วมันไหนล่ะ?” มันหมู มันเบคอน ใครจะไปรู้?!

“ซื่อเม่ย เจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องที่มันท้าพนันกับพ่อค้าแซ่ชาจนพ่อค้าร่ำรวยผู้นั้นสิ้นเนื้อประดาตัวรึ? ทุกคนล้วนว่ามันเป็นดั่งภูตผี ปรากฏตัวแล้วก็หายลับไม่มีผู้ใดจับได้ ฝีมือการพนันของมันหาผู้ใดเปรียบ เล่นร้อยชนะร้อย!” ต้าไท่ไทกดเสียงให้เบา กระซิบกระซาบกันสี่คน “หากจำกัดความมันในสามคำ ย่อมเป็นสามคำว่า หล่อ-เลว-รวย!”

หล่อเลวรวยเลยเหรอ? นี่ผู้บุกรุกหรือพระเอกนิยายรัก?

“คนแบบนั้น...จะหมายเอาชีวิต...?”

“ใช่ เพราะหนงทังปฏิเสธจะพนันกับมัน!”

“กรี๊ด!!!”

เสียงหวีดร้องดังขึ้นด้านนอก ซันเจ้พุ่งทะลุหน้าต่างออกไปที่ทางเดินทันที

“ผู้ใด? ปรากฏตัวออกมาต่อหน้าข้าพเจ้าบัดเดี๋ยวนี้!” เธอท้าเสียงดัง แทบเท้าเธอมีแต่ร่างที่สลบไม่ได้สติของเหล่าคนใช้ ต้าไท่ไทกับเอ้อไท่ไทเกาะตัวฉันไว้แน่น ดันฉันไปอยู่ด้านหลังพวกเธอและใช้ร่างซ่อนฉันไว้ การกระทำนั้นทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจคนเพิ่งรู้จักกันอย่างมาก

รอบตัวเงียบกริบ ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า พวกเรากลั้นหายใจ แต่แล้ว

“ซันเจ้ ข้างหลัง!” ฉันร้องลั่น ซันเจ้กระโดดแผล็วถอยจากจุดที่ยืนอยู่ ตรงนั้นมีมีดเล่มหนึ่งปักคาไว้ เธอลอยวืดเหมือนโหนสลิง แม่เจ้า เคยเห็นแต่ในหนัง ไม่นึกว่าจะมีคนฝึกวิชาตัวเบามาให้เห็นจริงๆ!

“หากท่านเป็นชาวยุทธจักรก็จงออกมาสู้กันต่อหน้า อย่าได้หลบซ่อน” เธอท้า “หรือท่านเกิดหวาดผวาเราผู้เป็นสตรีขาดการฝึกฝนจนมิกล้าแม้แต่จะออกมาจากกระดองเต่าน้อยๆ ของท่าน?”

ร่างสีดำกระโดดตุ้บลงมาจากคาน ล้อมหน้าล้อมหลังซันเจ้ไว้ เธอเหงื่อตก ไม่คิดว่าศัตรูจะมีจำนวนมากมายอย่างนั้น

พอคนที่ดูเหมือนหัวหน้าให้สัญญาณ พวกมันก็ตรงเข้าจับกุมตัวซันเจ้ เธอปัดการโจมตีสองสามครั้งแรกได้แต่เพราะศัตรูมีจำนวนมากเกินไปจึงเสียท่า

“ซันเจ้!!!!” ฉันเผ่นพรวดออกทางหน้าต่าง ใช้ศีรษะโขกใส่ชายชุดดำคนหนึ่ง เขาล้มกลิ้งเพราะไม่คิดว่าฉันจะโผล่มา

“จับพวกที่เหลือ” ตัวหัวหน้าสั่ง และพวกนั้นก็พังประตูเข้าไปลากตัวอีกสองสตรีที่อยู่ภายในออกมาจัดการจี้จุดจนตัวแข็ง จากหางตาเห็นซันเจ้โดนจี้จุดแล้วเหมือนกันแต่ปากยังขยับบอกให้ฉันหนี มือมากมายจับตัวฉันไว้ แต่ฉันสะบัดแล้ววิ่งป่าราบแบบไม่คิดชีวิต

“จับตัวยาโถว!” ได้ยินเสียงไล่หลัง ตามมาด้วยเสียงคนพุ่งปราดผ่านอากาศ มีหรือที่คนมีวิชาตัวเบาจะวิ่งช้ากว่าคนขาสั้นอย่างฉัน...?!

ตอนนั้นเอง มีบางอย่างพุ่งเฉี่ยวหน้าไป ได้ยินเสียงลมวูบปะทะหูก่อนจะมีเสียงร้องโอดโอยดังมาจากข้างหลัง ฉันไม่หันหน้าไปมอง รีบวิ่งท่าเดียว ไม่รู้ว่าอีตาคุณชายอยู่ไหนแต่วิ่งๆ ไปเดี๋ยวก็เจอเองแหละวะ! ไม่รู้ว่าใครช่วยฉันไว้ แต่ถ้าวิ่งตรงไปต้องเจอตัวแน่!

“ว้าก!” ฉันสะดุดชายชุดนอนตัวเองเกือบล้ม ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาติดๆ ขณะหลับตาปี๋ยื่นแขนออกไปเตรียมรับแรงปะทะกลับมีอะไรบางอย่างรั้งร่างฉันไว้

“รีบไปไหน เสี่ยวเจ้” เสียงผู้ชายดังขึ้นเหนือหัว แต่ยังไม่ทันมองคนที่ช่วย ฉันก็ดันถูกเขาหนีบไว้ใต้รักแร้ พาวิ่งหนีซะงั้น!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบายรักแม่ทัพหน้านิ่ง
8.9
เมื่อองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ตกหลุมรักแม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชา นางจึงตัดสินใจละทิ้งฐานันดรและปลอมตัวเป็นทหารเพื่อแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกองทัพ หวังเพียงจะได้ใกล้ชิดชายในดวงใจ ทว่าแผนการครั้งนี้กลับเผชิญอุปสรรคใหญ่หลวง เมื่อแม่ทัพหนุ่มปักใจเชื่อสนิทว่านางคือบุรุษเพศที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่ามกลางสมรภูมิและการผจญภัยที่เต็มไปด้วยอันตราย นางจะสามารถเปิดเผยตัวตนและคว้าหัวใจของเขามาครองได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง อุบัติรักไฟกาล
9.4
รัชนิชลต้องร่วมงานกับแคสเตอร์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้แสนยียวนในภารกิจถ่ายทำสารคดีกลางป่าลึก แม้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างเพียงใด แต่เหตุการณ์น้ำป่าหลากทำให้ทั้งคู่ต้องหลงทางและติดอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ฤทธิ์จากเห็ดป่าที่เผลอกินเข้าไปนำพาไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคืนที่พร่าเลือน เมื่อถูกช่วยออกมาได้ รัชนิชลจึงตัดสินใจลาออกเพื่อเก็บซ่อนความลับเรื่องลูกในท้องไว้เพียงลำพัง โดยที่แคสเตอร์เองก็ไม่ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่