APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ใต้พัลลภ

ใต้พัลลภ

เมื่อวิญญาณต้องตื่นขึ้นในร่างของคนแปลกหน้า ความวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทว่าสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าการสวมรอยเป็นผู้อื่น คือการที่เจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนไม่ไปไหน พร้อมกับพยายามทวงคืนสังขารของตนเองอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยปริศนาและการเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณที่ตามอาฆาต เขาจะต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์บีบคั้นนี้ไปให้ได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“ให้จับกระแทกเลยไหมถึงจะสำนึกได้ว่าเราเป็นผัวเมียกัน”

 ชายหนุ่มตกตะลึงกับคำถามเชิงข่มขู่ของคู่สนทนา รอบนี้เขาสลัดมนตร์สะกดบ้าๆ นั่นได้ก่อนจึงรีบยื่นมือไปหวังดันตัวอีกฝ่ายออก แต่ชายคนนั้นกลับผละตัวไปก่อน

 “เพิ่งคิดได้เหรอว่าเกลียดฉัน หลังจากที่ยั่วฉันมาได้เป็นปีๆ อะนะ”

 ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรออกมา ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออกโดยคนด้านนอกที่มีถึงสองคน การแต่งกายแลดูภูมิฐานไม่ต่างจากคนคนนี้

 พวกเขามาพร้อมถุงอาหารเต็มไม้เต็มมือ

 “นายน้อยฟื้นแล้วเหรอครับ” ภานุเอ่ยถามพร้อมค้อมศีรษะให้คนป่วยอย่างมีมารยาท เห็นริ้วความคุกรุ่นบนใบหน้าคร้ามคมของผู้เป็นนายก็เลือกที่จะสงบปากสงบคำแล้วเดินนำเพื่อนสนิทอย่างกิจจาตรงไปยังโซฟา หลังนำของทั้งหมดที่ถือวิสาสะไปซื้อมาเองตั้งลงบนโต๊ะเป็นที่เรียบร้อยก็หันไปพูดกับคนที่มีศักดิ์สูงกว่าตน “นายทานข้าวก่อนนะครับ แล้วถ้าจะงีบสักตื่นเดี๋ยวพวกผมจะมาเฝ้าไข้นายน้อยให้”

 เจ้านายของภานุสาดสายตาคมกริบใส่ผู้พูดทันที “ทำไมจะต้องเฝ้า คนแบบนี้ยังไม่ถึงฤกษ์ตายหรอก”

 โดนสวนอย่างนั้นก็จนปัญญาจะตอบโต้ พอดีกับที่กิจจาสะกิดแขนยิกๆ ทั้งสองจึงตั้งท่าจะออกไป แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้เสียก่อน “แจ้งพยาบาลไปยังครับว่านายน้อยฟื้นแล้ว”

 “ยัง ออกไปก็ฝากบอกด้วย”

 ทั้งสองจึงรีบพาตัวเองออกจากห้องพักฟื้นของเมียเจ้านาย

 คล้อยหลังบานประตูปิดลง กิจจาก็โพล่งขึ้น “ไอ้พบไอ้เวร! มึงก็ไปอาสาไม่เข้าเรื่องเดี๋ยวก็ได้โดนพ่องับหัวหรอก” เขาทอดถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ก็รู้ว่านายรักนายน้อยยิ่งกว่าอะไร ขนาดเกิดเรื่องพรรค์นั้นยังไม่คิดจะเลิก”

 กิจจามั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองคิดนั้นถูกต้อง เพราะตอนที่ทราบข่าวว่าคนรักหายออกไปจากบ้านเจ้านายก็กระวนกระวายจนอยู่ไม่สุข ยิ่งได้รับข่าวร้ายว่าวาริประสบอุบัติเหตุทางน้ำในพื้นที่พัฒนานิคม เจ้าตัวก็ตรงดิ่งมายังจังหวัดลพบุรีทันที ไหนยังนอนเฝ้าทั้งคืนข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน ไม่เรียกรักเรียกห่วงจะเรียกอะไร

 เจ้านายของเขาเอาชนะคนได้เป็นร้อยเป็นพัน แต่กลับพ่ายให้กับวาริครั้งแล้วครั้งเล่า

 “ว่าไปนั่น มึงไม่รู้เหรอกิตว่าศัตรูควรเก็บไว้ใกล้ตัว ปล่อยไปก็ได้ใจเปล่าๆ สู้เก็บไว้ให้ขยับตัวทำอะไรไม่ถนัดดีกว่า นายมึงไม่ใช่คนโง่”

 “เรื่องธุรกิจอะไม่โง่ แต่-”

 ภานุส่ายหน้าให้เพื่อน “ไม่ต้องพูด ปล่อยเขาไปเหอะ เขาไม่เคยรักใคร”

 “ก็แล้วทำไมต้องมารักคนแบบนี้”

 สองหนุ่มทอดถอนลมหายใจอย่างเหนื่อยล้ากับเรื่องหัวใจของนักธุรกิจหนุ่ม หลังแจ้งทางพยาบาลเรียบร้อยก็เดินทางกลับไปยังพัฒนานิคมเพื่อที่จะเป็นฝ่ายประสานงานให้กับพลเมืองดี

 คล้อยหลังการไปของคนทั้งสอง ห้องพักฟื้นก็กลับมาสงบอีกครั้ง

 ผู้ชายคนที่อ้างตนว่าเป็น ‘ผัว’ ของคนป่วยเลือกที่จะเดินไปนั่งที่เดิม ไม่สนใจอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้กันแต่กลับคว้าไอแพดมาถือไว้แล้วเพ่งสายตาไปที่หน้าจอด้วยท่าทีขะมักเขม้น เขาจึงไม่คิดจะถามอะไรแม้จะมีเรื่องที่สงสัยอยู่มากก็ตาม

 ครู่สั้นๆ จากนั้นพยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมรถเข็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เขาใช้ความเป็นมิตรของตัวเองในการชวนหญิงสาวชุดขาวคุย จึงได้รู้ว่าตัวเองเข้าโรงพยาบาลเพราะจมน้ำ

 เรื่องนั้นจำได้อยู่แล้ว ก็เขาเป็นคนกระโดดลงไปช่วยพ่อหนุ่มเจ้าอารมณ์คนนั้นเองกับมือ

 อดจะนึกถึงไม่ได้ ใจก็หวังให้คนผู้นั้นรอดชีวิต เพราะขนาดว่าเขาจมดิ่งจนคิดว่าคงต้องตายแน่ๆ ยังรอดมาได้ อีกฝ่ายก็คงไม่ต่างกัน “พี่ครับ แล้วอีกคนเขาพักอยู่ห้องไหนครับ”

 พยาบาลสาวมุ่นคิ้วให้ผู้ป่วย “คะ?”

 “คนที่ตกน้ำกับผมน่ะครับ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน”

 เจ้าหล่อนมองคนป่วยที คนเฝ้าไข้ที “เอ่อ คุณมาคนเดียวนะคะ” เพราะเธอเป็นบุคลากรทางการแพทย์ มีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นในจังหวัดก็มักจะรู้ถึงกันหมด กรณีนี้ก็ด้วย แต่จู่ๆ ก็ปากหนักไม่กล้าบอก “เรียบร้อยแล้วค่ะ ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆ นะคะ ถ้าน้ำเกลือถุงนี้หมดก็กลับบ้านได้ค่ะ”

 เขารับคำอย่างว่าง่ายแล้วจึงหันไปทางผู้อาศัยร่วมห้องที่ก็เพิ่งรู้ว่าโดนจ้องอยู่ก่อนแล้ว ก็ไหนว่าทำเหมือนสนใจงานในมืออยู่ไง

 “คุณพอจะทราบไหมครับว่าผู้ชายอีกคนที่-”

 “ที่ช่วยชีวิตนายใช่ไหม” คีรีรีบส่ายหน้า เพราะเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายช่วยคนคนนั้น

 คนตัวสูงแค่นหัวเราะอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกที่ต้องพบเจอกับความเลือดเย็นของคนป่วยไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

 “ขนาดว่าเขายอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเหลือนาย นายก็ยังมองไม่เห็นความดีของเขาน่ะรึ สายตาถั่วๆ ของนายมันมองเห็นแค่ความดีของไอ้คมหรือไง!”

 คีรีไม่สนใจว่าไอ้คมที่อีกฝ่ายเอาแต่พูดถึงคือใคร เมื่อความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ประโยคข้างต้น “คุณหมายความว่าไง อะไรคือสละชีวิต คุณคนนั้นเขาไม่รอดเหรอครับ”

 ชายร่างสูงพยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ “อือ เขาเสียแล้ว ถ้านายได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วฉันจะพาไป ตอนนี้ไอ้พบกับไอ้กิตก็ไปจัดการทางนั้นให้อยู่”

 ห้องพักฟื้นพิเศษนั้นมีโทรทัศน์ในห้อง และคีรีเพิ่งจะได้สังเกตว่าเงาที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ตัวเอง นัยน์ตาเรียวรีเบิกกว้างก่อนพยายามปีนลงจากเตียง แม้จะไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรเป็นอะไรแต่ก็สังหรณ์ใจว่าคงเกิดเรื่อง ‘บางอย่าง’ กับตนเองเข้าให้แล้ว ตั้งแต่ตื่นมาเจอใครที่ไหนไม่รู้เอาแต่พูดจาค่อนขอด ไหนยังเรียกขานเขาว่าฝุ่นแทนที่จะเป็นคีน

 ทว่ายังไม่ทันที่เท้าจะแตะพื้น คนที่นั่งอยู่บนโซฟาก็ปรี่มาหาด้วยใบหน้าดุดันทันที “จะไปไหน”

 “ผม...ผม” เขาอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง “อยากเข้าห้องน้ำครับ”

 คีรีจึงได้รับการช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ในท้ายที่สุดเข้าก็เขามาอยู่ในห้องน้ำ

 ภาพสะท้อนจากกระจกเงาบอกกับเขาว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนี้คือผู้ชายคนนั้น คนที่ตัดสินใจกระโดดสะพาน ไม่ใช่เขา ไม่ใช่คีรี

 ความตระหนกกระแทกใจเข้าเต็มเปา เขาปากคอสั่นรีบยื่นมือขึ้นมาลูบคลำใบหน้าของตนเองอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แต่ภาพที่สะท้อนก็บอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ผ่านการบำรุงอย่างดีต่างกับใบหน้าของเขาที่มีผิวคล้ำแดดเนื่องจากงานประจำอย่างพนักงานขนส่ง

 ผมรองทรงสูงสีดำไม่เคยผ่านการย้อมก็แปรเปลี่ยนเป็นผม Two Block และ Mullet สีชานมเทาหม่น ฝ่ามือสากหยาบกร้านจากการตรากตรำทำงานก็นุ่มลื่นเพื่อยืนยันว่าผ่านการดูแลรักษาอย่างดี ผิวขาวราวน้ำนม รอบเอวคอดกิ่วอย่างกับผู้คนที่อยู่หน้านิตยสาร ซี่ฟันเรียงตัวสวยงาม กลิ่นกายหอมกรุ่น

 นี่ไม่ใช่คีรี นี่มันคนเจ้าอารมณ์คนนั้นชัดๆ

 แล้วเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ความทรงจำสุดท้ายเขาได้จมดิ่งลงใต้น้ำพร้อมๆ กับเจ้าของร่างนี้ รู้ตัวอีกทีก็ลืมตาตื่นมาในโรงพยาบาลในร่างของคนอื่น ถ้าเป็นเช่นนั้นคนที่เสียชีวิตก็คือคนคนนั้นที่อยู่ในร่างของเขาอย่างนั้นหรือ

 ดวงตาเบิกโตด้วยความตกใจขีดสุด เขาตกใจมากกว่าทุกครั้ง

 เพราะแบบนั้นก็แปลว่าร่างกายของเขาตายไปแล้วน่ะสิ!

 ในขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง ภาพสะท้อนจากกระจกกลับไม่เป็นเช่นนั้น รอยยิ้มผุดพรายขึ้นบนใบหน้าที่อยู่ในกระจกเงาแม้ว่าเขาจะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ยิ้มอยู่ก็ตาม

 คีรีตะลีตะลานกระชากสายน้ำเกลือทิ้งอย่างไม่ไยดีแล้วจึงวิ่งออกจากห้องน้ำเพื่อไปหาคนที่นั่งอยู่บนโซฟา “คุณ! ช่วยผมด้วย”

 คนตัวใหญ่หรี่ตาแคบ “อะไร”

 “ผีหลอกครับ ผีมันหลอกผม”

 คนฟังแค่นหัวเราะ เขาเดาไม่ออกเลยว่าวาริมาไม้ไหน รู้เพียงคนคนนี้มีมารยาร้อยเล่มเกวียนและพร้อมหยิบยกมันมาใช้กับเขาเสมอ ซึ่งหลังจากตาสว่างแล้วเขาก็ไม่คิดจะหลงกลอุบายอะไรของเจ้าตัว

 ฝ่ามือหนายื่นไปกระตุกข้อมือบางจนร่างแน่งน้อยล้มลงบนตักแกร่ง กระซิบเสียงแผ่วเบาชิดริมหู “ไม่มีผีที่ไหนหลอกเก่งกว่าที่นายหลอกว่ารักฉันแล้วล่ะฝุ่น”

⋆ ˚。⋆୨୧˚ ˚୨୧⋆。˚ ⋆

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
ภาพปกนิยายเรื่อง สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายเรื่องนี้ เป็นข้าที่เขียน!
9.3
จื่อเม่ยนักเขียนสาวหลุดเข้าไปเป็นจื่ออิน อนุภรรยาของซีเฉินตัวร้ายในนิยายที่ตนแต่งขึ้น ทว่าชะตากรรมของร่างนี้กลับต้องตายภายในสองตอนแรกพร้อมกับเขา นางจึงพยายามหาทางหนีเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและเต็มไปด้วยแผนชิงบัลลังก์ตามคำสั่งของซีกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดา แม้ช่วงแรกเขาจะดูอันตรายและไร้หัวใจต่อทั้งนางและรั่วหนิงพระชายาเอก แต่สุดท้ายความผูกพันกลับเปลี่ยนตัวร้ายธงแดงให้กลายเป็นสามีที่รักมั่นเพียงนางโดยไม่มีวันนอกใจใน
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีข้าช่างน่าแกล้ง เล่ม 1
8.8
เมื่อสองอาหลานแห่งราชวงศ์จิ่งต้องมาพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์ของภรรยาตนเอง ชุนเสี่ยวป๋ายจึงตัดสินใจเดินหน้าเกี้ยวบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างเหลียนไช่ด้วยตนเอง เพราะหากมัวแต่รอช้าคงไม่มีวันได้ครองคู่ จนเขาไม่อาจต้านทานความน่ารักของนางได้อีกต่อไป ขณะที่จักรพรรดิจิ่งซานหวงพยายามหาทางเลี่ยงการร่วมเตียงกับอู่ซุนต้าเอ่อร์ด้วยกลอุบายต่างๆ แต่นางกลับไม่ยอมแพ้และเผลอถีบเขาตกเตียงโดยไม่ตั้งใจ ท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่สุดท้ายเขาก็ยังหาทางจับนางกินจนได้ในที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง วาสนารักคุณชายจอมวุ่นวาย
9.6
เมื่อครอบครัวเผชิญวิกฤต เขมกรจึงจำใจแลกเปลี่ยนบางสิ่งจนกลายเป็น เกาหยุนเอ๋อร์ คุณชายผู้ไร้ความทรงจำที่เคยประกาศตัวเป็นภรรยาของ ซ่งหยวนเจ๋อ ต่อหน้าสาธารณชน ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่โกรธเคืองและคอยตามติดดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งเลี้ยงอาหารและให้ขี่หลัง จนหยุนเอ๋อร์เริ่มมีอาการใจสั่นอย่างประหลาดเมื่ออยู่ใกล้ชิดอ้อมกอดและสายตาที่อ่อนโยนของหยวนเจ๋อ เขาจึงกังวลว่าตนเองกำลังเจ็บป่วยร้ายแรงโดยหารู้ไม่ว่าความใกล้ชิดนี้กำลังเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้ง