APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง เรือนนี้ผีไม่หลอก

เรือนนี้ผีไม่หลอก

อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ทั้งสองล้มตัวลงบนพื้นหญ้า อู่หลิงเยว่หอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง

“คุณยังไปต่อไหวไหม?” นางถามเสียงสั่น

ไม่มีเสียงตอบ

ดวงตาของชายหนุ่มปิดสนิท ใบหน้าเขาสงบนิ่งราวกับหลับลึก 

หญิงสาวตระหนักได้ในทันที ความตายได้พรากเขาไปก่อนที่นางจะทันได้พูดอะไรอีก

น้ำตาของอู่หลิงเยว่ไหลรินออกมาโดยไม่รู้ตัว เพื่อนร่วมทางคนแรกในโลกใหม่ของนางจากไปแล้ว 

นางหลุบตาลง กัดริมฝีปากแน่น “ขอโทษนะที่ช่วยได้เท่านี้”

อู่หลิงเยว่ทอดสายตาขึ้นมองฟากฟ้าเบื้องบนอย่างอ่อนล้า แสงอรุณของเช้าวันใหม่สอดส่องปลายกิ่งไม้และใบไม้เล็กๆ ลงมาเป็นสีทองจางๆ สะท้อนกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ที่ยังคงพร่ามัวจากความเหนื่อยล้าและน้ำตาที่เปียกชื้นสองแก้ม 

กลางอกของนางยังคงรู้สึกหนักอึ้งราวกับถูกก้อนหินทับทับแน่น นางสูญเสียบุรุษผู้หนึ่งซึ่งนางไม่เคยรู้จักชื่อหรือประวัติ ซึ่งเป็นคนบอกทางให้นางไปยังพื้นที่ปลอดภัย แต่นางกลับไม่มีโอกาสได้กล่าวคำขอบคุณหรือพาเขาไปถึงจุดหมายด้วยกัน 

หญิงสาวไม่มีอุปกรณ์สำหรับขุดหลุมฝังศพ และนางก็ไม่อยากดันร่างนั้นให้กลับไปนอนในหลุมดินที่นางพยายามพาเขาขึ้นมาอย่างยากลำบาก นางจึงตัดสินใจออกไปเก็บกิ่งไม้และใบไม้แห้งมาคลุมร่างใหญ่นั้นเอาไว้ก่อนจะปลดถุงน้ำของเขามาเก็บไว้แล้วเดินจากมา

“หมู่บ้านหานเฉิง..” นางพึมพำซ้ำเบา ๆ หันหน้ามองไปทางทิศตะวันออกอย่างมั่นใจ เพราะทหารผู้นั้นบอกไว้ว่าอีกไม่เกินสองลี้ จะถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งทหารของแคว้นเหยียนตั้งมั่นเฝ้ารักษาการณ์อยู่

ระหว่างทาง อยู่ดี ๆ เสียงโกลาหลที่เงียบหายไปนานกลับแว่วดังมาแต่ไกล เสียงโต้เถียงแหลมคมกับเสียงร้องคร่ำครวญของผู้หญิงปะปนกับเสียงร้องของเด็กเล็ก ทำให้หัวใจของอู่หลิงเยว่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

นางชะงักฝีเท้าก่อนจะรีบหมอบลงข้างพุ่มไม้ใบหนาทึบอย่างรวดเร็ว สอดสายตาผ่านช่องว่างของใบไม้ด้วยความระมัดระวัง

ภาพกลุ่มคนประมาณเจ็ดหรือแปดคน กำลังรุมแย่งอาหารจากกระสอบข้าวสารใบใหญ่ บ้างก็ตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด บางคนผลักกันจนล้มลงกับพื้น บางคนคว้าห่อแป้งหรือถุงข้าวของวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงด่าทอและคำหยาบคายที่ทะลุทะลวงเข้ามาในหู

ความหวาดหวั่นและความไม่แน่นอนเหมือนคลื่นพายุที่ซัดเข้ามาในใจของหญิงสาว นางไม่อาจรู้ได้แน่ว่าคนเหล่านั้นเป็นโจรที่มาปล้นชาวบ้าน หรือเป็นทหารจากแคว้นอื่นที่แย่งชิงเสบียงอาหาร

แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ความรุนแรงและความหวาดกลัวที่สะท้อนออกมาผ่านใบหน้าและท่าทางของพวกเขานั้น น่ากลัวเกินกว่าที่นางจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว

นางนั่งหมอบนิ่ง หายใจอย่างเงียบงันเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดัง และพยายามกลั้นใจไม่ให้หัวใจเต้นแรงเกินไป

“เจ้าหาว่าเราทรยศแคว้นเหยียนรึ! พูดจาเหลวไหล! ตอนนี้ใครจะมัวไปสนใจเรื่องแคว้นที่ล่มสลายไปแล้วกันเล่า! คนตายไปกี่หมื่นเจ้าก็รู้ดี ข้าจะไม่ยอมอดตายไปอีกคนแน่!”

“ข้าก็เหมือนกัน!”

เสียงโต้เถียงประทุขึ้นอีกครั้ง มีทั้งเสียงเรียกร้องความเห็นใจและเสียงด่าทอผสมปนเปกันไป นั่นทำให้อู่หลิงเยว่เข้าใจแล้วว่า แม้ผู้คนเหล่านี้จะอยู่ในความวุ่นวายและความอดอยาก แต่พวกเขาก็ยังเป็นชาวแคว้นเหยียนเช่นเดียวกับนาง

ทว่า เมื่อถึงยามเคราะห์ร้ายที่สุด ใจคนคิดแต่จะเอาชีวิตให้รอดโดยไม่สนใจถูกผิด

หญิงสาวเบือนหน้าหนี หัวใจนางไหวสั่น เสียงเมื่อครู่วนเวียนอยู่ในหัวของนาง แคว้นเหยียนล่มสลายไปแล้ว.. แล้วชาวบ้านที่เหลือรอดอย่างนางจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร หมู่บ้านหานเฉิงเล่า? ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยอยู่หรือไม่?

นางไม่รู้ว่าความวุ่นวายเมื่อวานมีบทสรุปเช่นไร ชาวบ้านที่วิ่งหนีตายมาพร้อมกับนางเสียชีวิตไปหมดแล้วหรือไม่ ฝ่ายศัตรูถึงได้ล่าถอยออกไปจากพื้นที่นี้ 

แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ดี ในภาวะสงครามเสบียงอาหารนั้นหายากยิ่ง ผู้รอดชีวิตจากศัตรูก็ยังต้องระวังภัยจากคนแคว้นเดียวกันอีก

นางค่อย ๆ ถอยห่างจากบริเวณนั้นอย่างช้า ๆ หลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้ใดพบเห็นเพื่อเก็บเรี่ยวแรงไว้รักษาชีวิตตัวเองในยามคับขัน

หลังจากหนีออกมาจากคนกลุ่มนั้นได้นางก็มานั่งหอบหายใจในพงหญ้ารก ร่างกายเหนื่อยอ่อนจนเหมือนจะหมดแรง ท้องร้องครืดคราดด้วยความหิว น้ำในถุงหนังสัตว์ที่ได้มาจากทหารบาดเจ็บในหลุมเพลาะก็หมดไปแล้ว ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ทอดตัวลงต่ำ ความมืดกำลังจะปกคลุมผืนป่าอีกครั้ง

ในโลกยุคปัจจุบันที่นางจากมา ไม่มีที่ใดเงียบเท่านี้ แม้แต่ในยามวิกฤตก็ยังมีเสียงเครื่องยนต์ เสียงไซเรน เสียงผู้คน แต่ที่นี่มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้แห้งดังหวีดหวิวราวกับเสียงร้องของภูตผี

"ฉันพ้นจากความตายมาเพื่อกำลังจะตายอีกครั้งจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย..เหตุใดสวรรค์ถึงได้ใจร้ายกับฉันนักเล่า" อู่หลิงเยว่พึมพำ สายตาเหม่อมองฟ้าที่เริ่มมีดาวปรากฏ

ไม่นานนัก ขณะที่กำลังเดินเลียบไหล่เขาเพื่อหาที่ปลอดภัยนอนพักตอนกลางคืน นางก็ได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงพูดคุยและเสียงร้องไห้อีกครั้ง

“อย่าผลักกันสิ! ยังมีเด็กอยู่ตรงนี้นะ!” ผู้หญิงคนหนึ่งตะโกน 

นางมองผ่านพุ่มไม้เห็นกลุ่มคนราวสิบกว่าคนรวมตัวกัน บางคนนอนราบอยู่กับพื้น บางคนกำลังก่อไฟตั้งที่พักชั่วคราวยามค่ำคืนแต่ไม่ได้มีการทำร้ายกันรุนแรงเหมือนกลุ่มก่อนหน้า 

“บางทีข้าอาจเดินทางไปพร้อมกับพวกเขาได้” นางรำพันออกมาเบาๆ ก่อนที่จะชะงักถอยหลังกลับมาอีกครั้งเพราะนางเห็นบุรุษร่างใหญ่กำลังใช้กำลังบังคับสตรีคนหนึ่งให้เดินตามไปในที่ลับตา!

นางกลืนน้ำลายที่แห้งเป็นผงลงคออย่างยากลำบาก สุดท้ายก็ตัดสินใจเบี่ยงเส้นทาง เดินเลาะไปอีกทางหนึ่งพลางคิดในใจว่านางเดินทางคนเดียวอาจจะปลอดภัยกว่า

เมื่อถึงทางลาดที่มีโขดหินใหญ่หลายก้อนล้อมรอบ นางสำรวจดูพื้นที่โล่งด้านในดีแล้วว่าไม่มีงูหรือตะขาบก็รีบแทรกตัวเข้าไปด้านในเพื่อซ่อนตัวเพราะอีกไม่นานฟ้าก็จะมืดแล้ว 

ขณะที่นางกำลังใช้ชายแขนเสื้อเช็ดรอยเลือดบนแขนที่ถูกกิ่งไม้เกี่ยวเป็นแผลถลอกเล็กๆ จู่ ๆ แววตานางก็เปลี่ยนไป เมื่อเห็นว่านิ้วนางข้างขวานั้นมีแหวนวงหนึ่งสวมอยู่

แหวนไม้วงบาง กลมมน เรียบง่าย เนื้อไม้เป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบจะดำ เมื่อสะท้อนแสงจะเห็นลายคลื่นน้ำบางเบา 

อู่หลิงเยว่ขมวดคิ้ว

ความทรงจำของอู่หลิงเยว่คนเดิมยังหลงเหลืออยู่มากพอให้ยืนยันได้ว่านางไม่ได้เป็นเจ้าของแหวนวงนี้  นางเคยมีสมบัติติดตัวอยู่บ้าง แต่ก็ขายหรือแลกเปลี่ยนเป็นอาหารระหว่างหนีภัยจนหมดสิ้นแล้ว

ด้วยความสงสัย นางจึงคิดจะถอดแหวนออกมาดู  

ร่างเล็กชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศผุดขึ้นมาอย่างรุนแรง นางเห็นป้ายราคา เห็นชั้นวางของ เห็นแสงไฟ LED ที่คุ้นตาอยู่ตรงหน้า!!

"ไม่จริง! ที่นี่มัน..เซี่ยงไฮ้พลาซ่า!!" นางอุทานออกมาแล้วรีบปิดปากตัวเองหันมองซ้ายทีขวาทีเกรงว่าจะมีผู้อื่นได้ยิน

เมื่อลดมือลง นางถึงกับต้องสูดหายใจเข้าปอดแรงๆ กลิ่นขนมปังจากร้านเบอเกอรี่เจ้าประจำของนางปะทะเข้าจมูกเต็มๆ เป็นการยืนยันว่านี่ไม่ได้เป็นความฝัน 

นางกลับมาที่ห้างสรรพสินค้าเซี่ยงไฮ้พลาซ่าแล้วใช่หรือไม่ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวอีกด้วย!!

ดวงดาวที่เริ่มทอแสงบนฟ้าทำให้หญิงสาวใจหายวาบ นางหันมองไปรอบตัวอีกครั้ง ยังคงเป็นก้อนหินใหญ่และป่าทึบ!

ห้างสรรพสินค้าที่เห็นตรงหน้านั้น..ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริง ๆ

แสงไฟนีออน แผ่นป้ายลดราคา เครื่องสำอางจากแบรนด์ดัง และชั้นวางสินค้าที่เรียงรายกันจนสุดสายตา ทั้งหมดนั้น ลอยอยู่กลางอากาศในลักษณะเหมือนภาพฉายสามมิติ คล้ายมีม่านแสงใส ๆ ขึงอยู่ระหว่างโลกหนึ่งกับอีกโลกหนึ่ง

นางก้าวเข้าไปใกล้อย่างระแวดระวังแล้วยกมือขึ้น ลองเอื้อมปลายนิ้วแตะไปที่แผ่นกระจกแสงนั้นอย่างไม่แน่ใจ

วืด..นิ้วของนางผ่านทะลุไปไม่ได้!!

ตื๊ด!!

เสียงเตือนบางอย่างดังขึ้นกลางความเงียบ ตามมาด้วยเสียงของเด็กชายที่ฟังดูสดใสเกินสถานการณ์

“ข้าคือห้างสรรพสินค้าประจำตัวของท่าน! ขอแสดงความยินดีกับนายท่าน! เมื่อครู่ ท่านเพิ่งช่วยชีวิตบุรุษผู้หนึ่งเอาไว้ ท่านจะได้รับแต้มสะสมจำนวน 5,000 แต้ม!”

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อัศวินดำโค่นอำนาจ
8.5
ห้าสิบปีหลังวันสิ้นโลก อารยธรรมล่มสลายเหลือเพียงความป่าเถื่อน ท่ามกลางการปกครองของขุนนางผู้โฉดชั่วและเหล่าอมนุษย์ มนุษย์สายเลือดบริสุทธิ์กลับไร้พลังและถูกกดขี่จนถึงขีดสุด ทว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ลุกขึ้นสู้พร้อมดาบยาวคู่ใจ เขาบุกตะลุยผ่านดินแดนมิคสือจากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงคนนิรนาม สู่การเป็นศาลเตี้ยผู้มอบความตายให้ศัตรู จนทั่วทั้งโลกต่างต้องสั่นสะท้านและยำเกรงในนามของอัศวินดำผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ในยุคที่ไร้กฎเกณฑ์
ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปปลูกผักอิหยังวะ
9.5
เมื่อสาวร่างท้วมผู้เกลียดการกินผักเป็นชีวิตจิตใจกลับต้องเผชิญกับบทลงโทษจากสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน เธอถูกส่งย้อนเวลากลับไปยังอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะเกษตรกรที่ต้องคลุกคลีอยู่กับแปลงผักที่เธอเคยเบือนหน้าหนี การเดินทางครั้งนี้คือการดัดนิสัยสุดป่วนที่บีบบังคับให้เธอต้องเรียนรู้วิธีเพาะปลูกและเอาชีวิตรอดในโลกใบใหม่ ท่ามกลางความวุ่นวายและเหตุการณ์สุดแปลกประหลาดที่ทำให้เธอต้องอุทานว่าอิหยังวะออกมาไม่หยุดหย่อนในทุกย่างก้าว
ภาพปกนิยายเรื่อง องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
ภาพปกนิยายเรื่อง สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง หยางเสี้ยว หนูน้อยหัวใจแกร่ง
7.9
มังกร บัณฑิตวัย 22 ปี ต้องเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพ่อแม่จากไปกะทันหัน เขาจึงละทิ้งเมืองกรุงกลับสู่บ้านนาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ทำไร่ไถนาตามที่ตั้งใจไว้ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาต้องจบชีวิตลงอย่างไม่คาดฝัน หลังหลับไปเขากลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กชายวัย 8 ขวบ ท่ามกลางความยากจนข้นแค้นและสภาพบ้านที่พังทลายในสถานที่ที่ไม่รู้จัก มังกรในร่างเด็กน้อยจะเอาตัวรอดและเริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกที่แสนลำบากนี้ได้อย่างไร มาร่วมเอาใจช่วยเขาไปพร้อมกัน