APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ปะป๊านาเนีย

ปะป๊านาเนีย

เมื่อที่ดินผืนสุดท้ายของเธอถูกหมายตาโดยมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักรรีสอร์ทและฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่บริเวณชายแดน การเจรจาธุรกิจจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าทันทีที่ได้พบหน้ากัน ศศิร์ธากลับพบว่าความต้องการของเขาพุ่งเป้าไปมากกว่าแค่เรื่องที่ดิน เพราะเขายังปรารถนาในตัวเจ้าของที่ดินสาวผู้นี้ด้วย แม้เธอจะเป็นม่ายลูกติดที่เคยถูกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่เขาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อครอบครองทั้งหัวใจและผืนดินของเธอให้ได้ในคราวเดียวกัน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ศศิร์ธามองท่าทีของหญิงสาวตรงหน้าเขาว่านี่คือการท้าทายรูปแบบหนึ่ง

“ผมยังไม่รีบซื้อตอนนี้หรอก ให้คุณลองตีราคาดูอีกครั้งก็แล้วกัน อยากขายเมื่อไร อยากขายเท่าไร บอกผมได้เลย ผมสู้ราคาได้ทั้งนั้น”

แม้แววตาของเขาจะราบเรียบ ดูสงบ ขรึมคล้ายสุภาพ แต่เมื่อมองลึกดูดี ๆ แล้วก็จะเห็นว่าแววตาของเขาลุ่มลึก เจ้าชู้และเผยความต้องการอย่างชัดเจนว่านอกจากที่ดินแปลงนี้ เขายังสนใจในตัวเธอด้วย

ประไพพรรณีอายุครบยี่สิบเจ็ดปีเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง เธอมีลูกแล้วหนึ่งคน ประไพพรรณีเรียนจบปริญญาตรี แม้ไม่ได้ทำงาน แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในสังคมเมือง แม้ไม่ได้ทำงานในออฟฟิศใหญ่โต แต่ประไพพรรณีก็พบคนมามาก เธอรู้ดีว่าสายตาแบบไหน สื่อความหมายของเจ้าของดวงตาไปในแนวทางเช่นไร

หญิงสาวเผยรอยยิ้มหมิ่นแคลนและเย็นชาใส่เขาอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นประโยคหนึ่ง คาดว่านี่จะเป็นประโยคสุดท้ายที่ใช้สนทนากับชายตรงหน้า

“หมดธุระของคุณแล้วก็เชิญเถอะนะ”

ได้ยินคำไล่แบบตรง ๆ เช่นนี้ ศศิร์ธาก็ให้รู้สึกหน้าชาเล็กน้อย เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาของเขา

ครอบครัวของเขา รวมถึงสมาชิกของบ้านทุกคนนับว่าเป็นคนมีเกียรติ มีหน้ามีตาในสังคมทุกคน ทุกคนในสังคมให้ความเคารพต่อเขา ไม่เคยมีใครเอ่ยปากไล่เขาซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้มาก่อน

ประไพพรรณีควบคุมอารมณ์โมโหที่แล่นพล่านขึ้นไปถึงขีดสุดให้สงบลงได้ยากยิ่งนัก พวงแก้มนวลใสของเธอจึงได้ออกสีแดงปลั่งราวผลมะเขือเทศใกล้สุก หรืออาจเป็นเพราะว่าวันนี้อากาศร้อนจนเกินไป แล้วยิ่งต้องมาเจอคนที่ไม่อยากเจอ ก็ยิ่งทำให้เธอควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ยากยิ่ง

ทั้งหมดนั้นเรียกให้สายตาคมมองจับนิ่งก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากสีแดงสดด้วยเลือดฝาดอย่างคนสุขภาพดี

ประไพพรรณีไม่ได้ให้ความสนใจสายตาของคนมาเยือนอีกต่อไป เธอเห็นว่าตนเองหมดเรื่องคุยกับเขาแล้ว จึงก้าวขาจะเดินออกจากแปลงสวนครัวหลังบ้าน ส่วนเขาจะยืนตรงนั้นไปเรื่อย ๆ มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเธอ

และขณะที่ประไพพรรณีกำลังจะเดินผ่านหน้าชายผู้มาเยือนเพื่อออกไปยังด้านนอกอยู่นั้นเอง ศศิร์ธาก็หลุบสายตาของเขาลง กะจังหวะได้แล้วก็ยื่นขาของตัวเองออกไปในชั่วขณะที่หญิงสาวกำลังก้าวเดินผ่านหน้าเขา

ร่างสูงโปร่งของประไพพรรณีเสียหลักในทันทีที่ขาของเธอไปเตะเข้ากับท่อนขาแข็งแรงของชายคนนั้น ใบหน้าหล่อคมปรากฏรอยยิ้มขึ้นตรงมุมปาก เขายื่นมือออกไปคว้าเอาร่างเย้ายวนของเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของ พลิกให้ร่างกายเบื้องหน้าบดเบียดเสียดสีไปกับเนื้อตัวด้านหน้าของเขาอย่างจงใจ

กลิ่นหอมจาง ๆ ปนกลิ่นเหงื่อของหญิงสาวไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ารังเกียจ แต่กลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตื่นตัว อาจเป็นเพราะศศิร์ธาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนจึงทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวได้ถึงขนาดนี้

ประไพพรรณีเองรู้ว่าตัวเธอกำลังถูกเอาเปรียบจากพวกผู้ชายมักมาก เธอเสียเปรียบให้กับคนเจ้าเล่ห์นี่เข้าแล้ว เมื่อตั้งสติได้เธออาศัยจังหวะที่เขามัวแต่หลงใหลกับรูปร่างและกลิ่นกายเฉพาะตัวของเธอ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแล้วกางนิ้วชี้และนิ้วกลางออก จิ้มเข้าไปที่ในดวงตาของเขาแรง ๆ

“โอ๊ะ!” เสียงร้องอุทานดังออกมาจากปากของศศิร์ธา เขาทำทีเป็นเสียหลัก เดินเซไปทางด้านหลังสองก้าวแต่มือยังไม่ยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอด

ร่างกายของศศิร์ธาสูงใหญ่แบบพวกต่างชาติ เขาสละมือข้างหนึ่งขึ้นแตะที่เบ้าตาของตัวเอง ทำทีว่าเจ็บ เพื่อจะให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกว่าตนนั้นเป็นต่อ แล้วก็ได้ผลเป็นไปตามคาดหมายจริง ๆ เมื่อประไพพรรณีเห็นชายตรงหน้ายกมือขึ้นปิดตาของเขาอยู่ เธอออกแรงดิ้นจนหลุดจากอ้อมกอดของเขา แล้วเข้าไปยกเท้าที่สวมบูทพื้นหนากดน้ำหนักลงบนหลังเท้าของเขาแรง ๆ แบบเน้น ๆ

“จำไว้ว่าผู้หญิงไม่ใช่ของเล่นของพวกผู้ชาย”

ประไพพรรณีบอกอย่างโมโห

“และที่ของฉันก็จะไม่ขาย ไม่ว่าจะซื้อแพงแค่ไหน อยากได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่ขาย ไม่ต้องส่งคนมาถามอีก และขอเตือนไว้เลยว่าตัวคุณเองก็อย่าได้เข้ามาในพื้นที่ของฉันอีก เพราะรอบหน้าคุณจะโดนหนักกว่านี้แน่”

เธอจงใจใช้เสียงเน้นหนักข่มขู่เขา สายตาหวานซึ้งของประไพพรรณีมองค้นเข้าไปดวงตาของคนตรงหน้า แต่แล้วกลับเห็นเพียงความว่างเปล่า เห็นเพียงความรู้สึกของคนที่ไม่เคยคุ้นต่อกัน

ศศิร์ธาทำได้อย่างไร ทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน

ประไพพรรณีมองเขาด้วยสายตาเจ็บแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ เธอหลุบเปลือกตาของตัวเอง แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น

ความทรงจำของเธอพากลับไปยังเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอยังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย นั่นเป็นครั้งแรกที่พบกับเขา อาจารย์ศศิร์ธา เขาที่อยู่ในฐานะของอาจารย์พิเศษประจำคณะของเธอ

ประไพพรรณีในช่วงสมัยเรียนมหาวิทยาลัย กำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่อกับเอกสารการสอนของชั่วโมงแรกที่เรียนก่อนหน้านี้ เธออาสารับทำรายงานให้เพื่อนร่วมชั้นปีร่วมสิบคนเพื่อแลกกับเงินที่พอจะจ่ายค่าอาหารสามมื้อ รวมไปถึงค่าถ่ายเอกสารและหนังสืออ่านนอกเวลาที่หมายตาไว้หลายเล่ม

และแม้จะทำงานวิชาอื่นอยู่ แต่นักศึกษาคนเก่งของคณะก็มั่นใจว่าหูของเธอฟังเนื้อหาของวิชาคาบนี้เข้าหัวและเข้าใจได้เป็นอย่างดี แต่แล้วก็พลาดเมื่อหญิงสาวชะล่าใจเกินไป เสี้ยวนาทีหนึ่งเธอเอาสมองทั้งหมดไปเค้นคิดวิเคราะห์ถึงหัวข้อที่อยู่ในใบงานตรงหน้า จนไม่ได้ยินเสียงเรียกของอาจารย์พิเศษที่หน้าชั้นเรียน

“นักศึกษาครับ”

เสียงเรียกนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหมือนกับว่าทุกคนในห้องต่างพากันหันมามองที่เธอกันหมด ประไพพรรณีรู้สึกได้ว่าตัวเธอนั้นกำลังเป็นจุดสนใจของทุกคน จึงเงยหน้าขึ้นจากรายงานที่ตั้งใจเร่งทำให้เสร็จภายในเที่ยงวันนี้ จังหวะนั้นเองที่กระดาษที่ถูกขยำจนกลมอัดไส้ด้วยวัตถุแข็ง ๆ พุ่งตรงมาที่โต๊ะของเธอ ประไพพรรณีหลบไม่ทันจึงโดนเข้าเต็ม ๆ ใบหน้า

“โทษครับ” เพื่อนนักศึกษาชายคนหนึ่งทำทียกมือขอโทษขอโพย เพราะตนเป็นคนเขวี้ยงไปเอง ไอ้เรื่องเจ็บน่ะไม่เท่าไรหรอก แต่เรื่องน่าอายนี่สิ ทำให้ใบหน้าของประไพพรรณีแดงซ่านขึ้นทันที

พอเงยหน้ามองไปยังเจ้าของเสียงเรียก ประไพพรรณีค่อยพบว่าอาจารย์พิเศษกำลังจ้องเธอด้วยสายตาไม่ใคร่พอใจเท่าไรนัก เขาวางพอยเตอร์เลเซอร์ลงบนเคาน์เตอร์บรรยายแล้วย้ายตัวเองมาหยุดยืนที่ตรงหน้าโต๊ะของเธอ

“ผมเรียกตั้งนานแล้ว นักศึกษาทำอะไรอยู่ครับ”

เสียงถามดังมาจากชายคนนั้นอีกครั้ง ประไพพรรณียิ้มไม่ออก เธอรู้ตัวเองดีว่าผิดเต็ม ๆ เพราะกำลังทำงานของอีกวิชาอื่นในคาบเรียนของอาจารย์พิเศษท่านนี้

อาจารย์ศศิร์ธาเป็นรุ่นพี่ที่จบไปเพียงไม่กี่ปี แต่อาจารย์ที่คณะพากันชมว่าเขาเป็นนักศึกษาของคณะที่เก่งมาก เก่งแบบไหนเธอเองที่เป็นนักศึกษาก็ยังมองไม่ออก คงเพราะที่บ้านของเขารวย เขาเติบโตในครอบครัวที่ทำธุรกิจมาทั้งชีวิต จนได้ความรู้ติดเข้ามาใน DNA ละมั้ง เลยบอกว่าเขาเก่ง

“ผมถามว่านักศึกษากำลังทำอะไรอยู่ครับ”

ประไพพรรณีดึงเอาหนังสือเล่มบางยกขึ้นปิดเอกสารรายงาน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อสายตาสีดำดูดุของชายตรงหน้ามองจับเธออยู่ตลอดเวลาเลื่อนลงมามองยังเอกสาร

“ผมถามคุณสองครั้งแล้วนะ นักศึกษากำลังทำงานของวิชาอื่นอยู่ใช่ไหมครับ”

ประไพพรรณีไม่กล้าตอบคำถามของเขา นั่นเพราะว่าคำตอบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว เขามองเธอนิ่งไม่กี่วินาที ค่อยลากสายตาจากเธอไป

“โอเคครับนักศึกษาทุกคน ฟังผมนะ” อาจารย์พิเศษท่านนั้นหมุนทั้งตัวไปสบตานักศึกษาคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน “ผมอาจไม่ใช่คนเคร่งครัดในระเบียบอะไรมากมายนะ แต่อย่างน้อยคุณควรรักษามารยาทในการเข้าเรียนวิชาของผมด้วย” เขาพูดกับทุกคนแต่แล้วทำไมเหมือนกับหันปลายหอกด้านแหลมคมเข้ามาทิ่มแทงเธอ

หลังจากที่ถูกจับได้ว่าแอบนำวิชาอื่นขึ้นมาทำในช่วงการสอนของเขา ประไพพรรณีก็ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์พิเศษท่านนั้นอีกเลย

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากถูกไอ้สารเลวจับไป เธอก็ถูกขอให้มีเซ็กส์กับพวกอันธพาลทุกคืน
9.4
เมื่อพ่อถูกใส่ร้ายในคดีฆาตกรรม ตานหลิงจึงขอความช่วยเหลือจากสามีอย่างกูหานโจว แต่เขากลับทรยศโดยการส่งตัวเธอไปให้ชายแปลกหน้า เพื่อรักษาครอบครัวเธอจึงจำใจเป็นผู้หญิงของต้วนอวี่ไป๋ ชายผู้ดูสง่างามต่อหน้าผู้คนแต่กลับซ่อนความบ้าคลั่งยามค่ำคืนไว้ ตานหลิงเริ่มหวั่นไหวในความอ่อนโยนจนกระทั่งพบว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เธอจึงตัดสินใจตีตัวออกห่างไปหาคู่แข่งของเขา นำไปสู่ศึกชิงนางระหว่างผู้ทรงอิทธิพลและคุณหมอชื่อดังที่ยอมห้ำหั่นกันเพื่อครอบครองเธอเพียงผู้เดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง มาเฟียร้ายพ่ายรักคุณหมอ
8.2
เมื่อศัลยแพทย์สาวผู้แสนอ่อนโยนและชาญฉลาด มีความจำเป็นบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องตัดสินใจเข้าพิธีวิวาห์กับมาเฟียหนุ่มผู้ไร้ความปราณี เขาคือชายผู้ครองความเย็นชาและเกลียดชังการผูกมัดเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งยังไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครหน้าไหนในโลกมืด ท่ามกลางความขัดแย้งและตัวตนที่ต่างกันสุดขั้ว ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจครั้งนี้จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นความรักได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของเขานั้นช่างโหดร้ายและยากจะหยั่งถึง
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กของคุณท่าน
8.6
พิมพ์มาดาจำต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินรักษาคุณยาย จนได้พบประกาศรับสมัครงานรายได้ดีที่คฤหาสน์หรู ทว่างานที่เธอคิดว่าเป็นเพียงการดูแลผู้สูงอายุกลับกลายเป็นพันธะสัญญาฉบับพิเศษที่อาร์เดน ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจัดฉากไว้ให้เธอโดยเฉพาะ ท่ามกลางการสืบหาผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่พรากชีวิตพ่อของเขา อาร์เดนต้องเผชิญกับความจริงอันน่าเจ็บปวด เมื่อศัตรูที่ตามหาคือคนใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง และเมื่อพิมพ์มาดาถูกจับตัวไปเพื่อเป็นหมากในเกมแค้น มาเฟียหนุ่มจึงพร้อมทำลายทุกคนที่บังอาจแตะต้องคนของเขาให้ย่อยยับ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทมาเฟียแสนร้าย
8.3
เมื่อคู่หมั้นของเธอคือต้นเหตุที่พรากชีวิตน้องสาวอันเป็นที่รักไป เขาจึงตัดสินใจใช้เธอเป็นหมากสำคัญในเกมล้างแค้นครั้งนี้เพื่อระบายความโกรธแค้นในใจ ทว่าเหตุการณ์กลับพลิกผันเกินคาดคิด เมื่อความใกล้ชิดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดที่กัดกินใจมาเฟียหนุ่ม จากเดิมที่หวังเพียงทำลายเขากลับทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวหมากตัวนี้ให้มาเป็นผู้หญิงของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางเพลิงแค้นที่กำลังมอดไหม้กลายเป็นความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว