APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

รักลวง...ที่ฉันต้องชดใช้

วิมานศิลป์คือแกลเลอรีที่เป็นดั่งชีวิตของฉัน แต่ภัทรวุฒิสามีที่รักกลับยกมันให้นภัสสรน้องสาวทรยศ เขาพยายามฆ่าฉันด้วยสร้อยดอกมะลิที่ฉันแพ้รุนแรงในวันเกิดเพื่อไปหาชู้รัก นภัสสรโทรมาเย้ยหยันว่าเขาแต่งงานกับฉันเพียงเพื่อปกป้องเธอ และการแท้งลูกของฉันก็คือแผนการของพวกเขา เมื่อสูญเสียทุกอย่างฉันจึงจัดฉากระเบิดเรือยอชต์ฆ่าตัวตายเพื่อหนีจากฝันร้าย พร้อมส่งอีเมลแฉความชั่วช้าทั้งหมดให้ภัทรวุฒิได้รับรู้ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะดับสูญไป
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

'วิมานศิลป์' คือแกลเลอรีที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยความรักและหยาดเหงื่อ มันคือตัวตนและทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน

แต่แล้วภัทรวุฒิ สามีของฉัน กลับประกาศว่าจะยกมันให้กับนภัสสร 'น้องสาว' ที่ฉันไว้ใจที่สุด

เขาอ้างว่าอยากให้ฉันได้พักผ่อน แต่ในวันเกิดของฉัน เขากลับมอบสร้อยคอดอกมะลิให้เป็นของขวัญ ทั้งที่รู้ว่าฉันแพ้เกสรมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก่อนจะทิ้งฉันไปอย่างไม่ใยดีเพื่อไปดูแลนภัสสรที่แกล้งป่วย

คืนนั้นเองที่นภัสสรโทรศัพท์มาสารภาพความจริงทั้งหมดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

"ภัทรไม่เคยรักพี่เลย เขาแต่งงานกับพี่ก็เพื่อเป็นเกราะป้องกันนัสเท่านั้น"

แม้กระทั่งการสูญเสียลูกในท้องของฉัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพวกเขา

เมื่อโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้า ฉันจึงเลือกที่จะสู้กลับเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจัดฉากการตายของตัวเองบนเรือยอชต์ที่ระเบิดเป็นจุล แต่ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลง ฉันได้ส่งอีเมลรวบรวมหลักฐานความเลวร้ายทั้งหมดของพวกเขาไปให้ภัทรวุฒิแล้ว

บทที่ 1

พัณณิณ (Pannin)POV

ฉันกำแฟ้มเอกสารไว้แน่นจนกระดาษเย็นเฉียบแนบติดกับฝ่ามือที่เหงื่อซึม ปากกาในมือยังคงเปียกชุ่มด้วยหมึกสีดำ บันทึกทุกรายละเอียดที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันไม่ใช่แค่เอกสารธรรมดา แต่มันคือแผนการที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันสร้างมากับมือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน

ลมหายใจของฉันติดขัด

หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะทะลุออกมาจากอก

กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของภัทรวุฒิ คุ้มวงษ์ ลอยเข้ามาในห้องทำงานของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขามาแล้ว กลิ่นของเขาเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่ดังอยู่ในหัวใจของฉันมานานแสนนาน

"ที่รัก กำลังทำอะไรอยู่ครับ" เสียงทุ้มต่ำของภัทรวุฒิดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้ ฉันรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ

ฉันเกร็งไปทั้งตัว

พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด

"กำลังจัดการเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ฉันตอบ เสียงของฉันฟังดูราบเรียบจนน่าตกใจ ความจริงแล้วข้างในตัวฉันกำลังแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ

เขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย

มือของเขาเลื่อนมาโอบรอบเอวของฉัน กดจูบลงบนไหล่เปลือยเปล่าของฉันเบาๆผ่านเนื้อผ้าซาตินของชุดคลุมอาบน้ำที่ฉันสวมอยู่

มันเป็นสัมผัสที่เคยอบอุ่น แต่ตอนนี้มันกลับเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง

"ทำงานหนักอีกแล้วนะภรรยาคนเก่งของผม" เขาพูด น้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

ฉันรู้สึกคลื่นไส้กับความแสนดีจอมปลอมของเขา

"วันนี้คุณมีประชุมสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" ฉันเปลี่ยนเรื่อง

เขาหัวเราะเบาๆ

"ใช่ครับ แต่ผมแวะมาดูคุณก่อน ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อย"

"เรื่องอะไรคะ" ฉันถาม พยายามข่มความตื่นเต้นและความหวาดกลัวเอาไว้

"ผมกำลังคิดจะขยายกิจการแกลเลอรีของเรา" เขาพูด "ผมอยากให้คุณภัสรเข้ามาช่วยดูแลในส่วนของงานประชาสัมพันธ์และการตลาด เธอมีความสามารถพิเศษในการสร้างภาพลักษณ์ ผมคิดว่าเธอจะช่วยให้ 'วิมานศิลป์' กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก"

ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน

หัวใจของฉันถูกบีบอัดจนหายใจไม่ออก

"ภัสรเหรอคะ" ฉันถาม เสียงแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน

"ใช่ครับ ที่รัก" เขายิ้ม "คุณภัสรตื่นเต้นกับเรื่องนี้มากเลยนะ"

ฉันเคยคิดว่า 'วิมานศิลป์' คือลูกที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยสองมือ ค่อยๆ ปั้นแต่งมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ทุกเส้นสาย ทุกมุมห้อง ทุกๆ แสงที่ส่องเข้ามาในแกลเลอรีแห่งนี้ล้วนมาจากแรงกายแรงใจของฉัน มันคือความฝันของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันใช้พิสูจน์ตัวเองในตระกูลคุ้มวงษ์ที่มองฉันเป็นเพียงผู้หญิงที่แต่งงานเข้ามาเพื่อหวังสมบัติ

แต่ตอนนี้... มันกำลังจะถูกพรากไปจากฉัน

"แต่... ฉัน..." ฉันพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ

ภัทรวุฒิหันมายิ้มอย่างอ่อนโยน

"ที่รักไม่ต้องห่วงหรอกครับ คุณแค่พักผ่อนให้สบายๆ ก็พอ หลังจากนี้คุณภัสรจะเข้ามาดูแลทุกอย่าง ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยอีกแล้วนะ ผมรู้นะว่าช่วงนี้คุณดูเหนื่อยๆ ไปมากเลย"

คำพูดของเขาฟังดูเหมือนห่วงใย แต่ในความเป็นจริงมันคือการขับไล่ฉันออกไปจากโลกที่ฉันสร้างขึ้นมา

ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าแรงๆ

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับงานเปิดตัว 'วิมานศิลป์' ผุดขึ้นมาในหัว ฉันยืนอยู่ข้างๆ ภัทรวุฒิ ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขกับความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง เขาโอบกอดฉันอย่างภาคภูมิใจ พูดกับทุกคนว่าฉันคือผู้หญิงที่เก่งที่สุดในโลก

เป็นคำโกหกที่หวานหอมที่สุดในชีวิตของฉัน

"ภัทร คุณรู้ไหมว่าฉันทุ่มเทกับแกลเลอรีนี้มากแค่ไหน" ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "ฉันสร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์นะ"

"ผมรู้ครับที่รัก" เขาตอบเบาๆ "ผมถึงไม่อยากให้คุณต้องเหนื่อยอีกแล้วไง ผมอยากให้คุณมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้นนะ"

เขาพูดราวกับว่าฉันเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการดูแล

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาแววตาของภัทรวุฒิคนเดิม คนที่ไม่เคยปฏิเสธความสามารถของฉัน คนที่เคยสนับสนุนทุกความฝันของฉัน

แต่ฉันไม่เจออะไรเลยนอกจากความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม

"บางที... บางทีฉันอาจจะอยากเหนื่อยก็ได้นะคะ" ฉันพูด พยายามเก็บซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้

เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนฉันพูดเรื่องตลก

"ไม่เอาหน่าที่รัก คุณแค่พักผ่อน แล้วปล่อยให้เรื่องงานเป็นของผมกับคุณภัสรดีกว่านะ"

ฉันรู้สึกเหมือนมีดกรีดลงไปในหัวใจ

'วิมานศิลป์' ไม่ใช่แค่แกลเลอรี แต่มันคือตัวตนของฉัน มันคือหลักฐานว่าฉันมีค่า และฉันสามารถสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง

แต่ตอนนี้ คนที่ฉันรักที่สุดกำลังจะมอบมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่ฉันเคยคิดว่าเป็นน้องสาวของฉัน

"ภัทร..." ฉันเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

"เอาเถอะครับที่รัก อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ" เขาจูบลงบนหน้าผากของฉัน "วันนี้วันเกิดของคุณไม่ใช่เหรอครับ ผมเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้คุณด้วยนะ"

คำว่า "วันเกิด" ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอย่างประหลาด

ฉันจำได้ว่าภัทรวุฒิเคยบอกว่าเขาจะไม่ลืมวันเกิดของฉันเด็ดขาด

"คุณรู้ไหมว่าผมเตรียมอะไรไว้ให้คุณ" เขาพูด "สร้อยเพชรรูปดอกมะลิเม็ดเป้งเลยนะ คุณชอบดอกมะลิไม่ใช่เหรอครับ"

ฉันรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว

ฉันเกลียดดอกมะลิที่สุดในโลก

ฉันแพ้เกสรดอกมะลิ เคยเกือบจะช็อกตายในงานวันเกิดของภัทรวุฒิเมื่อหลายปีก่อน เพราะมีคนเอาช่อดอกมะลิมาให้ฉัน แล้วฉันก็จามไม่หยุด ตัวบวมไปหมด

ภัทรวุฒิเป็นคนแรกที่รีบพาฉันไปโรงพยาบาล เขาอยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลาที่ฉันต้องพักฟื้น เขาบอกว่าเขาจะไม่มีวันลืมเรื่องนี้เด็ดขาด

แต่ตอนนี้... เขากลับจำไม่ได้

หรือเขาแค่ไม่สนใจ?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของฉัน แฟ้มเอกสารที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติไป มันคือเอกสารที่เกี่ยวกับการโอนหุ้นส่วนใหญ่ของ 'วิมานศิลป์' ให้กับนภัสสร

มือของฉันสั่นเทา

ภัทรวุฒิไม่ได้ลืม เขาแค่ไม่สนใจ

หรือเขาไม่เคยสนใจอะไรเกี่ยวกับฉันเลยตั้งแต่แรก

"ที่รักเป็นอะไรไปครับ ทำไมหน้าซีดจัง" ภัทรวุฒิถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยจอมปลอม

ฉันพยายามรวบรวมสติ

"ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันตอบ พยายามยิ้มให้เขา "แค่... ตื่นเต้นกับของขวัญน่ะค่ะ"

"ดีแล้วครับ" เขายิ้ม "ผมอยากให้คุณมีความสุขมากๆ นะ"

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอคุณภัทรวุฒิสักอย่างได้ไหมคะ" ฉันถาม น้ำเสียงของฉันเรียบเฉยจนน่ากลัว

เขาดูแปลกใจนิดหน่อย

"ได้สิครับที่รัก มีอะไรที่ผมทำให้คุณไม่ได้บ้างล่ะ" เขาตอบ

"คืนนี้... ฉันอยากให้เราสองคนไปฉลองวันเกิดกันที่ทะเลนะคะ" ฉันพูด "ไปแค่เราสองคน"

ภัทรวุฒิลังเลเล็กน้อย

"แต่ว่าพรุ่งนี้ผมมีประชุมสำคัญ..."

"แค่คืนเดียวเองค่ะ" ฉันพูด "ไม่ได้เหรอคะ"

เขาถอนหายใจเบาๆ

"ก็ได้ครับ เพื่อคุณแล้ว ผมยอมเสมอ" เขายิ้ม "งั้นผมไปเตรียมตัวเข้าประชุมก่อนนะ แล้วเจอกันคืนนี้ครับที่รัก"

เขาจูบฉันเบาๆ ที่หน้าผาก แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมและความว่างเปล่าที่กัดกินหัวใจของฉัน

ฉันล้มตัวลงนั่งบนเก้าอี้ น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาอย่างเงียบงัน

คืนนี้... คือคืนสุดท้ายของฉัน

คืนสุดท้ายของการเป็น พัณณิณ จิระอนันต์

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพของภัทรวุฒิและนภัสสรยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ

ฉันคิดถึงคำหวานๆ ที่เขาเคยพูดให้ฉันฟัง คิดถึงสัมผัสอ่อนโยนที่เขาเคยให้กับฉัน คิดถึงรอยยิ้มที่เคยทำให้โลกของฉันสดใส

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลายเป็นเถ้าธุลีไปหมดแล้ว

ฉันลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องแต่งตัว สายตาของฉันเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางเล็กๆ ที่ภัทรวุฒิเพิ่งซื้อมาให้เขาเองเมื่อเดือนที่แล้ว มันวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ฉันเปิดมันออก

ข้างในกระเป๋ามีผ้าพันคอไหมสีฟ้าอ่อนผืนหนึ่ง มันเป็นของขวัญที่ฉันตั้งใจจะให้เขาในวันครบรอบแต่งงานของเรา ผ้าพันคอนั้นปักลายดอก forget-me-not สลักชื่อย่อของเราสองคนไว้ด้วยด้ายสีทอง

ฉันหยิบผ้าพันคอนั้นขึ้นมา

หัวใจของฉันบีบรัดแน่น

มันเป็นผ้าพันคอที่ฉันเคยเห็นนภัสสรถืออยู่เมื่อสองสามวันก่อน สีหน้าของเธอมีความสุขจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่

ฉันกำผ้าพันคอในมือแน่น พยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้

ไม่... นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด

นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ฉันพยายามจะปฏิเสธมาตลอด

ภาพของนภัสสรยิ้มหวานในชุดของขวัญที่ฉันเลือกให้เธอในวันเกิดของฉันเองผุดขึ้นมาในหัว

ฉันไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นจากเขาเลย

ฉันรู้แล้วว่าแท้จริงแล้วผ้าพันคอนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉัน เขาแค่มอบมันให้นภัสสรไปแล้ว และมันถูกวางทิ้งเอาไว้ในกระเป๋าเดินทางใบนี้โดยบังเอิญ

ฉันเคยคิดว่าฉันคือโลกทั้งใบของเขา

แต่แท้จริงแล้วฉันเป็นเพียงแค่ทางผ่าน

ฉันปาผ้าพันคอลงไปบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาของฉันอย่างห้ามไม่ได้

ทุกอย่างที่ฉันเคยเชื่อมั่นมาตลอดกำลังพังทลายลงตรงหน้า

"ภัทรวุฒิ... นายมันเลวที่สุด" ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

ฉันทรุดตัวลงกับพื้นห้องเย็นๆ ปล่อยให้น้ำตาและความเจ็บปวดกัดกินหัวใจของฉัน

ฉันจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงแค่นี้เด็ดขาด

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง หนี้ร้อนซ่อนสวาท
8.1
เมื่อครอบครัวติดหนี้ร้อยล้าน 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงในบ้าน 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ เพื่อสืบหาความจริงเรื่องหนี้สินภายใต้การปลอมตัวเป็น 'ลูกจันทร์' สาวบ้านนอกแสนซื่อ ทว่าแผนการลับต้องสั่นคลอนเมื่อเธอค้นพบความลับบางอย่างของเขา พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับเสน่ห์อันเย้ายวนและการเล้าโลมที่ยากจะต้านทาน แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายเธอกลับติดกับดักเสน่หาและแรงปรารถนาของเจ้าหนี้หนุ่มรูปงามเสียเอง
ภาพปกนิยายเรื่อง รอยทัณฑ์มาร ชุด จอมมารบราซิเลี่ยน
8.0
คริสเตรียโน เวลัสโค มหาเศรษฐีเจ้าของไร่กาแฟผู้ทรงอิทธิพลต้องการครอบครองหัวใจพิมดาหลา คนงานสาวผู้ต่ำต้อยที่แอบรักเขามานาน แม้เขาจะเคยมองข้ามเธออย่างเย็นชาจนหญิงสาวตัดสินใจเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่จอมมารหนุ่มกลับทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นนำไปสู่บททดสอบอันเร่าร้อน เมื่อความหึงหวงครอบงำจนเขาไม่อาจยอมให้ชายใดได้เห็นความงดงามของเธอ เขาจึงเลือกใช้พันธนาการแห่งรักและอำนาจเพื่อตีตราจองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง 100วันวางแผนลับจับประธานเย็นชา
9.4
เซียนสาวเจ้าอี้เฟยยอมสละตบะที่สั่งสมมาทั้งชีวิตเพื่อโอกาสเคียงคู่ชายคนรักในโลกมนุษย์ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้เขาหลั่งน้ำตาจากรักแท้ให้ได้ภายใน 100 วัน มิเช่นนั้นวิญญาณของนางจะดับสูญตลอดกาล เธอจึงเข้าสวมร่างหญิงสาวที่เพิ่งถูกถอนหมั้นและอยู่ในความดูแลของนายแพทย์โจวเจี๋ยหลุน ชายหนุ่มผู้มักฝันเห็นเธออยู่บ่อยครั้ง ทว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงและการตามจีบเขาอย่างเปิดเผยของเธอกลับทำให้คุณหมอหนุ่มเริ่มสงสัยว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครกันแน่
ภาพปกนิยายเรื่อง สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตานำพาให้ กรีน สาวแกร่งเจ้าของไร่กาแฟ และ แกรนด์ เลขาสาวผู้อ่อนหวาน สองฝาแฝดที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ ความสงสัยในชาติกำเนิดทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสลับตัวเพื่อค้นหาความจริง แกรนด์ที่เบื่อหน่ายชีวิตเมืองหลวงและเจ้านายจอมเจ้าชู้อย่าง เควิน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักอิสระ ได้ลองไปสัมผัสชีวิตธรรมชาติ ขณะที่กรีนต้องสวมรอยเป็นเลขาสาวในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย ท่ามกลางความขัดแย้งของหัวใจและความลับที่ถูกซ่อนไว้ การสลับเลิฟครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้าวโพดในไร่ชา (Mpreg)
8.5
เมื่อข้าวโพดผู้ช่วยหนุ่มวัย 22 ปี ดันมาสบประมาทพ่อเลี้ยงกิตติภูมิเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ว่ามีดีแค่มาดเข้มแต่แท้จริงเป็นคนหื่นกาม ความสัมพันธ์สุดเร่าร้อนระหว่างเสือร้ายวัย 29 กับเด็กปากกล้าจึงเริ่มต้นขึ้น ภายใต้บรรยากาศไร่ชาแสนสวย ข้าวโพดต้องใช้ทั้งเสน่ห์และลีลาเพื่อมัดใจคนแก่จอมดุให้หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ขณะที่พ่อเลี้ยงบลูเองก็พร้อมจะสั่งสอนให้รู้ซึ้งว่าการลองดีกับเขานั้นต้องเจอของดีอุดปากจนพูดไม่ออก งานนี้ใครจะอยู่ใครจะไปในเกมรักที่ต้องเช็คร่างกายให้พร้อมเสมอ
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักหมอสูติ
8.9
เมื่อความใกล้ชิดในห้องตรวจแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ยากจะควบคุม แพทย์หนุ่มผู้เชี่ยวชาญอย่างหมอดนัยพยายามทำหน้าที่ดูแลคนไข้ด้วยความระมัดระวังที่สุด ทว่าสัมผัสจากปลายนิ้วที่ควรจะเป็นเพียงการตรวจร่างกายกลับกระตุ้นอารมณ์ความปรารถนาอันรุ่มร้อนของหญิงสาวให้ปะทุขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เสียงครางที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอทำให้บรรยากาศระหว่างหมอกับคนไข้เริ่มข้ามเส้นศีลธรรม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทานไหว