APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านพี่ได้โปรดไว้ไมตรีต่อตัวข้า

ท่านพี่ได้โปรดไว้ไมตรีต่อตัวข้า

โชคชะตาเล่นตลกเมื่อโจวหลิวหยางจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับกูหลี่เอ๋อร์ตามความปรารถนาของผู้เป็นมารดา แม้ว่ากูหลี่เอ๋อร์จะมอบหัวใจให้เขามาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าในใจของเขากลับมีสตรีอื่นที่เฝ้าคำนึงถึงอยู่เสมอ เรื่องราวความรักที่สวนทางกันของหนึ่งคนที่มีใจรักมั่นกับอีกคนที่ยังยึดติดกับคนในความทรงจำจะลงเอยเช่นไร พบกับนิยายโรแมนติกแฟนตาซีเบาสมองจากซีรีส์ฮองเฮาไม่ได้ร้าย ภาคต่อรุ่นลูกที่สามารถอ่านแยกได้อย่างอิสระเพื่อสัมผัสสายใยความผูกพันที่แสนซับซ้อน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

เพราะต้องการให้กูหลี่เอ๋อร์ได้รับรู้ถึงความลำบากอย่างสูงสุด เขาจึงยอมให้สาวใช้ของนางติดตามมาเพียงคนเดียว ในขณะที่ตัวเขาเองก็ให้องครักษ์เงาคอยคุ้มครองอยู่ห่าง ๆ

"หากเจ้าต้องการไปกับข้า เจ้าต้องยอมรับกฎข้อหนึ่งเสียก่อน"

กูหลี่เอ๋อร์ยิ้มแป้น เขาและนางบัดนี้กำลังจะออกนอกวังหลวงแล้ว โดยอาศัยรถม้าคันหนึ่งซึ่งไม่ได้ติดตราประทับจวนใด เป็นเพียงรถม้าของชาวบ้านธรรมดา แน่นอนว่าความสะดวกสบายภายในนั้นย่อมไม่มีเฉกเช่นรถม้าของผู้สูงศักดิ์

"เจ้าต้องอยู่ในฐานะสาวใช้ของข้า มิใช่คู่หมั้นหรือน้องสาว"

เกิดมากูลี่เอ๋อร์ย่อมไม่เคยปรนนิบัติผู้ใดมาก่อน ถึงนางจะกำพร้าแต่ชะตาชีวิตก็ดียิ่งเพราะมีคนอุปถัมภ์ชุบเลี้ยงมาอย่างดี ทว่าเรื่องพวกนั้นกูหลี่เอ๋อร์คิดว่าตนเองสามารถเรียนรู้ได้จึงพยักหน้าอย่างยินดี

"ได้เพคะ ไม่ว่าสิ่งใดท่านพี่ใช้ข้าได้เลย"

ใบหน้าของโจวหลิวหยางราบเรียบ

"ต่อไปเรียกข้าว่าคุณชาย และแทนตัวเองว่าบ่าว ทุกเรื่องของข้าเจ้าต้องดูแลทั้งหมดห้ามใช้ผู้อื่น"

โจวหลิวหยางมองไปที่เสี่ยวเหมยสาวใช้ของกูหลี่เอ๋อร์ที่อยู่ในชุดชาวยุทธ์เช่นกัน กูหลี่เอ๋อร์เข้าใจทันใด

"ข้าดูแลเอง รับรองว่าไม่ต้องถึงมือเสี่ยวเหมย คุณชายโปรดวางใจ"

กูหลี่เอ๋อร์เป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบแน่นอนว่านางปรับเปลี่ยนตนเองได้ว่องไว

"ดี เช่นนั้นก็ออกเดินทางได้"

รถม้าเคลื่อนออกจากวังหลวงในยามวิกาลอย่างเงียบเชียบ ภายในรถม้าแห่งนี้ยังมีแสงตะเกียงพายุที่พอจะมองเห็นใบหน้าของกันและกันได้อย่างชัดเจน ทว่าสายตาของกูหลี่เอ๋อร์กลับจรดจ้องอยู่ที่หนังสือแสดงฐานะปลอมของตนเองที่ใช้ผ่านด่านเข้าประตูเมืองต่าง ๆ

"ท่านพี่..."

นางกำลังจะถามเขา ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำดุจบ่อน้ำนั่นทำให้นางถึงกับหยุดชะงัก แล้วยิ้มแหยออกมา

"เอ่อ คุณชายแดนเหนือที่เราจะไปต้องผ่านเมืองจำนวนมากน้อยเพียงใดเจ้าคะ"

โจวหลิวหยางอยู่ในชุดดำร่างกายสูงโปร่งจึงคล้ายกำลังกลืนหายไปกลับรัตติกาล เขานั่งอยู่ตรงพื้นรถที่ยกสูง ปูด้วยแผ่นหนังจิ้งจอกผืนใหญ่ช่วยให้ความอบอุ่น แผ่นหลังใหญ่กำลังพิงผนัง ขายาวเหยียดออกจนสุดในขณะที่ยกมือกอดอก

"ผ่านหัวเมืองใหญ่ราวสิบสองเมือง ไม่นับหัวเมืองย่อย"

"เราจะใช้เวลานานเท่าไหร่หรือเจ้าคะ จึงจะได้กลับเมืองหลวงอีกครั้ง"

"หากไม่มีอุปสรรคอันใดขัดขวาง ระยะเวลาที่ใช้ก็ราวหนึ่งปี"

กูหลี่เอ๋อร์ยิ้ม นางเข้าใจเจตนาของฮองเฮาหลิวฉูฉู่ผู้เป็นมารดาแล้ว ก่อนที่นางจะออกเดินทางฮองเฮายังได้กำชับมาหลายคำ โดยเฉพาะเรื่องของคู่หมั้นของนางผู้นี้

"หลี่เอ๋อร์แม่รับรองกับเจ้าได้ ความใกล้ชิดย่อมทำให้หัวใจของคนอ่อนลง เรื่องของแม่เจ้าก็รู้ดีก่อนหน้าฝ่าบาทยังรังเกียจแม่นัก ทว่าสุดท้ายก็มอบหัวใจให้แม่เพราะความใกล้ชิด หลี่เอ๋อร์เป็นสตรีที่สดใสทั้งยังจริงใจเช่นนี้ ด้วยนิสัยของเจ้าหยางเอ๋อร์ต้องมองเห็นเป็นแน่"

ทว่ายามนี้คนที่อยู่เบื้องหน้าของนางบึ้งตึงนัก ใจของคนจะเปลี่ยนได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ

โจวหลิวหยางหลับตาลงคล้ายไม่ต้องการสนทนากับนางอีก กูหลี่เอ๋อร์บัดนี้จึงมองใบหน้าคมในยามหลับใหลอย่างเผลอไผล

โจวหลิวหยางเป็นบุรุษที่มีเครื่องหน้าชัดเจนสมบูรณ์ไร้ที่ติ ผิวขาวประดุจถูกเคลือบเอาไว้ด้วยไข่มุก กลิ่นอายสูงส่งแผ่ออกมารอบกายปกติเขามักจะตีสีหน้าเคร่งขรึมกับนางเสมอ ทว่าเมื่อยามที่หลับตาทำให้เขาดูอ่อนโยนลงไม่น้อย

กูหลี่เอ๋อร์เผลอจ้องมองใบหน้านี้อยู่ชั่วครู่ กระทั่งรถม้าเคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงนางจึงเกิดอาการง่วงงุน นางนั่งอยู่บนพื้นด้านล่างที่ปูด้วยแผ่นหนังจิ้งจอกเช่นกัน เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ห่มผ้า นางจึงขยับตัวช้า ๆ ค่อย ๆ ดึงผ้าห่มผืนหนาออกมาแล้วห่มให้เขาเบา ๆ เพราะกลัวเขาตื่น

นางยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกลับมานั่งยังตำแหน่งเดิมแล้วล้มตัวนอน สองมือกอดเตาอุ่นเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมผืนโตและมีบุรุษผู้นั้นอยู่ใกล้ ๆ ทำให้หัวใจของกูหลี่เอ๋อร์อบอุ่นนัก

ต่อให้ต้องติดตามเขาในฐานะสาวใช้นางก็ยินยอม ขอเพียงมีเขาอยู่เคียงข้างเช่นนี้ตลอดไป

เดินทางมานานเพียงใดไม่รู้ ในยามนี้ที่กูหลี่เอ๋อร์ตื่นขึ้นมาก็พบว่าแสงแดดอ่อนอบอุ่นกำลังพาดผ่านเข้ามาในรถม้าและแยงตาของนางจนทำให้ตื่น

นางขยับตัวช้า ๆ ลืมตาขึ้นจนเต็มจึงพบว่าผ้าห่มผืนใหญ่อบอุ่นที่นางห่มให้โจวหลิวหยางเมื่อคืนนี้ บัดนี้ได้อยู่บนร่างกายของนางแล้ว ฉับพลันความรู้สึกอบอุ่นใจแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

หรือว่าสิ่งที่ท่านแม่บุญธรรมของนางได้กล่าวเอาไว้จะเป็นจริง รวดเร็วเช่นนี้เลยหรือ

ปกติกูหลี่เอ๋อร์มิใช่คนหลงตัวเอง ทว่ายามนี้นางกลับฉีกยิ้มจนปากถึงรูหูไปแล้วทั้งยังหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าแดงก่ำซาบซึ้งกับความใส่ใจของเขาจนน้ำตาแทบไหล

ในขณะที่นางเพ้อเจ้อเพียงคนเดียวอยู่นั้น เสียงอันคุ้นเคยของเสี่ยวเหมยก็ดังขึ้น

"คุณหนูตื่นหรือยังเจ้าคะ"

กูหลี่เอ๋อร์ตบหน้าของตนเองเบา ๆ ให้สติกลับมา จากนั้นจึงคลานออกมาจากรถม้า โผล่ใบหน้าเล็กขาวออกมาเล็กน้อย เพียงปะทะกับความเย็นด้านนอกนางก็หดคอกลับคล้ายเต่าตัวหนึ่ง แล้วส่งเสียงแหบเครือออกไป

"ตื่นแล้ว แต่หนาวยิ่ง"

เสี่ยวเหมยกล่าวอย่างกระตือรือร้น

"เช่นนั้นก็บ้วนปากล้างหน้าเสียหน่อยนะเจ้าคะ บ่าวเตรียมน้ำอุ่นให้แล้ว"

ในเมืองหลวงแน่นอนว่าอากาศไม่หนาวเย็นเท่านี้ เมื่อเผชิญหน้ากับความหนาวของจริงกูหลี่เอ๋อร์จำต้องปรับตัวเล็กน้อย ทว่าถึงเสี่ยวเหมยจะบอกว่าน้ำอุ่นแต่กูหลี่เอ๋อร์ก็ยังไม่อยากขยับตัวออกจากรถม้าอยู่ดี

นางได้ยินเสียงของคนผู้หนึ่งเดินมา ก่อนที่ประตูรถม้าจะเปิดออก คิ้วกระบี่ของคนผู้นั้นขมวดมุ่น มองสตรีที่เพิ่งรับปากเขาว่าจะยอมเป็นสาวใช้ขดตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งยังทำท่าว่าจะไม่ขยับไปไหน

"เจ้ามีวรยุทธ์มิใช่หรือ เดินพลังภายในมาที่ห้าอวัยวะอินหกอวัยวะหยางจะทำให้เจ้ารู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นขึ้น"

กล่าวจบคุณชายของนางก็สะบัดผ้าเดินจากไป กูหลี่เอ๋อร์ยิ้มตะโกนตามหลังเขาไป

"ท่านพี่ ห่วงข้าก็บอกตรง ๆ เจ้าค่ะ หลี่เอ๋อร์ซาบซึ้งแล้ว"

คำพูดของนางทำเอาโจวหลิวหยางถึงกับเดินสะดุด ได้แต่คิดในใจว่า

ผู้ใดห่วงเจ้ากัน ยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังเป็นตัวถ่วงของผู้อื่น!

หลังจากเดินพลังตามที่เขาบอกกูหลี่เอ๋อร์จึงสามารถออกมาจากรถม้าได้ แต่นางก็ยังห่อตัวเป็นบ๊ะจ่างก้อนกลมอยู่ดี หลังจากล้างหน้าบ้วนปากเรียบร้อยเสี่ยวเหมยก็นำโจ้กมาให้นางกิน

โจ้กร้อน ๆ กับทิวทัศน์ของทะเลสาบช่างงดงามยิ่งนักบัดนี้น้ำในทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งส่องประกายวิบวับล้อกับแสงแดดอุ่นเจิดจ้าคล้ายอัญมณี และด้านหลังทะเลสาบนั้นนางยังสามารถมองเห็นหอประจำเมืองอยู่ลิบ ๆ

นางรีบกินโจ้กจนหมดก่อนจะเดินไปหาโจวหลิวหยางที่นั่งอยู่ข้างกองไฟ กำลังกางแผนที่เพื่อดูเส้นทางกับองครักษ์ประจำตัวนามเฉิงจั่ว

เขาหันมามองนางเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยเสียงแข็งทื่อไร้ความรู้สึก

"ข้ารอเจ้าต้มชาจนหายอยากไปแล้ว หากเจ้ายังคิดทำผิดข้อตกลงข้าจะให้เฉิงจั่วส่งเจ้ากลับวังหลวง"

กูหลี่เอ๋อร์แสร้งลูบหน้าทั้งกล่าวว่า

"คุณชาย เมื่อคืนนี้คงเป็นเพราะข้านอนดึกจึงตื่นสาย แต่มิใช่ความผิดข้าหากท่านต้องการให้ข้าต้มชาให้ไยไม่ปลุกข้าเล่า เช่นนี้ไม่นับเป็นความผิดของหลี่เอ๋อร์นะเจ้าคะ"

สายตาเย็นเยียบนั้นส่งมาอย่างเอือมระอา เขาหันกลับไปสนใจแผนที่เช่นเดิมและไม่เอ่ยคำใดกับนางอีก

กูหลี่เอ๋อร์นั่งลงข้าง ๆ เขาซึ่งตรงนั้นเป็นขอนไม้ท่อนยาว เขาหันมามองนางกูหลี่เอ๋อร์ส่งรอยยิ้มเจิดจ้าให้เขา

คนผู้นั้นถอนหายใจยังขยับหนีเล็กน้อยเมื่อนางแทบจะนั่งชิดกับร่างสูง

นางย่นจมูกส่งเสียง เฮะ ออกมาเบา ๆ แล้วขยับเข้าไปใกล้เขาเช่นเดิม เรื่องอะไรต้องห่างเขาเล่าในเมื่อข้างกายเขาอบอุ่นเช่นนั้น

นางขยับใกล้เบียดเสียดจนชิดยังแอบก้มลงดมกลิ่นกายหอม ๆ ของเขา โจวหลิวหยางหน้าบึ้งตึงเขาขยับไปห่างไปหลายชุ่น นางก็ขยับเข้าใกล้อีก ทำเช่นนี้ไปจนสุดขอนไม้ ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นหันขวับมามองนาง มุมปากกระตุกใบหน้าเย็นยิ่งกว่าน้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็งในทะเลสาบ

"กูหลี่เอ๋อร์"

นางขานรับทันใด

"เจ้าคะ คุณชายมีสิ่งใดให้หลี่เอ๋อร์รับใช้"

เขาจ้องนางเขม็งเอ่ยเย็นเยียบ

"ห่าง ๆ ข้าหน่อย"

นางกลับเอ่ยว่า

"อากาศหนาวยิ่ง หลี่เอ๋อร์ปรนนิบัติให้ความอบอุ่นคุณชายไยต้องนั่งห่าง ๆ ด้วยเจ้าคะ"

จากนั้นนางก็วิ่งไปหาเขายังจับแขนข้างหนึ่งเอาไว้แน่น ในขณะที่โจวหลิวหยางที่ไม่กล้าสะบัดแขนนางออกเพราะกลัวตนเองจะใช้แรงมากเกินไปจนทำให้นางได้รับบาดเจ็บ ถึงจะน่ารำคาญทว่าอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเขาผู้หนึ่ง เมื่อไม่อาจทำสิ่งใดได้สุดท้ายจึงได้แต่แค่นคำออกมา

"ออกเดินทาง"

องครักษ์เฉิงจั่วอมยิ้ม เสี่ยวเหมยกลั้นหัวเราะด้วยขบขันท่าทางจนใจของโจวหลิวหยาง องค์รัชทายาทผู้หนึ่งเกิดมาไม่เคยพบเจอคนที่จะมาตีฝีปากด้วย ไยจะเอาชนะกูหลี่เอ๋อร์ได้กัน

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ทะลุมิติไปเป็นแม่ม่ายเลี้ยงครอบครัวสามียุค70
9.2
แป้งร่ำ หญิงโสดวัยสี่สิบปีที่ทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตให้กับการทำงาน จนกระทั่งความเหงาทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากบริษัทเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอข้ามมิติไปอยู่ในร่างแม่ม่ายที่ต้องแบกรับภาระดูแลครอบครัวสามีในยุค 70 พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับระบบปริศนาสุดกวนประสาทที่เข้ามาป่วนชีวิตของเธออย่างไม่คาดฝัน การผจญภัยครั้งใหม่ในต่างโลกที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายและอุปสรรคจึงได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงร้ายพันธนาการรักจิ้งจอกบรรพกาล
9.5
ความรักระหว่างข้าและเขาเปรียบเสมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้เลย แม้ในยามที่ดวงตาปิดสนิทท่ามกลางความมืดมิด ภาพของเขายังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความฝันอย่างชัดเจน กว่าใจจะยอมรับว่ารักลึกซึ้งเพียงใด เวลาก็หมุนวนมาถึงคราวที่ต้องพรากจากกันเสียแล้ว สถานะและอุปสรรคมากมายกลายเป็นบ่วงที่พันธนาการให้ข้าต้องจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ระทมที่ไร้จุดจบ โดยมีเขาเป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้ข้ายอมติดอยู่ในพันธนาการรักนี้ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เสน่หานางมารหน้าใส
8.1
โชคชะตาช่างเล่นตลกกับนางมารสาวผู้มีรูปโฉมงดงามและใสซื่อ แต่แท้จริงแล้วกลับซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่ดูไร้เดียงสา เพียงเพราะนางเลือกที่จะแสดงด้านที่ร้ายกาจออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อปกป้องตนเองในโลกแฟนตาซีอันโหดร้าย กลับถูกตราหน้าและตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมจากคนรอบข้าง นางจึงตั้งคำถามต่อสวรรค์ว่าสิ่งที่นางทำลงไปนั้นมันผิดมหันต์ถึงเพียงนั้นเลยหรือ ท่ามกลางไฟแห่งความรักและความขัดแย้งที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตของนาง
ภาพปกนิยายเรื่อง พญาครุฑอุ้มสม เล่ม ๑
8.6
พระมหิงส์เวหะ พญาครุฑหนุ่มรูปงามแห่งเมืองสินธุต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อคู่หมั้นของตนถูกราชาอสูรพรากไปและยังมีใจให้ศัตรู ด้วยความโกรธแค้นเขาจึงตัดสินใจฉุดคร่านรีทิพย์อัปสร ญาติผู้น้องของกษัตริย์อสุราเพื่อเป็นการแก้แค้นและเชยชมอัปสรสาวให้สาสมใจ ทว่าท่ามกลางเพลิงโทสะที่ลักพาตัวนางมาเป็นเครื่องมือประชดรัก ความใกล้ชิดกลับทำให้พญาครุฑหนุ่มตกหลุมรักเหยื่อตัวน้อยจนถอนตัวไม่ขึ้น กลายเป็นบ่วงรักที่ผูกพันเขากับนางอัปสรผู้นี้ไว้ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง นิทานจันทรา เสน่หาข้ามภพ
9.8
ภูวนพบกับความผิดปกติในชีวิตหลังได้อ่านนิทานจันทรา หนังสือเก่าแก่ที่นำพาความฝันประหลาดและเหตุการณ์ลึกลับมาสู่เขา เมื่อเจ้าแห่งนครจันทราจากมิติเร้นลับพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวเขาไปเป็นชายาในดินแดนแห่งนั้น ท่ามกลางวิกฤตที่ถูกอำนาจลี้ลับคุกคาม พิมราหญิงสาวผู้เกิดในฤกษ์ราหูอมจันทร์จึงกลายเป็นความหวังเดียว เธอต้องใช้พลังแห่งชะตาเข้าขัดขวางเจ้านครจันทราเพื่อช่วยให้ภูวนหลุดพ้นจากพันธนาการข้ามภพและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำเดียวดาย
8.2
จือหราน บุตรีของขุนนางผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ ตัดสินใจไม่หลบหนีแต่กลับพาตัวเองเข้าสู่วังวนแห่งความแค้นด้วยการเข้าหาศัตรูผู้ปลิดชีพบิดาของเธอเอง ท่ามกลางความขัดแย้งที่แสนอันตรายและความรักที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เธอจะสามารถล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวได้สำเร็จหรือไม่ หรือสุดท้ายหัวใจจะพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาที่ผูกพันกับศัตรูในเกมแห่งอำนาจและการล้างแค้นที่สลักลึกเกินกว่าจะถอนตัว