APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง พรหมลิขิตสีดำ

พรหมลิขิตสีดำ

ตรีทศ ปัจจภาคย์ แสดงความเกลียดชังต่อพรนภัสอย่างชัดเจน แม้ทั้งคู่ต้องใช้ชีวิตในฐานะสามีภรรยาเป็นเวลาหนึ่งปี เขาก็ไม่เคยหยิบยื่นความเมียน้อยนิดให้เธอเลย การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงแผนการเพื่อให้เขาได้รับมรดกตามเงื่อนไขของบิดาเท่านั้น พรนภัสจึงต้องซ่อนความเจ็บปวดและรอยน้ำตาไว้ภายใต้แหวนแต่งงานที่ไร้ความหมาย ขณะที่ถูกสายตาเย็นชาของเขาคอยจับผิดและตัดสินเธออย่างเข้มงวดในทุกย่างก้าวที่ต้องเดินร่วมกันในฐานะคู่สมรสที่โลกภายนอกต่างพากันอิจฉา
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

ยามที่เธอลืมตาขึ้นในตอนนั้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าขาวๆ ของตรีทศนั่นเอง

‘ยัยซื้อบื้อ! รู้ว่าซุ่มซ่ามแล้วยังริอ่านปีนขึ้นไปอีก’

ตอนนั้นตรีทศยังพอใจดีกับเธอบ้าง ไม่ได้ร้ายกาจเท่าทุกวันนี้

‘จะกินชมพู่รึไง มา...เดี๋ยวเก็บให้เอง’

เด็กหนุ่มในวัยสิบสองปีลุกขึ้นยืน แล้วปีนขึ้นไปเก็บชมพู่ผลสีแดงลงมาให้ นับจากวันนั้นพรนภัสก็ไม่เคยเห็นชมพู่ลูกไหนอร่อยเท่าลูกนั้นเลยแม้แต่น้อย

หากความใจดีของเขามีอยู่ไม่นานนักหรอก เมื่อมันแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธขึ้งเมื่อเขาถูกตีเพราะพาเธอไปเล่นใกล้ๆ แม่น้ำที่ไหลผ่านด้านหลังตัวบ้าน คุณเกศรินนั้นกลัวพรนภัสจะเป็นอะไรไป จึงได้ก่นด่าและทุบตีลูกชายให้รู้จักระมัดระวังมากกว่านี้

นับจากวันนั้น ตรีทศก็ถูกดุด่าว่ากล่าวตักเตือน และถูกตีนับสิบครั้ง เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะไม่ดูแลเด็กหญิงพรนภัสผู้เป็นน้องสาวให้ดีๆ

และด้วยเหตุนั้นเอง พรนภัสจึงไม่ได้เห็นเด็กชายผู้ใจดีคนนั้นอีกเลย เขาไม่ชอบขี้หน้าเธออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อผู้เป็นมารดาจากไป ตรีทศก็แทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นคนก้าวร้าว ดื้อด้านไม่ฟังใคร ทิฐิแรงและชอบกดคนอื่นให้ต่ำกว่าตัวเองอยู่เสมอ

คุณอธิปเคยเปรยๆ กับเธอว่า ตนเลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้ลูกมีนิสัยย่ำแย่จนเกินทน

และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญกว่านั้น...ในวันที่คนรักของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุ ชายหนุ่มกล่าวหาว่าเธอเป็นต้นเหตุ พรนภัสไม่ได้เถียงว่าตัวเองมีส่วนในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย แต่ตรีทศเองก็ผิดไม่แพ้กัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาดึงตัวเธอเข้าไปกอดรัด และกระทำการอุกอาจล่วงเกินแบบนั้น คนรักของเขาก็คงไม่บังเอิญมาเห็นและกลายเป็นเรื่องราวเข้าใจผิดใหญ่โตถึงขั้นนั้น

พรนภัสเสียใจเหมือนกัน เธอไม่ได้เป็นคนไร้หัวใจถึงขนาดมองใครๆ จบชีวิตไปได้อย่างหน้าตาเฉย แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอคนนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว ส่วนเธอยังต้องทนทุกข์ก้มหน้าชดใช้กรรมต่อไป

จากวันนั้นทั้งเธอและตรีทศก็เหมือนเส้นขนาน เข้าหน้ากันแทบไม่ติด บ่อยครั้งที่เขามักจะกลั่นแกล้งเธอให้สาแก่ใจเล่นๆ ...

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ตรีทศก็ไปเรียนต่อโทบริหารที่สหรัฐอเมริกา เธอไม่เห็นหน้าเขาเกือบห้าปี กลับมาคิดว่าเขาจะลืมเลือนความชิงชังและอคติต่อเธอแล้ว แต่ไม่ใช่เลย ความชิงชังเหล่านั้นยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจผู้ชายคนนั้นอย่างที่คงไม่มีอะไรลบเลือนได้

พรนภัสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว ยกหลังมือค่อยๆ ป้ายน้ำตาของตัวเองออกพลางบอกตัวเองว่า

...เธอจะต้องไมร้องไห้ จะต้องไม่อ่อนแอ อย่างที่ได้รับปากกับคุณอธิปไว้

‘ช่วยดูแลเจ้าตรีด้วยนะฟ้า พ่อเป็นห่วงมันเหลือเกิน’ ท่านเอ่ยกับเธอหนึ่งวันก่อนที่ท่านจะล้มป่วย ‘ถ้าทำได้ล่ะก็ ช่วยดูแลให้มันเป็นผู้เป็นคนกว่านี้หน่อยนะ’ วันนั้นเธอรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะต้องเจ็บปวดกับถ้อยคำรุนแรงของอีกฝ่ายแค่ไหน เธอก็ต้องอดทนไว้ เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ

“คุณฟ้าขา เป็นยังไงบ้างคะ”

หญิงกลางคนซึ่งนั่งพับเพียบเฝ้ามองเธอมาสักพักใหญ่ๆ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตอนนั้นเองที่คนถูกถามลดมือลงวางบนตักแล้วระบายยิ้มออกมา

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ป้าแสง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ...เอ...ไม่รู้ว่าจัดโต๊ะกันเสร็จรึยัง” ว่าพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องครัวไป โดยมีสายตาเวทนาสงสารของป้าแสงมองตามมาไม่วางตา

พรนภัสพาร่างอันบอบางของตนเองเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร โต๊ะไม้ตัวยาวฉลุลวดลายงดงามวางตั้งอยู่กลางห้อง เด็กรับใช้สามสี่คนกำลังลำเลียงอาหารฝีมือเธอออกมาจากห้องครัวที่อยู่ติดกัน ทั้งหมูมะนาว ต้มข่าไก่ ฉู่ฉี่ไข่เจียว และอาหารที่ชายหนุ่มชอบซึ่งก็คือมัสมั่นไก่นั่นเอง

พรนภัสนั้นเป็นคนเพิ่มเมนูมัสมั่นไก่ขึ้นมา ด้วยเห็นว่าตรีทศนั้นไม่ได้รับประทานมาเป็นเดือนแล้ว ที่สำคัญฝีมือเธอเขามักชื่นชอบยิ่งนักแม้เจ้าตัวจะไม่เคยรู้ก็ตามว่าเธอเป็นคนเข้าครัว และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หญิงสาวคอยออกคำสั่งให้จัดนู่นจัดนี้ให้เรียบร้อย ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพื่อที่ว่า ‘คุณตรี’ ของทุกคนจะได้ไม่โมโหกราดเกรี้ยวขึ้นมาอีก แค่ที่เมื่อกี้เด็กรับใช้ก็คงพากันกลัวหัวหดเสียแล้ว

เมื่อตรวจตราทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พรนภัสจึงใช้ให้เด็กรับใช้คนหนึ่งขึ้นไปตามตรีทศลงมารับประทานอาหาร รออยู่เกือบสิบนาทีเธอจึงเห็นร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวเดินลงส้นเท้าหนักๆ ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามา กลิ่นสบู่ที่ลอยโชยมาแตะจมูกบอกชัดว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ท่าทางคง ‘เย็น’ ขึ้นเยอะแล้วกระมัง

“เชิญค่ะคุณตรี”

พรนภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนส่งสายตาบอกให้เด็กรับใช้ที่ถือข้าวในมือก้าวเข้ามายืนใกล้ๆ รอจนชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งตรงหัวโต๊ะ จึงตักข้าวลงในจานสองทัพพีตามที่เธอได้สั่งไว้

จากนั้นตรีทศก็ลงมือรับประทานอาหารโดยไม่เอ่ยอะไรแม้สักคำ พรนภัสลอบระบายลมหายใจบางเบา แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะไม่เหลียวมอง ไม่เหลือบแลหรือชวนให้เธอร่วมโต๊ะอาหารด้วย หญิงสาวก็อดน้อยใจไม่ได้ หัวใจของเธอรวดร้าวและโหยหาความเมตตาจากเขาอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนตรีทศจะไม่รับรู้ เขารังแต่จะคิดแค้นเคือง หมั่นไส้ ไม่พอใจ และอยากไล่เธอออกไปจากบ้านนี้อยู่เป็นประจำ มิหนำซ้ำยังมองเธอในแง่ร้ายเสียด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ประมาณสามปีที่แล้ว ตรีทศตะโกนใส่หน้าเธอว่าเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย...

‘เธออยากครอบครองทุกอย่างที่เป็นของพ่อฉันจนถึงกับต้องเอาตัวเข้าแลกใช่ไหม น่ารังเกียจ น่าสมเพชที่สุด!’

เขามองเธออย่างหยามเหยียด เต็มไปด้วยความเกลียดชังรุนแรง ดวงตาของเขาอัดแน่นด้วยกองเพลิงเมื่อยามบีบต้นแขนของเธอจนปรากฏรอยแดงเป็นปื้น แต่มีหรือที่เธอจะร้องโอดครวญ คนอย่างเธอนั้นทนแดดทนฝนมานาน ตั้งแต่เกิดบิดามารดาของเธอก็ไม่ไยดี นำเธอไปทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์จนคุณอธิปกับคุณเกศรินมาเห็น อาจเป็นเพราะโชคชะตาท่านทั้งสองจึงเอ็นดูเธอถึงขั้นรับไปเลี้ยง

ตอนนั้นพรนภัสคิดว่าจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ได้มีพ่อแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้เรียนโรงเรียนดีๆ และ...ได้มีพี่ชายแสนดีเหมือนเพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียนที่พี่ชายคอยดูแลไม่ห่าง

จริงอยู่ที่เธอได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยตามที่ใจต้องการ ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ลำบากเหมือนก่อน ทว่า...มันก็แค่ความสุขทางกาย ส่วนความสุขทางใจหาได้ยากยิ่ง

...พี่ชายที่เธอหวังว่าจะได้เป็นที่พึ่งพิง กลับแสดงออกชัดเจนว่าชิงชังเธอเป็นนักหนา แถมยังชอบพูดจาถากถางดูถูกให้เธอต้องเจ็บช้ำเสียด้วย

พรนภัสดึงตัวเองกลับสู่ปัจจุบันเมื่อพบว่าตรีทศตวัดสายตามองมาทางเบื้องหลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามได้ทุกครั้งไป

“บอกคนที่ทำด้วยว่าอร่อยดี”

ในความเลวร้ายในตัวเขา ก็ยังพอมีความน่ารักอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ เขาก็ยังรู้จักพูดชมคนอื่น

ทว่า...ถ้าหากรู้ว่าอาหารทั้งหมดบนโต๊ะเป็นฝีมือของเธอแล้ว รับรองเลยว่าชามบนโต๊ะคงถูกขว้างลงบนพื้นอย่างไม่ไยดีเป็นแน่แท้

“ค่ะ” พรนภัสรับคำ ใจหนึ่งก็ดีใจหากใจหนึ่งนั้นปวดแปลบที่ไม่สามารถบอกเขาได้ว่า...

‘ฟ้าเป็นคนทำเองค่ะ...’

เธออยากเอ่ยแทนตัวเองว่าฟ้า และเรียกเขาว่า พี่ตรี เหมือนตอนเข้ามาในบ้านหลังนี้ใหม่ๆ เสียเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละ เวลานั้นล่วงเลยมาแล้ว มันกลายเป็นอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกต่อไปไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนก็ตาม

ตรีทศอิ่มแล้ว เขารวบช้อนอย่างเรียบร้อย ลักษณะท่าทางการนั่ง การรับประทานอาหาร หลังไหล่ของเขาจะตั้งตรงเสมอ มือเรียวที่เอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเนิบช้า พรนภัสอดคิดไม่ได้ว่าคงมีแต่ตอนรับประทานอาหารนี่แหละที่ทำให้เขาดูเป็นคนใจเย็น ไม่ใช่ใจร้อนดั่งกองเพลิงยามอยู่ต่อหน้าเธอ หรือยามขับรถ

หญิงสาวเคยนั่งเคียงข้างเขาบนรถครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณเกศรินสั่งให้เขารับเธอกลับจากมหาวิทยาลัยด้วย เพราะคนขับรถของบ้านเกิดไม่สบาย ตรีทศรับคำอย่างเสียไม่ได้ เขานำรถเข้ามาจอด ณ จุดนัดหมาย รอจนเธอขึ้นนั่ง ปิดประตูเรียบร้อยจึงเหยียบคันเร่งอย่างแรง จนร่างบางกระแทกเข้ากับเบาะรถ ดูเหมือนจะทำให้เขาสะใจอย่างไรไม่ทราบได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเล็กน้อย พอออกมาถนนใหญ่ได้ เขาก็ยิ่งเร่งความเร็ว ขับแซงซ้าย แซงขวา ฉวัดเฉวียนไปมาจนเธอเวียนศีรษะ เกือบจะอาเจียนอยู่แล้ว

‘อย่าคิดมาอ้วกบนรถฉันเชียวนะ พรนภัส ไม่อย่างนั้นฉันลงโทษเธอแน่’

ตอนนั้นเธอไม่รู้หรอกว่าบทลงโทษของเขานั้นจะเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีต่อตัวเธอเป็นแน่แท้ จึงพยายามสะกดกลั้นความคลื่นไส้ไว้อย่างสุดความสามารถ รอจนกระทั่งมาถึงคฤหาสน์ปัจจภาคย์จึงรีบเปิดประตูแล้ววิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ริมบ้าน ท้าวมือกับลำต้น แล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างทนไม่ไหว

พรนภัสจำได้ว่าแว่วเสียงหัวเราะตามหลังมาอย่างสาแก่ใจ ไม่มีแม้แต่คำถามห่วงใย คำพูดปลอบโยน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากตัวเขา แต่ไม่มีเลย ตรีทศไม่เคยแสดงอะไรแบบนั้นต่อเธอเลยแม้แต่น้อย

พรนภัสรู้ดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันมอบสิ่งที่เธอต้องการได้แม้เพียงเศษเสี้ยว...

เมื่อกลับมาถามตัวเองว่าต้องการอะไรจากผู้ชายคนนั้น หญิงสาวก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องการอะไรกันแน่...

“เสื้อเชิ้ตฉันกระดุมหลุด”

เขาเอ่ยเสียงห้วนสั้น และมันไม่ใช่คำบอกเล่า แต่เป็นคำสั่งที่เธอต้องนำเสื้อของเขาไปซ่อม

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
ภาพปกนิยายเรื่อง ตรวนร้อยเล่ห์
9.3
จากความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนที่เปลี่ยนผันโชคชะตาไปตลอดกาล นำไปสู่พันธะความรับผิดชอบที่ต่างฝ่ายต่างจำต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางเกมหัวใจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเพลย์บอยหนุ่มเจ้าสำราญ ผู้เปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายที่คอยดักล่อเหยื่อสาวผู้อ่อนต่อโลก ความใกล้ชิดที่เริ่มต้นจากความไม่เต็มใจค่อยๆ ถักทอเป็นตรวนรักที่รัดพันใจทั้งคู่ไว้โดยไม่รู้ตัว ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเสือผู้เชี่ยวชาญและกวางสาวผู้ไร้เดียงสา
ภาพปกนิยายเรื่อง หวานใจนายเพลย์บอย
9.3
ธันยธรณ์ รองประธานหนุ่มเจ้าของผับหรูวัย 35 ปี ผู้มีภาพลักษณ์เพลย์บอยต้องเผชิญกับบทเรียนครั้งใหญ่ เมื่อความไม่ชัดเจนในอดีตทำให้อลิสา หญิงสาวแสนดีที่รักตัวเองและไม่ยอมเป็นของเล่นใครต้องหลุดมือไป การกลับมาทวงคืนหัวใจครั้งนี้จึงไม่ง่าย เพราะแม้เขาจะร่ำรวยและรักจริงแค่ไหน แต่เธอก็ยังเคลือบแคลงในตัวเขา นิยายโรมานซ์ภาคต่อจาก หวานใจคุณพ่อลูกติด ที่จะพาคุณไปพบกับภารกิจพิสูจน์รักแท้ของชายหนุ่มขี้เล่นเพื่อพิชิตใจสาวสวยผู้เข้มแข็งอีกครั้ง
ภาพปกนิยายเรื่อง CHECKMATE อยากรัก ต้องรีบรุก
8.6
เมื่อรุ่นน้องจอมตื๊ออย่างอาร์เดินหน้าจีบฉันไม่หยุด แต่ใจฉันกลับมีเพียงโย เพื่อนสนิทที่แอบรักข้างเดียวมาตลอด ทว่าเหตุการณ์กลับวุ่นวายเมื่อโยประกาศต่อหน้าทุกคนว่าฉันคือเมียเขาเพียงเพื่อจะกันท่าคนอื่น แต่เขากลับขอให้ฉันช่วยจีบผู้หญิงอีกคนเป็นการแลกเปลี่ยน ความเจ็บปวดนี้ทำให้อาร์ก้าวเข้ามาเยียวยาหัวใจจนความผูกพันเริ่มก่อตัว ในขณะที่ท่าทีของโยก็เริ่มเปลี่ยนไปจนเกินคาดเดา สุดท้ายแล้วความรักที่วุ่นวายครั้งนี้จะจบลงที่ใคร
ภาพปกนิยายเรื่อง เด็กเลี้ยงของน้าภพ
8.6
ภีมภพเฝ้าฟูมฟักและรอคอยให้ญารินดาเติบโตจนถึงเวลาที่ควรค่าแก่การเปิดเผยความนัย เมื่อทั้งคู่ต่างมีใจให้กัน ความสัมพันธ์จึงเริ่มต้นด้วยความชื่นมื่น ทว่าความสุขกลับพังทลายลงในวันที่เขาอ้างว่าติดธุระแต่เธอกลับพบเขาอยู่กับคนรักเก่าที่โรงพยาบาลเพื่อรอคลอดบุตร สถานการณ์ช่างบีบคั้นหัวใจเมื่อญารินดาเพิ่งได้รับข่าวร้ายจากหมอว่าตนเองมีบุตรยาก ความแตกต่างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้กลายเป็นบททดสอบความรักที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและขัดแย้งอย่างที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้