APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

เมื่อกลิ่นกายหอมละมุนของเอวา ลูกสาวเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล กลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นตัวตนอีกด้านของแซ้งค์ให้ตื่นขึ้น เขาจึงต้องพยายามแสดงท่าทีรังเกียจและถอยห่างจากเธอเพื่อความปลอดภัยของตัวหญิงสาวเอง ทว่าท่าทางห่างเหินที่ไร้เหตุผลนั้นกลับทำให้เอวายิ่งสงสัยและพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันในคืนหนึ่งได้เปิดเผยความลับและเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาลในโลกมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตราย
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ กลางวันนอน พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็ไปที่สนามแข่ง ชีวิตในแต่ละวันวนเวียนอยู่เพียงเท่านี้

แม้จะเรียนจบแล้ว ทว่าฉันกลับไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง

ได้แต่บอกตัวเองว่าเอาไว้ก่อน ขอใช้ชีวิตให้สนุกสักช่วงหนึ่งจนกว่าจะพอใจเดี๋ยวก็หยุดเอง

และถึงทำตัวแบบนี้ ทว่าในตอนที่ยังเรียนอยู่ฉันก็เต็มที่ไปกับมัน กระนั้นต่อให้เกรดเฉลี่ยเยอะแค่ไหนป๊าก็ไม่เคยสนใจในตรงนั้น ท่านโฟกัสแค่จุดที่ตนเองไม่ต้องการ โดยไม่สนเลยว่านั่นมันคือสิ่งที่ฉันชอบ

ซึ่งก็คือ ‘การแข่งรถ’ ฉันมักจะทะเลาะกับป๊าเพราะเรื่องนี้ตลอด อย่างว่า...หากเป็นอะไรที่ท่านไม่เห็นดีเห็นงามด้วยย่อมดูขวางหูขวางตาไปเสียทุกอย่าง

“คุณหนูเอวาจะรับมื้อเย็นก่อนไปสนามแข่งมั้ยครับ” นับว่าโชคดีที่อย่างน้อยก็ยังมีบอดี้การ์ดคนสนิทที่คอยใส่ใจ และดูแลความรู้สึกฉันได้ดีกว่าผู้เป็นพ่อ

ฉันนับถือ ‘พี่กัส’ เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง และก่อนที่เขาจะเข้ามาทำงานเป็นบอดี้การ์ดพี่กัสเคยช่วยเหลือฉันเอาไว้ ไม่ให้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ฉุดไปทำมิดีมิร้าย

อันที่จริงฉันคิดว่าเราคงไม่มีโอกาสได้มาพบเจอกันอีกด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากป๊ารู้เรื่องนี้เข้าก็เลยคัดเลือกลูกน้องที่ไว้ใจได้ รวมถึงมีฝีมือในการต่อสู้เพื่อมาเป็นบอดี้การ์ดคอยตามประกบฉัน

ด้วยความที่วันนั้นฉันไปแอบดูพอดี แล้วพบกับใบหน้าที่คุ้นเคยจึงรีบเดินเข้าไปบอกป๊าว่าพี่กัสคือคนที่ช่วยฉันเอาไว้ ท่านก็เลยให้ฉันตัดสินใจว่าจะเลือกใครมา แน่นอนว่าฉันย่อมเลือกพี่กัสอยู่แล้ว

เหตุการณ์ในวันนั้นฉันยังคงจำได้ดี ว่าพี่กัสมีฝีมือมากแค่ไหน ดูทรงแล้วเขาน่าจะเคยผ่านการฝึก หรือเคยเป็นบอดี้การ์ดมาก่อน ท่วงท่าการออกหมัดช่างคล่องแคล่วและตอบโต้ได้อย่างว่องไว อีกอย่างหากไม่เก่งจริงคงจัดการกับกลุ่มชายฉกรรจ์สามคนไม่ได้หรอก แต่ละคนใช่ว่าจะผอมแห้งแรงน้อยเสียเมื่อไหร่ ร่างกายบึกบึนน่ากลัวแถมยังตัวใหญ่กว่าพี่กัสเป็นไหน ๆ

ในตอนนั้นฉันเพิ่งจะอยู่มัธยมต้นจึงช่วยอะไรเขาไม่ได้ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จะทำอะไรได้นอกจากหาที่หลบซ่อนและคอยแอบมองอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ส่วนปัจจุบันนี้น่ะเหรอ? หึ...เรียงตัวมาเลยฉันไม่กลัวหรอก เด็กผู้หญิงที่เคยอ่อนแอในวันนั้นมันได้ตายไปแล้ว

“รับค่ะ” ริมฝีปากบางตอบรับ พลางขยับกายลุกลงจากเตียงนอน “พี่กัสลงไปรอข้างล่างเลยนะคะ เดี๋ยววาตามไป”

สองเท้าเดินตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว

“ครับ” ขณะที่ร่างสูงเองก็รับคำอย่างว่าง่าย แล้วจึงเปิดประตูก้าวออกไปจากห้องนอนของฉัน

ครั้นทำอะไรเสร็จเรียบร้อย และเดินลงไปยันชั้นล่างของบ้าน ฉันกลับพบกับสิ่งที่ไม่น่าสบอารมณ์สักเท่าไหร่

“สวัสดีค่ะคุณเอวา” ผู้หญิงที่กล่าวคำทักทายช่างดูไม่คุ้นหน้า ดูทรงแล้วคงไม่แคล้วเป็นเด็กใหม่ของป๊าอีกตามเคย

นี่ก็นับว่าเป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราสองพ่อลูกมีปัญหาจนถึงขั้นไม่ลงรอยกัน ถือเป็นเรื่องใหญ่สุดเชียวล่ะ และเชื่อเถอะว่าถ้าใครมาเป็นฉันก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันอย่างแน่นอน

ใครมันจะไปชอบ ที่เห็นว่าพ่อตัวเองพาผู้หญิงเข้าบ้านมาไม่ซ้ำหน้า หากถามว่าแม่ของฉันหายไปไหน ตอบได้แค่ว่าอยู่บนสวรรค์นานแล้ว ตั้งแต่ที่ฉันเรียนอยู่ประถมด้วยซ้ำ

ทว่ายังคงจำได้ดีว่าม๊าเป็นผู้หญิงที่ดีและเพียบพร้อมมากแค่ไหน ดีเสียจนพอจากไปก็ทำให้ป๊าถึงกับเสียศูนย์ หนักขนาดที่ว่าพยายามหาผู้หญิงที่เหมือนกับม๊า ทั้งหมดที่ทำล้วนแล้วแต่ต้องการให้คนมาแทนที่ผู้หญิงที่ตนรักมาก กระนั้นท่านไม่เคยถามความสมัครใจจากฉันสักคำ

หากถามก็คงตอบอย่างหนักแน่นว่าฉันไม่มีทางยอมให้ใครมาแทนที่ม๊าได้ ต่อให้จะเหมือนกันยิ่งกว่าร่างโคลน ฉันก็จะไม่ยอมโดยเด็ดขาด

ม๊าจะอยู่ในหัวใจ และอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป ไม่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาแทนที่

“เอากองไว้ตรงนั้นแหละ” ไม่สนใจอยู่แล้วว่าใครจะมองยังไง ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ

ต่อให้ป๊าจะยืนอยู่ตรงหน้าฉันก็จะทำตัวแบบนี้…

“เอวา พูดให้มันดี ๆ หน่อย ป๊าไม่เคยสอนให้หนูทำตัวเสียมารยาทกับคนอื่นแบบนี้นะ” ดวงตาคมดุดันมองสบตาฉันในเชิงตำหนิ พร้อมพูดเอ็ดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง

“ป๊าเคยสอนด้วยเหรอคะ?” จ้องเขม็งไปที่ท่าน พลางย้อนถามกลับอย่างไม่นึกกลัว

ต่อให้คนอื่นจะรู้สึกกลัวป๊าจนหัวหดขนาดไหน ทว่าฉันกลับไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนั้นเลยสักครั้งเดียว เพราะยังไงท่านคงไม่กล้ายกปืนขึ้นมาจ่อศีรษะฉันเหมือนอย่างที่ทำกับคนอื่น ๆ หรอก

“เอวา!” ระดับน้ำเสียงเริ่มแข็งกร้าวขึ้นตามอารมณ์

“ท่านคะ ไม่เป็นไรค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ข้างป๊ารีบยกมือขึ้นจับแขนท่านเพื่อห้ามปราม

จะรับบทเป็นคนดีสินะ? ฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว การแสดงของผู้หญิงทุกคนที่เคยมาเหยียบบ้านหลังนี้ในฐานะผู้หญิงของป๊า ก็จะรอดูแล้วกันว่าจะดีไปได้นานแค่ไหน

“คุณหนูครับ เชิญที่ห้องอาหาร” พี่กัสเดินตรงเข้ามาหา เขาคงได้ยินเสียงป๊าที่ตะคอกใส่ฉัน

“ค่ะ” ดูแล้วป๊าคงพาผู้หญิงคนนี้มารับประทานมื้อเย็นที่บ้านเหมือนกัน ดังนั้นฉันจะพลาดได้อย่างไรกัน

ฉันเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องอาหารขนาดกว้าง บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมายที่ถูกจัดวางเอาไว้อย่างเตรียมพร้อม

ฉันไม่เดินเข้าไปนั่งโดยทันที แต่ให้ป๊ากับผู้หญิงคนนั้นนั่งลงก่อน แล้วจึงเดินเข้าไปหยุดยืนที่เก้าอี้ด้านข้างร่างบาง

พี่กัสเลื่อนเก้าอี้ให้ฉันนั่งโดยไม่ถามอะไร แม้ว่าที่ตรงนี้จะไม่ใช่ที่ประจำของฉันก็ตามแต่ กระนั้นป๊ากลับมองมาทางฉันด้วยสีหน้าฉงนที่เห็นว่าฉันเลือกนั่งข้างผู้หญิงของตน

โดยปกติหลายคนคงไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้คนที่ตนเองเกลียด แต่สำหรับฉันแล้วยิ่งเกลียดยิ่งอยากอยู่ใกล้ เพราะจะได้กำจัดอย่างง่ายดาย

ใกล้มือใกล้เท้าสิยิ่งดี…

“ทำไมถึงไปนั่งตรงนั้นเอวา” ว่าแล้วป๊าต้องถามคำถามนี้ “ย้ายกลับมานั่งข้างป๊า”

ฉันต้องทำตามที่ป๊าออกคำสั่งเหรอ? ไม่มีทาง กลัวว่าฉันจะลุกขึ้นบีบคอผู้หญิงคนนี้หรือยังไง หวาดระแวงลูกสาวตนเองมากไปหรือเปล่า

“แล้วตรงนี้มีใครเขียนชื่อจองไว้เหรอคะ ทำไมถึงนั่งไม่ได้” ริมฝีปากบางขยับถามพร้อมรอยยิ้มหวาน “หนูก็แค่อยากทำความรู้จักกับผู้หญิงของป๊าบ้างไม่ได้เลยเหรอ?”

“แต่เมื่อกี้ลูกไม่ได้ทำเหมือนอยากจะรู้จักเธอเลยนะ”

“ความรู้สึกของคนเรามันเปลี่ยนแปลงกันได้เสมอค่ะ ป๊ากำลังไม่ไว้ใจหนูอยู่สินะ” ละครฉากหนึ่งกำลังถูกฉันแสดงให้ป๊าได้ดู

“ป๊าไม่ได้คิดอย่างนั้น จะนั่งก็นั่งไปเถอะ” ความคลางแคลงใจเลือนหายไปจากใบหน้าของท่าน “กินข้าวกันได้แล้ว”

“คุณชอบกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” ฉันหันไปถามคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง

“อาหารไทยค่ะ” คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ฉันยกยิ้มมุมปาก

ป๊าก็ยังคงเลือกผู้หญิงที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กับม๊า

“คุณเป็นลูกครึ่งหรือเปล่าคะ” ฉันยังคงตั้งคำถาม โดยมีสายตาของป๊าคอยลอบมองตลอด

“ไทยกับจีนค่ะ พ่อเป็นคนจีนส่วนแม่เป็นคนไทย” ผู้หญิงคนนั้นตอบ พร้อมกับอธิบาย

ความแตกต่างเห็นทีจะมีตรงจุดนี้ เพราะม๊าของฉันเป็นไทยแท้ไม่ได้มีเชื้อสายอื่น ส่วนป๊ามีหลายเชื้อชาตินับไม่ถ้วน แต่หลัก ๆ ก็จีน มาจากตระกูลเก่าแก่ก็แบบนี้ ใคร ๆ ก็อยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน

แต่น้อยคู่ที่แต่งงานเพราะความรัก ส่วนมากมักจะแต่งเพราะผลประโยชน์ ซึ่งแน่นอนว่าคู่ของป๊ากับม๊าคืออย่างแรก ไม่งั้นป๊าคงไม่เป็นเอามากขนาดนี้หลังจากที่ม๊าจากไป

“วาถามมากไปหรือเปล่าคะ” ฉันแทนตัวเองด้วยสรรพนามที่ดูสนิทสนม จะแสดงทั้งทีก็ต้องเล่นให้แนบเนียน

“ถามได้เลยค่ะ ไม่เป็นไร” ดูท่าทางเรียบร้อยเชียว ถ้าหากฉันทำบางสิ่งให้เธอจดจำ ฉันจะกลายเป็นคนใจร้ายไหมนะ

“งั้นคำถามสุดท้ายแล้วกันค่ะ” เพราะฉันก็ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตรงนี้นาน ๆ เหมือนกัน “บนโต๊ะนี้คุณอยากกินเมนูไหนมากที่สุดคะ”

“เลือกยากจังเลยค่ะ” ที่เธอพูดออกมาแบบนั้น เพราะอาหารตรงหน้าล้วนเป็นอาหารไทยทั้งสิ้น

“ป๊าช่วยเลือกมั้ยคะ?” ฉันหันไปถามผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ

“ให้ไลลาเลือกเลย” นี่คงจะเป็นชื่อของเธอ เหตุผลที่ฉันไม่ถามเพราะไม่อยากทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้อย่างที่ปากว่า

“อย่างนั้น…ขอเลือกต้มยำกุ้งแล้วกันค่ะ”

“แน่ใจนะคะ?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง รู้ดีว่าพ่อครัวที่บ้านทำเมนูอาหารไทยได้ถึงเครื่องราวกับเป็นสูตรต้นตำรับ

“ค่ะ” เธอยังคงยืนยันคำเดิม โดยไม่ล่วงรู้ชะตากรรมของตนเองเลยสักนิดว่าหลังจากนี้จะพบเจอกับอะไร

“มันจะเผ็ดไปหรือเปล่าคะ เอาแกงเขียวหวานดีกว่ามั้ย” อยากให้โอกาสไลลาได้ตัดสินใจอีกครั้ง แต่ถ้าเธอไม่รับอันนี้ก็ช่วยไม่ได้

“ฉันชอบอะไรเผ็ด ๆ ค่ะ” แบบนี้เองสินะ เดี๋ยวได้แสบจนต้องร้องขอชีวิตแน่ ๆ

“จัดไปค่ะ” ฉันรับคำทันที พลางผุดลุกขึ้นยืนเพื่อเอื้อมมือไปคว้าถ้วยต้มยำกุ้งที่กำลังร้อนอยู่หน่อย ๆ

พรวด!

“กรี๊ดดดด”

“เอวา ลูกทำแบบนี้ทำไม!!”

ทั้งเสียงกรีดร้อง และเสียงตะคอกของผู้เป็นพ่อดังขึ้นประสานกัน หลังจากที่ฉันจัดการเทต้มยำกุ้งราดลงบนศีรษะของไลลา เธอลุกขึ้นกระโดดเร่า ๆ เพื่อสะบัดสิ่งเหล่านั้นออกจากร่างกาย

เป็นเหตุให้กุ้งตัวใหญ่กระเด็นมาอยู่ตรงปลายเท้าของฉัน และจังหวะที่พ่อกำลังเดินอ้อมมาเพื่อเล่นงาน สองเท้าก็รีบกระโดดขึ้นเหยียบเก้าอี้ และปีนข้ามขึ้นไปยืนบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะกระโดดลงไปยืนบนพื้นอีกฝั่ง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของลูกน้องป๊าที่ยืนอยู่รอบ ๆ จะมีก็แต่พี่กัสที่ยังคงแสดงสีหน้านิ่งเรียบแบบเดิม

“เซอร์ไพรส์~” เอ่ยพลางหัวเราะร่าอย่างสะใจในสิ่งที่เพิ่งกระทำลงไป “การแสดงจบลงแล้ว ขอบคุณที่รับชมนะคะป๊า ขอตัวก่อนนะคะ บ๊ายบาย”

ฉันหมุนตัวเตรียมชิ่งออกไปจากตรงนี้ โดยมีพี่กัสตามหลังมาติด ๆ

“มัวแต่ยืนบื้อกันอยู่ทำไม จับเอวาไว้สิวะ!!” ป๊าเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้อง พร้อมออกคำสั่ง

“ไปเร็วพี่กัส” ฉันรีบคว้ามือหนา พลางฉุดรั้งให้เขาวิ่งตาม “ใครกล้าจับฉันระวังจะกลายเป็นศพ”

ดวงตากลมโตตวัดมองคนที่เข้ามาใกล้เขม็ง อีกฝ่ายชะงักไปนิดหนึ่งอย่างลังเลว่าจะฟังคำสั่งของใครดี แต่ก่อนที่จะทันได้ตัดสินใจ ฉันกับพี่กัสก็รีบพากันวิ่งขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้า ซึ่งทำให้รอดจากการจับกุมของลูกน้องป๊าได้อย่างหวุดหวิด

นับว่าโชคดีที่พี่กัสเอารถมาจอดรอตรงนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงโดนป๊าเล่นงานเป็นแน่ ไว้ให้ท่านอารมณ์เย็นลงก่อนค่อยกลับมาบ้านแล้วกัน

“สะใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ร่างสูงข้างกายที่กำลังขับเคลื่อนรถยนต์ด้วยความเร็วเอ่ยถาม

“ขนาดนั้นเลยค่ะ” ยอมรับตามความจริง

“คุณหนูไม่ต้องลงมือเองก็ได้ ขอแค่บอกผม” พี่กัสรู้ใจฉันดีในทุก ๆ เรื่อง และเขาก็รู้ด้วยว่าที่ฉันทำไปทั้งหมดเพียงเพราะอะไร

ใครที่คิดจะเข้ามาแทนที่ม๊าต้องข้ามศพฉันไปก่อน ตราบใดที่ฉันยังอยู่ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ…

“ไม่เป็นไรค่ะ วาอยากหาอะไรสนุก ๆ ทำอยู่พอดี” ตอนนี้อารมณ์ดีแล้ว ฉันสามารถไปแข่งรถได้อย่างสบายใจ

อันที่จริงการทำร้ายคนอื่นมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ผู้หญิงคนนั้นมายุ่งกับครอบครัวของฉันก่อน บางทีคงไม่ได้มาดีด้วยซ้ำ เหมือนอย่างผู้หญิงของป๊าก่อนหน้าหลาย ๆ คน ที่เข้ามาเพื่อหวังเงินทอง และหวังเกาะเป็นปลิงดูดเลือด ที่ฉันทำก็เพื่อปกป้องครอบครัวไม่ให้สูญเสียอะไรไปมากกว่านี้ต่างหาก

ดวงตากลมโตทอดมองออกไปยังกระจก เพื่อมองทิวทัศน์ด้านข้างที่รถยนต์เคลื่อนผ่าน ไม่นานนักก็เลี้ยวเข้าสู่สนามแข่งรถชื่อดัง

ฉันเปิดประตูก้าวลงจากรถหลังจากจอดสนิท เพื่อตรงไปยังตึกสำนักงานสูงลิ่ว ก็ต้องเตรียมตัวกันก่อน จะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปแข่งเลยมันก็ไม่ได้

ครั้นเดินไปถึงหน้าลิฟต์ บานประตูก็กำลังเคลื่อนปิดพอดี จนพี่กัสต้องรีบยื่นนิ้วไปกดปุ่มค้างไว้ บานประตูเปิดออกอีกครั้ง

“ขอไปด้วยนะคะ” ฉันก้าวเข้าไปในลิฟต์ และพบกับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง

ทั้งรูปร่างและหน้าตาของเขาทำให้ฉันถึงกับหันไปมองซ้ำอีกรอบ ทั้งชีวิตก็เจอผู้ชายหล่อมาเยอะ แต่ไม่มีใครทำให้ฉันรู้สึกสะดุดตาได้เท่าเขา แล้วส่วนสูงนั่นจะสูงแข่งกับเสาไฟหรือเปล่า

แต่ช่างน่าเสียดาย ที่ท่าทางของเขาดูไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ นอกจากจะไม่พูดด้วยแล้วยังยกหลังมือขึ้นปิดจมูก ก่อนจะรีบก้าวเดินออกจากลิฟต์ไป ทิ้งให้ฉันและพี่กัสมองตามหลังด้วยสีหน้างงงวย

“เขาเหม็นอะไรหรือเปล่าครับ” เมื่อพี่กัสโพล่งถามขึ้นมาแบบนั้น ฉันถึงกับต้องก้มดมกลิ่นกายตัวเองเพื่อพิสูจน์

ก็มีแค่ฉันที่ยืนอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นมากที่สุด จะว่าไปแล้วพอมานึกดูดี ๆ ฉันลืมฉีดน้ำหอมมานี่นา

“มาจากวาหรือเปล่าคะ พี่กัสลองดมดูให้หน่อย” ฉันขยับเข้าไปหาพี่กัสในระยะประชิด ใกล้ขนาดนี้ถ้ากลิ่นมาจากฉันต้องรู้สึกกันบ้างล่ะ

“ไม่นะครับ”

“โกหกหรือเปล่าคะ”

“จริง ๆ ครับ” ร่างสูงตรงหน้ายืนยันคำเดิมด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกว่าเก่า

แล้วผู้ชายคนนั้นเขาเป็นอะไร ลำบากพวกฉันต้องมาตามหากลิ่นที่ทำให้เขาต้องยกหลังมือขึ้นปิดจมูกอีก…

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายชุด ทาสรักคุณชายมาเฟีย
9.3
นิยายชุดที่รวบรวมเรื่องราวความรักหลากรสชาติ เริ่มต้นด้วยชมพูพริ้งที่ช่วยชีวิตคมน์ มาเฟียหนุ่มจนเกิดเป็นพันธนาการที่เขาไม่อาจปล่อยมือ ต่อด้วยหญิงสาวที่ต้องแต่งงานล้างหนี้กับมหาเศรษฐีผู้เย็นชา ทว่าเมื่อถึงเวลาต้องจากลาเขากลับตระหนักว่าขาดเธอไม่ได้ ปิดท้ายด้วยศิริลดาที่เข้าพิธีวิวาห์กับอนุรักษ์ชายหนุ่มผู้สูญเสียการมองเห็น ความอ่อนโยนของเธอได้กลายเป็นแสงสว่างเดียวในโลกมืด จนทำให้เขายอมทำทุกอย่างเพื่อทดสอบรักแท้และรักษาเธอไว้เคียงคู่ตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง เก็บรักมาเฟีย
8.1
เก็บรักมาเฟีย:"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะ
ภาพปกนิยายเรื่อง กุหลาบบนผาชันผลิบานท่ามกลางน้ำค้างแข็ง
8.8
อีฟ คุณหนูตระกูลคอสต้าที่ซ่อนตัวตนเพื่อรักกับลูคามาห้าปี ตัดสินใจทิ้งความรักอันขมขื่นหลังเขาเมินเฉยต่อการถูกลักพาตัวของเธอเพื่อไปอยู่กับน้องสาวต่างแม่ แม้รอดตายจากหน้าผามาได้แต่หัวใจเธอกลับเย็นชา อีฟเลือกแก้แค้นด้วยการยอมแต่งงานกับทายาทมาเฟียตระกูลวิตอรีผู้โหดเหี้ยมเพื่ออำนาจ โดยมีเงื่อนไขลับแลกกับการสละตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวของลูคาในวันที่เขามาขอแต่งงาน เพื่อมอบอิสรภาพที่แฝงไปด้วยความพินาศเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้แก่คนทรยศ
ภาพปกนิยายเรื่อง DANGEROUS PERSON  หนีรักมาเฟีย
8.2
อีโซมิน มาเฟียหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีจีนผู้มีเบื้องหลังอันมืดมนและเป็นเจ้าของอาณาจักรคาสิโนรายใหญ่ในกัมพูชาและมาเก๊า กำลังไล่ล่าตัว บัว หรือ ยอนฮวา หญิงสาวลูกครึ่งไทยเกาหลีที่ชีวิตต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือเพียงเพราะได้พบกับเขา แม้เธอจะพยายามหนีไปให้ไกลเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดน แต่เขากลับประกาศกร้าวว่าหากตามตัวเธอกลับมาได้เมื่อไหร่ บทลงโทษที่รออยู่จะทรมานยิ่งกว่าเดิม ท่ามกลางความหวาดกลัวที่เธอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักเขามาก่อนเลยแม้แต่น้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักมาเฟียร้าย [เจ้านาย VS เลขา]
9.4
Plum, a handsome businessman, is tasked by his mother to drive Ploy-Yok away from his brother's life. However, he soon discovers that he cannot sever ties with her himself. Trapped on an island together, their mutual attraction ignites, leading to an intimate encounter where Plum's initial mission is forgotten. Despite the arrival of help, Plum finds he can no longer live without her, as his professional duty transforms into an uncontrollable and deep-seated passion.
ภาพปกนิยายเรื่อง เมียเก็บมาเฟีย
8.8
เมื่อพ่อขโมยเพชรล้ำค่าจากตระกูลมาเฟีย ยาหยีจึงต้องสละศักดิ์ศรีเข้าแลกอิสรภาพให้บิดาด้วยการเสนอตัวเป็นสินค้าให้ คอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อผู้เย็นชาได้เชยชม แม้ต้องเผชิญบทรักที่รุนแรงจนแทบขาดใจ แต่ร่างกายกลับเสพติดรสสิเน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่คอร์เนลเคยมองว่าผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศที่ใช้แล้วทิ้ง ทว่าความหวานล้ำของยาหยีกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งจนเขากลายเป็นฝ่ายคลั่งไคล้เสียเอง ท่ามกลางความยโสที่พยายามปฏิเสธความรู้สึก แต่ลึกๆ เขากลับโหยหาและไม่อาจสูญเสียเธอไปได้แม้เพียงวินาทีเดียว