APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ตราบาปรัก...สามีชั่วคืน

ตราบาปรัก...สามีชั่วคืน

จากคนรักที่กำลังจะสร้างครอบครัว กลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ทิ้งรอยแค้นไว้เบื้องหลัง เมื่อเธอหายตัวไปพร้อมรับเงินแลกอิสรภาพ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดนานถึง 8 ปี วันที่เธอกลับมาพร้อมสถานะสมรสและลูกน้อยวัย 7 ขวบ คำอธิบายใดก็ไร้ความหมายในสายตาเขา แม้ความสัมพันธ์ทางกายจะหวนคืน แต่เขากลับผลักไสเธออย่างเย็นชา ทว่าเมื่อความจริงเรื่องลูกในครรภ์ปรากฏ บทบาทผู้ล่ากลับเปลี่ยนไป เมื่อเธอใช้คำพูดเดียวกันตอกหน้าให้เขาเป็นฝ่ายต้องเดินจากไปบ้าง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ออฟฟิศของขัตติยะรายล้อมไปด้วยหม้อ กระทะ ตะหลิว ตะกร้อมือ ไม้พาย และโถแป้ง รวมทั้งวัตถุดิบในการทำขนมหลากหลายชนิด เขามีความสุขกับกลิ่นเนยกลิ่นแป้งตลบอบอวลพวกนี้

กลิ่นกายของชายหนุ่มจึงไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่กลับเป็นกลิ่นหอมอ่อนๆ จากนมเนย ความสุขของเขาคือการได้คิดค้นสูตรใหม่ๆ การรังสรรค์ขนมชิ้นเล็กน่ารัก ความภาคภูมิใจที่เขาสามารถยั่วยวนหลอกล่อสาวสวยรักสุขภาพให้ตบะแตกยอมตักขนมเข้าปากทั้งที่ปวารณาตัวว่าจะลดความอ้วน

แต่ในความสุขและภาคภูมิใจก็แฝงไปด้วยจรรยาบรรณ เขาจึงคิดค้นสูตรที่ลงตัวสำหรับสาวๆ รักสุขภาพ ทำให้พวกเธอมีความสุขที่จะได้กินเค้กแสนอร่อยของเขา และเขาก็ได้มีความสุขที่เห็นพวกเธอมีความสุขกับรสชาติแสนอร่อยของมัน

Honey Buns (ฮันนี่บันส์) เป็นขนมปังที่มีรสชาติหอมหวานชุ่มลิ้นจากกลิ่นน้ำผึ้งที่เรียกว่า Honey Buns ส่วนผสมก็มีไม่มากล้วนเป็นสิ่งที่หาได้ในครัว เขาเริ่มต้นด้วยการใส่นมลงไปในอ่างผสม เติมยีสต์ผง และน้ำตาลทราย พักไว้ประมาณ 5 นาที

ในระหว่างนั้นเจ้าของร่างสูงหมุนตัวหันกลับมาตวงแป้ง จากนั้นมือใหญ่ก็หยิบกระปุกเกลือและใช้ช้อนตวงอันเล็กตักเกลือลงไปในแป้งและผสมกันไว้ มือใหญ่หยิบไข่สีเหลืองนวลขึ้นมาเคาะกับขอบอ่างผสม แกะออกจากการได้แยกไข่ขาวให้ไหลลงในอ่างด้านล่าง แยกไข่แดงสีส้มสดวาวใสออกมาพักไว้บนชามใบเล็กอีกใบ สูตรนี้ขัตติยะใช้ไข่แดงเพียงอย่างเดียวเพราะต้องการความมันและเข้มข้นจากไข่แดงมากกว่าความแข็งกระด้างจากไข่ขาว

อีกหนึ่งความใส่ใจสุขภาพที่เขาคิดค้นมาสำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพ ชายหนุ่มไม่ใช้เนย แต่เลือกใช้ช็อตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าวแทนเนย เพราะน้ำมันรำข้าวเป็นส่วนผสมที่มีประโยชน์สำหรับสุขภาพ ปราศจากกรดไขมันทรานส์และไม่มีคอเลสเตอรอล ที่สำคัญช็อตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าวไร้กลิ่น นั่นจะทำให้ขนมสามารถชูส่วนกลิ่นส่วนผสมอื่นได้เป็นอย่างดี

ชายหนุ่มหันกลับมาดูส่วนผสมของนมที่เขาพักทิ้งไว้ เมื่อเห็นว่าเกิดฟองบางๆ ตรงบริเวณพื้นผิว เขาก็เติมไข่แดงที่แยกไว้ในชามใบเล็กลงไป จากนั้นเติมแป้งที่ตวงเอาไว้และนำไปใส่โถตี เดินเครื่องด้วยความเร็วระดับต่ำ หลังจากแป้งรวมตัวกันเล็กน้อยก็เติมช็อตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว ตีต่อจนแป้งเนียนก่อนจะนำออกมาพักไว้ในชามและคลุมด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งเอาไว้สัก 1 ชั่วโมง

เจนจิรามองความคล่องแคล่วของเขาอย่างชื่นชม ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความสุขที่ได้ปรุงแต่งส่วนผสมพวกนั้นเข้าด้วยกัน

เมื่อได้ส่วนผสมของแป้ง ขัตติยะก็หันมาทำฮันนี่คัสตาร์ด ชายหนุ่มเติมนมลงในหม้อนำไปตั้งไฟ หลังจากนั้นเขาหันกลับมาแยกไข่แดง เหมือนเมื่อครู่ที่เขาทำ ชายหนุ่มใช้ไข่แดงเพียงอย่างเดียว 3 ฟองและเติมน้ำผึ้งลงไปจากนั้นก็เติมแป้งข้าวโพดและคนส่วนผสมจนเข้ากันดี มือใหญ่เอื้อมไปหยิบหม้อที่ตั้งนมบนไฟมาเทผสมเพียงเล็กน้อยและคนส่วนผสมด้วยมืออีกข้าง จากนั้นเขาก็ยกถ้วยที่ผสมอยู่เทกลับลงในหม้อและนำไปตั้งไฟอีกครั้ง กวนจนเนื้อเนียนและยกลงมาจากเตา ชายหนุ่มเติมช็อตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าวลงในคัสตาร์ดเล็กน้อยเพื่อความมันวาวและนุ่มขึ้น เขาใช้ตะกร้อมือกวนไปเรื่อยๆเพื่อทำให้คัสตาร์ดเย็นตัวลงก่อนที่จะนำเข้าไปแช่ในตู้เย็น

ชายหนุ่มหันกลับมามองส่วนผสมของแป้งที่ขึ้นฟู เขานำแป้งโดว์ออกจากโถและกดไล่ฟองอากาศเล็กน้อย ไม่ลืมโรยแป้งนวลไว้ที่โต๊ะก่อน เขานวดแป้งโดว์เล็กน้อยและใช้ที่ตัดแบ่งแป้งออกและชั่งน้ำหนักในปริมาณที่เท่ากัน

ขัตติยะวางปลายนิ้วมือตั้งคล่อมบนตัวแป้งและใช้อุ้งมือดันแป้งหมุนเป็นวงกลมเข้าหาตัวเพื่อปั้นเป็นก้อนกลม จินตนาการไปถึงอกอวบของสาวๆ และเพิ่มจังหวะความเร็ว ก่อนจะขำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงความพิเรนทร์ในสมอง พึมพำกับตัวเอง

“นมสาวไม่มีให้คลึง ก็คลึงแป้งโดว์รอไปก่อนนะไอ้ยะ ทำยังไงได้ล่ะ”

ชายหนุ่มคลึงแป้งโดว์ทั้งหมดอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับว่าเป็นงานถนัดที่สุด จากนั้นก็วางแป้งก้อนกลมลงบนถาดอบ ทาหน้าขนมด้วยไข่แดงและใช้พลาสติกคลุมหลวมๆ พักแป้งทิ้งไว้อีกสักพักเพื่อให้ขึ้นฟูต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นชายหนุ่มนำน้ำผึ้งมาทาทับบนตัวแป้งโดว์ โรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลด์ ก่อนจะนำเข้าอบในอุณหภูมิ 220 C นาน 10 นาที

กลิ่นหอมของน้ำผึ้งอบอวลไปทั่วครัว ในจังหวะที่เตาอบให้สัญญาณเมื่อกำหนดเวลา 10 นาที ฮันนี่บันส์ สีเหลืองนวล มองเห็นอัลมอนด์สไลด์ที่วางอยู่ด้านบนกรอบเหลืองส่งกลิ่นยั่วยวนไม่ต่างจากรูปลักษณ์ของมัน

เจนจิราอดกลืนน้ำลายลงท้องไม่ไหว ใจเธออยากเดินไปหยิบขนมชิ้นนั้นส่งเข้าปาก แต่ก็ทำได้แค่มอง เธอไม่อยากทำลายความสุขของเขา

แม้ว่าเธอกับเขาจะรู้จักกันมานานหลายปี คนภายนอกมองว่าเป็นคู่รักที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวร่วมกัน แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าระหว่างเขากับเธอยังมีเส้นบางๆ กั้นไว้จนเธอก้าวไปไม่ถึงตัว แม้ว่าจะพยายามมากแค่ไหนก็ตาม ขัตติยะเว้นระยะห่างสำหรับเธอและเขาเอาไว้เสมอ แม้กระทั่งทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่

ชายหนุ่มทิ้ง ฮันนี่บันส์ ให้เย็นในอุณหภูมิห้อง ก่อนจะนำออกมาผ่าครึ่งและสอดไส้ด้วย ฮันนี่ คัสตาร์ด ที่เขาเตรียมเอาไว้ มือใหญ่จัดขนมลงเสิร์ฟบนจานสีขาว เขาโรยน้ำผึ้งลงไปอีกนิดหน่อยและจัดแต่งจานด้วยผลไม้จำพวกเบอร์รี่หลากหลายชนิด

“หอมจังเลย ทำอะไรอยู่เหรอยะ” หญิงสาวที่ยืนหลบอยู่หลังกำแพงเอ่ยปากถามและเดินเข้ามา

ชายหนุ่มเพียงเหลือบหางตาหันกลับไปมองและเอ่ยปากทัก เวลานี้ของทุกวันหญิงสาวจะต้องออกไปซื้อของเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

“เอ้า! แจน...มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

แม้จะเป็นคำถาม แต่สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่คนถามอย่างที่ควรจะเป็น ชายหนุ่มยังสนใจงานตรงหน้า เหมือนหญิงสาวไม่มีตัวตนในห้อง

เห็นอีกฝ่ายไม่สนใจเจนจิราจึงเดินเข้าไปหา หยิบขนมชิ้นนั้นเข้าปาก

“ขอชิมหน่อยนะ”

“ทำไมต้องขอล่ะ” คนถามก็ยังไม่มองหน้าคู่สนทนาอยู่ดี

คนเดินเข้ามาใหม่หน้ามุ่ยเล็กน้อย เธอตั้งใจใส่ชุดใหม่มาอวดเขา แต่อีกฝ่ายกลับไม่เห็นความแตกต่าง ทั้งที่เด็กทุกคนในร้านบอกว่าสวยและพวกเขาก็แนะนำให้เธอเดินเข้ามา ซ้ำยังบอกอีกว่าขัตติยะต้องตะลึง

‘ไม่เห็นเขาจะตะลึงตรงไหนเลย พวกนั้นชมจริงๆ หรือแกล้งยอผ่านๆ ก็ไม่รู้’

“ยะ” เจนจิราเรียกชื่อชายหนุ่มอีกครั้ง

ชายหนุ่มหันกลับมาตามเสียงเรียกพร้อมกับยิ้มกว้าง ขานรับในลำคอเบาๆ “หืม...”

“ยะเห็นอะไรผิดปกติไหม” หญิงสาวถามเพราะคิดว่าเขาจะสังเกตบ้าง ชุดที่เธอสวมไม่ใช่ชุดที่ใส่มาเมื่อเช้า

ชายหนุ่มบิดตัวกลับทั้งที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ กวาดสายตามองรอบๆ เขาเห็นทุกอย่างปกติดี “ก็ไม่มีอะไรผิดปกตินี่”

“เหรอ” สายตาของหญิงสาวสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แม้เธอจะพยายามทำตัวสวยทุกวัน แต่ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขา

“งั้นแจนไปทำงานต่อนะ”

“จ้ะ” ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอเบาๆ และหันไปทำงานต่อ

เจนจิรายืนมองแผ่นหลังหนา มือใหญ่ของเขากำลังขะมักเขม้นอยู่กับขนมชิ้นเล็ก ในขณะที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เธอค่อยๆ หมุนตัวกลับ

ขัตติยะเหมือนนึกอะไรได้บางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นและรีบเรียกหญิงสาว ยังดีที่เธอเดินไปยังไม่ถึงประตู

“แจน”

“คะ” เจนจิราหันหน้ากลับมาทันที ดวงตาของเธอเริ่มมีประกายแห่งความดีใจฉายแววขึ้นมาเล็กน้อย ตั้งใจฟังคำที่จะหลุดออกมาจากริมฝีปากหนาของเขา

“ฝากแจนดูตารางสอนครูปริมให้ยะด้วยนะ พอดีว่าเธอเพิ่งถามมาว่าจะขอลาหยุดไปยุโรป 2 สัปดาห์ ยะต้องสอนแทนในหลักสูตรอะไรบ้าง”

เจนจิรายิ้มเจื่อนๆ ตอบรับชายหนุ่ม “จ้ะ”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ปี 1977s สามีคะ ได้โปรดหยุดส่งฉันเรียนได้แล้ว
7.9
หลังเข้าพิธีวิวาห์ ชีวิตที่วาดฝันไว้คือความเรียบง่ายตามขนบธรรมเนียมของผู้หญิงที่ออกเรือนแล้ว ซึ่งไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาตรากตรำทำนาหรือรับผิดชอบงานล้างจานอันเหน็ดเหนื่อย หน้าที่หลักมีเพียงการปรนนิบัติดูแลสามีและเลี้ยงดูลูกน้อยอยู่กับบ้านอย่างสงบสุข โดยไม่ต้องแบกรับภาระเรื่องการเรียนหนังสือให้วุ่นวายใจอีกต่อไป ทว่าความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เมื่อสามีของเธอไม่ได้ปล่อยให้เธอได้นั่งพักผ่อนอยู่บ้านเฉยๆ อย่างที่เคยหวังไว้
ภาพปกนิยายเรื่อง ฉันแต่งงานกับศัตรูของอดีตสามี
9.5
เจียงเหว่ยยี่และกู้เหยียนอันผูกพันกันมานานจนถึงวันวิวาห์ที่ทุกคนต่างอิจฉา แต่เจ้าบ่าวกลับทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดีท่ามกลางแขกเหรื่อ ทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกในพริบตา ทว่าความอัปยศกลับพลิกผันเมื่อเธอจดทะเบียนสมรสใหม่กับเสิ่นจินโจว ศัตรูตัวฉกาจของอดีตคนรักทันที การแต่งงานครั้งใหม่นี้เหนือกว่าเดิมทุกด้านจนคนทั้งเมืองต้องตกตะลึง แม้หลายคนจะกังขาในความสัมพันธ์นี้ แต่เสิ่นจินโจวกลับยืนยันอย่างหนักแน่นต่อหน้าสื่อว่า การได้ครองคู่กับเธอนั้นคือความปรารถนาสูงสุดในชีวิตที่เขาสมหวังแล้ว
ภาพปกนิยายเรื่อง รักสามปี จบสิ้นในวันเดียว
8.8
สวี่หว่านหนิงเคยถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เพราะชายผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองจิงตกหลุมรักและยอมแต่งงานกับเธอแม้ว่าเธอจะพิการ ทว่าหลังจากมอบใจให้เขาทั้งดวง เธอกลับค้นพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่าสามีที่แสนดีคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่พรากขาของเธอไป เมื่อความรักกลายเป็นความแค้น เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความอ่อนแอในอดีตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทวงคืนความยุติธรรมและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองอีกครั้งอย่างแข็งแกร่ง
ภาพปกนิยายเรื่อง รักร้ายจอมทระนง
8.7
ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันระหว่างรุ้งพรายและคริษฐ์ คู่หมั้นหนุ่มผู้เย็นชา เริ่มสั่นคลอนเมื่อเขาตำหนิที่เธอไม่สวมแหวนหมั้น แม้เธอจะอ้างว่าถอดเก็บไว้เพราะหน้าที่การงาน แต่ความเฉยเมยและท่าทีที่ดูเหมือนถูกบังคับให้มาหาของคริษฐ์ ทำให้รุ้งพรายตัดสินใจขอถอนหมั้นและคืนแหวนให้ ทว่าเขากลับระเบิดอารมณ์ใส่ด้วยความเดือดดาล พร้อมบังคับสวมแหวนคืนให้เธออย่างไม่ยอมเลิกรา โดยอ้างเหตุผลเรื่องความรู้สึกของมารดา ท่ามกลางความอึดอัดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง
ภาพปกนิยายเรื่อง พี่เขย
9.5
ความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะปฏิเสธ เมื่อชายหนุ่มผู้มีสถานะเป็นพี่เขยกลับปรารถนาจะครอบครองตัวเธอในฐานะภรรยาอย่างเต็มตัว แม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในฐานะน้องเมียที่ควรเว้นระยะห่าง แต่เขากลับพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนสถานะนี้ให้กลายเป็นคู่ชีวิต ขณะที่เธอเองไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับตำแหน่งภรรยาของเขาด้วยความจำใจ ท่ามกลางความขัดแย้งในใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในความรักที่ผิดที่ผิดทางครั้งนี้