APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

8.5 / 10.0

หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว ตอนที่ 1

1 : ไล่ออกจากอารามไท่ผิงกวน

แคว้นจิ้น ราชวงศ์เซวียน

อารามไท่ผิงกวน

“ไป ๆ อาจารย์ขับไล่พวกท่านออกจากอารามแล้ว อย่าได้มาเหยียบที่นี่อีก”

“ศิษย์พี่รองรีบปิดประตูเร็วเข้า !”

ตุบ ! ห่อผ้าสองห่อถูกโยนออกมาจากประตูอาราม ปัง ! ตามด้วยเสียงปิดประตูลงสลักอย่างหนาแน่น สตรีนางหนึ่งยืนตัวตรงเป็นสง่า เสื้อผ้ากับเส้นผมของนางปลิวไสวดั่งไผ่ลู่ลม

หลินซือเยว่เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่ออารามไท่ผิงกวนด้วยสายตาเลื่อนลอย อาศัยอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้วนะ บางครั้งนางเองก็ลืมเลือนวันเวลาไปเหมือนกัน

“คุณหนูเจ้าคะ ศิษย์น้องทั้งสองของท่านทำเกินไปแล้วนะเจ้าคะ เหตุใดถึงไล่พวกเราสองคนออกจากอารามได้เล่า” เผิงฉือกระทืบเท้าเบา ๆ ตรงไปฉวยห่อผ้าทั้งสองบนพื้น ขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้

“หากไม่ได้รับคำสั่งจากอาจารย์ ศิษย์น้องทั้งสองคงไม่กล้าขับไล่ข้าออกจากอารามหรอก” น้ำเสียงของนางสงบนิ่งฟังแล้วสบายหูยิ่งนัก หาได้มีความโกรธเกลียดแต่อย่างใด “นั่นรถม้า” นิ้วเรียวสวยชี้ไปยังรถม้าคันที่มีคนนั่งเฝ้าอยู่ “ป้าเผิงไปถามดูว่าใช่รถม้าของเราหรือไม่”

เผิงฉือไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนเฝ้ารถม้าที่อยู่ใต้ต้นไผ่ในทันที ไม่ช้านางก็กลับมาพร้อมกับรอยยิ้มนิด ๆ “เป็นรถม้าของเราจริง ๆ เจ้าคะคุณหนู คนขับบอกว่าเป็นคนของตระกูลหลินเจ้าค่ะ ได้รับคำสั่งจากท่านพ่อของคุณหนู ให้มารับคุณหนูกลับตระกูลหลินเพื่อไปแต่งงานเจ้าค่ะ”

“กลับไปแต่งงานนี่เอง” นางเอ่ยเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ หันหลังกลับไปทางประตูอาราม ประสานมือค้อมตัวคำนับลาอาจารย์ เผิงฉือเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคำนับตามนางไม่ได้

ภายในอารามไท่ผิงกวน

“อาจารย์เหตุใดถึงไม่บอกลากับศิษย์พี่ใหญ่ไปตรง ๆ ล่ะ ทำเช่นนี้นางไม่โกรธท่านไปจนวันตายเลยรึ” เหอกุ้ยแม้มีอายุยี่สิบแปดปีแล้ว ทว่าเขากราบเป็นศิษย์เจ้าอาวาสชุนหวังเหล่ยหลังสตรีผู้นั้น จึงได้เป็นเพียงแค่ศิษย์พี่รองเท่านั้น

“นั่นสิอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่นางไม่เคยออกจากอารามไปไหนไกล ท่านทำเช่นนี้ไม่ใช่ขับไล่นางไปสู่ความตายหรอกรึ” จางเจียเฟิ่งเห็นด้วยกับศิษย์พี่รองของเขา

“ให้มันน้อย ๆ หน่อยเจ้าศิษย์โง่ทั้งสอง พวกเจ้าคิดว่าอารามไท่ผิงกวนแห่งนี้ สามารถอยู่รอดมาได้เพราะใครกัน หากไม่ใช่เพราะฝีมือของศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้า เห็นนางเงียบ ๆ แบบนั้น ความคิดนางกว้างไกลยิ่งนัก อาจารย์อย่างข้ายังเทียบนางไม่ติดด้วยซ้ำไป” เจ้าอาวาสชุนปีนี้อายุอานามปาเข้าไปหกสิบห้าปีแล้ว ทว่าร่างกายยังแข็งแรง อารามเต๋าแห่งนี้มีวิถีแบบไม่เคร่งครัด ใช้ชีวิตเยี่ยงฆราวาสผู้หนึ่ง สามารถแต่งงานมีครอบครัวได้

“อาจารย์นางอยู่ในอารามวาดยันต์กันภัยให้ชาวบ้านที่มากราบไหว้ ตั้งโต๊ะรักษาโรคภัยให้ผู้คนในตัวอำเภอฝู แต่หนนี้นางต้องกลับบ้านไปเพื่อแต่งงาน นางบริสุทธิ์ถึงเพียงนั้นมิถูกสามีจับกลืนกินจนไม่เหลือกระดูกหรอกรึ” เหอกุ้ยนึกภาพเทพเซียนผู้สูงส่งอย่างหลินซือเยว่ หากต้องร่วมเตียงกับบุรุษหยาบกระด้าง เพียงเท่านั้นเขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ แทบอยากจะไปแย่งตัวศิษย์พี่ใหญ่ของตัวเองกลับคืนมา

“เลิกคร่ำครวญได้แล้ว กลับไปกวาดลานอารามกับตรวจดูน้ำมันตะเกียงให้เรียบร้อย ศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเจ้าไม่อยู่ เจ้าทั้งสองต้องรีบร่ำเรียนศึกษาหาความรู้ อารามไท่ผิงกวนจะได้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้าต่อไปได้” เจ้าอาวาสชุนทำเสียงดังใส่ลูกศิษย์ทั้งสอง “ไป ๆ ข้าจะสวดมนต์” โบกมือไล่ทั้งคู่ให้ออกจากห้องสวดมนต์ไป

เจ้าอาวาสชุนรีบลุกไปปิดประตูลั่นกลอน ท่าทางลุกลี้ลุกลนจนผิดปกติ ย่องเบา ๆ ไปที่ใต้เตียงนอน ดึงหีบไม้เก่าเก็บออกมา ครั้นกดสลักเปิดออก ก็พบตั๋วเงินจำนวนสามพันตำลึงอยู่ในนั้น ตระกูลหลินที่ไม่ได้บริจาคน้ำมันตะเกียงมาหลายปี จู่ ๆ ก็ส่งตั๋วเงินมาให้ พร้อมกับขอรับคนกลับไปเพื่อแต่งงาน ช่วงนี้ชาวบ้านมาทำบุญที่อารามน้อยลง

หลินซือเยว่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับนาง ถึงไม่ยอมลงจากอารามไปรักษาผู้คน รายได้เลยหายหดแทบจ่ายอาหารการกิน(สุรานารี)ไม่พอ ตั๋วเงินสามพันตำลึงนี่มาได้ทันเวลาพอดี !

แครก ๆ ๆ ๆ

เสียงกวาดลานหน้าอารามดังขึ้นพร้อมกับเสียงบ่นของเหอกุ้ย “ข้ารู้ว่านางเก่งเอาตัวรอดได้ ข้าเพียงไม่อยากให้นางไปก็เท่านั้น”

“ศิษย์พี่รองท่านอย่าได้เสียใจไปเลย ไม่ใช่ว่ามีแต่นางที่ต้องแต่งงานมีครอบครัว ท่านเองก็เถอะที่บ้านส่งคนมารับทุกปีไม่ใช่รึ” จางเจียเฟิ่งรู้ดีว่าตนและเหอกุ้ย ถูกครอบครัวลงโทษด้วยการส่งมาอยู่ยังอารามแห่งนี้ ทว่าเพียงชั่วคราวเท่านั้น

“ตัวข้านั้นไม่เป็นไรหรอก เจ้านั่นแหละศิษย์น้องสาม ข้าได้ยินว่าที่บ้านของเจ้า เพิ่งหาคู่หมั้นหมายคนใหม่ให้เจ้าอีกคนแล้วไม่ใช่รึ”

สองศิษย์พี่น้องหยุดกวาดลานอาราม แล้วหันหน้าไปมองตากัน จากนั้นพวกเขาก็ถอนหายใจดัง ๆ พร้อมกัน ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ด้วย นับจากนี้ไปยามทำความผิดใครจะออกหน้าคอยช่วยเหลือ ยามเงินหมดใครจะให้หยิบยืม ยิ่งคิดพวกเขาก็ยิ่งไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

บนถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวง

รถม้าไม้ธรรมดาไม่เล็กไม่ใหญ่ ไร้ป้ายชื่อตระกูลบอกกล่าว คล้ายไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้ว่าคนที่นั่งอยู่ด้านในเป็นใคร เผิงฉือพยายามหลอกถามคนขับรถม้าอยู่หลายหน ถึงสถานการณ์ของตระกูลหลินในยามนี้ นางไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนไม่รู้จักใครสักคน คนขับรถม้าตอบว่า เขามีหน้าที่มารับคุณหนูรองกลับบ้านเท่านั้น เรื่องอื่นนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ

“ได้ถามหรือไม่ ใช้เวลากี่วันในการเดินทาง” หลินซือเยว่เอ่ยเสียงเนิบ ๆ

“ถามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าราว ๆ สิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”

“สิบวันเชียวรึ” หลินซือเยว่มองห่อผ้าที่วางอยู่ด้านข้าง มีเพียงของใช้จำเป็นของนางไม่กี่ชิ้น พร้อมกับก้อนเงินจำนวนห้าสิบตำลึง “คงต้องแวะซื้อของในอำเภอฝูเสียก่อน”

เผิงฉือรีบเปิดม่านบอกกับคนขับรถม้า แต่เขากลับทำเสียงฮึดฮัดคล้ายไม่พอใจ “เสียเวลาเดินทางเปล่า ๆ” น้ำเสียงเขากระด้างกระเดื่อง คล้ายไม่เห็นว่าหลินซือเยว่เป็นนายของตน

“เจ้าเอ่ยเช่นนี้กับคุณหนูผู้เป็นนายได้อย่างไร” เผิงฉือชี้นิ้วใส่ด้วยความไม่พอใจ

“เฮอะ ใครเป็นนายใครก็ยังไม่รู้เลย เอาเถอะ ๆ อยากแวะก็แวะแต่ให้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามพอ หากกลับถึงเมืองหลวงช้าเกินกำหนด พวกเจ้านั่นแหละที่จะเดือดร้อน”

“เรียกใครว่าพวกเจ้า !”

“ป้าเผิง” เสียงเรียกราบเรียบดั่งน้ำนิ่งไหลลึกเช่นนี้ เผิงฉือเข้าใจในทันทีว่าคือคำเตือนในนางสงบนิ่ง

“เจ้าค่ะคุณหนู” เผิงฉือกลับมานั่งที่เดิม

“ต้องได้เปลี่ยนรถม้าคันใหม่อยู่ดี”

“จริงหรือเจ้าคะคุณหนู”

หลินซือเยว่นับนิ้วพร้อมหลับตาลง “พรุ่งนี้อากาศจะเย็นลงอย่างฉับพลัน รถม้าคันนี้ไปไม่ถึงกลางทางแน่ คงต้องแวะทวงหนี้กันสักหน่อย” มุมปากนางกระตุกยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มสยองแบบบางเบา

หลินอ้ายส่ายหน้าบ่นเบา ๆ กับตัวเอง “รถม้าข้ายังดี ๆ ช่างกล้าบอกว่าไปไม่ถึงกลางทาง เฮอะ !”

สองเค่อต่อมารถม้าได้วิ่งเข้ามาในอำเภอฝู และล้อหักเพลาพังอยู่หน้าร้านขายยาพอดิบพอดี หลินอ้ายถึงกับด่ากราดไปทั่ว ไม่รู้จะทำอย่างไรในสถานการณ์ตอนนี้ เดินทำหน้าสิ้นหวังมาหาหลินซือเยว่

“รถม้าพังแล้วไปต่อไม่ได้”

เพราะเจ้านั่นแหละมาแช่งรถม้าของข้า !

“เจ้าเป็นคนขับรถม้า เจ้าก็หาทางเอารถม้าไปซ่อมสิ” เผิงฉือไม่เข้าใจเหตุใดเขาถึงต้องทำตัวงุนงงเช่นนี้ด้วย

คนขับรถม้ามีท่าทีกระอักกระอ่วนใจ ก่อนเอ่ยเสียงค่อยออกมา “ข้าได้เงินแค่ค่าอาหารกับที่พัก ไหนเลยจะมีเงินมาซ่อมรถม้า”

“ตระกูลหลินยากจนเพียงนั้นรึ ถึงไม่ยอมให้เจ้าพกเงินมาเผื่อ” เผิงฉือใช้สายตาเชือดเฉือนหลินอ้าย “แล้วค่าใช้จ่ายของคุณหนูข้าล่ะ” นางอดขึ้นเสียงใส่ไม่ได้จริง ๆ

หลินอ้ายทำท่าตกใจสุดขีด เขาส่ายหน้าไปมาอย่างคาดไม่ถึง กลายเป็นคนโง่ที่ลืมนึกถึงเรื่องนี้ได้อย่างไร มารับคนกลับบ้าน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เผิงฉือหันไปฟ้องผู้เป็นนายในทันที “คุณหนูเจ้าคะ ! คนตระกูลหลินไม่มีความจริงใจเลย พวกเรากลับไปที่อารามเถอะ ข้าไม่อยากให้คุณหนูไปแล้ว”

หลินอ้ายรีบเอ่ย “ทำเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าได้รับคำสั่งมารับคุณหนูรอง หากไม่ได้คนกลับไปพ่อบ้านบอกว่าจะไล่ข้าออก”

“มันใช่เรื่องของคุณหนูข้าไหม !”

หลินซือเยว่ที่ยืนมองทั้งคู่โต้เถียงกัน อดที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ นางหันหน้าไปทางหลินอ้าย “เจ้ารออยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว ข้าจะไปหยิบยืมเงินจากคนรู้จัก จากนั้นเราจะได้หารถม้าคันใหม่กัน”

“หยิบยืม ?” หลินอ้ายทำหน้าไม่ถูก แต่เขาเป็นบ่าวคงได้แค่รอตามคำสั่ง ก่อนหน้าเขาไม่ไว้หน้าคุณหนูรองผู้นี้ แต่ยามนี้เขาไม่มีทางเลือกจริง ๆ หากคุณหนูรองไม่หยิบยืมเงินผู้อื่น เขาจะพานางกลับตระกูลหลินไปได้อย่างไร

อ่านต่อ

สารบัญ หลินซือเยว่ผู้นี้ มีสามชะตาในคราเดียว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง แซ่บสยิว
7.8
โชคชะตาของคนทั้งคู่ถูกขีดเส้นเอาไว้ล่วงหน้าด้วยพันธะแห่งการคลุมถุงชน เมื่อเขากับเธอต้องตกอยู่ในสถานะคู่หมั้นคู่หมายกันมาตั้งแต่ยังเยาว์วัยตามความต้องการของผู้ใหญ่ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อผูกมัดในอดีตกำลังจะถูกทดสอบในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอันร้อนแรง ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งสองจะจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นและพันธนาการที่ถูกผูกไว้ตั้งแต่เด็กนี้ได้อย่างไรในเส้นทางรักสุดแซ่บ
ภาพปกนิยายเรื่อง ทาสสวาทรักต้องห้าม
9.2
หากย้อนเวลาได้ เมษาคงเลือกแก้ไขอดีตเพื่อไม่ให้ชีวิตต้องพังทลายลงเช่นนี้ ท่ามกลางความจริงที่ไหลย้อนกลับไม่ได้ เธอต้องเผชิญกับตราบาปที่ไม่ได้ก่อ เมื่อความผิดพลาดจากการกระทำของผู้ชายสารเลวทำให้เธอตั้งท้องจนถูกตราหน้าว่าเป็นคนแย่งชิง ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกกระทำอย่างไม่ยุติธรรม เมษาจมดิ่งอยู่ในขุมนรกแห่งความเกลียดชัง พร้อมกับความเสียใจที่ในวันนั้นเธอไม่ได้ลุกขึ้นสู้ให้มากพอจนต้องมาพบกับจุดจบอันแสนทรมานใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง สามีสุดที่ร้าย ภรรยาสุดที่รัก
9.3
หญิงสาวผู้หนึ่งจำต้องรับอุ้มบุญให้ชายปริศนาตามข้อผูกพันบางอย่าง ทว่าโชคชะตากลับชักนำให้เธอต้องเข้าพิธีวิวาห์กับคู่หมั้นหนุ่มในวัยเยาว์เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แม้เริ่มต้นด้วยความเย็นชา แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนเป็นความรักที่ลึกซึ้งโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าก่อนกำหนดคลอดเพียงไม่นาน เขากลับยื่นใบหย่าให้จนเธอใจสลาย แต่สุดท้ายเขากลับสารภาพความจริงที่ซ่อนไว้ว่าเธอคือผู้เดียวที่เขาเฝ้ารักมาโดยตลอดและไม่เคยเปลี่ยนใจเลย
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์