APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง วิมานหงส์ในกรงมาร

วิมานหงส์ในกรงมาร

เฮ็นริค เจ้าพ่ออุตสาหกรรมยานยนต์ผู้ไม่เคยผูกมัดกับใคร ต้องเผชิญหน้ากับมนต์นรี หญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อหวังตำแหน่งภรรยา ทว่าเพลย์บอยจอมเจ้าเล่ห์กลับตั้งเงื่อนไขสุดหินเพื่อทดสอบประสบการณ์บนเตียงของเธอ เขาท้าทายให้ยัยลูกเป็ดหัดขับพิสูจน์ความสามารถผ่านบทเรียนรักอันเร่าร้อน หากเธอทำไม่ได้ตามสถิติที่เขาตั้งไว้ การแต่งงานจะไม่มีวันเกิดขึ้น มนต์นรีผู้ไร้เดียงสาจะรับมือกับสัมภาษณ์งานสุดอันตรายและเสน่ห์ที่ยากจะต้านทานของเขาได้อย่างไรในกรงปรารถนานี้
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ทั้งที่เห็นสวรรค์อยู่รำไร เฮ็นริคก็รู้สึกเหมือนมีนรกมารออยู่ตรงหน้า สายตาคมกวาดมองร่างสูงระหงส์ในชุดเดรสเปลือยหัวไหล่สีบานเย็นรัดรูปสั้นจู๋ บนรองเท้าส้นแหลมสูงประมาณสี่นิ้วด้วยสีหน้าเซ็งที่สุดในชีวิต กว่าเขาจะสลัดหล่อนหลุดออกไปจากชีวิตได้มันยากเย็นแสนเข็ญ ทั้งที่ไม่อยากเจอกลับต้องมาเจอง่ายๆ โดยไม่คาดฝัน โลกนี้มันกลมจริงๆ

ทว่าเจ้าของดวงหน้าสวยเปรี้ยวที่แต่งแต้มมาอย่างประณีตกลับยิ้มหวานอย่างประจบ เพราะว่ามหาสมุทรไม่ได้กว้างอย่างที่ใครๆ คิด เธอจึงมีโอกาสได้เจอกับเฮ็นริคและกำลังจะได้ร่วมงานกับเขาตามที่บิดาสั่ง แล้วนางแบบสาวก็นึกไปถึงวันที่ได้คุยกับบิดาในวันที่เซ็งกับชีวิตสุดๆ ต้นเหตุที่ทำให้เธอได้มารับเจ้าพ่ออุตสาหกรรมยานยนต์แห่งฮัมบูร์กในวันนี้

“สวัสดีค่ะเตี่ย ตะลึงในความสวยของลูกสาวจนพูดไม่ออกเชียวเหรอคะ” วันนั้นเธอถูกบิดาเรียกเข้าพบหลังจากกำลังแต่งตัวจะออกไปช้อปปิ้ง

ดวงตากลมโตใต้คิ้วเรียวที่บรรจงวาดเกือบครึ่งชั่วโมงทอประกายหงุดหงิดออกมา เมื่อเจ้าของร่างสูงภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเงินตีหน้ายักษ์ใส่ สงสัยจะโดนบ่นเรื่องเดิมๆ อีกแล้ว

“ยัยเกว! ที่นี่มันที่ทำงานนะ แต่งกายให้เกียรติสถานที่หน่อยได้ไหม อย่างน้อยก็ไว้หน้าเตี่ยบ้าง ดูแต่งตัวเข้าสิ อย่างกับผู้หญิงราคาถูก”

ดวงตาที่มีแววตำหนิติเตียนตวัดมองร่างระหงตรงหน้าขึ้นลงจากหัวจรดเท้ารอบหนึ่ง ก่อนจะดุว่าลูกสาวคนเล็กตรงๆ จนใบหน้าสวยเฉี่ยวเจื่อนลง บูดบึ้งงอง้ำอย่างขัดใจ ทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนตำหนิ แต่มันก็เซ็งทุกครั้งที่บิดาเอ็ดเอา

“เตี่ยว่าหนูอีกแล้วนะคะ เตี่ยไม่เบื่อบ้างหรือไงตำหนิหนูได้ทุกวี่ทุกวัน วันนี้หนูอุตส่าห์อารมณ์ดีสุดๆ แล้วนะคะ แล้วไอ้ชุดที่ใส่เนี่ย ก็ถือว่าสุภาพเรียบร้อยสุดๆ แล้วด้วย”

คุณหนูผู้เอาแต่ใจโต้กลับเสียงห้วนๆ เตี่ยของเธอนี่ช่างไม่เข้าใจอารมณ์วัยรุ่นเลยจริงๆ ไม่เคยเข้าใจหัวอกลูกสาวของตนเองเลยสักครั้ง ไม่เหมือนกับแม่ของเธอที่เข้าอกเข้าใจตามใจสารพัด ทั้งที่ปกติเธอชอบแต่งตัวเปรี้ยวกว่านี้หลายเท่า การสวมชุดเดรสเข้ามาในบริษัทถือว่าไม่ผิดสำหรับลูกสาวของท่านประธานใหญ่แห่งอัครพิบูล กรุ๊ป

‘สำหรับเธอแล้วมันคือข้อยกเว้นทุกกรณี’

เกวลินคิดเข้าข้างตนเองแบบสุดๆ พลางก้มมองชุดที่ตนเองสวมใส่ด้วยใบหน้าที่ยังบูดบึ้งเช่นเดิม เพราะเจอหน้าบิดาทีไรเธอต้องถูกตำหนิเรื่องการแต่งตัวทุกครั้งไป

“อย่าเพิ่งมาเถียงเตี่ย นั่งลงก่อนสิ วันนี้เตี่ยมีข่าวดีจะบอก”

เจ้าของร่างอรชรนั่งลง วางกระเป๋าสะพายชาแนลสีดำลงบนโต๊ะ ก่อนจะทำหน้างอง้ำถามผู้เป็นบิดาเชิงประชดนิดๆ

“ข่าวดีหรือว่าข่าวร้ายกันแน่คะ”

“เตี่ยมั่นใจ ว่ามันคือข่าวดีสำหรับลูกนะ ตอนนี้บริษัทของเรากำลังขยับขยายมากขึ้น มีทั้งผู้สนใจจะร่วมหุ้นกับเรามากมาย ขณะเดียวกันคู่ค้าที่ทำธุรกิจกับเรามานานก็อาจจะแยกตัวเป็นอิสระไปเป็นผู้ลงทุนเสียเอง พอถึงตอนนั้นเราอาจจะตกที่นั่งลำบาก แต่สำหรับคุณฟาลิกผู้กุมบังเหียนแห่งบีเอ็นซี กรุ๊ป คู่ค้ารายล่าสุดของเราเตี่ยได้ยินข่าวแว่วๆ มาว่า เขาอยากจะมาร่วมทุนกับเรา เตี่ยจึงคิดว่านี่น่าจะเป็นข่าวดีของพวกเราทุกคนที่จะได้สานสัมพันธไมตรีกับเจ้าพ่อยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งเยอรมนีอีกเจ้าหนึ่งให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น อีกสามวันคุณฟาลิกจะส่งลูกชายคนเล็กของเขามาดูงานที่นี่ เตี่ยอยากให้ลูกเตรียมตัวต้อนรับเขาด้วยในฐานะลูกสาวของเตี่ยและเจ้าของบริษัท”

“แค่เตรียมตัวต้อนรับผู้ร่วมหุ้นคนสำคัญ ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหนนี่คะ มีพี่กฤษณ์ลูกชายคนโปรดของเตี่ยอยู่ทั้งคน เตี่ยไม่เห็นจำเป็นต้องเรียกหนูให้มารับงานนี้เลยนะคะ”

เกวลินรักงานอิสระมากกว่าที่จะมาเป็นสาวออฟฟิซในบริษัทของบิดา เธออยู่วงการถ่ายแบบและโฆษณามาสองสามปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงเต็มตัวเพราะต้องปลีกเวลามาช่วยบิดาทำงานในบริษัทด้วยนั่นเอง

“เตี่ยคิดว่าลูกชายของคุณฟาลิกคงไม่ได้มาดูงานอย่างเดียวหรอกนะ คิดว่าเขาคงอยากจะมาเที่ยวเมืองไทยด้วย ความจริงพ่อก็อยากให้เจ้ากฤษณ์มันรับงานนี้นะ แต่ลูกก็น่าจะรู้ว่าพี่ชายของลูกมีงานล้นมือ อีกอย่างทางโน้นเขาก็โทรมาย้ำนักย้ำหนาว่า เขาขอคุยงานกับคนที่สามารถพูดภาษาเยอรมันเก่งๆ เท่านั้น และต้องเป็นคนสำคัญของบริษัทด้วย ซึ่งเตี่ยก็มองไม่เห็นใคร นอกจากเกว”

ดวงตาคมกริบที่มองการณ์ไกลของผู้นำแห่งอัครพิบูล กรุ๊ป ทอประกายไหววูบแวบหนึ่งก่อนจะปรับมาเป็นเรียบนิ่งดังเดิม โดยที่บุตรสาวไม่ทันสังเกตเห็น

“แล้วลูกชายของคุณฟาลิกอะไรนั่นพูดภาษาบ้านเกิดของตนเองเป็นอยู่ภาษาเดียวหรือยังไงคะ ถึงได้เจาะจงเสียขนาดนั้น” เกวลินกระแทกเสียงเย้ยหยันคล้ายจะดูถูกอีกฝ่ายด้วยอารมณ์หงุดหงิด

“ยัยเกว!”

“เตี่ย! หนูพูดผิดตรงไหนคะ ทำไมต้องตะคอกใส่หนูด้วย” ใบหน้าสวยงอง้ำเมื่อเริ่มแอบน้อยใจที่บิดามักจะตะคอกใส่เธอบ่อยๆ ซึ่งมันช่างต่างกับตอนที่ท่านพูดคุยกับพี่ชายของเธอมากเหลือเกิน

“เอาล่ะๆ นั่งลง เกว” สั่งพร้อมกับจับไหล่แบบบางสองข้างให้เจ้าตัวนั่งลงบนเก้าอี้หรูอีกครั้งอย่างใจเย็นมากกว่าเดิม

“อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ หน่อยเลยน่าลูก ฟังเตี่ยพูดให้จบก่อนสิ บางทีลูกอาจจะเปลี่ยนใจ”

เกวลินยังหน้าบูดบึ้งเมินมองไปทางอื่นโดยไม่ยอมหันไปสบตาผู้เป็นพ่อ จนคนที่กำลังตั้งใจจะพูดอย่างเป็นงานเป็นการต้องส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา แต่ก็จำเป็นต้องพูด

“ลูกเป็นคนเดียวที่ได้ไปเรียนมหาวิทยาลัยถึงกรุงเบอร์ลิน พูดภาษาเยอรมันก็เก่งกว่าเจ้ากฤษณ์มัน และเตี่ยก็รู้ว่าเกวเป็นคนมีความสามารถสูง เกวช่วยงานเตี่ยมานานพอสมควร งานนี้เตี่ยจึงคิดว่าเหมาะกับเกวมากที่สุด”

คนฟังแอบทอดถอนใจเฮือกใหญ่ สงสัยว่างานถ่ายแบบวีคหน้าของเธอคงต้องเลื่อนออกไปอีกแน่ แต่ดวงตาคู่สวยที่กำลังมีแต่แววยุ่งยากใจกลับเบิกกว้างขึ้นเมื่อรูปใบหนึ่ง ถูกยื่นมาตรงหน้า

“นี่คือ เฮ็นริค ลูกชายคนเล็กของคุณฟาลิก รู้จักหน้าค่าตาเอาไว้เสียสิ เตี่ยจะให้ลูกไปรอต้อนรับเขาที่สนามบินเลย เขาจะได้ประทับใจ”

เกวลินแทบจะไม่ได้ฟังที่บิดาของเธอพูดเลยด้วยซ้ำ เพราะภาพใบหน้าหล่อเหลาดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจตรงหน้ากำลังทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่มันห่อเหี่ยวมานานเป็นแรมเดือน

‘โอกาสมาอยู่ในมือของเธออีกครั้งแล้ว คราวนี้เธอจะไม่เป็นสาวน้อยอ่อนหัดอีกต่อไป’

“เตี่ยบอกว่าเขาจะเดินทางมา เมื่อไหร่นะคะ” เกวลินถามเสียงแผ่วเบาคล้ายคนละเมอ แต่ทว่าดวงตาสวยซึ้งกลับจ้องมองภาพในมือด้วยประกายตาวาววับไม่กะพริบ

“อีกสามวัน”

และวันที่เธอรอคอยก็มาถึง ต่อให้เขาเคยสลัดเธอทิ้งอย่างไม่ใยดี ต่อให้เขาไม่ได้รักเธอ แต่สำหรับเธอแล้ว เฮ็นริคคือผู้ชายในสเปคที่เธอหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้เป็นเมียที่เชิดหน้าชูตาของเขาให้ได้ เธอยอมพลีกายให้เจ้าพ่อคาสโนวาแห่งฮัมบูร์กได้เชยชม หวังว่าเขาจะเห็นค่าของเธอ เห็นว่าเธอเป็นคนสำคัญ แต่ชายหนุ่มกลับมองไม่เห็นหัวใจที่ภักดีของเธอ เขาหันเหความสนใจไปหา ‘ยัยซิลเวีย’ หลังจากพบมันไม่กี่ครั้ง มันน่าเจ็บใจนัก

ถึงยังไงเธอก็ยังมีความหวัง ว่าการได้พบกับผู้บริหารฯ ที่แสนเก่งกาจทั้งเชิงรักและเชิงธุรกิจอีกครั้ง เขาจะไม่หลุดมือไปเธออีก นางแบบสาวซ่อนยิ้มที่ร้ายกาจเอาไว้ ก่อนจะทักทายชายหนุ่มเสียงหวานอย่างดัดจริตเต็มที่

“คุณริคขา เราเจอกันอีกครั้งแล้วนะคะ ช่างบังเอิญจริงๆ เกวดีใจมากๆ เลยค่ะ ที่ได้พบคุณอีกครั้ง เตี่ยบอกให้เกวมารับคุณค่ะ”

เฮ็นริคอึ้งไปสองสามวินาที ความจริงเขาอึ้งตั้งแต่นาทีแรกที่นางตุ๊กแกสาวดันร่างแม่สาวจอมซุ่มซ่ามนั่นออกห่างจากเขาอย่างเสียมารยาทแล้วล่ะ และก็อึ้งที่โลกช่างโหดร้ายกับเขานักที่ทำให้เขาต้องมาเจอผู้หญิงคนนี้อีกครั้งจนได้ แต่ก็ต้องถามเพื่อความแน่ใจว่า...

“คุณคือ...”

“เกวลิน อัครพิบูล ค่ะ”

คำตอบของหญิงสาวทำเอาความเป็นชายของเขาหดลงเหลือเท่าปลายนิ้วก้อย หมดอารมณ์ทางเพศไปเลย

‘มันนรกชัดๆ บ้าเอ๊ย!’ ทว่าเจ้าของใบหน้าหล่อเข้มกลับไม่ได้แสดงสีหน้า ‘น่าเบื่อ’ อย่างที่รู้สึกออกมา เพราะถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีให้สามารถรับอารมณ์ของลูกค้า และคู่ค้าทั้งหลายมาเป็นเวลานานจนเป็นนิสัย เขาจึงไม่ได้แสดงสีหน้าอาการไม่พอใจใดๆ ออกมา นอกจากเสียจากรอยยิ้มแสนเสน่ห์ที่ระบายออกมาอย่างที่เคยทำเป็นประจำจนชิน

“เกว” เสียงเรียกชื่อเล่นอย่างสนิทสนมคุ้นเคยที่เขาเรียกนางแบบสาวคู่อริของเธอ ทำให้มนต์นรีนึกสงสัย นาทีแรกเธอไม่พอใจที่ถูกเกวลินมาแทรกกลาง แล้วดันร่างของเธอออกห่างจนเสียหลัก และคิดอยากจะเอาคืนทันทีด้วยอารมณ์ที่เดือดปุดๆ ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษามารยาทต่อหน้าผู้คนที่เดินผ่านไปมา โดยเฉพาะต่อหน้า ‘เขา’ ที่อาจจะมองเธอในแง่ที่ไม่ดี

‘อย่าบอกนะ...ว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน’ มนต์นรีคิดแล้วก็อดใจหวิวๆ ไม่ได้

“คุณหนูมินนี่ มาอยู่ที่นี่เอง ผมมองหาคุณหนูหลายนาทีแล้วนะครับ” เสียงภาษาไทยแปร่งๆ ทางด้านหลัง ทำให้มนต์นรีต้องหันไปมอง

“ทาคุมิซัง” เสียงหวานอุทานออกมาอย่างแผ่วเบา

หนุ่มเจแปนนิสที่ทำธุรกิจอยู่เมืองไทยมานานแล้ว หันไปสบตากับหนุ่มฝรั่งที่ตัวโตสูงกว่าเขาเล็กน้อยด้วยแววตาสงสัย เพราะเมื่อครู่เขายังทันได้เห็นมนต์นรีมองผู้ชายคนนี้ราวกับคนรู้จักอยู่เลย แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นเขาก็หันมาสนใจคนที่เขาต้องมารับกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉยดังเดิม

เฮ็นริคหันไปมองคู่หนุ่มสาวข้างๆ ด้วยความสนใจใคร่รู้เช่นกัน เขามองริมฝีปากสีชมพูดสดที่เขาอยากจะจูบก่อนหน้านั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเสียดายเล็กน้อย เมื่อข้างกายเธอมีชายหนุ่มรูปหล่อส่งสายตาหึงหวงมาให้เขา

“คุณหนู ไปกันเถอะครับ พ่อของคุณหนูกำลังตั้งตารอคุณหนูอยู่ที่บ้าน”

มนต์นรีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินเคียงข้างไปกับร่างสูงที่ยื่นมือมาโอบประคองเอวบางของเธอหลวมๆ อย่างฉวยโอกาส

เฮ็นริคมองตามอย่างลืมตัว ส่งผลให้เกวลินหน้างอง้ำมองคนตัวโตตรงหน้าอย่างไม่พอใจ เธอไม่ชอบมนต์นรี เพราะ ‘แม่นั่น’ คือ ‘คู่อริ’ ของเธอ

สองสาวเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น กระทั่งไปศึกษาต่อที่เยอรมนีก็ยังไปเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก แล้วก็ยังถูกทาบทามให้ไปเป็นนางแบบของ ‘มอร์แกน โมเดลลิ่ง’ ในเวลาไล่เลี่ยกันอีกต่างหาก

เจ้าของดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลรีบปรับใบหน้าให้หวานเยิ้ม ก่อนที่ใบหน้าหล่อเข้มแสนเสน่ห์จะตวัดสายตากลับมามองเธออีกครั้ง

“ไปกันหรือยังคะ คุณริค”

“ครับ” เมื่อชายหนุ่มตอบรับ เกวลินก็ฉวยโอกาสสอดแขนกลมกลึงของตนเข้าไปควงแขนกำยำทันทีอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วพากันเดินไปที่รถที่มีคนขับรถรอเปิดประตูต้อนรับคนทั้งคู่ด้วยกิริยานอบน้อม ก่อนที่บีเอ็มดับบลิวสีดำมันปลาบรุ่นล่าสุดจะเคลื่อนตัวออกไปจากจุดจอดอย่างไม่รีบเร่งนัก

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง คุณนาย ประธานมาขอคืนดีอีกแล้ว
9.7
หลังชีวิตสมรสลับห้าปีสิ้นสุดลง เสิ่นจาวหนิงตัดสินใจหย่าขาดจากลี่เยี่ยนซิวทันทีที่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงตัวแทนของรักแรกของเขา ทว่าหลังแยกทางเธอกลับรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานจนน่าจับตามอง ในงานฉลองความสำเร็จ อดีตสามีผู้เย็นชากลับปรากฏตัวด้วยความหึงหวงและคราบน้ำตา เขาตามตื๊อขอคืนดีอย่างบ้าคลั่งในห้องลองเสื้อพลางอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ เสิ่นจาวหนิงที่เคยอ่อนไหวจะยอมใจอ่อนให้ชายที่เคยมองข้ามเธอ หรือจะเดินหน้าต่อไปในฐานะหญิงสาวผู้เพียบพร้อมและเป็นอิสระ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจ็บแต่ไม่ยอมปล่อยมือ
9.2
ถังหว่านใช้เวลาสองปีเคียงข้างเสิ่นติงหลานด้วยความหวังว่าเธอคือคนสำคัญ แต่ความจริงที่ได้รับกลับมีเพียงความเย็นชาและการถูกมองเป็นแค่ของเล่นไร้ค่า เมื่อเธอได้เห็นเขารับผิดชอบดูแลหญิงอื่นที่กำลังตั้งครรภ์ ความอดทนของเธอก็สิ้นสุดลง ทว่าในวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ มหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาถึงขั้นยอมละทิ้งศักดิ์ศรีเพื่ออ้อนวอนขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่เคยเชื่อใจเธอเลยก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง โซ่รักประธานร้าย
8.8
เมื่อภาระอันหนักอึ้งบีบคั้นให้ต้องดิ้นรน หญิงสาวจึงตัดสินใจสวมหน้ากากนักลวงโลกยอมให้สังคมประณามว่าเห็นแก่เงินเพื่อความอยู่รอด ทว่าแผนการร้ายกลับสั่นคลอนหัวใจของท่านประธานหนุ่มผู้เคยปิดตายจากความรัก ความอ่อนโยนที่เธอแสดงออกช่วยทลายกำแพงในใจเขาลงอย่างช้าๆ จนกลายเป็นความผูกพันที่แสนงดงาม แต่ความจริงที่โหดร้ายกลับรอวันเปิดเผย เมื่อความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นขึ้นจากผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความเจ็บปวดที่ผูกมัดเขากับคำลวงของเธอไว้ด้วยกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาเลือกแฟนเก่า ฉันเลือกการแก้แค้น
8.2
ในวันวิวาห์ คิรากรทิ้งฉันกลางงานเพื่อกลับไปหาโสภิตา แฟนเก่าที่ความจำเสื่อมและจำได้เพียงรักอันแสนหวานของพวกเขา เขาบังคับให้ฉันอยู่ในฐานะแขกที่คฤหาสน์เพื่อเฝ้าดูเขารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ โดยอ้างว่าต้องรอให้เธอหายดีก่อนจะกลับมาแต่งงานกับฉัน แต่ความจริงคือเขามียารักษาแต่จงใจเก็บไว้เพื่อเสพสุขกับรักครั้งเก่าและหวังจะเก็บฉันไว้เป็นของตาย เมื่อเขาใช้ชื่อพี่ชายมาดูหมิ่นฉัน ฉันจึงเดินไปหาธนากรผู้ทรงอำนาจตัวจริงเพื่อยื่นข้อเสนอให้เราแต่งงานกันและใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายคิรากรให้ย่อยยับ
ภาพปกนิยายเรื่อง เขาเลือกที่จะโกหก ฉันเลือกที่จะจากไป
8.5
หลังตามหาน้องสาวสามีจนพบในสภาพวิกฤต ฉันรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลจนเกิดอุบัติเหตุชนกับรถหรู คู่กรณีกลับบีบบังคับให้ฉันคุกเข่ากราบขอโทษพร้อมเรียกเงินล้านโดยไม่สนชีวิตคนเจ็บ เธอโอ้อวดว่าสามีผู้เป็นทายาทมหาเศรษฐีตระกูลฟูจะหนุนหลังให้ทุกลมหายใจ คำพูดนั้นทำให้ฉันตระหนักได้ทันทีว่าผู้หญิงจองหองตรงหน้าคือชู้รักของสามีตัวเอง ความจริงที่น่ารังเกียจนี้กำลังทำลายทุกอย่าง รวมถึงแผนการดองกับลูกสาวมหาเศรษฐีที่คุณลุงคาดหวังไว้ด้วย
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด