APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ดวงใจขุนศึก

ดวงใจขุนศึก

ประโยคบอกเลิกที่แสนเย็นชาจากปากของชายที่เธอรักที่สุดยังคงดังก้องอยู่ในหัวของรมิตา เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยหวานซึ้งกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันในวันที่เขาตัดสินใจเดินจากไป เพียงเพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความสับสนและหัวใจที่แตกสลาย เธอพยายามค้นหาคำตอบถึงสาเหตุเบื้องหลังความห่างเหิน แต่เขากลับมอบคำตอบที่ไร้เยื่อใยเพียงคำเดียวว่าเขารู้สึกเบื่อหน่ายในตัวเธอแล้วเท่านั้น ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดเพียงลำพัง
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

บทนำ

“เราเลิกกันเถอะ”

เสียงนุ่มทุ้มราวกับไม่รู้สึกอะไรในคำพูดของขุนศึกบอกคนตรงหน้าด้วยท่าทางปกติ ไม่ต่างกับการถามเรื่องสภาพอากาศวันนี้เลยแม้แต่น้อย

ดวงตากลมใสสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองคนพูด พลางย่นคิ้วเข้าหากันอย่างไม่ค่อยจะเข้าใจนัก คำพูดเมื่อครู่เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม

เขาบอกเลิกเธอ

รมิตากลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากเย็น มือที่เพิ่งหยิบของบางอย่างในกระเป๋าออกมาถือชะงักนิ่ง ของที่เธออยากจะให้เขาเห็นที่สุด

“เคทอยากได้เหตุผล”

หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นตามความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมา วันนี้เธอมีเรื่องสำคัญจะบอกเขา และเขาก็นัดเธอออกมาก็เพื่อบอกเลิก...นี่หรือคือเรื่องสำคัญที่เขาบอก

“พี่เบื่อ”

สั้น ง่าย ไม่ซับซ้อนหรือยุ่งยากอะไรเลยแม้แต่น้อยในความรู้สึกของคนพูด แต่มันช่างซับซ้อนและยุ่งยากเหลือเกินในความรู้สึกของคนฟัง รมิตาพยายามนึกตามและหาเหตุผล แต่นึกเท่าใดเธอก็ยังนึกไม่ออก เมื่อในที่สุดเธอไม่สามารถให้คำตอบได้ หญิงสาวก็ทำเพียงเงยหน้ากลับขึ้นมามองคนที่ได้ชื่อว่าคนรักที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นอดีตคนรักในไม่กี่นาทีต่อจากนี้

“อย่างนั้นเหรอคะ”

ไม่มีคำร้องโวยวายอย่างที่เขาอยากให้เธอทำ มีเพียงน้ำเสียงเรียบหวานเย็นเฉียบเท่านั้นที่เอ่ยออกมา น้ำเสียงที่ราวกับไม่รับรู้อะไรในประโยคที่เขาบอก

“ถ้าอย่างนั้นเคทขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เมื่อไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ สิ้นคำหญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นลายดอกไม้สีชมพูสดระบายอยู่ทั่วตัวก็ลุกขึ้นยืน มือบางซุกของชิ้นนั้นเข้ากระเป๋าถือใบเล็กดังเดิม ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องตากับเขาอีกครั้ง ก่อนจะข่มความรู้สึกที่มีเพื่อเอ่ยลา

“ลาละค่ะ”

“เดี๋ยว!” คนถูกเอ่ยลาเรียกเอาไว้ก่อนที่เธอจะผละจาก ร่างโปร่งบางอย่างลูกเสี้ยวชาวออสซี่ชะงักกึก ขุนศึกผุดลุกขึ้นมายืนมองตามหลังบางอย่างขลาดๆ

“เคทไม่โกรธพี่ใช่ไหม”

แทนคำตอบ หญิงสาวที่ยืนหันหลังให้ส่ายหน้าจนผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยสะโพกไหวกระเพื่อม

“เคทไม่มีสิทธิ์โกรธพี่ขุนหรอกคะ”

“เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม” เขาถามขึ้นอีก หวังใช้มันยื้อเธออีกสักนิด แต่มันคงไม่มีค่าพอที่จะให้เธออยู่ เมื่อคำพูดที่ตอบกลับมานั้นตัดรอนเขาอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่โกรธ ไม่อาละวาด และพร้อมจะเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน

มือบางข้างที่ว่างยกขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาก่อนที่มันจะหล่นลงให้เขาได้เห็นว่าเธออ่อนแอแค่ไหน แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เขาจะได้เห็น รมิตาไม่อยากให้เขารู้สึกสมเพชเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งที่เฝ้ารักเขามานานหลายปี ผู้หญิงที่ชอบจุ้นจ้านกับชีวิตของเขาจนถูกหาว่ารำคาญครั้งแล้วครั้งเล่า และหลายครั้งที่ถูกมองข้ามความรู้สึก ถูกทิ้งไว้เพียงลำพังนับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งไม่เคยชัดเจนได้เท่าครั้งนี้ ร่างสมส่วนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง รอยยิ้มหวานถูกส่งให้ แต่ดวงตากลับอ่อนแสงลงจนคนมองสบนิ่งไป

“ได้สิคะ ยังไงพี่ขุนก็เป็นรุ่นพี่ แล้วก็ลูกค้าคนสำคัญของที่ร้านเคทนี่นา” ว่าแล้วก็เสมองไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“แล้วที่เคทบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะบอกพี่ล่ะ”

ดวงตาคมมองเธอนิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อทางที่เขาเลือกเองตอนนี้เป็นได้แค่ลูกค้าคนสำคัญ สิ่งที่ถามออกไปจึงเป็นเพียงแค่การยื้อเวลาให้เขาได้มองเธอเต็มตาอีกสักครั้ง ขอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างมันจะว่างเปล่า...ว่างเปล่าเหมือนบางสิ่งหลุดหาย อกข้างซ้ายกำลังรู้สึกเบาโหวงราวกับบางอย่างไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม ตำแหน่งที่เคยมีต่อแต่นี้จะไม่มีอีกต่อไป แต่ไม่เป็นไรหรอก...เขาเต็มใจ หากสุดท้ายมันจะทำให้เธอมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่

“มันไม่สำคัญแล้วละค่ะ”

รมิตาตอบกลับเสียงเยาะ ใบหน้าเรียวเงยขึ้นสบตาเขานิ่ง อยากจะจำผู้ชายคนนี้ให้ลึกเข้าไปสุดหัวใจ ไม่สนใจว่าน้ำตาเม็ดหนึ่งกำลังร่วงหล่นลงมาให้เขาได้เห็นหรือไม่ เพราะอย่างไรทุกอย่างมันก็จบอย่างที่เขาอยากให้เป็นอยู่ดี

“ลาก่อนนะคะ”

สิ้นคำลาคำรบสอง ร่างบางก็หมุนตัวเดินกลับออกไป ขาเรียวยาวภายใต้กระโปรงบางพลิ้วก้าวออกไปอย่างไม่มั่นคงนัก แต่เธอต้องทำเป็นเก่งเพื่อไม่ให้เขาดูถูกเธอมากกว่าที่เป็นอยู่ มือข้างที่ว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋า หยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวมปกปิดไม่ให้ใครต่อใครที่เดินผ่านมาเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ ก่อนจะล้วงหยิบวัตถุบางอย่างขึ้นมาอีกครั้ง เผยรอยยิ้มหยันให้กับตัวเองเมื่อก้มมองมัน

แล้วตัดสินใจยื่นของในมือทิ้งลงในถังขยะข้างบันไดระหว่างที่ก้าวออกจากร้านอาหารบรรยากาศร่มรื่นที่มันเป็นร้านโปรด ร้านที่เขาเลือกขอคบหากับเธอในครั้งแรกและบอกเลิกในครั้งล่าสุด แท่งตรวจการตั้งครรภ์ที่มีขีดสีแดงถึงสองขีดอยู่คั่นกลางร่วงหล่นจากมือบางลงถังได้อย่างแม่นยำ

มันจบแล้ว...

ตอนที่ 1 ความรักในความลับ

แลนด์โรเวอร์สี่ประตูสีดำมันปลาบแล่นออกจากเขตรั้วอธิรักษ์โยธินในเวลาเกือบเที่ยงคืน บ้านหลังใหญ่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่ก่อจากหินอ่อนสีขาวมุกทั้งหลังค่อยๆ เล็กลงตามระยะทางที่ห่างออกไป

ขุนศึก อธิรักษ์โยธิน บุตรชายคนที่สามของคุณภาวิน อธิรักษ์โยธิน ประมุขแห่งอาณาจักรอธิรักษ์โยธินกรุ๊ป ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศกับคุณพัตรา วงศ์สกุล ภรรยาคนที่สาม

‘ลูกเมียน้อย’ นั่นคือความจริงที่กัดกินก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจมาตั้งแต่จำความได้

แม้ว่าความอบอุ่นที่ได้รับจากภรรยาทุกคนของบิดาจะทำให้เขาและน้องสาวฝาแฝดอย่างแก้วกานต์ อธิรักษ์โยธิน เติบใหญ่ขึ้นมาจนกระทั่งอายุยี่สิบหกปีบริบูรณ์ แต่ขุนศึกก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเกลียดชังสายเลือดที่ไหลเวียนในตัวนี้มากเหลือเกิน สายเลือดของผู้ชายมักมาก ผู้ชายที่ไม่เคยรักใครจริงนอกจากตนเอง คำหวานละมุนแผ่วกระซิบเป็นเพียงคำลวงให้คุณพัตราในตอนนั้นตายใจ และนั่นทำให้เขาเกลียดคำว่า ‘รัก’ เพราะมันไม่เคยสำคัญเท่า ‘การกระทำ’ และเกลียดชังคำว่า ‘การแต่งงาน’ เพราะมันไม่เคยสำคัญหากว่าคนสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ใบหน้าคมคายออกไปทางเข้มขรึมเพราะผิวกร้านแดดจากการทำงานกลางแจ้งเป็นประจำจ้องมองถนนเบื้องหน้านิ่ง มือทั้งสองข้างยังคงทำหน้าที่กุมพวงมาลัยเอาไว้มั่น ขณะที่ขาทั้งสองข้างก็ทำหน้าที่ของมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่าทางไม่สนใจใครทำให้คนที่นั่งมาด้วยหน้าม่อยลงอย่างเห็นได้ชัด

รมิตา อัศวกุล ถอนหายใจแผ่วเบาเมื่อถูกคนที่ได้ชื่อว่า ‘คนรัก’ แสดงท่าทีเฉยเมยใส่ ทั้งที่เขาเพิ่งพาเธอไปงานของครอบครัวเป็นครั้งแรกแท้ๆ แม้ว่าความจริงแล้วคนที่เชิญเธอไปจะเป็นสี่ทิศ อธิรักษ์โยธิน พี่ชายคนโตของเขาก็ตาม แต่การได้ออกงานด้วยกันครั้งแรกในฐานะคนรัก เธอควรจะได้รับสีหน้าที่ยินดีมากกว่าใบหน้าบึ้งตึงไม่ใช่หรือ

ดวงตากลมหวานสีน้ำตาลของสาวลูกเสี้ยวออสเตรเลียเหลือบมองช่อบูเก้สีขาวในมือด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เขาคงโกรธที่เธอขัดคำสั่งลุกออกไปรับช่อดอกไม้เจ้าสาวจากภีมชญา ภรรยาคนสวยของสี่ทิศ และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้เธอถูกลากกลับบ้านทันทีที่ส่งตัวคู่บ่าวสาวเข้าหอเรียบร้อย

‘น้องเคทได้ช่อดอกไม้แบบนี้ สงสัยจะเป็นรายต่อไปที่ได้แต่งงานนะคะเนี่ย’

คำสัพยอกจากเพื่อนในกลุ่มของขุนศึกเอ่ยล้อเมื่อเธอเดินกลับมาที่โต๊ะหลังจากไปร่วมพิธีการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว และเธอคือผู้โชคดีที่รับช่อดอกไม้ได้ ตั้งแต่นั้นใบหน้าที่ยุ่งอยู่เป็นนิจก็ยิ่งขรึมลงไปอีก เพราะเธอขัดคำสั่งของเขาหลายอย่างเหลือเกิน จากที่เพียงแค่มองและเอ่ยห้ามบ้างกลายเป็นนิ่งเงียบ เฉยชา และไม่คุยกับเธออีกเลยจนกระทั่งถึงตอนนี้

“พี่ขุนคะ” รมิตาเอ่ยเรียก แต่คนที่มีหน้าที่ขับรถกลับยิ่งเพิ่งความเร็วมากยิ่งขึ้นจนเธอสัมผัสได้ ความเร็วคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวและเขารู้ดี แต่ที่ชายหนุ่มกำลังทำกลับตรงกันข้าม นี่อาจเป็นบทลงโทษของคนไม่เชื่อฟังเช่นเธอก็เป็นได้

“เคทกลัว”

น้ำเสียงสั่นไหวทำให้เท้าที่กดหนักบนคันเร่งถอนออก การจราจรในเวลาเกือบเที่ยงคืนเช่นนี้ถนนค่อนข้างโล่ง และนั่นเหมือนจะเป็นตัวเรียกสติคนโมโหจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

“เคทขอโทษค่ะ”

“รู้ตัวด้วยเหรอว่าผิด” เสียงทุ้มตอบกลับแทบจะทันทีที่ประโยคนั้นจบลง

รมิตาก้มหน้าคล้ายเด็กที่กำลังสำนึกผิด ความจริงเธอควรจะเชื่อเขา อยู่ในที่ของตนเองโดยไม่ยุ่งวุ่นวายกับเขา และที่สำคัญไม่ควรไปวุ่นวายกับครอบครัวของเขา

“เคทแค่อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์เท่านั้น”

“ประโยชน์ของเคทคือการประกาศให้คนทั้งงานรู้ว่ากำลังคบอยู่กับพี่สินะ”

คนฟังน้ำตาเอ่อคลอหน่วย เธอผิดหรือที่อยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ครอบครัวของเขาบ้าง และเธอผิดหรือที่จะบอกใครต่อใครว่าเธอมากับใคร

“ก็เราคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ใช่ แต่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้ใครรู้ก็ได้”

“แต่เราคบกันมานานแล้วนะคะ” เธอท้วงกลับ เขาและเธอคบกันตั้งแต่สมัยเรียนซึ่งมันก็เจ็ดปีมาแล้ว หลายคนเคยบอกเลขเจ็ดคือเลขอาถรรพ์ แต่เธอเชื่อการกระทำและความรู้สึกของตนเองมากยิ่งกว่า สายตาของรมิตามีเพียงขุนศึกไม่ว่าจะวันนี้หรือพรุ่งนี้ ไม่มีใครทำให้ความรักที่เธอมีต่อเขาลดน้อยลงได้ เพราะนับวันมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น

จากที่คบหากันลับๆ บางครั้งเธอก็นึกอยากที่จะประกาศให้ใครต่อใครได้รับรู้เช่นเดียวกัน แต่มีเพียงเหตุผลเดียวที่เธอไม่สามารถทำอย่างนั้นได้คือขุนศึกไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่ก็เลือกที่จะยอมทำตามที่เขาต้องการ

“และมันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

“พี่ขุน” รมิตาครางเรียกชื่อคนข้างกายเบาหวิว “พี่ขุนไม่อยากให้ใครรู้ว่ากำลังคบอยู่กับเคทเหรอคะ”

“ทำไมเคทไม่เข้าใจ” เขาหันมาตวาด “เราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอที่เป็นแบบนี้”

‘คำถาม’ แต่มีเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ และนั่นทำให้รมิตาต้องกล้ำกลืนก้อนแข็งที่จุกอยู่กลางอกให้กลับลึกลงไปสุดหัวใจ

“ค่ะ มีความสุขดี” เธอโกหก

รมิตาคือผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากได้คำหวานจากคนรัก เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะบอกใครต่อใครว่าเขาคือคนพิเศษ และเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อยากจะเป็นผู้ได้รับการยอมรับไม่ใช่ผู้หลบซ่อน แต่สิ่งที่เธอทำได้ก็มีเพียงแค่เดินตามทางที่เขาขีดไว้ ทางที่เธอไม่เคยต้องการแต่มันก็ดีกว่าการที่ต้องทะเลาะกันจนสุดท้ายต้องเลิกรากันไป เพราะหากว่าถึงเวลานั้นเธอคงไม่มีแม้แต่แรงที่จะหายใจ

“เข้าใจอะไรง่ายๆ ก็ดี ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”

“ค่ะ”

รมิตารับคำเหมือนที่ทำมาตลอด เธออาจจะอ่อนแอและหวาดกลัวความเสียใจมากเกินไปจนไม่กล้าแม้แต่จะขัดใจเขา และทุกครั้งที่ทะเลาะกันก็เป็นเธอเองที่ต้องเป็นฝ่ายยอม เพราะต้องการประคับประคองให้ความรักงอกงามเพื่อเฝ้ารอว่าสักวันหัวใจด้านชาของเขาจะเปิดออกและช่วยเธอดูแลต้นรักต้นนี้ไปด้วยกัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]
9.7
คฑาธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิและแรงแค้นจากอดีตของครอบครัว เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อทำลายล้างและบีบบังคับ พิมพ์ภิษา หญิงสาวที่ยอมสละร่างกายและหัวใจเพื่อปกป้องครอบครัวและบ้านเกิดของเธอ ท่ามกลางเกมอำนาจที่คฑาธรใช้ทั้งเงินและอิทธิพลข่มขู่จะทำลายชีวิตคนรอบข้าง พิมพ์ภิษาจึงตอบโต้ด้วยความเกลียดชังที่ฝังรากลึก แม้หัวใจจะร้าวรานจากคำลวง แต่เธอก็ยืนหยัดเผชิญหน้ากับชายที่อันตรายที่สุดเพื่อทวงคืนความยุติธรรมในโศกนาฏกรรมแห่งรักที่เต็มไปด้วยรอยแค้นครั้งนี้
ภาพปกนิยายเรื่อง รักครั้งนี้ต้องทุ่มทั้งใจ
8.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากเพื่อนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเงาจากอดีตและบุคคลใหม่เข้ามาแทรกซึมจนความไว้ใจเริ่มพังทลายลง ท่ามกลางความขัดแย้งและภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่ไม่อาจละทิ้งได้ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ความผูกพันนี้ถึงจุดจบ พวกเขาจะร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและรักษาความรักครั้งนี้ไว้ได้หรือไม่ หรือสุดท้ายต้องยอมจำนนต่อความจริงที่แสนเจ็บปวด
ภาพปกนิยายเรื่อง เทพนิยายของฉันพังทลาย ด้วยการหักหลังอันโหดร้ายของเขา
7.8
เก้าปีในฐานะภรรยาของจุลจักร มหาเศรษฐีไอทีผู้แสนดีกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่ออุบัติเหตุทำเขาความจำเสื่อมและมองสถาปนิกสาวอย่างฉันเป็นศัตรู ภายใต้การชักใยของเฮเลนผู้ทะเยอทะยาน เขาพรากชีวิตน้องชายฉัน สั่งหักขาฉันในงานศพ และร้ายกาจที่สุดคือการผ่าตัดชิงเส้นเสียงของฉันไปให้หญิงอื่น ความรักที่เคยมีจึงมอดไหม้กลายเป็นความแค้น ฉันจึงแกล้งตายพร้อมทิ้งหลักฐานทำลายอาณาจักรของเขาไว้เบื้องหลัง ถึงเวลาที่ปีศาจตนนี้ต้องชดใช้ให้สาสม
ภาพปกนิยายเรื่อง เพื่อนรัก (เผลอ) รักเพื่อน I love you my friend
8.9
ความสัมพันธ์ที่เคยจบลงอย่างร้าวรานในช่วงมัธยมกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เมื่อกันยาได้พบกับอดีตเพื่อนสนิทโดยบังเอิญในรั้วมหาวิทยาลัยและคณะเดียวกัน อุบัติเหตุเล็กน้อยนำไปสู่สถานการณ์ที่เขาเข้ามาดูแลแผลให้เธออย่างอ่อนโยนท่ามกลางสายตาอิจฉาของเกรซและคนรอบข้าง ความห่วงใยและสายตาของชายหนุ่มรูปงามราวกับโอปป้าทำให้หัวใจของกันยาสั่นไหวจนโลกหยุดหมุน ความรู้สึกที่เคยห่างเหินเริ่มสั่นคลอนในใจของเธออีกครั้งในซีรีส์ Follow your heart.
ภาพปกนิยายเรื่อง เล่ห์รักไฟพิศวาส
8.4
เมษาหญิงสาวผู้ยึดมั่นในคำสัญญาและรักเพียงเขาคนเดียว กลับต้องเผชิญกับความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อชายหนุ่มปักใจเชื่อว่าเธอคือคนทำร้ายคนรักของเขา จนนำไปสู่การจับตัวเธอไปกักขังไว้บนเกาะเพื่อลงทัณฑ์อย่างเลือดเย็น แม้เขาจะพร่ำบอกว่าเกลียดชังและขยะแขยงเธอเพียงใด ทั้งยังข่มขู่จะไล่ส่งเธอไปให้พ้นหน้าหลังจบสิ้นการล้างแค้นครั้งนี้ แต่ลึกๆ เขากลับสับสนเมื่อไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดที่มีต่อเธอได้ ท่ามกลางไฟแค้นที่แผดเผา ความรักที่ไร้ค่าในสายตาเขาจะลงเอยเช่นไร
ภาพปกนิยายเรื่อง บ่วงมะลุลี
9.6
มะลุลี นักเขียนสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เดินหน้าพิชิตใจ เอเลียต หนุ่มดุดันผู้แสนเย็นชา แม้จะถูกเขาขับไล่อย่างไร้เยื่อใย แต่เธอกลับยิ่งมุ่งมั่นที่จะปราบพยศกระทิงหนุ่มตัวนี้ให้สำเร็จ ทว่าในขณะที่ความรักกำลังก่อตัว เธอกลับเอาตัวเข้าเสี่ยงด้วยการร่วมมือกับทนายเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของ ชาโดว์ เดวิล ฆาตกรต่อเนื่องสุดโหด หวังนำข้อมูลมาเขียนนิยายเล่มใหม่ จนกลายเป็นภัยร้ายที่หมายเอาชีวิต มะลุลีจะจัดการกับภารกิจรักและเอาตัวรอดจากเงื้อมมือปิศาจในเงามืดนี้ได้หรือไม่