APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญาสีชมพู

อาญาสีชมพู

พฤกษ์ ทายาทมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ น้องเหนือ สาวซื่อจากต่างจังหวัดแสดงความชื่นชมต่อเชียรซึ่งเป็นศัตรูของเขา พฤกษ์มองว่าความใสซื่อนั้นคือมารยาจึงหาทางลงทัณฑ์เธอด้วยข้อเสนออันโหดร้าย ให้เธอมาเป็นผู้หญิงลับๆ ของเขาเป็นเวลาสามสิบวันเพื่อชดใช้ แม้จะเจ็บปวดและหมดศรัทธาในตัวเอง แต่น้องเหนือกลับต้องจำใจยอมรับชะตากรรมที่เขาหยิบยื่นให้ ทว่าบทลงโทษที่ควรจะเต็มไปด้วยความแค้น กลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ยากจะคาดเดาในอาญาสีชมพู
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 1

“คุณปภาณิน เชิญด้านในค่ะ”

หญิงสาวเจ้าของชื่อปิดหน้าจอโทรศัพท์ในมือของตนเองลง เมื่ออ่านข่าวกอซซิปของวงสังคมชั้นสูงจบพอดิบพอดี

ชายหนุ่มหญิงสาวคู่ในภาพข่าวกำลังมีข่าวดีกันในเร็ววันนี้ และอาจเป็นปลายปีที่จะมีงานมงคลสมรสยักษ์ใหญ่ปิดท้ายให้ได้ตื่นตาตื่นใจกัน

เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเต็มที ดึงสติมาอยู่กับสิ่งที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ เสียงขานเรียกนั่นบอกว่าเธอกำลังจะได้พบกับเขาแล้ว หวังว่าครั้งนี้จะไม่เก้อเหมือนเมื่อสองครั้งแรกนั่นหรอกนะ

พฤกษ์ คือชื่อของเขา ที่ซึ่งครองตำแหน่ง Asia CEO Awards สามปีซ้อน นอกจากบริหารงานเก่งฉกาจแล้วเขายังเพิ่งให้ทีมทนายส่งจดหมายทวงหนี้ไปที่บ้านของเธอ พร้อมกำหนดชำระเงินต้นรวมดอกเบี้ยจำนวนสิบสองล้านภายในระยะเวลาสามสิบวัน หลังจากได้อ่านถ้อยความจบเธอรีบมาพบเขาทันทีเพื่อขอเจรจาผ่อนผันหนี้ แล้วก็ช่างตามตัวยากเหลือเกิน จนห้าวันผ่านไปแล้วเธอถึงเพิ่งได้พบเขาอย่างที่ตั้งใจ หวังไว้ไม่น้อยว่าเขาจะยอมเจรจาผ่อนผันช่วยเหลือเธอและครอบครัว

เรื่องราวระหว่างกันเมื่อสิบปีก่อนนั่น เขาน่าจะยังไม่ลืม

หญิงสาวลุกขึ้นยืนตัวตรงแหน็ว หลังเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อคิดไปว่ากำลังจะได้พบหน้าเขา ใจของเธอก็เริ่มจะสั่นพอๆกับขาที่ต้องฝืนทรงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มพับลงไปกองที่พื้นเสียก่อน

อาคารปูนชั้นเดียวทอดยาวสู่เบื้องหน้านี้เป็นเพียงสำนักงานเล็กๆแห่งหนึ่งของพฤกษ์เท่านั้น ซึ่งสองที่แรกที่เธอต้องไปรออยู่นานค่อนวันเป็นสำนักงานใหญ่สำหรับกิจการหลักของเขา หลังจากต้องตัดใจเสียงานเสียการไปรอแต่กลับไม่ได้พบเจอตัว เพราะพนักงานเข้ามาแจ้งว่าพฤกษ์มีประชุมด่วน เธอแจ้งกลับว่ารอได้แต่แล้วกลับถูกไล่ให้กลับไปทั้งสองครั้ง

ใจชื้นขึ้นมาหน่อยที่ครั้งนี้เธอรอเขาเพียงห้าชั่วโมงเท่านั้น แถมยังไม่ถูกไล่ให้กลับแบบสองครั้งแรกอีกด้วย

ขณะเดินตามหลังพนักงานผู้นำทางพร้อมกับความคิดในหัวถึงเขา

พฤกษ์จะเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่

สิบปีที่ไม่ได้พบหน้ากันเลย เขาจะสูงขึ้นอีกแค่ไหนและจะยังคงยิ้มง่าย เป็นพี่ชายช่างหยอกเย้าอย่างที่เคยไหมนะ แม้จะตามข่าวคราวของเขาอยู่ตลอดแต่ก็เป็นการเห็นทางเดียวผ่านสื่อทั้งนั้น เธอไม่มีโอกาสได้สบตาคมเข้มล้ำลึกของเขาจังๆอีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้น

ก่อนกลืนน้ำลายลงคออย่างหนักใจขึ้นมาอีกไม่ได้ เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ในวันที่เธอตัดสินใจทำลงไป เพราะไม่อยากให้เขากลายเป็นคนไม่เอาไหน

แม่เคยบอกเสมอ หากว่าเธอตั้งใจทำสิ่งดีดีอะไรลงไปแล้วจะได้ผลตอบแทนแบบเดียวกันกลับมา

แล้วความทรงจำพร้อมแววตาอ่อนโยนก็ฉายวาบขึ้น เธอยังจำได้ไม่ลืมเลือนว่าพฤกษ์ชอบพูดหยอกล้อแบบนี้เสมอ

‘ยิ้มหน่อยสิ น้องเหนือ พี่ชอบเวลาเรายิ้มนะรู้ไหม’

‘พี่อยากอยู่กับน้องเหนือแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลย’

‘ขี้บ่นจังเลยนะเราน่ะ เดี๋ยวพี่จะเรียกเราว่าป้าเหนือ’

หญิงสาวคนนำทางพาเธอมาถึงห้องริมสุดที่มีประตูขนาดใหญ่หันมายิ้มให้แบบแกนๆแล้วพูดเสียงกระซิบ

“ท่านเพิ่งคอนเฟอเรนต์เสร็จค่ะ”

ปภาณิณยิ้มตอบรับไปอย่างฝืดฝืนเช่นกัน และไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น เธอเป็นพวกไม่สนิทก็จะไม่ค่อยคุยอะไรด้วย หญิงสาวคนนั้นยกมือขึ้นเคาะแผ่นไม้ตรงหน้าสองสามที ถึงได้แว่วเสียงดังจากด้านในเชิงว่าอนุญาตให้เข้ามาได้ จึงเปิดประตู แย้มหน้าเข้าไปบอกก่อน

“คุณปญาณิณค่ะ”

ที่ด้านในไม่มีเสียงตอบรับอันใดกลับมา ปญาณิณเลยยิ่งใจเต้นแรงมากขึ้น ปอดของเธอนั้นดูเหมือนจะไม่ยอมสูบลมเข้าไปข้างในอีกแล้ว เลยเกิดอาการวูบวาบเห็นดาวขึ้นกะทันหัน แล้วฮึดสูดลมแรงๆเข้าปอด กระตุ้นให้พร้อมเผชิญหน้ากับเขา

เธอกำลังจะได้พบกับพฤกษ์แล้วในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้

หญิงสาวคนนำมาหลบทางเป็นเชิงบอกให้เธอก้าวเข้าไปด้านในได้เลย

ปภาณิณเม้มปากเรียกสติตนเอง ก่อนตัดสินใจเดินหน้าจนพ้นประตูไป ก็ให้เย็นยะเยือกสะท้านไปทั้งตัว อาจเป็นอุณหภูมิภายใน

ที่ตั้งไว้ต่ำกว่าปกตินั่นเอง แต่แล้วกลับพบสิ่งที่คิดว่าน่าประหวั่นพรั่นพรึงมากกว่านั้นนั่นคือสายตาคู่คมของเขาที่มองมาอยู่ตลอด

พฤกษ์นั่งไขว้ขาพิงพนักเก้าอี้บัลลังก์ตัวใหญ่มือประสานกันไว้บนหัวเข่าของเขา สายตาที่มองมาราวกับประเมินท่าทีของเธออยู่อย่างไรอย่างนั้น

เสียงปิดประตูดังก้องขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศชวนอึดอัดนั้น และผู้หญิงคนที่เดินนำทางมานั่นก็หายลับไปแล้วในตอนนี้

ปญาณิณจึงได้แต่ยืนเก้ๆกังๆอย่างไม่รู้จะทำอะไรก่อน พลันเสียงเข้มงวดราบเรียบถามขึ้นอย่างห่างเหิน

“ไม่ทราบว่าต้องการพบผมทำไม”

“คือ...” อึกอักพูดอะไรไม่ออก ทั้งยังเย็นเฉียบที่ปลายมือปลายเท้าสลับร้อนหนาวเหมือนกับกำลังจับไข้

ก่อนหน้าคิดมาแล้วว่าจะเริ่มสนทนากับเขาอย่างไร แต่พอได้พบกันจริงๆ ก็ทำเอาประหม่าเสียจนสติหลุดลอยหายวับไปกับตา ได้แต่ยืนนิ่งเหมือนคนโง่เง่าคนหนึ่ง ประกอบกับสายตากดดันติดเหยียดหยันของเขาที่มองมาก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกอยากจะเป็นลม

พฤกษ์ไม่ได้มีท่าทีเป็นมิตรเลยสักนิดเดียว

เป็นไปได้หรือไม่ ว่าเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้นจะทำให้เขารังเกียจเธอจนไม่อยากแม้แต่จะคุยหรือมองหน้ากันด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะไม่อย่างนั้น เขาคงปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าพบเขาไปแล้วล่ะ

คิดเข้าข้างตัวเองแล้วค่อยใจชื้นขึ้นมาได้หน่อยหนึ่ง เผลอแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากอันไม่ต่างไปจากในลำคอเท่าใดนัก ตั้งสติดีดีแล้วว่าออกไปอย่างที่เตรียมตัวมาแล้ว มันขลุกขลักเล็กน้อยแต่ก็จะพยายามให้การเจรจานี้ผ่านไปได้ด้วยดี และเธอไม่ควรแทนตัวอย่างสนิทสนมเหมือนที่ตั้งใจเอาไว้ ในเมื่อเขาเปิดการสนทนาแบบคนไม่เคยคุ้นเคย เธอก็ต้องกระทำตามแบบเขาบ้าง

“คือ...คือดิฉันได้รับจดหมายทวงหนี้แล้วค่ะ” เสียงที่บอกนั่นอ่อยลงจนแทบจับความไม่ได้ แล้วตัดสินใจอย่างหมดหนทาง “หากว่าดิฉันอยากจะขอ...”

“เรื่องนั้นผมสั่งเลขาให้แจ้งรายละเอียดไปแล้วนี่ ไม่ทราบว่ายังต้องการอะไร” เขาว่าเสียงเด็ดขาด สายตามองเธอนั้นเหมือนดาบคมกริบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อของเธอออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ตลอดเวลา

“อยากขอยืดเวลาออกไปสักระยะก่อนได้ไหมคะ”

พฤกษ์มองหน้าเธออึดใจเดียวก่อนปรากฏรอยยิ้มเย็นเยือกขึ้นที่มุมปากข้างหนึ่ง ถามราวกับใจดีแต่เปล่าเลย ปภาณิณรู้สึกได้ในน้ำเสียงเรียบเฉยว่ามันมีอาวุธร้ายซ่อนเร้นข้างในนั้น

“ทำไมผมต้องยืดเวลาออกไปด้วย”

สายตาคู่คมล้ำลึกดูราวกับเจ้าป่าที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ แน่นอนหากว่าพลาด เธอต้องเป็นเหยื่อที่ถูกหมายหัวอยู่แน่ๆ แล้วก็รู้ตัวว่าเธอไม่มีเหตุผลที่ฟังดูดีเลยสักข้อเดียวที่จะไปต่อรองอะไรกับเขา ในเมื่อเคยได้รับการผ่อนปรนแล้วถึงสามครั้ง แต่เพราะสถานะการเงินของครอบครัวที่มีปัญหาติดลบจนดิ่งลงเหวแบบหันหัวกลับได้ยากยิ่ง ทำให้ต้องบากหน้ามาขอเจรจานอกรอบเช่นนี้

และดูเหมือนพฤกษ์เองก็รู้ถึงจุดมืดบอดเกี่ยวกับครอบครัวของเธอดี

“ถือว่าเห็นแก่เหนือเถอะนะคะ...พี่พฤกษ์”

ในที่สุดเธอก็หลุดความพ่ายแพ้ออกมาจนได้ ใช้ความสัมพันธ์อันดีในอดีตอ้อนวอน ทั้งยังมองอย่างรอคอยความหวังจากเขา ชายหนุ่มที่วันนี้ดูสง่างาม แข็งแกร่ง ผิดจากเด็กหนุ่มในวันวานราวคนละคน

“ถ้าจะให้เห็นแก่เด็กผู้หญิงที่ชื่อเหนือ...ก็ได้”

เขาบอกมาพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือกกว่าเดิม พฤกษ์ตวัดขาข้างที่ไขว้ไว้ลง ดันตัวยืนตรงแล้วปลดกระดุมสูทออกจนเห็นถึงแผงอกกำยำใต้เนื้อผ้าชั้นดีที่ด้านใน สาวท้าวมาหยุดยืนตรงหน้าเธอพร้อมกับเอ่ยปากขึ้น

“แลกกับการเป็นผู้หญิงลับๆของผม”

ในที่สุดความจริงก็กระแทกเข้าหน้าเธออย่างจัง เมื่อเขาไม่ได้เป็นพฤกษ์ที่แสนดีคนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขายอมรับข้อเสนอก็จริงแต่มีเงื่อนไขที่ปภาณิณได้ยินแล้วถึงกับนิ่งขึงราวถูกแช่แข็งด้วยความเย็นที่เย็นจัด วินาทีนี้เองที่ร่างกายของเธอชาไปหมดรวมไปถึงหัวใจดวงเล็กๆที่เต้นรออย่างมีความหวัง

ผู้หญิงลับๆของเขาอย่างนั้นหรือ

ปภาณิณทวนคำเขาแล้วเม้มปากแน่นอย่างขุ่นเคือง หากเขายื่นข้อเสนอออกมาแบบนี้แสดงว่าเขาเองก็จำเธอได้ฝังใจไม่ต่างกัน

คงจำได้แม่นเลยสินะว่าเธอเกลียดผู้หญิงลับๆพวกนั้นและสาบานกับฟ้าฝนเอาไว้ว่าชาตินี้ทั้งชาติอาจรวมถึงชาติอื่นๆด้วย เธอจะไม่มีวันยอมเป็นผู้หญิงลับๆของใครโดยเด็ดขาด!

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ภรรยาไม่รับจ้าง
8.2
ภูริดล นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จแต่ปฏิเสธการมีครอบครัวตามความต้องการของบิดา ได้พบกับพิรฎา หญิงสาวที่ยอมเซ็นสัญญาเป็นภรรยาจ้างวานเพื่ออิสรภาพจากครอบครัวที่ไร้ความสุข ทว่าเธอกลับพลาดพลั้งเสียทีให้เขาและพบความลับในสัญญาว่าภารกิจนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อเธอให้กำเนิดทายาทโดยไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวท่ามกลางคำลวงและความจริงที่ถูกปิดบัง ทั้งคู่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจว่าความรักครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
ภาพปกนิยายเรื่อง อุ้มรักทายาทCEO
9.8
ชีวิตของวิรัลพัชรต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง หลังจากค่ำคืนที่ผิดพลาดนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยที่เธอจำตัวตนของพ่อเด็กไม่ได้เลย ทว่าฝ่ายชายกลับจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ เมื่อเขาทราบข่าวเรื่องลูก ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มจึงปรากฏตัวขึ้นและแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างมีแผนการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียวคือการช่วงชิงสิทธิ์ในตัวลูกที่กำลังจะเกิดมาเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะที่ผูกพันพวกเขาไว้ด้วยกัน
ภาพปกนิยายเรื่อง หลังจากการแต่งงานแบบแฟลช นายกูก็ถูกเปิดโปงอีกครั้ง
9.5
จี่ชิงหลินตัดสินใจแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายแปลกหน้าเพื่อทำตามความปรารถนาของครอบครัว โดยทั้งคู่ตกลงจะแยกทางกันในหนึ่งปี ทว่าสถานการณ์บังคับให้พวกเขาต้องย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จนความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดอย่างไม่คาดคิด ต่อมาเธอได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจว่าสามีธรรมดาของเธอนั้นแท้จริงคือผู้นำตระกูลกู้ผู้ทรงอิทธิพล เรื่องราววุ่นวายยิ่งขึ้นเมื่อมีเด็กปริศนาปรากฏตัวพร้อมเรียกเธอว่าแม่ ท่ามกลางความลับและฐานะที่ถูกเปิดเผย ทั้งสองจะลงเอยด้วยความสุขได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ประกาศหาแฟน
9.3
เมื่อเหวินหญ่าถูกคู่หมั้นและแม่เลี้ยงทรยศเพื่อฮุบสมบัติ เธอจึงจ้างชายหนุ่มสุดหล่อมาฉีกหน้าพวกเขาในงานหมั้นเพื่อล้างแค้น เธอเข้าใจผิดว่าเขาเป็นเพียงคนจนที่เห็นแก่เงิน แต่แท้จริงแล้วหมิ่นซือหางคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่คอยหนุนหลังเธออย่างลับๆ จนโชคชะตาของเธอเปลี่ยนไปอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะจบงานเขากลับไม่ยอมจากไปพร้อมประกาศสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ก่อนที่เธอจะพบความจริงที่คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วเขาคือชายแปลกหน้าผู้พรากพรหมจรรย์ของเธอไปในคืนนั้น
ภาพปกนิยายเรื่อง สลับรักยัยเลขาฝาแฝด
9.8
โชคชะตานำพาให้ กรีน สาวแกร่งเจ้าของไร่กาแฟ และ แกรนด์ เลขาสาวผู้อ่อนหวาน สองฝาแฝดที่พลัดพรากได้กลับมาพบกันโดยบังเอิญ ความสงสัยในชาติกำเนิดทำให้ทั้งคู่ตัดสินใจสลับตัวเพื่อค้นหาความจริง แกรนด์ที่เบื่อหน่ายชีวิตเมืองหลวงและเจ้านายจอมเจ้าชู้อย่าง เควิน นักธุรกิจหนุ่มผู้รักอิสระ ได้ลองไปสัมผัสชีวิตธรรมชาติ ขณะที่กรีนต้องสวมรอยเป็นเลขาสาวในโลกธุรกิจที่วุ่นวาย ท่ามกลางความขัดแย้งของหัวใจและความลับที่ถูกซ่อนไว้ การสลับเลิฟครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล
ภาพปกนิยายเรื่อง พ่ายเพลิงพิศวาส
9.4
จากความผิดพลาดเพียงคืนเดียว 'สุพิชญา' ต้องกลายเป็นคู่นอนของ 'ดิเอโก' มหาเศรษฐีคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะมีกฎเหล็กไม่ยุ่งกับหญิงพรหมจรรย์ แต่ความลับบนเตียงของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจเขาอย่างรุนแรง ทว่าเขากลับมองเธอเป็นเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่งภรรยา เมื่อเธอพิสูจน์ให้เห็นว่าเงินซื้อค่าของเธอไม่ได้และหนีไปพร้อมกับลูกในครรภ์ ดิเอโกจึงต้องยอมทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจและสายเลือดของเขากลับคืนมาให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป