APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ

ราชินทร์ ชายไทยผู้ถูกทวยเทพเลือกให้รับตราสัญลักษณ์แห่งกษัตริย์ไอยคุปต์ จนต้องย้อนเวลากลับสู่ยุคอียิปต์โบราณเพื่อรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น จากคนธรรมดาเขากลับกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ท่ามกลางไฟแห่งอำนาจและความรักที่ถูกลิขิตไว้ ทว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเขาต้องเผชิญกับความผิดหวังจากการรักข้างเดียว และเล่ห์เหลี่ยมของสตรีที่หวังชิงบัลลังก์ บทสรุปของหัวใจจะลงเอยอย่างไรเมื่อความภักดีต้องหักล้างกับความทะเยอทะยาน
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

ปี ค.ศ.1999 กรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา

ภายในสนามแข่งขันชิงแชมป์บาสเกตบอลชาย

สนามแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลมืออาชีพ ซึ่งเป็นคู่นัดชิงชนะเลิศ เต็มไปด้วยผู้เข้าชมการแข่งขันนัดสำคัญในวันนี้ จนแน่นขนัดไปทั่วทั้งสนามแข่ง เสียงไชโยแสดงถึงความดีใจ เมื่อทีมขวัญใจของพวกเขาทำคะแนนได้ กองเชียร์แต่ละฝ่าย ต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนานและส่งเสียงร้องด้วยความดีใจสุดขีดทุกครั้ง ในขณะเดียวกันต่างพากันนั่งหน้าเศร้าผสมกับความเครียด ร่วมลุ้นไปกับนักกีฬาของเขาเมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามทำคะแนนทิ้งห่างออกไป

ในการแข่งขันบาสเกตบอลอาชีพในครั้งนี้ ดาวเด่น และขวัญใจคอบาสเกตบอลไม่มีใครเกิน ราเชนทร์ สุรสีห์ ไวลด์ หรือชื่อเล่นซึ่งในทีมของเขามักใช้เรียก คือไบรอัน ชายหนุ่มสายเลือดไทยเข้มข้น ผู้มาเติบโตในแดนไกลแทนที่จะเป็นเมืองไทย

ด้วยเพราะเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้า ซึ่งไม่รู้ว่าใครคือพ่อและแม่ของเขา แต่โชคยังเข้าข้าง เมื่อมีสองสามีภรรยา ซึ่งฝ่ายหญิงเป็นชาวไทยได้แต่งงานกับนักธุรกิจหนุ่มชาวอเมริกัน และทั้งสองไม่มีบุตร จึงมาขอเขาไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมและนำเขาเดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เขามีอายุเพียง 10 ขวบเท่านั้น ซึ่งทั้งสองได้เลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี จนเติบโตกลายเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความรู้และความสามารถ รวมไปถึงพรสวรรค์ทางด้านกีฬาของเขา

ราเชนทร์ จัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่มีไอคิวสูงเป็นเลิศ เขาเรียนจบปริญญาตรีและโททางด้านวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ด้วยอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น และยังเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลมืออาชีพ ที่มีค่าตัวสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ด้วยลีลาการเล่นที่พลิ้วไหว หลบหลีกได้ว่องไว และมีไหวพริบสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับทีมของเขาในการลงเล่นในสนามแต่ละครั้ง ได้อย่างขาดลอย บวกกับพรสวรรค์ส่วนตัวของเขาที่ไม่มีใครรู้

"ไบรอันสู้ๆ”

“ยิงลูกไกลเลยไบรอัน!”

“ทำ 3 แต้มลงหลุมปิดบัญชีไปเลยไบรอัน!”

เสียงเชียร์ของแฟนๆ ที่นั่งติดขอบสนามรวมไปถึงภายในสนามแข่งขัน ต่างส่งเสียงเชียร์ชายหนุ่มขวัญใจ สาวน้อย สาวใหญ่ รวมไปถึงกระทิง กะเทย ที่มีรสนิยมชอบชายหนุ่มหน้าตาดี แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปกดจนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด สายตาชื่นชมและหลงใหลตามติดไปทุกระยะ

ลูกบาสเคลื่อนไหวไปตามนิ้วมือของเขา ที่ลากผ่านผู้เข้าแข่งขันฝ่ายตรงข้าม จนมาถึงแนวเขตในระยะทำแต้ม ดวงตาสีดำของราเชนทร์ จ้องมองไปยังแป้นห่วงวงกลมที่อยู่ห่างจากเขา ประมาณด้วยสายตาเกือบครึ่งสนาม ท่ามกลางการป้องกันของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังวิ่งเข้ามากั้นมิให้เข้าไปถึงเขตแดน เพื่อไม่ให้ราเชนทร์เข้าทำแต้มในลูกสุดท้าย ซึ่งเหลืออีกเพียงลูกเดียว ทีมของชายหนุ่มจะชนะทันที เมื่อเทียบกับเวลาที่มีเหลือเพียงนาทีเศษๆ

“พรึ่บ!”

ดวงตาสีดำสนิทของราเชนทร์ หยุดนิ่งด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพบางอย่างแหวกอากาศ เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาในขณะนี้ เมื่อหลังคาของสนามแข่งขัน จู่ๆ ได้เลือนหายไปเห็นเพียงท้องฟ้าในเวลากลางคืน ที่เต็มไปด้วยดวงดาวมากมายและมีวัตถุบางอย่างส่องแสงจากที่ไกล แต่เหมือนมันจะเคลื่อนตัวมาด้วยความเร็วเหนือแสง เพียงกะพริบตา วัตถุนั้นพุ่งทะยานเข้ามายังสนามแข่งขันบาสเกตบอลที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดนั้นทันที และกำลังพุ่งเข้าหาราเชนทร์ ซึ่งยืนตกตะลึงมองเห็นเหตุการณ์ประหลาดตรงหน้าเพียงผู้เดียว โดยไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นเหมือนกับที่เขาเห็น

ขนตางอนยาวของราเชนทร์ เริ่มกะพริบขึ้นลงติดต่อกันเมื่อเขารู้สึกว่า สิ่งนั้นกำลังพุ่งเข้าหาเขาอย่างแน่นอน ลูกบาสที่กำลังเลี้ยงไปมาอยู่ภายในมือ ถูกเหวี่ยงออกไปจนสุดแขนหวังให้ปะทะกับวัตถุประหลาดซึ่งพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูง พร้อมๆ กับวัตถุประหลาดนั้นพุ่งตรงเข้าร่างของราเชนทร์เข้าอย่างจัง จนร่างของเขาผงะถอยหลังอย่างแรง

“พรึ่บ!”

เป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกบาสของเขา ลอยละลิ่วจากอีกฟากหนึ่งของสนามจุดที่เขายืนอยู่ หล่นไปในห่วงของแป้นบาสในทิศทางตรงกันข้าม ทำแต้มด้วยการยิงระยะไกลถึงครึ่งสนามเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ ที่ยังไม่เคยมีทีมใดทำได้ ทำให้ทีมของชายหนุ่มชนะการแข่งขันทันทีและเวลาในการแข่งขันก็จบลงเช่นเดียวกัน

“ปี๊ดดดดดดดดด” เสียงนกหวีดดังสนั่น บ่งบอกว่าเวลาในการแข่งขันจบลง ตามติดด้วยเสียงไชโยด้วยความดีใจของบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบกีฬาบาสเกตบอลดังกระหึ่มขึ้นมาทันทีเมื่อทีมของราเชนทร์เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

ร่างสูงใหญ่ของราเชนทร์ ยืนโงนเงนไปมา ดวงตาสีดำของเขาเริ่มพร่าเลือน เสียงประหลาดบางอย่างดังกึกก้อง อยู่ในศีรษะของเขา เสียงนั้นฟังแล้วน่าสะพรึงกลัว สลับกับเสียงร้องโหยหวนทั้งชาย หญิงและเด็ก ดังระงมไปทั่ว เสียงนั้นกำลังขอความช่วยเหลือจากดินแดนอันแสนไกล เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความวิงวอนเพื่อให้ใครเมตตาพวกเขาเหล่านั้น

“ช่วยด้วย! ได้โปรดช่วยชาวอียิปต์ด้วยเถิด!”

“ข้าแต่ทวยเทพได้โปรดช่วยอาณาจักรอียิปต์ของพระองค์ด้วย ช่วยด้วย! อาณาจักรอียิปต์กำลังหายนะ!”

เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นเต็มใบหน้าของชายหนุ่มจนเต็มไปหมด ร่างสูงของเขาค่อยๆ ทรุดฮวบลงไปกับพื้นทันที สองมือยกมือกุมศีรษะ ใบหน้าหล่อคมคาย บิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด เมื่อเสียงประหลาดดังก้องอยู่ในศีรษะ จนเกิดอาการปวดหัวรุนแรงรอบๆ ร่างกายของเขาในขณะนี้ เกิดแสงประหลาดห่อหุ้มล้อมเขาเป็นวงกลม หมุนวนไปมารอบๆ ร่างของเขาด้วยความเร็ว ก่อนจะหายเข้าไปในร่างของเขาทันที พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังออกมา ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง

“อ๊าคคคค!”

ร่างของราเชนทร์ล้มลงไปกับพื้นทันที พร้อมเสียงร้องโวยวายด้วยความตกใจของผู้คนรอบๆ สนามดังลั่นขึ้นมา เมื่อเห็นอาการหมดสติของเขาเกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมทีมและบรรดาแฟนๆ ที่ชื่นชอบเขา กำลังวิ่งตรงเข้ามาหาเพื่อแสดงความยินดี ก่อนจะต้องพากันรีบวิ่งด้วยความโกลาหลตรงเข้าไปหาเขา เมื่อจู่ๆ ราเชนทร์ ล้มลงหมดสติไปกับพื้นสนามแข่งขัน ทันทีที่เขายิงลูกไกลทำแต้มให้กับทีม จนได้รับชัยชนะครองแชมป์ 5 สมัยติดต่อกันในปีนี้ได้อีกครั้ง

“ไบรอัน! ไบรอัน! เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า!” เสียงของผู้จัดการทีม ดังสั่งการขึ้นอย่างรีบเร่ง พร้อมรีบกันบรรดาคอแฟนบาสเกตบอล ที่ชื่นชอบชายหนุ่มให้ออกห่างจากตัวเขา เพราะยังไม่รู้ว่าการที่เขาหมดสติอย่างเฉียบพลันแบบนี้ เกิดขึ้นมาจากสาเหตุใดกันแน่

โรงพยาบาลเมาท์ ออร์เบิรน์

ภายในห้องพักคนไข้ ระดับ VIP

ร่างสูงใหญ่ของบุรุษหนุ่มหน้าตาชวนหลงใหล กำลังนอนหลับไม่ได้สติ เสียงหายใจขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร่างนั้นเป็นผู้ที่มีสุขภาพดี ท่ามกลางสายตาพ่อแม่บุญธรรมและเพื่อนร่วมทีมที่มาเยี่ยมอาการของเขาเพราะความเป็นห่วง แต่ก็ต้องพากันแปลกใจ เมื่อนายแพทย์ผู้วินิจฉัยกลับบอกว่า ชายหนุ่มไม่มีอาการผิดปกติแม้แต่น้อย ยังคงสุขภาพแข็งแรงดี เหตุที่ล้มลงหมดสติอาจจะมีผลสืบเนื่องมาจาก ภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นในขณะแข่งขันก็อาจเป็นได้ แต่ที่น่าสงสัยก็คือ ราเชนทร์ สุรสีห์ ไวลด์ นอนไม่ได้สติแบบนี้ติดต่อกันถึง 5 วัน หรือเขา...จะไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกเลย กลายเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอดกาล

“ทำไมไบรอัน ถึงไม่ฟื้นขึ้นมาสักที หมอก็ตรวจไม่พบว่าเป็นอะไร แต่จนป่านนี้ไบรอันกลับยังไม่ฟื้นขึ้นมา ทำไมลูกถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้” เสียงสั่นเครือของนางมาริสา ไวลด์ แม่บุญธรรมของราเชนทร์ รำพึงด้วยความทุกข์ใจ กับอาการที่เกิดขึ้นกับลูกบุญธรรมของนาง สายตาจ้องมองใบหน้าลูกชายด้วยความเป็นห่วง

“ทำใจดีๆ ไว้มาริสา หมอก็ตรวจอาการของลูกอย่างละเอียด ก็ไม่พบว่าลูกเป็นอะไร บางทีลูกหักโหมเล่นกีฬามาก ร่างกายคงเหนื่อยจนทนไม่ไหว ถึงได้สั่งให้ลูกหมดสติกลางสนาม จะได้ถือโอกาสพักผ่อนยาวๆ สักทีอาจจะเป็นได้นะมาริสา”

เสียงพูดปนหยอกล้อของนายแฮรี่ ไวลด์ พ่อบุญธรรมของชายหนุ่ม เอ่ยขึ้นเพื่อให้ภรรยาของเขาคลายจากความวิตกกังวล พร้อมเอื้อมมือหนาตบไหล่บางภรรยาเบาๆ เป็นเชิงปลอบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพร้อมเอ่ยกับบรรดาเพื่อนร่วมทีมของบุตรชาย ที่มาเยี่ยมอาการในวันนี้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา จนห้องพักดูแน่นไปถนัด เหตุเพราะแต่ละคนสูงใหญ่ ตัวท่วมห้อง บางคนสูงถึง 2 เมตร เหมือนยักษ์ในนิทานก็ว่าได้

“วันนี้คงจะเหมือนกับทุกวัน พวกคุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ถ้าไบรอันฟื้นแล้ว ผมจะโทรไปบอกให้ทราบข่าวกัน” นายแฮรี่ กล่าวขึ้นพร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าลูกบุญธรรมของเขาจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ เสียงถอนหายใจของเขาทำให้เพื่อนร่วมทีมของราเชนทร์ รู้ทันทีว่าแฮรี่ กังวลใจในอาการของบุตรบุญธรรมไม่แพ้นางมาริสา ก่อนจะต้องหันกลับไปมองเตียงคนไข้ เมื่อคนที่ทุกคนกำลังเป็นห่วง เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายหลังจากที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติมาถึง 5 วัน

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ไบรอันรู้สึกตัวแล้ว!” เสียงของเพื่อนๆ ในทีม ต่างพากันร้องบอกนางมาริสาและนายแฮรี่ อย่างพร้อมเพรียงกัน

ทุกสายตาหันกลับไปมองเตียงคนไข้ทันที พร้อมรีบรุดเข้าไปหาราเชนทร์ด้วยความดีใจ เมื่อได้ยินเสียงพึมพำของเขาดังลอดออกมาเบาๆ ฟังไม่รู้เรื่องว่าเขาพูดอะไร และดวงตาที่เคยปิดสนิทกำลังเคลื่อนไหวไปมา ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ

“ฟื้นแล้ว! ไบรอันฟื้นแล้ว!” ทุกคนที่อยู่ภายในห้องต่างพูดออกมาพร้อมกัน

ขนตางอนยาวของราเชนทร์ กะพริบขึ้นลงไปมา เมื่อดวงตาสีดำสนิทของเขา มองเห็นพ่อแม่บุญธรรมและเพื่อนๆ ในทีมของเขา ต่างกำลังมองมาที่เขาด้วยความดีใจ พร้อมทอดสายตามองไปรอบๆ ห้องด้วยความแปลกใจเมื่อพบว่า เขากำลังอยู่ในห้องที่ไม่ใช่ห้องนอนของเขาที่ วอชิงตัน ชายหนุ่มรู้สึกมึนงงขึ้นมาทันทีก่อนจะร้องถามออกไป

“ผมอยู่ที่ไหน!” ชายหนุ่มพูดพร้อมพยายามยันร่างของเขาให้ลุกขึ้นนั่ง โดยมีนางมาริสา และนายแฮรี่ต่างรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของบุตรชายบุญธรรม ให้ลุกขึ้นนั่ง พร้อมเสียงของนางมาริสา เอ่ยบอกกับลูกชาย

“ลูกอยู่โรงพยาบาล เป็นอะไรบ้างลูก รู้สึกเจ็บหรือปวดตรงไหนบ้างไหม ลูกนอนไม่ได้สติถึง 5 วัน ทำเอาพ่อกับแม่ใจไม่ดีเลยลูก ไหนบอกแม่สิตอนนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง” นางมาริสา พูดพร้อมเอื้อมมือขึ้นลูบไล้เส้นผมของบุตรชายบุญธรรม ด้วยความรักเหมือนเขาเป็นเลือดในอกแท้ๆ ของนาง

“ดีขึ้นไหมไอ้เสือลูกพ่อ รู้สึกผิดปกติตรงไหนจะได้เรียกหมอให้เข้ามาตรวจอย่างละเอียด” นายแฮรี่ พูดพลางยกกำปั้นขึ้นชูเป็นสัญลักษณ์ระหว่างพ่อกับลูก พร้อมยื่นออกไปทันทีเมื่อลูกบุญธรรม ยื่นกำปั้นชูขึ้นพร้อมชกมายังกำปั้นของเขาเบาๆ เป็นการบอกว่าตัวเขาสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร

“ให้มันได้อย่างนี้ แกดีขึ้นก็ดีแล้ว พ่อกับแม่ค่อยโล่งอกไปหน่อย แกนอนหลับเป็นตายตั้ง 5 วัน แม่แกร้องไห้ทุกวัน แกฟื้นมาแล้วแบบนี้ เห็นไหมแม่แกเลิกร้องไห้ไปเลย ร้องไห้สั่งได้เคยเห็นไหม” นายแฮรี่ พูดพร้อมหันกลับไปมองหน้าภรรยาพร้อมส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เมื่อถูกภรรยาค้อนให้เขา

ราเชนทร์ ฟังพ่อและแม่บุญธรรมของเขาด้วยความมึนงง ทำไมเขาถึงมาอยู่ในโรงพยาบาล และไม่ได้สติมาแล้วถึง 5 วันแต่เขาจำได้ว่าเขากำลังแข่งขันนัดสำคัญอยู่ไม่ใช่เหรอ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา ชายหนุ่มพยายามทบทวนเท่าไรก็นึกไม่ออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นรำพึงขึ้นมาเบาๆ เพียงลำพัง

“นี่เรานอนไม่ได้สติมา 5 วันแล้วเหรอ เราเป็นอะไรไปวะ! ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า รีบลุกขึ้นจากเตียงทันที ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของทุกคน

“ไบรอันจะไปไหน! เพิ่งฟื้นขึ้นมา รอให้หมอมาตรวจอาการก่อนจะดีกว่า” เสียงของกัปตันทีมเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง พลางตบลงบนบ่าของราเชนทร์เบาๆ ก่อนจะถูกราเชนทร์จับท่อนแขนยึดไว้ทันที

“ฉันเป็นอะไรวะอัลเบิร์ต ทำไมจู่ๆ ถึงมานอนโรงพยาบาล พวกเรากำลังแข่งขันนัดชิงชนะเลิศกันอยู่ไม่ใช่เหรอวะ” ราเชนทร์ เอ่ยถามเพื่อนของเขาขึ้นมาทันที ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน เมื่อเพื่อนๆ ในทีมของเขาต่างมองหน้าเขาเป็นตาเดียวด้วยความแปลกใจ พร้อมเสียงร้องถามของอัลเบิร์ต ซึ่งเป็นกัปตันทีมของเขาถามสวนกลับไป

“ไบรอัน! นี่นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ ว่านายเป็นอะไรถึงต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลอย่างรีบด่วน พวกเรากำลังจะถามนายอยู่เหมือนกัน ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนายตอนที่กำลังแข่งขัน นายถึงได้ร้องโหยหวนเหมือนกำลังเจ็บปวด แล้วก็ล้มลงไม่ได้สติ จนนายฟื้นขึ้นมา แล้วมาถามพวกเรานี่แหละ”

ราเชนทร์ นั่งนิ่งฟังเพื่อนของเขาถามกลับมาเช่นนั้น ชายหนุ่มยิ่งมึนงงขึ้นมาอีกหลายเท่า เพราะเขาจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แต่เพียงว่า กำลังแข่งขันนัดชิงชนะเลิศอย่างเอาเป็นเอาตาย

“เกิดอะไรขึ้นกับเราวะเนี่ย ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย” ชายหนุ่มรำพึงออกมาเบาๆ ก่อนจะสลัดมันทิ้งไปทันที พร้อมหันกลับไปบอกทุกคนที่อยู่ภายในห้อง

“ว่าแต่อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย เอาเป็นว่าจำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้สบายดีทุกอย่างไม่ได้เป็นอะไรแล้ว คุณพ่อคุณแม่ครับ บอกหมอให้อนุญาตผมกลับบ้านเถอะครับ ผมไม่ชอบอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ค่อยถูกโรคกันเท่าไร” ประโยคสุดท้าย ชายหนุ่มหันกลับไปพูดกับพ่อแม่บุญธรรมของเขา พร้อมเสียงท้วงติงของนางมาริสา กล่าวออกมาทันที

“จะกลับบ้านก็ค่อยกลับนะลูก เดี๋ยวให้หมอตรวจดูอาการลูกให้ละเอียดอีกครั้ง แล้วค่อยกลับบ้านกัน เชื่อแม่นะไบรอัน” นางมาริสาพูดพร้อมยื่นมือบางลูบไล้เส้นผมลูกบุญธรรมรูปหล่อของนางไปมา ด้วยความรักและเอ็นดู

“ครับคุณแม่” เสียงตอบกลับมาของลูกชายตัวโตเท่ายักษ์ ทำให้ทุกคนภายในห้องต่างอมยิ้มกันถ้วนหน้า

เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าชายหนุ่มจะเชื่อฟังนางมาริสาและนายแฮรี่เท่านั้น เพราะนิสัยส่วนตัวของเขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง ดื้อเงียบและรั้นจนถึงที่สุดจนคนที่อยู่ใกล้ชิดด้วยถึงกับอ่อนใจ แต่ในขณะเดียวกันราเชนทร์ กลับเป็นชายหนุ่มที่ต้องการความรักตลอดเวลา เพราะถูกทอดทิ้งจากพ่อแม่ที่แท้จริงที่ให้กำเนิดเขาตั้งแต่แบเบาะ โหยหาความรักจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เขารัก และในขณะเดียวกันเขาเองก็ช่างเป็นคนที่รักใครยากเช่นเดียวกัน

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
9.6
เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ เมื่อชายหนุ่มผู้หนึ่งตั้งคำถามกับโชคชะตาว่าเหตุใดความปรารถนาที่จะเป็นเซียนของเขาถึงถูกกีดกันอย่างโหดร้าย ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยจิตสังหารอันรุนแรง เขายืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัวขณะแหงนหน้าเผชิญหน้ากับเงาลึกลับทั้งเก้าที่คอยขัดขวางเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ การต่อสู้เพื่อพิสูจน์เจตนารมณ์ท่ามกลางอุปสรรคจากเบื้องบนจึงเริ่มต้นขึ้นในมหากาพย์แห่งการล้างแค้นและการฝึกตน
ภาพปกนิยายเรื่อง สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
ภาพปกนิยายเรื่อง เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
ภาพปกนิยายเรื่อง ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
ภาพปกนิยายเรื่อง ดีไซน์เนอร์สาว หลงยุค
9.1
โชคชะตาเล่นตลกกับขวัญยิกา ดีไซน์เนอร์สาวจากโลกอนาคตที่ต้องหลุดมิติมาอยู่ในร่างของเด็กสาวในยุคจีนโบราณอย่างไม่คาดฝัน ทว่าการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเธอกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ต้องเผชิญกับบทลงโทษด้วยการถูกโบยอย่างทารุณในทันที ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยและวิกฤตอันตรายที่ถาโถมเข้ามา สาวมั่นยุคใหม่จะสามารถใช้ไหวพริบเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันนี้ไปได้หรือไม่
ภาพปกนิยายเรื่อง ท่านเทพส่งข้ามาปลูกผักทำฟาร์ม
7.9
เซียนสาววัยเยาว์นามหนี่ว์อ้ายปิงจับพลัดจับผลูเปิดระบบปริศนาจนถูกส่งมาทำภารกิจบนโลกมนุษย์ที่แสนทุรกันดาร เธอต้องจุติในตระกูลขุนนางที่กำลังตกอับ โดยมีบิดาเป็นเพียงรองแม่ทัพในสังกัดของอ๋องสือผู้ดูแลชายแดน ท่ามกลางไฟสงครามและการรุกรานจากศัตรู แม้เธอจะปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตสงบสุขเพื่อหาทางกลับสู่สวรรค์ แต่สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เธอต้องรับภาระหนักอึ้งจนกลายเป็นความวุ่นวายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกที่เต็มไปด้วยความอดอยากนี้