APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 1

หมี่ขาว สาววิศวะที่ครองตัวโสดมานาน ตัดสินใจร่วมประเพณีขึ้นดอยเป็นปีที่สามติดต่อกันโดยไม่ได้คาดคิดว่าจะพบกับจุดเปลี่ยนในชีวิต แต่เพราะคำท้าทายจากกลุ่มเพื่อนที่เธอรับปากไว้ด้วยความคึกคะนอง ทำให้เธอตัดสินใจตอบรับคำเชิญของ เก้าอี้ รุ่นพี่ปีสี่สุดลึกลับแห่งภาควิชาไฟฟ้า ผู้มาในมาดเข้มพร้อมผ้าคาดโซตัสสีแดงและเป็นผู้ถือธงเกียร์นำขบวนในปีนี้ เพียงเพราะประโยคชวนสั้นๆ ที่เรียบง่ายว่า ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งใหม่
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 3

“หมี่ วันนี้เราจะเดินขึ้นกับเมฆนะ” ฉาย หรือตะวันฉายเดินมาแตะไหล่ หมี่ขาวตื่นจากภวังค์

“วันนี้แต่งซะสวยเลยน้า” หมี่ขาวเห็นว่าอีกฝ่ายสวมช็อปตัวใหม่พร้อมกับกางเกงยีนสีซีด รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ ใบหน้าน่ารักลงเครื่องสำอางบางเบา เพราะผิวของเธอขาวอยู่แล้ว จึงดูเหมือนไอดอลในซีรีส์เกาหลี ฉายรวบผมยาวสีอ่อนเป็นหางม้า ผ้าพันคอ SOTUS สีขาวผูกไว้ที่คอหลวมๆ มองโดยรวมแล้วยังน่ารักกว่าดาวคณะปี 3 เสียอีก

ฉายกอดคอหมี่ขาวแล้วพูดกลั้วหัวเราะ “แหม...วันนี้ภารกิจถ่ายรูปกับแฟนบนดอยสุเทพยังไม่สำเร็จ ก็ต้องจัดเต็มไว้ก่อนสิ แกเถอะ ยังหาแฟนไม่ได้ระวังจบปีสี่แล้วภารกิจที่ท้ากันไว้ตอนปีหนึ่งจะไม่สำเร็จนะ”

“เหอะ...เหลือเวลาอีกสองปี ยังพอมีเวลาน่า” หมี่ขาวฝืนยิ้มแห้ง มองฉายอย่างเอือมระอา ถึงตอนนั้นจริงต่อให้โดนเพื่อนล้อหมี่ขาวก็มั่นใจว่าจะสามารถหลอกผู้ชายมาถ่ายรูปบนดอยพร้อมติดแฮชแท็ก

#พาแฟนขึ้นดอย

ตอนปีหนึ่งเธอและฉายถูกเรียกตัวไปคัดเลือกผู้นำเชียร์ ไม่ใช่ว่าหน้าตาของทั้งคู่โดดเด่นจนหนุ่มๆ เหลียวมองกันตาเป็นมันหรอก แต่สำหรับคณะวิศวะ ผู้หญิงเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะผู้ชายในคณะเชิดชูบูชาอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะผู้หญิงในคณะมีไม่ถึง 20% แถมเกือบทั้งหมดยังไม่รู้วิธีการแต่งตัวหรือแต่งหน้า กว่าจะออกสาวได้ก็ต้องผ่านการฝึกปรือมาจนขึ้นปีสาม เพราะไม่ใช่ว่าพอคุณจะสามารถแต่งหน้าได้แล้วจะเดินเฉิดฉายในคณะอย่างมั่นใจ แต่เป็นเพราะเพื่อนชั่ว...เพื่อนรักทั้งหลายในภาควิชาที่คอยแซวจนคุณเสียความมั่นใจ เมื่อใดก็ตามที่หน้าของสาววิศวะหนากว่ารองพื้นที่ตัวเองใช้ เมื่อนั้นจะสวยแค่ไหนก็ตามใจคุณเถิด

ตัดภาพมาตอนปีหนึ่ง

ใครที่หน้าใสหน่อย หุ่นดีหน่อย คุณคือสมบัติล้ำค่า

จงไปคัดหลีดซะ...

ตะวันฉายเป็นเพื่อนรหัสติดกันกับหมี่ขาว ถึงแม้จะมีชื่ออยู่ในหอพักนักศึกษาในมหา’ลัย แต่การซ้อมเชียร์ในแต่ละวันนั้นจะเลิกดึกกว่าเพื่อนคนอื่น ช่วงนั้นแม่ของฉายต้องดูแลคุณยายที่ป่วย ส่วนพ่อของเธอเลิกงานราวๆ สองทุ่ม หากตะวันฉายไม่พักที่บ้าน คนที่เหนื่อยที่สุดจะเป็นแม่ของเธอเอง ด้วยเหตุผลนี้ฉายจึงขออนุญาตพี่เชียร์เลิกก่อนคนอื่นเสมอ

การเป็นผู้นำเชียร์จะต้องเป็นคนที่เสียสละ นอกจากจะกลับดึกยังต้องซ้อมเพลงเชียร์หนักกว่าเพื่อนคนอื่นเขา หมี่ขาวไม่มีความมั่นใจในตัวเองเป็นทุนเดิม พอฉายสามารถใช้ข้ออ้างนี้ได้ เธอจึงขอร้องให้พ่อฉายช่วยพูดให้เธออีกแรง โชคดีที่เมื่อพ่อฉายช่วยพูดกับรุ่นพี่ ทั้งคู่ก็ไม่ถูกเรียกตัวไปคัดหลีดอีกเลย

หมี่ขาวไม่อยากเป็นผู้นำเชียร์ เธออยากลงแข่งกีฬามากกว่า

แต่ก่อนที่ตะวันฉายจะรับปากหมี่ขาวว่าจะช่วยพูดกับพ่อเธอให้ ดันคิดชาเลนจ์มาให้เธอรับปากด้วย นั่นคือต้องหาแฟนให้ได้ภายในสี่ปีแล้วพาผู้ชายคนนั้นไปถ่ายรูปบนยอดดอยสุเทพด้วยกัน

ชาเลนจ์น่าอายนี้มีแค่ยัยฉายเพื่อนเธอเท่านั้นที่คิดได้ จนถึงวันนี้หมี่ขาวยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนสาวไปจำมาจากนิยายหรือซีรีส์เรื่องไหน

#พาแฟนขึ้นดอย

แต่ปีนี้ตะวันฉายของเธอกำลังจะพาแฟนขึ้นดอยแล้ว หนุ่มแคมท์อย่างเมฆ มีแฟนว่าน่าอิจฉาไม่พอ แต่จะชวนตาร้อนกว่าคือแฟนของเธอเป็นถึงเดือนแคมท์ นั่นทำให้หมี่ขาวรู้สึกห่อเหี่ยว ไม่รู้ว่าฉายใช้มารยาอะไรถึงตกผู้ชายหล่อรวยจากที่นั่นได้ แน่ล่ะ...นอกจากคณะพวกวิจิตรศิลป์หรือสถาปัตย์ที่ต้องมีทุนหนาในการเรียนเพื่อทำงานสักชิ้น CAMT(แคมท์)เป็นคณะที่ผลาญเงินค่าเทอมไปมากพอๆ กับค่าเทอมหลักสูตรวิศวะเครื่องกลนานาชาติ

“จะตีห้าแล้วรีบไปเถอะ เดี๋ยวต้องพาน้องไปหน้ามอแล้ว”

“จ้า ถึงบนดอยแล้วโทรมานะ เจอกันตอนโค้งสปิริต” หมี่ขาวหลิ่วตาให้เพื่อนสาว รีบผลักเธอให้ออกไปได้แล้ว ทุกครั้งที่เข้าเชียร์เด็กคณะอื่นจะไม่สามารถเข้ามาด้านในได้ แถมตอนนี้ก็มีแต่เสื้อช็อปเต็มไปหมด ถึงจะใจกล้าขนาดไหนก็ยังต้องมีความรู้สึกยำเกรงอยู่บ้างแหละ

“จะพยายามนะ นี่จะไม่ไปกับฉันจริงเหรอ”

“ไม่อะ บอกแล้วว่าจะพาเด็กชมรมขึ้นดอย”

“แน้...ใช่เด็กน้อยคนนั้นหรือเปล่านะ ตามแกเข้าชมรมด้วยนี่” ฉายยิ้มหน้าระรื่น หรี่ตาเหมือนจะจับหาสิ่งผิดปกติจากเพื่อน

“หยุดเลยแก รีบไปได้แล้ว”

“เป็นแบบนี้ตลอดอะ มีคนหลงผิดเข้ามารีบคว้าไว้ก็ดีนะจ๊ะ”

หมี่ขาวรู้ว่าเพื่อนเธอพูดถึงใคร เด็กปีหนึ่งที่อยู่ๆ หลังวันแจกสมุดเชียร์วันแรกก็เดินมาหาเธอในตอนเช้าของวันถัดมาแล้วถามว่า

‘พี่อยู่ชมรมอะไรครับ’

ตอนนั้นเธอยังงงอยู่ แต่ว่าต้องตีหน้าเข้มแล้วบอกตามสคริปต์กลับไปว่าฉันไม่ใช่พี่คุณ ‘วอลเลย์บอล’

เด็กคนนั้นหลิ่วตาให้ แถมยังยิ้มกว้างสว่างไสวเหมือนพระเอกโฆษณายาสีฟัน ‘แล้วเจอกันครับ...’

“อย่าพูดมากน่า รีบไปก่อนที่ฉันจะโทรบอกแฟนแกว่าแกไม่ไปแล้ว” หมี่ขาวรีบปัดเรื่องเหลวไหลนั่นออกไปจากหัวก่อนที่เธอจะเป็นบ้า เพราะหลังจากเข้าชมรม เด็กคนนั้นดันตามติดเธอเป็นเงาตามตัว ไม่กลัวว้าก ไม่กลัวยึดสมุดเชียร์ ไม่เคยทำผิดระเบียบ ไม่เคยโดนลงโทษ

ยอดเยี่ยม!

ฉายขี้เกียจเซ้าซี้ต่อเพราะแฟนหนุ่มกำลังรอเลยทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนไปยังอดกำชับไม่ได้อีกว่า “อย่าหายหัวล่ะ ไปถ่ายรูปกัน”

“ได้สิ เก็บแบตมือถือไว้ด้วยนะ อย่าถ่ายจนแบตหมดล่ะ”

ฉายหัวเราะคิก ตบกระเป๋ากางเกงยีนดังปุ “มีพาวเวอร์แบงก์ย่ะ”

หมี่ขาวหัวเราะเหอะๆ “ระวังระเบิดแล้วกัน”

เธอมองส่งจนเพื่อนสาวเดินออกไปจากหน้าเหมือง ไม่อยากคิดเรื่องหลอกผู้ชายขึ้นไปถ่ายรูปบนดอยอีก อดีตตอนปีหนึ่งนั้นสดใสก็จริง แต่ก็เต็มไปด้วยความห่อเหี่ยวเช่นกัน เพราะสีสันอีกหนึ่งสีที่ขาดหายไปนั่นก็คือสีของความรัก

ว่ากันว่าชีวิตในรั้วมหา’ลัย เฟรชชี่ก็เหมือนผ้าขาวผืนหนึ่ง รอให้แต่งแต้มสีสันของชีวิตลงไป

ติดตามชมต่อ!
เนื้อหากำลังเข้มข้น! สลับไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง ยังคงอยู่
9.6
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา เฉินมั่นยอมเป็นเพียงเงาข้างกายฮั่วฉงโจวด้วยความหวังว่าความอ่อนโยนจะชนะใจเขาได้ ทว่าสุดท้ายเธอกลับพบว่ามันเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เธอจึงเลือกเดินจากไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดและหายไปจากชีวิตเขาอย่างสิ้นเชิง แต่ในวันที่เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่และกำลังจะเข้าพิธีวิลางานกับชายอื่น มหาเศรษฐีหนุ่มที่เคยเย็นชากลับบุกมาพังงานแต่งด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาทวงถามทั้งน้ำตาถึงความรักที่เธอเคยมีให้เพียงแค่เขาคนเดียว
ภาพปกนิยายเรื่อง คนของข้าใครกล้ามายุ่ง
9.6
ความรู้สึกแอบรักที่ธีร์มีต่อวินเพื่อนสนิทมาอย่างยาวนานกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อโอกาสทองมาถึงทำให้เขาได้ครอบครองหัวใจและร่างกายของเพื่อนคนนี้ตามที่เคยปรารถนาไว้ลึกๆ ในใจ เมื่อความสัมพันธ์ข้ามเส้นความเป็นเพื่อนจนกลายเป็นคนรักอย่างเต็มตัว ธีร์จึงกลายเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและพร้อมจะประกาศกร้าวให้ทุกคนได้รับรู้ว่า วินคือคนของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาแทรกกลางหรือแตะต้องคนสำคัญของเขาได้อีกต่อไป
ภาพปกนิยายเรื่อง ประธานหลี่ พอได้แล้วนะ จะง้อภรรยาก็เข้าคิวก่อน
9.0
เจียงวานทุ่มเทความรักให้หลี่เจวี๋เฉินมาสามปี แต่เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขากลับขอหย่าอย่างเย็นชา เธอจึงเลือกเดินจากไปและเริ่มต้นชีวิตใหม่จนกลายเป็นสไตลิสต์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่อดีตสามีเริ่มสำนึกผิดและพยายามตามง้อขอคืนดี แต่ความวุ่นวายกลับเพิ่มขึ้นเมื่อผู้มีพระคุณในวัยเด็กของเธอปรากฏตัว ทำให้หลี่เจวี๋เฉินต้องเร่งพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วเธอคือคนเดียวในใจเขามาตลอด ท่ามกลางกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นจากความระแวงในอดีต
ภาพปกนิยายเรื่อง สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง คุณฟู่อยากจะหย่ากับฉันทุกวัน
8.1
เมื่อหลินว่านซูต้องเผชิญกับการแต่งงานกับชายแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ชีวิตคู่ของเธอกลับเริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง เมื่อคุณฟู่สามีมหาเศรษฐีพยายามกดดันให้เธอเซ็นใบหย่าทุกวิถีทาง เขาตราหน้าว่าเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินและเสนอเงินจำนวนมหาศาลเพื่อจบคความสัมพันธ์นี้ ทว่าหลินว่านซูยังคงยืนกรานอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ยอมหย่าขาดจากเขาโดยเด็ดขาด แม้จะถูกดูแคลนเพียงใดเธอก็ไม่ต้องการเงินเหล่านั้นและพร้อมจะรักษาพันธะนี้ไว้จนถึงที่สุด
ภาพปกนิยายเรื่อง ชังรักเมียรับใช้
7.8
เมื่อคิมพยายามทวงคืนสถานะสามีและรื้อฟื้นความทรงจำในอดีตกับลิล หญิงสาวผู้เคยเป็นคนรับใช้ที่เขาเคยผูกพัน ทว่าการเผชิญหน้ากันอีกครั้งกลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คิด เมื่อแววตาที่ลิลใช้มองเขานั้นมีเพียงความว่างเปล่า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรง เธอร่ำไห้และกรีดร้องขับไล่เขาให้พ้นไปจากชีวิต ราวกับว่าความรักในอดีตได้กลายเป็นฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนจนเธอไม่ต้องการจะจดจำชายคนนี้ได้อีกต่อไป