APKDock Logo
ภาพปกนิยายเรื่อง นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

8.9 / 10.0
พิมพ์ขวัญกลับบ้านสวนเพื่อเยียวยาใจจนพบรักกับครูธีร์พ่อหม้ายผู้ปิดตายความรู้สึกท่ามกลางกลิ่นดอกพุดซ้อน ขณะที่หญิงสาวอีกคนต้องข้ามมิติมาอยู่ในร่างสาวเจ้าเนื้อเพื่อตามหารักแท้จากชายผู้มีพระคุณพร้อมพิสูจน์คุณค่าของตนเอง ส่วนพลอยเพชรต้องเผชิญหน้ากับความจริงเบื้องหลังการตายของพ่อที่ถูกจัดฉาก โดยมีทิมคอยปกป้องเธอจากคนทรยศใกล้ตัวในโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย นิยายชุดนี้ร้อยเรียงเรื่องราวของความรัก ความลับ และการเริ่มต้นใหม่ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล

นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา ตอนที่ 1

เธอกลับบ้านในวันที่หัวใจอ่อนแรง เสียงฝนกระทบกระจกหน้าต่างของรถทัวร์สายเหนือบ่งบอกว่ากำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่กับพิมพ์ขวัญ ฤดูที่เปียกปอนนั้นมาเยือนหัวใจของเธอตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว และมันยังไม่มีวี่แววว่าจะผ่านพ้นไปได้ง่าย ๆ

หญิงสาววัยยี่สิบเก้าปีที่เคยมั่นใจในทุกย่างก้าวของชีวิต ยืนมองเส้นทางคดเคี้ยวที่ทอดผ่านทุ่งนาและแนวเขาไกลสุดลูกหูลูกตาผ่านกระจกหน้าต่างรถ ดวงตาที่เคยสดใสกลับหม่นลงเล็กน้อย ทุกอย่างดูเหมือนหล่นหายไปพร้อมกับความไว้ใจ

เธอถูกแฟนหนุ่มที่คบหากันมาห้าปีหักหลัง ทรยศ และนอกใจไปคบกับเจ้านายของตัวเอง แล้วทำให้เธอตกเป็นแพะรับบาปในเรื่องยักยอกเอกสารบริษัท พิมพ์ขวัญไม่มีโอกาสแม้แต่จะอธิบาย ทุกอย่างจบลงในพริบตาเหมือนโดนผลักตกจากหน้าผาอย่างเลือดเย็น

“ถึงอำเภอแล้วนะคะ ใครจะลงตรงนี้เตรียมตัวด้วยค่ะ” เสียงกระเป๋ารถทัวร์ดังขึ้นปลุกเธอจากภวังค์

พิมพ์ขวัญเก็บสัมภาระเพียงไม่กี่ชิ้นลงจากรถพร้อมกับเสื้อฝนสีฟ้าอ่อน เธอเดินลากกระเป๋าใบเก่าไปตามทางเดินที่แฉะน้ำ เป้าหมายของเธออยู่ไม่ไกล บ้านไม้หลังเล็กที่มีสวนดอกไม้ล้อมรอบของยายละม่อมที่เธอรักมากที่สุดในโลก รอคอยอยู่เบื้องหน้า

“พิมพ์ขวัญของยายกลับมาแล้วเหรอลูก” เสียง อ่อนโยนดังมาจากใต้ถุนบ้าน พิมพ์ขวัญชะงักแล้วรีบเดินเข้าไปหาในทันที เธอกอดร่างผอมบางของหญิงชราที่เธอไม่ได้กอดมานานร่วมปี กลิ่นสบู่กลิ่นสมุนไพรประจำตัวของยายยังคงอบอุ่นเหมือนเดิม

“ยายจ๋า หนูคิดถึงยายที่สุดเลยจ้ะ คราวนี้ขวัญจะกลับมาอยู่กับยายนะจ๊ะ”

“ยายก็คิดถึงหนูจ้ะ กลับมาอยู่ด้วยกันนะ ที่นี่คือบ้านของขวัญ เราก็พอมีที่ทางทำมาหากิน” คำพูดสั้น ๆ แค่นั้น ทำให้เธอร้องไห้จนหมดแรง กอดยายเหมือนเด็กที่หลงทางกลับบ้าน

บ้านหลังนี้อยู่ในอำเภอเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมืองไปพอสมควร รอบข้างเป็นบ้านชาวสวนและโรงเรียนประถมเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดไปแค่รั้วไม้เตี้ย ๆ

พิมพ์ขวัญใช้เวลาหลายวันปรับตัวกับชีวิตที่ไร้ความเร่งรีบจากเมืองหลวง ยามเช้าเธอช่วยยายรดน้ำต้นไม้ในแปลงดอกไม้หลากสี ทั้งพุดซ้อน ชมนาด โมก สะเลเต และดาวเรืองที่ปลูกไว้เต็มแปลง กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยปะปนกับไอหมอก ทำให้ใจเธอค่อย ๆ สงบลงทีละวัน

วันหนึ่ง พิมพ์ขวัญกำลังแบกฟางแห้งมาคลุมแปลงพุดซ้อนอยู่หลังบ้าน แล้วได้ยินเสียงผู้ชายดังมาจากอีกฝั่งของรั้ว

“คุณใช้ฟางสดแบบนั้น ระวังเชื้อรานะครับ”

เธอหันไปมองในทันที ก็พบกับชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตพับแขน กางเกงผ้าฝ้าย และหมวกสานปีกกว้างกำลังยืนอยู่ข้างรั้วฝั่งโรงเรียน สีหน้าเขานิ่งเรียบแต่ไม่เย็นชา เสียงทุ้มนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเสียงหนังสือบทเรียนเก่า ๆ ที่อ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก

“เอ่อ... เชื้อราเหรอคะ” พิมพ์ขวัญพูดเสียงสั่น ๆ พร้อมยกมือเช็ดเหงื่อจากหน้าผาก

“ใช่ครับ ถ้าจะใช้คลุมดิน ลองเอาฟางไปตากแดดก่อนจะดีกว่า” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้พิมพ์ขวัญยืนมองตามแผ่นหลังเขาไปด้วยความสงสัย ว่าเขาคือใครกัน

ตอนค่ำ พิมพ์ขวัญจึงถามยายระหว่างที่ช่วยหั่นผักทำแกงจืด

“ยายจ๋า ผู้ชายข้างบ้านที่แต่งตัวเรียบร้อย ๆ เหมือนครู เขาเป็นใครเหรอจ๊ะ”

“อ๋อ ครูธีร์น่ะเหรอ เป็นคนดีมากนะลูก อยู่ที่นี่มาสามปีแล้ว ตั้งแต่ภรรยาเขาเสียไปก็อยู่คนเดียว ดูแลเด็ก ๆ ที่โรงเรียนอย่างดีเลย”

“เขาแต่งงานแล้วเหรอจ๊ะ”

“เคยแต่งจ้ะ แต่ภรรยาเขาเสียไปเพราะรถชนตอนกลับจากซื้อหนังสือให้เด็ก ๆ ครูธีร์เลยไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักอีกเลย ไม่เคยเห็นยิ้มให้ใครเลยเหมือนกัน”

พิมพ์ขวัญเงียบลง จู่ ๆ ภาพชายหนุ่มข้างรั้วเมื่อเช้าก็ชัดเจนขึ้นมาในใจ รอยยิ้มมุมปากของเขาอาจจะไม่ใช่แค่ความสุภาพ แต่มันเหมือนรอยยิ้มที่ยังเก็บบางสิ่งไว้ภายใน

เช้าวันต่อมา พิมพ์ขวัญตั้งใจเอาฟางไปตากแดดที่ลานข้างบ้านตามคำแนะนำของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ ในใจแอบหวังว่าเขาอาจเดินผ่านมาทางรั้วอีกและเธอจะได้ทักทาย

เธอนั่งลงข้างต้นแก้วที่เริ่มแตกใบใหม่ จับกล้องเก่า ๆ ที่ติดตัวมาจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาถ่ายภาพดอกไม้ ท้องฟ้า และเงาไม้ที่ทอดผ่านแปลงเพาะกล้า

และเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้รั้ว เธอก็เงยหน้าขึ้น และเจอเขาอีกครั้ง

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ครูธีร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ท่าทางไม่ได้ห่างเหินเหมือนวันแรก

“สวัสดีค่ะ เอ่อ... ฉันตากฟางแล้วนะคะ ตามคำแนะนำ” เขาหัวเราะเบา ๆ ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา

“ดีมากครับ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป” หัวใจของพิมพ์ขวัญที่เคยแตกละเอียดเริ่มซ่อมแซมด้วยเสียงจากธรรมชาติ เสียงหัวเราะเบา ๆ และสายตาอ่อนโยนของใครบางคนที่พูดน้อยคำ แต่กลับให้ความอบอุ่นลึกซึ้งกว่าคำพูดใด

บ้านสวนหลังเดิมที่เคยเป็นเพียงสถานที่พักใจกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ปลูกความรู้สึกใหม่ ๆ ทีละนิด

ท่ามกลางฤดูฝนที่ยังตกพรำ ๆ นั้น เธอเริ่มรู้สึกว่า

บางทีความสุขอาจไม่ต้องมาในรูปของชัยชนะหรือชื่อเสียงเสมอไป แต่มันคือการได้กลับบ้านในวันที่หัวใจอ่อนแรง และได้เจอใครสักคน ที่ยืนรออยู่ข้างรั้วไม้ริมสวน

เขามักทักทายเธอเสมอ จนเกิดเป็นความเคยชิน ธีร์ดูเป็นผู้ชายสุภาพ เรียบง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรให้ต้องระมัดระวังมากนัก กลิ่นดอกพุดกับรอยยิ้มของคนแปลกหน้าทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวอย่างประหลาด

เสียงนกร้องยามเช้ากลายเป็นเสียงนาฬิกาปลุกใหม่ของพิมพ์ขวัญในบ้านสวนหลังเก่า

เธอไม่ต้องเร่งรีบแต่งหน้าทาปาก ไม่ต้องวิ่งขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ต้องฝ่ารถติดกลางกรุง

ที่นี่คือโลกอีกใบที่ห่างไกลจากชีวิตเดิมอย่างสิ้นเชิง

“พิมพ์ขวัญ เอาถุงดินไปใส่แปลงพุดให้ยายหน่อยลูก ดอกเริ่มแคระเพราะดินแข็งแล้ว” เสียงยายละม่อมดังมาจากหน้าระเบียง

“ค่า หนูจัดการให้เลย” พิมพ์ขวัญขานรับ พลางยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะคว้าหมวกปีกกว้างกับถุงดินแล้วเดินไปยังแปลงพุดข้างบ้าน

ต้นพุดซ้อนเรียงกันอยู่หลายสิบต้น พุ่มเขียวขจีแต่เริ่มโรยราในบางต้น พิมพ์ขวัญนั่งยอง ๆ อย่างคล่องแคล่วกว่าช่วงแรก ๆ ที่เพิ่งมาอยู่ มือของเธอเริ่มชินกับกลิ่นดิน ความเหนียวของโคลน และแมลงเล็ก ๆ ที่บินวนรอบต้นไม้

เธอเงยหน้าขึ้นอย่างเผลอไผล เมื่อลมเช้าวันนั้นพัดเอากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกพุดเข้าจมูก มันเป็นกลิ่นหวานเย็น คล้ายสบู่แต่ไม่ฉุน ไม่แรง กลับอบอุ่นอย่างประหลาด

อ่านต่อ

สารบัญ นิยายชุด ใต้เงาเสน่หา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

ภาพปกนิยายเรื่อง แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
ภาพปกนิยายเรื่อง อาญารัก ข้ามขอบฟ้า
8.2
คัทซึฮิโกะ ฮิโรยูกิ นักธุรกิจอัญมณีหนุ่มลูกครึ่งผู้มั่งคั่ง เดินทางมาเมืองไทยเพื่อตามหาแหวนเพชรล้ำค่าที่เป็นมรดกทางใจของปู่ จนได้พบว่ามันอยู่กับน้ำริน พยาบาลสาวชาวไทยอย่างน่าสงสัย เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือหัวขโมย จึงตัดสินใจลักพาตัวเธอไปยังญี่ปุ่นเพื่อเค้นความจริง น้ำรินที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ว่ามีคนมอบของสำคัญนี้ให้เธอมาเอง ท่ามกลางความขัดแย้งและปริศนาที่รอการพิสูจน์ความจริงระหว่างเขากับเธอ
ภาพปกนิยายเรื่อง หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
ภาพปกนิยายเรื่อง ยั่วรักจอมทมิฬ
8.2
ลลนาหรือนุ่มถูกสิงหาชายหนุ่มรูปงามแต่ใจร้ายจับตัวมาเพราะความเข้าใจผิด เธอต้องเผชิญกับคำพูดทำร้ายจิตใจท่ามกลางความกังวลถึงคนใกล้ชิดที่บาดเจ็บ นุ่มจึงบนบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตนหลุดพ้นจากอำนาจเถื่อนของเขา พร้อมหวังจะมีชีวิตใหม่ที่รวยทางลัดเพื่อเลิกทำงานกลางคืนและพบสามีที่ดี แม้สิงหาจะยอมรับความผิดพลาดที่จับตัวคนผิดมาและกล่าวขอโทษอย่างหัวเสีย แต่ท่าทีพยศและรอยยิ้มยียวนของหญิงสาวกลับทำให้เขาหมั่นไส้จนสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่ยิ่งวุ่นวาย
ภาพปกนิยายเรื่อง ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
รายชื่อตอน
อ่านเลย
แชร์