APKDock Logo
รายชื่อตอน
แชร์
ภาพปกนิยายเรื่อง หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน

เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
รายชื่อตอน
แชร์

ตอน 2

เกิดเป็นสตรีต้องเชื่อฟังบิดามารดาและสามี มีปากก็ปิดปาก มีเสียงก็ปิดเสียง ห้ามโต้เถียง ปรนนิบัติอย่าได้บ่น เป็นคำกล่าวอ้างที่ ไร้คุณธรรมสิ้นดี

ไป๋ชิงถูกสามีตบหน้าจนเลือดกบปาก ต้องยอมรับสาวใช้ตนเป็นอนุอีกคน ตอนนี้มีเสียงหัวเราะยินดีที่เรือนฝั่งตรงข้าม ส่วนอีกฟากหนึ่ง อนุสองคนก็กำลังร้องไห้ไม่แพ้นาง

นี่คือคำว่าคุณธรรมทั้งสี่ใช่หรือไม่ นางควรจำใส่ใจและทำ หรือควรจะฉีกกฎนี้ ไป๋ชิงทอดมองตัวเองในคันฉ่อง ใบหน้าที่งดงามแดงช้ำเขียวเห็นนิ้วทั้งห้าอย่างชัดเจน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางถูกกระทำ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำให้นาง เจ็บช้ำน้ำใจ สามปีมานี้นางอยู่เหมือนไร้ตัวตน เป็นเพียงฮูหยินแค่ในนาม คอยพัดวีให้สามีทุกยาม ด้วยเพราะพยายามที่จะยึดคำว่าคุณธรรมทั้งสี่

แล้วอย่างไรเล่า นางได้อะไรตอบแทนกลับมา ตั้งท้องก็ต้องเสียบุตรไปตั้งแต่สามเดือน ยามนอนป่วยซมใกล้ตายเขาแต่งอนุเข้ามาแทนอย่างเลือดเย็น ความเจ็บปวดสามปีนี้เพียงพอหรือยัง เพียงพอแล้วสำหรับคำว่าคุณธรรมไหม

สองมือนางกำแน่น หันไปหยิบปิ่นขึ้นมา มองปลายแหลมของปิ่นที่เหมือนเป็นดั่งมีดที่กรีดหัวใจนางทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อก่อนนางเคยถามว่าตัวเองคู่ควรกับเขาหรือไม่ มาบัดนี้นางควรถามว่าเขาคู่ควรกับนางหรือเปล่า

และคำตอบของนางก็บอกว่า “ไม่” นางควรรักตัวเองได้ เมื่อคิดได้ก็ลุกขึ้นเดินไปยังหีบใบใหญ่ที่อยู่ใกล้กับตู้เสื้อผ้า เปิดมันขึ้นมาก็มองเห็นกระดาษสำคัญหนึ่งใบ

ใบสมรสที่นางได้มานั้น เหมือนเป็นกระดาษเปล่าที่กลายเป็นเปลวไฟที่เผาร่างนางให้ตายจนไม่อาจฟื้นคืนได้อีก

หย่าแล้วอย่างไร บิดามารดาขายขี้หน้า

หย่าแล้วอย่างไร กลายเป็นหญิงหม้ายให้คนนินทา

หย่าแล้วอย่างไร นางกลายเป็นหญิงไร้คุณธรรมสี่ประการ

คำว่าหย่ามิใช่เรื่องดี หากก็มิใช่เรื่องที่แย่แต่อย่างใด นางมีบิดา ที่รักมั่น ยังจดจำคำกล่าวของบิดาได้ดี

“หากอยู่มิได้ก็จงกลับมาสกุลเหว่ยของเรา อย่าได้ทนอยู่ให้เขาเหยียดหยามน้ำใจ”

ท่านพ่อคงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าเรื่องทุกอย่างจะลงเอยเช่นนี้ เป็นบุตรีก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป หากเมื่อใดออกจากสกุลแล้วก็ยากที่จะหวนกลับ แต่บิดานางกลับต้อนรับเสมอ

สามปีแล้วที่นางเข้ามาอยู่สกุลลู่ หากกลับพบแต่ความเจ็บช้ำน้ำใจไม่เว้นแต่ละวัน หากวันนั้นนางเชื่อฟังคำบิดา ตอนนี้ก็คงไม่เป็นเช่นนี้

นางขำขันกับความรักที่ไร้ตาของนางจนหัวเราะออกมา เพียงลู่เฉินทำดีกับนางเพียงไม่กี่ครั้ง นางก็รักปักใจมิรู้ลืม ยามลู่ฮูหยินมาทาบทาม สู่ขอ นางก็รีบตกปากรับคำโดยไม่ลังเล

แต่แล้วอย่างไร นางก็เป็นแค่ตัวประกันหนี้ของครอบครัวสกุลลู่เท่านั้น เขาแต่งนางมาเพื่อเชิดหน้าชูตาให้กับร้านค้าสกุลลู่ นางที่เป็นบุตรีของบัณฑิตสามารถสร้างความเชื่อถือให้สกุลลู่ได้มากมาย

หากเมื่อแต่งเข้ามาแล้ว แม้แต่สาวใช้ในจวนยังใช้ชีวิตดีกว่านางด้วยซ้ำ!!

แต่นางจะเดินออกจากสกุลลู่ไปในฐานะหญิงหม้ายให้ถูกคนนินทาว่าขาดคุณธรรมสี่ประการได้เยี่ยงไร ตอนแต่งนั้นแสนง่ายดาย แต่ตอนที่จะหย่านั้นยากกว่าเป็นไหนๆ

ไป๋ชิงมองกระดาษใบนั้น จากนั้นก็วางใส่ในหีบดังเดิม เมื่อหีบปิดลงก็มีเสียงประตูดังขึ้น “ฮูหยินน้อย ฮูหยินใหญ่เรียกพบ”

ไป๋ชิงหันมองประตู ถึงกับให้แม่นมหลิวมาเรียกตัวนาง ก็แสดงว่าเรื่องที่นางอาละวาดคงถึงหูลู่ฮูหยินแล้ว นางหลับตาเพื่อเตรียมตัวรับกับ สิ่งที่เกิดขึ้น

นางขยับหันมองกระจกอีกรอบ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันจนนางบาดเจ็บ นางจะพยายามปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้นางกลับเลือกที่จะเปิดเผย ดังนั้นเมื่อประตูเปิดออกมา แม่นมหลิวจึงได้เห็นใบหน้าที่เขียวช้ำชัดเจน จนดวงตาเหี่ยวย่นนั้นเบิกกว้างอย่างระงับความตกใจไม่ไหว

“ชะ เชิญฮูหยินเจ้าค่ะ” จากนั้นนางก็ออกเดินนำไปยังเรือนทิศบูรพา

เรือนทิศบูรพาเป็นเรือนที่สงบร่มเย็นที่สุดในจวน ทั้งสองเดินผ่านสะพานโค้งไปยังเรือนหลังใหญ่ ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว เหลือเพียงแค่ ความเปียกชื้นจากพื้นหญ้าที่บอกว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น

เมื่อนางเดินไปถึงหน้าประตู แม่นมหลิวก็พูดกับคนด้านใน

“ฮูหยินน้อยมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ด้านในเงียบอยู่นาน จนสุดท้ายแล้วก็มีเสียงไอออกมาสองครั้ง “เข้ามา” เสียงแหบพร่านั้นทำให้นางต้องก้มหน้าลงต่ำอีกหน่อย

เมื่อเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าลู่ฮูหยิน อีกฝ่ายก็ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน สีหน้าแววตานั้นดูเหมือนรำคาญเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้

“เจ้าจักให้ข้าอยู่สบายสักวันไม่ได้เชียวหรือ เหตุใดต้องหาเรื่อง ให้ข้าไม่สบายใจด้วย มิเห็นหรือว่าข้าไม่สบายอยู่”

แค่ประโยคแรกก็ตำหนินางแล้ว ไป๋ชิงยังคงก้มหน้าอยู่ และไม่ตอบแต่อย่างใด จนกระทั่งคนที่นอนอยู่บนแท่นนั้นขยับนั่งตัวตรง แล้วรับน้ำชาจากแม่นมหลิวมาดื่ม

เสียงถ้วยชากับฝาถ้วยกระทบกันเสียงดังกว่าปกติ ก่อนจะส่งให้แม่นมหลิวรับไป มืออวบอ้วนนั้นขยับขึ้นบีบขมับตัวเองราวกับว่าไม่อยากรับฟังเรื่องวุ่นวายในวันนี้

“แค่สาวใช้คนเดียวเจ้าก็อย่าใจแคบนักเลย อย่างที่บุตรข้าบอก ถึงยังไงก็ดีกว่าเขาแต่งอนุจากนอกเรือนเข้ามา”

แค่สาวใช้คนเดียวอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาสาวใช้ในเรือนที่เป็นสาวล้วนเป็นของเขาหมดแล้วทั้งสิ้น เหลือเพียงจางจิ้งคนเดียวเขาก็ไม่เว้น แบบนี้แล้วจะเรียกสาวใช้คนเดียวได้ยังไง

มือที่ประสานอยู่ตรงด้านหน้าบีบแน่นอย่างเจ็บช้ำใจ จากที่ก้มหน้าอยู่ไป๋ชิงก็เงยหน้าขึ้นเผชิญหน้ากับลู่ฮูหยิน จนกระทั่งอีกฝ่ายเห็นใบหน้าของนาง ดวงตาเหี่ยวย่นนั้นก็ขยับเคลื่อนไหวตกใจเล็กน้อย ลู่ฮูหยิน ขยับกระแอมในลำคอ

“หน้าตาเช่นนี้ไม่งาม เจ้าก็อยู่ในห้องตัวเองจนกว่าจะหายแล้วกัน แม่นมหลิวไปหยิบยาแก้ช้ำในกล่องยาข้ามามอบให้นาง” ประโยคเหมือนห่วงใยนาง แต่ที่จริงแล้วกลัวนางจะทำให้บุตรชายถูกนินทาว่า ทุบตีฮูหยิน ของตน แล้วจะทำให้มีผลต่อชื่อเสียงสกุลลู่อีก

สรุปแล้วพวกเขาก็ล้วนห่วงแต่ประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น มือนางบีบแน่นจนใกล้จะมีเลือดออกมา “ข้าอยากหย่า” ในที่สุดนางก็กล้าพูดคำนี้

หากแต่ดวงตาเหี่ยวย่นนั้นกลับเบิกกว้างขึ้น แล้วใช้มือทุบตั่งที่นั่งเสียงดังราวกับว่าลืมไปว่าตัวเองป่วยอยู่ “เหลวไหล แค่เรื่องทะเลาะธรรมดาเจ้าจะทำเป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม” เมื่อเห็นว่าตัวเองเสียงดังเกินไปแล้ว ลู่ฮูหยินก็พยายามระงับลมหายใจของตัวเอง จากนั้นก็พูดต่อ

“กลับไปสำนึกที่เรือนของตน หากข้าไม่อนุญาตก็ห้ามออกจากห้องเด็ดขาด!!”

พูดกับลู่ฮูหยินก็เหมือนสาดน้ำลงบนพื้นที่หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นแต่อย่างใด เปล่าประโยชน์ที่จะคุยกับคนพวกนี้จริงๆ นางต้องหาวิธีหย่าให้ได้

ร้านค้าสกุลลู่มีชื่อเสียงด้านการค้ามาช้านาน ตั้งแต่สมัยลู่จินจงบิดาของลู่เฉินยังมีชีวิตอยู่ ถือว่าเป็นร้านค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเฟิงหง เมืองชายแดนที่เป็นรอยต่อของสามแคว้น

ฐานะสกุลลู่ร่ำรวยชนิดที่ว่าใช้สิบชาติก็ไม่หมด แต่ความร่ำรวยอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้นำของสกุลลู่เสียชีวิตจากโจรป่าเมื่อสี่ปีก่อน เมื่อหัวเรือใหญ่อับปางลง พวกเรือเล็กต่างแตกแถวแย่งชิงกอบโกยจนเงินของสกุลลู่ เหลือเพียงพอประทังชีวิตได้เพียงสามเดือนเท่านั้น

ระหว่างนั้นลู่ฮูหยินพยายามประคับประคองให้สกุลลู่ยิ่งใหญ่ดังเดิม นางพยายามดิ้นรนหาคนไปทั่ว จนกระทั่งต่อมานางได้ลูกค้า ชั้นยอดจากการแนะนำของบิดาไป๋ชิง

ซึ่งลู่ฮูหยินรู้จักกับบิดาไป๋ชิงได้ยังไงนั้น ก็ต้องเล่าถึงลู่เฉินที่เป็นศิษย์ของบิดานาง เล่าเรียนวิชากับบิดานางมาถึงสามปี ตลอดระยะเวลาสามปีนั้นนางเป็นดั่งดอกบัวแรกแย้มที่ไม่ประสีประสาแต่อย่างใด เห็นลู่เฉินในอาภรณ์สีขาวท่าทางสุภาพราวกับคุณชายผู้โอบอ้อมอารี จึงปักใจรักตั้งแต่บัดนั้น

ยามน้ำต้มผักว่าหวานนั้น ไม่ว่าเขากล่าวเช่นไรนางก็ล้วนเชื่อฟังทั้งหมด เขาบอกว่าบิดานางเป็นหนี้สกุลลู่ หากนางแต่งกับเขาจะยกหนี้ทั้งหมดให้ เขาบอกว่าเขารักนางจากใจจริง หวังช่วยให้บิดานางไม่ต้องขายสำนักเรียนแห่งนี้ไป บิดานางก็ยังคงได้เป็นอาจารย์ที่เขานับถืออยู่

ด้วยความรักบังตาเลยทำให้นางหันไปรบเร้าให้บิดาตอบตกลง ที่จะแต่งกับลู่เฉิน ไม่ยอมรับฟังความจริงที่บิดาบอกว่าสกุลเหว่ยของเรามิได้เป็นหนี้แต่อย่างใด แต่สกุลลู่ต่างหากที่เป็นหนี้เรา

นางคิดแค่ว่าครอบครัวเรานั้นขาดมารดา มีบิดาที่เป็นบัณฑิตยากจน ทุกอย่างล้วนต้องประหยัดจะกลายเป็นเจ้าหนี้ได้เช่นไร สุดท้ายแล้วนางก็เลือกไม่เชื่อ รบเร้าจะแต่งกับลู่เฉินให้ได้

สุดท้ายแล้วเป็นยังไง นางเค้นเสียงหัวเราะกับความดื้อรั้นของตัวเองที่นำพามาพบเจอกับชีวิตที่เจ็บปวดไม่เว้นแต่ละวัน และพบว่า สกุลเหว่ยเป็นเจ้าหนี้ใหญ่ของสกุลลู่จริงๆ

แต่ความรักที่นางมีตอนนั้นมันบังตา เมื่อเข้ามาได้ไม่นานเงินสินสมรสของนางก็ถูกลู่ฮูหยินหยิบยืมไปทำทุนเพิ่ม สร้างกำไรให้กับสกุลลู่โดยที่นางไม่ได้กลับมาสักตำลึง

เงินที่ลู่ฮูหยินที่ยืมบิดานางก็เช่นกัน สามปีมานี้แม้แต่สักแดง ก็ไม่เคยตกถึงมือบิดานาง นางกลายเป็นตัวประกันชั้นยอดที่พวกเขาเก็บเอาไว้เพื่อประกันสกุลลู่มิให้ตกต่ำ

ไป๋ชิงหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า นางควรจะทำอะไรสักอย่างก่อนที่นางจะตาย แล้วพวกเขาเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองของสกุลนาง

นางลืมตาอีกครั้งเมื่อนึกอะไรได้ รีบลุกขึ้นไปเปิดหีบไม้ที่เคยเปิดตอนก่อนไปพบลู่ฮูหยิน ไป๋ชิงไม่ได้สนใจใบหย่าสักนิด แต่กลับหยิบหนังสือจำนวนมากที่อยู่ในหีบด้านล่างขึ้นมาวางบนโต๊ะจากนั้นก็เริ่มเปิดอ่าน

ตั้งแต่เข้าสกุลลู่มา นางก็พบว่าลู่เฉินที่นางมองว่าเป็นคุณชาย เจ้าสำอางนั้น แท้จริงแล้วเขาคือจิ้งจอกในร่างเทพบุตร งานกิจการร้านสกุลลู่เขามิเคยเหลียวแลใส่ใจ ลู่ฮูหยินสั่งให้เขาจัดการบัญชีร้านเขาก็โยนมาให้นางจัดการแทน เพราะนางชำนาญเรื่องตัวเลขกว่าเขา

สามปีที่ผ่านมาสกุลลู่พลิกจากการขาดทุนมากำไรก็เพราะฝีมือนางทั้งสิ้น พอได้กำไรลู่ฮูหยินก็จ้างนักบัญชี ‘ห่าวอู๋’ ที่ไว้ใจได้มาแทนที่นาง สามเดือนแล้วที่นางไม่ได้แตะต้องบัญชีพวกนั้น

แต่สมุดบัญชีเก่าพวกนี้ล้วนบอกได้ว่าตอนนี้เงินสกุลลู่อยู่ตรงไหนบ้าง ในเมื่อพวกเขาเอาเงินของสกุลเหว่ยไป นางจะเก็บกลับมาทั้งต้นและดอก จะทำให้สกุลลู่มิได้ลืมตาอ้าปากอีก

หากตอนนี้นางต้องออกจากห้องนี้ให้ได้ก่อน จะทำเช่นไรเมื่อครั้งนี้นางเผลอทำให้ลู่เฉินเคืองนางจนไม่แม้แต่จะมาหานาง เสียงฝนด้านนอกตกลงมาอีกแล้ว นางทำได้เพียงแค่เงยหน้ามองฝนที่ตกอยู่นอกหน้าต่าง

นึกถึงสินค้าที่กำลังจะส่งเข้ามาสกุลลู่ ข้าวสารพวกนั้นในตอนนี้ คงลำบากมิใช่น้อย ถ้าเช่นนั้นแล้วก็มิต้องทำสิ่งใด แค่รอเวลาเท่านั้นพอ

นางหยิบสมุดบัญชีเก่าพวกนั้นขึ้นมาอ่านทีละนิดเพื่อฆ่าเวลา อันว่าเจ้าของกิจการว่ารู้มากแล้ว นักบัญชีย่อมรู้มากกว่า เมื่อหลายวันก่อนได้ยินลู่ฮูหยินบ่นว่าปีนี้ผลผลิตไม่ดีส่งออกไม่ได้ ดูท่าแล้วจะขาดทุนกว่าทุกปี มิรู้ว่าต้องหาทุนไหนมาเพิ่มอีก

แต่นางจำได้ว่าตอนที่นางทำบัญชีครั้งสุดท้ายนั้น ยังมีเงินทุนสำรองก้อนใหญ่ที่ฝากเอาไว้ที่สำนักคุ้มภัยสกุลจางอยู่ เหตุใดลู่ฮูหยินถึงมิได้กล่าวถึงเงินจำนวนนั้นเลย จะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเรื่องนี้แน่

สิ่งแรกที่นางต้องทำก็คือ ออกจากห้องนี้ให้ได้เสียก่อน เมื่อคิดได้แล้วก็มองไปยังประตูด้านนอกที่มีคนของลู่ฮูหยินยืนเฝ้าอยู่ นางขยับมองซ้ายขวาก็หันไปหยิบประคำขึ้นมา จากนั้นก็คุกเข่าแล้วเริ่มสวดมนต์

เสียงสวดมนต์นั้นด้านนอกได้ยินชัดเจน นางสวดตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ดวงตานั้นกลับอ่านทบทวนสมุดบัญชีนั้นไปมาหลายรอบ จนสรุปได้ว่า นักบัญชีคนใหม่ที่ลู่ฮูหยินจ้างมาใหม่นั้น ยักยอกเงินทั้งหมดแน่นอน

แต่นางต้องหาหลักฐานเพิ่มถึงจะสามารถจับ ‘ห่าวอู๋’ นักบัญชี คนนั้นให้ได้ สิ้นเสียงสวดมนต์เสียงด้านนอกก็ดังขึ้น นางไม่ได้ออกจากห้องเรื่องก็มาถึงนางจนได้ สตรีด้านนอกนั้นเคาะประตูแล้วส่งเสียงเรียก

“พี่หญิง ท่านจะเอาแต่สวดมนต์ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้วใช่ไหม เหตุใดถึงไม่ออกมาจัดการสาวใช้ตัวดีนั้น ท่านรู้หรือไม่ ว่ามันไม่ยอมให้คุณชายมาหาพวกเราเลย พอพวกเราไปหา มันก็สั่งให้ไล่พวกเราออกมา พอคุณชายอยู่กับพวกเรา มันก็พยายามหาทางแย่งชิงคุณชายไปอีก แบบนี้แล้ว ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน”

ไป๋ชิงหลับตาลง ในใจก็เค้นเสียงหัวเราะ ยุติธรรมงั้นเหรอ หากสิ่งที่อนุนางนั้นพูดดูน่าเวทนา ตัวนางที่เจอมาก่อนไม่เรียกว่าน่าเวทนากว่า หรอกหรือ ให้พวกนั้นได้รับรู้ความเจ็บปวดที่นางได้รับมาตลอดสามปีนี้เถอะ

มุมปากนางแย้มยิ้ม หากแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า “ข้าถูกกักบริเวณเช่นนี้จะช่วยน้องหญิงได้เช่นไร ลองไปขอร้องท่านแม่ดูสิ ท่านเป็นดั่งพระโพธิสัตว์ ท่านพร้อมจะนำพาความยุติธรรมมาให้พวกเจ้าได้แน่”

สิ้นคำนั้น ก็ได้เสียงทั้งสองปรึกษากัน ก่อนจะลงความเห็นว่าไปหาลู่ฮูหยินดีกว่า ในใจนางตอนนี้นึกสมน้ำหน้า “อย่าหายเลยอาการป่วยน่ะ เชิญท่านปวดหัวไปก่อน”

คุณอาจจะชอบ

ภาพปกนิยายเรื่อง สามีพันธกาลรัก
9.3
มิราวดีหญิงสาวผู้ถูกคู่หมั้นหักหลังจนชีวิตพังทลาย กลับได้รับความช่วยเหลือจากชายลึกลับที่มักปรากฏตัวในยามคับขันเสมอ เธอตัดสินใจแต่งงานกับเขาเพื่อรักษาตัวรอด โดยหารู้ไม่ว่าสามีคนนี้มีอายุยืนยาวมาหลายชั่วอายุคน ทว่าท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้น อดีตชาติอันขมขื่นกลับตามมาหลอกหลอน เมื่อวิญญาณปริศนาปรากฏตัวพร้อมทวงคืนร่างเพื่อชดใช้บาปกรรมเก่าที่เธอเคยทำไว้ในอดีต กลายเป็นบททดสอบความรักข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและพันธนาการที่ยากจะตัดขาด
ภาพปกนิยายเรื่อง คำสาปรักท่านชายแวมไพร์
9.7
ชีวิตของ ลินิน ต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพียงเพราะการเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่ขึ้นมา โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของพันธนาการรักจาก เจย์เดน แวมไพร์หนุ่มผู้ลึกลับที่ใช้ชีวิตผ่านกาลเวลามานานหลายร้อยปี เขาตามทวงคืนของสำคัญพร้อมประกาศสิทธิ์เหนือตัวเธอในฐานะว่าที่ชายาอย่างเผด็จการ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและคำสาปรักที่ยากจะถอนตัว เธอต้องเผชิญกับความลุ่มหลงและความหวงแหนที่แสนอันตรายจากปีศาจผู้ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปจนกว่าจะได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจ
ภาพปกนิยายเรื่อง พลาดรัก แวมไพร์เย็นชา
8.6
อาเรียน่า ฟลอเรนซ์ ต้องเผชิญมรสุมชีวิตในโรงเรียนแฟนตาซีที่มนุษย์และแวมไพร์ใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อตระกูลผู้ดีเก่าของเธอกำลังเผชิญภาวะล้มละลาย ท่ามกลางวิกฤตนี้ แวมไพร์หนุ่มสุดฮอตผู้แสนเย็นชากลับก้าวเข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่คาดคิด ความนิ่งขรึมที่น่าค้นหาของเขาเริ่มสั่นคลอนหัวใจเธอมากขึ้นทุกที เตรียมพบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงไร้การนอกใจในรั้วโรงเรียนสุดลึกลับ เมื่อแวมไพร์หนุ่มผู้เคร่งขรึมเริ่มแสดงด้านที่ดุดันและเร่าร้อนจนยากจะต้านทานไหว
ภาพปกนิยายเรื่อง ข้ามกาลบันดาลใจ
8.1
จันทร์วาดหลุดเข้าไปในโลกนิทานและได้พบรักแท้กับคุณหลวงอัครเดชผู้มั่นคง ในยามที่อำนาจลึกลับพยายามพรากทั้งคู่จากกันด้วยความเจ็บปวดเจียนตายประหนึ่งร่างจะฉีกขาด คุณหลวงกลับเลือกที่จะอดทนต่อความทรมานแสนสาหัสและไม่ยอมปล่อยมือจากหญิงคนรัก แม้ความตายจะมาเยือนเขาก็ปรารถนาจะสิ้นใจในอ้อมกอดของจันทร์วาดเพียงผู้เดียวเท่านั้น ด้วยสายใยความผูกพันที่หยั่งรากลึกเกินกว่าที่แรงอาถรรพ์ใดจะทำลายความรักอันมั่นคงของพวกเขาลงได้
ภาพปกนิยายเรื่อง ถูกเมทปฏิเสธ  ถูกอัลฟ่าศัตรูครอบครอง
9.7
หลังทุ่มเทสิบปีให้สิงหา อัลฟ่าแห่งจันทราเงิน ฉันกลับถูกหักหลังในวันสถาปนาลูน่า เขาประจานว่าฉันไร้ค่าและชูชู้รักที่ตั้งครรภ์ขึ้นแทนที่ ฉันถูกใส่ร้ายว่าทำร้ายเธอจนต้องโทษโบยด้วยแส้เงินและถูกโยนทิ้งให้ตายในป่า ทว่าท่ามกลางความตาย ฉันกลับตื่นขึ้นมาในเงื้อมมือของคิรากร อัลฟ่าศัตรูผู้ทรงอำนาจ เขามองบาดแผลฉกรรจ์ของฉันด้วยสายตาเย็นชาพลางทวนคำดูถูกที่กัดกินใจฉันมาตลอดว่าหมาป่าไร้ค่า พลิกผันโชคชะตาจากจุดต่ำสุดสู่พันธนาการครั้งใหม่ที่ไม่อาจคาดเดาได้
ภาพปกนิยายเรื่อง การทรยศของแกมมา, คู่แท้อาฆาตของอัลฟ่า
9.4
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันอุทิศตนเพื่อผลักดันลูเซียนจากหมาป่าชั้นต่ำขึ้นสู่ตำแหน่งแกมม่าผู้ทรงอำนาจ แต่เมื่อฉันถูกศัตรูทำร้ายและร้องขอความช่วยเหลือ เขากลับเลือกเมินเฉยเพื่อไปเริงร่ากับน้องสาวต่างแม่ของฉัน ความโหดร้ายยังไม่จบลงเพียงนั้น เขาสั่งขังและทรมานฉันในคุกใต้ดินอย่างทารุณเพียงเพราะฉันต้องการตัดขาดความสัมพันธ์ ในวันที่ความจริงปรากฏว่าเขาต้องการเพียงแค่อำนาจ ฉันจึงกลับมาพร้อมอัลฟ่าคนใหม่ที่เป็นคู่แท้โอกาสที่สอง เพื่อเปลี่ยนงานวิวาห์ในฝันของเขาให้กลายเป็นเวทีแห่งการแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุด